
ไอทีควอนตัม เมืองไทย
泰国量子信息论坛
2026 by quantum academy &
IEEE Thailand section Quantum IT
(since 2014 - best view on desktop)
Hologram
Search Results
พบ 358 ผลลัพธ์เมื่อไม่ระบุค่าการค้นหา
- Quantum Computer Volunteers | อาสาสมัครคอมพิวเตอร์ควอนตัม | Invitation 2024 - 2025 |
โครงการนำร่องส่วนหนึ่งของการจัดตั้ง "ศูนย์อบรมและติดตามการประยุกต์เชิงควอนตัม" ขอเชิญอาสาสมัครพื้นฐานสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ ฟิสิกส์ หรือที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมทดสอบใช้งานคอมพิวเตอร์ควอนตัมตั้งโต๊ะ (2-3 qubits) และร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้สารสนเทศแห่งอนาคตส่งต่อแด่สาธารณะ วัตถุประสงค์ ๑) เพื่อเรียนรู้วิทยาการคอมพิวเตอร์ควอนตัมระดับการประยุกต์พื้นฐาน ๒) เพื่อพัฒนาและบริหารจัดการความรู้ไอทีควอนตัม ๓) เพื่อถ่ายทอดความรู้และฝึกอบรมต่อยังเครือข่ายนักศึกษา นักวิจัยและผู้สนใจ ๔) เพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการประยุกต์ไอทีควอนตัมเพื่อสาธารณะ ร่วมกับโครงการจัดตั้ง "ศูนย์อบรมและติดตามการประยุกต์เชิงควอนตัม (พ.ศ.๒๕๖๗ - ๒๕๖๘)" ที่อยู่ระหว่างดำเนินการโดย IEEE Thailand Section Quantum IT group และพันธมิตรภาคการศึกษาและวิจัย ผู้สนใจ ขอเชิญแนะนำตนเอง แจ้งความประสงค์ ส่งเรื่องราวรวมทั้งเป้าหมายต่อการร่วมสร้างอนาคตไอทีควอนตัมไทยภาคประชาชน (เปิดกว้าง) ประสานงาน email: thailand_chapter@comsoc.org (ตั้งแต่ ธันวาคม ๒๕๖๖ ถึง ๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๗) หมายเหตุ ๐ เมื่อเป้าหมายกิจกรรมความรู้สาธารณะพัวพัน (entangle) กันได้และเหมาะสมลงตัว สมาคมฯ จะติดต่อกลับเพื่อหารือในรายละเอียดขั้นตอนต่อไป ๐ ๐ กิจกรรมวิทยาทานไอทีควอนตัมสาธารณะ มิได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจ การเมือง ศาสนาหรือความเชื่ออื่นใดที่อ้างใช้คำว่าควอนตัม ๐ | คอมพิวเตอร์ควอนตัม | Quantum Computer | คอมพิวเตอร์ที่สามารถคํานวณหาคําตอบของบางโจทย์ปัญหาได้เร็วกว่าเครื่องรุ่นเดิมในระดับทวีคูณ โจทย์ปัญหาเดิมที่ยากมากหากใช้เครื่องคํานวณทั่วไป จะสามารถหาคําตอบได้ในที่สุดด้วยการใช้คอมพิวเตอร์แนวทางใหม่นี้ (แต่ ... )
- (December 2023) - Joe Biden - USA
From National Quantum Initiative Supplement to the President's FY 2024 Budget [Previous QUOTES]
- Mini-Exhibition | นิทรรศการย่อย | 30th Anniversary-Turbo Codes| นิสสัคคิยปาจิตตีย์ | Nov 30, 2023 |
(ภาพปก) ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. (ขวา) และคุณพงศกร ยุทธโกวิท นายกสมาคม IEEE Thailand (ซ้าย) ในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี (รวมภาพงาน 1 2 3) กิจกรรม ฉลองครบรอบสามสิบปีรหัสเทอร์โบ ในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี IEEE Thailand section ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖ การบรรยายพิเศษสองหัวข้อพร้อมนิทรรศการฉบับตั้งโต๊ะ -- 'รหัสเทอร์โบ' (นิสสัคคิยปาจิตตีย์ - สละวัตถุและปลงอาบัติ เพื่ออนาคตวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย) 30th Anniversary of Turbo codes at the IEEE Thailand section annual general meeting (ACM) on November 30, 2023 with online & onsite invited talks and mini-exhibition ('confession at the hearing' - for the better future of S&T community). Invited Talk #1 (online) -- Three decades of turbo code invention: 1993-2023 Title: AI-based Smart Healthcare by Prof.Tomoaki Ohtsuki, Director, IEEE ComSoc - Asia- Pacific region & Keio University Where: online at YouTube Premiere link Facebook web.facebook.com/TurboCodes20th When: November 30, 2023 (10:00 - 10:40 am GMT+7) รอบปฐมฤกษ์ 🔔 (และรับชมย้อนหลัง) Invited Talk #2 (onsite) -- ฉลองครบรอบสามสิบปีรหัสเทอร์โบ (พ.ศ. ๒๕๓๖ - ๒๕๖๖) Title: AIoT and Technology Trends in Engineering and Innovation โดย รศ.ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. Dean - School of Engineering King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang (KMITL) Where: อาคาร B การไฟฟ้านครหลวงสำนักงานใหญ่ คลองเตย กทม. Metropolitan Electricity Authority (Head office) Building B -1192 Rama IV Road, Klong Toei, Bangkok 10110 Thailand When: November 30, 2023 (14:50 pm GMT+7 onwards) Contact: thailand_chapter@comsoc.org Organized: by IEEE ComSoc Thailand (mini-exhibition) More info.: IEEE Thailand section annual general meeting (ACM) on November 30, 2023 (four onsite keynote talks) Remark: Free four-colored book "the concatenation (ปัญญาอลวน)" for onsite event attendances (limited - printed version for IEEE members -- ID number required) ผู้เข้าร่วมงานแสดงหมายเลขสมาชิก ได้รับหนังสือสี่สี "ปัญญาอลวน" ฟรีหนึ่งเล่มหน้างาน (updated: Dec 9, 2023) ๐ นิทรรศการ 'รหัสเทอร์โบ' ฉบับตั้งโต๊ะ ๐ Desktop Mini-Exhibition (on site) ๐ (คอลัมน์) ๐ อาชญากรรมวิชาการกับการสารภาพ | Confession at the Hearing | “นิสสัคคิยปาจิตตีย์” | ฉากทัศน์ 2023 ๐ "นิสสัคคิยปาจิตตีย์" & สละวัตถุและแสดงอาบัติ หมายถึงการมอบทรัพย์คืนตำแหน่งหรือรางวัลและผลประโยชน์อื่นใดที่ได้มาโดยมิชอบ ก) คัดลอก (plagiarism) ข) นั่งเทียน (fabrication) ค) ปั้นแต่ง (falsification) ง) ซื้อผลงาน (authorship) หรือ จ) รับรางวัลที่เคยมอบ (Conflict of Interest) ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่อาจขัดกับจริยธรรม พร้อมด้วยกับการสารภาพปลงอาบัติ (สู่หมู่สงฆ์) ต่อสังคมที่ร่วมกิจอยู่ด้วยนั้น ซึ่งการปฏิบัติตามวิถีอันเป็นที่สุดดั่งโบราณยึดถือเยี่ยงนี้ จะส่งผลให้คนรุ่นหลังเดินทางต่อได้อย่างมีเกียรติและยั่งยืน หลุดพ้นจากการเป็นตัวอย่างที่จะถูกนำไปเลียนแบบหรือใช้อ้างเพื่อเลี่ยงบาลีหนีความผิด อีกทั้งไม่ค้างคาใจหลงเหลือสิ่งใดให้สังคมรุ่นหลังต้องตามแก้ไขอย่างไม่สิ้นสุด (วีดีโอ) (รวมภาพกิจกรรมในงานวันที่ ๓๐ พ.ย.๖๖ -- 1 2 3) (Video) - 30TH ANNIVERSARY OF TURBO CODES (1993- 2023) [ IEEE ICC @Geneva1993 - May 24 ] ๐ A JOURNEY FROM A PAPER TO REALIZATION STARTED FROM CONCATENATION & ITERATION IDEAS RESULTING TO THE BREAKTHROUGH INNOVATION ! ๐ APPS FROM GROUND TO SPACE ๐ GREATEST INVENTION OF THE PAST THREE DECADES ! [ สามทศวรรษรหัสเทอร์โบ (30th Anniversary - Turbo Codes) ๒๕๓๖ - ๒๕๖๖ ] นวัตกรรมระดับโลก ที่เปิดโลกวิทย์ไทยจนสั่นไหวไปทั้งวงการ ผลของงานวิจัยที่ได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย อาทิ รางวัลนวัตกรรม Golden Jubilee Awards for Technological Innovation for the Invention of Turbo Codes จากสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ IEEE (Information Theory Society) ในโอกาสครบรอบห้าสิบปีของทฤษฎีข่าวสาร ปี พ.ศ. ๒๕๔๑ เกียรติยศจากสมาคม IEEE จากผลงานบทความยอดเยี่ยม (Best Paper) ในวารสาร IEEE Transactions on Communications และเหรียญรางวัล The IEEE Richard W. Hamming Medal ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ในฐานะที่สร้างปรากฏการณ์ “การปฏิวัติการสื่อสารเชิงดิจิทัล” รวมทั้งเป็นผลงานที่มีสิทธิบัตรคำขออันโด่งดัง(๒๕๓๖) หมายเลขNo 9105279 (France), No 92460011.7 (Europe), No 07/870,483 (USA) และหมายเลขสิทธิบัตรFR 2675968 EP0 511139 และUS 5406570 โดยถูกนำไปใช้งานสำหรับการแก้ไขความผิดพลาดของการสื่อสารข้อมูลจากระบบการสื่อสารภาคพื้นดิน โทรศัพท์ ขึ้นสู่ดาวเทียม จนถึงห้วงอวกาศ ! รวมทั้งเป็นนวัตกรรมระดับโลกที่ได้มาเปิดโลกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย จนสั่นไหวไปทั่วกับ #จริยธรรม #ธรรมาภิบาล และ #ผลประโยชน์ทับซ้อน [ เรื่องเล่า "สารคดีสี่จดหมายเหตุ"] จากบทภาพยนตร์ที่ยังไม่ได้สร้าง สู่เรื่องเล่าเคล้าหนังเพลงดังกับทั้งเหตุการณ์น่าจดจำในอดีต เพื่อร่วมเฉลิมฉลองหนึ่งในนวัตกรรมระดับโลกที่ได้รับรางวัลเกียรติยศมากมายบนเวทีสากลรวมทั้งรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นไทยเนื่องในโอกาสครบรอบสามสิบปีของการคิดค้น “รหัสเทอร์โบ” ณ ปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ประกาศเกียรติคุณต่อทั้งวิทยาการ บุคคลสำคัญ และเชิดชู “ปัญญา ฐิติมัชฌิมา” คนไทยผู้มีส่วนร่วม รวมทั้งเกร็ดประวัติศาสตร์วิทย์ไทย-ฝรั่งเศส วัฒนธรรมและความรู้ร่วมสมัยด้านโทรคมนาคมไทย เรื่องราวส่วนหนึ่งของวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยกับสี่สิบปีอดีตที่เลือนหายไปแล้ว แต่ไม่แคล้วกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ให้ลูกหลานได้ผ่านตา พร้อมกับของฝากชิ้นสำคัญแด่วงการศึกษาวิจัยไทย ... "โอบามา กับ ฝาชาเขียว” [ “ปัญญาอลวน” ] "เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง" ๑) สามทศวรรษรหัสเทอร์โบนวัตกรรมพลิกโลกข่าวสาร (ค.ศ. 1993 - 2023) ๒) หลากเหตุการณ์ร่วมสมัยโทรคมนาคมไทยร้อยสี่สิบเจ็ดปี (พ.ศ. ๒๔๑๘ - ๒๕๖๕) ๓) เสี้ยวอดีตสี่สิบปีวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย (พ.ศ. ๒๕๒๒ - ๒๕๖๒) ๔) หลายช่วงลมหายใจที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (ยุคที่สอง) #TurboCodes #สามทศวรรษรหัสเทอร์โบ #โทรคมนาคมไทย #MOST #กระทรวงวิทย์ #KMITL #สจล หนังสือ “ปัญญาอลวน” ๒๕๖๕ ฉบับอิเล็กทรอนิกส์สาธารณะ: free eBook ตามหา Fight for Science ที่หายไป ! กับแนวการแก้ไขเพื่ออนาคตสังคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย คำนิยม | บุญรักษา สุนทรธรรม | ขวัญชัย หลำอุบล | พิชญา ตัณฑัยย์ | ศราวุธ ชัยมูล | | พัชรนันท์ ยิ่งขยัน | เจนกฤษณ์ คณาธารณา | พลกฤษณ์ ทุนคำ | มารุต บูรณรัช | | อุษารัตน์ บุนนาค | อลิสา คงทน |
- (Q&A) - Bringing Quantum Computer to Life by Dr.Guanru Feng, SPINQ
pre-Event for “Bringing Quantum Computer to Life” in Thai Quantum Information Forum's seminar (Q-Thai SEM #6 - November 30, 2023) (CEO’s TALK) - Updated quantum computing technology and its business from Shenzhen SpinQ technology by its co-founder, Dr.Guanru Feng. This Q-Thai forum's annual seminar#6 (Q-Thai SEM 2023) will be organized jointly with the annual meeting of IEEE Thailand section on November 30, 2023. Dr.Feng will give us about thirty minutes online talk that focuses on quantum computer from its concept through SpinQ's R&D, to its products of desktop quantum computers. This topic is good for all technology management & policy makers, researchers, as well as students (more detail). Q-Thai forum organizes this pre - event session, in deep, to convey more specific information via seven Q & A. Dr.Feng provides her answers at below including the latest progresses on quantum computing industry in China, related market & hype, and many others. Those are important for the public understanding. Let’s update ! | interviewed by Keattisak Sripimanwat | Published - October 21, 2023 | Q-Thai forum, IEEE Communications society - Thailand chapter & IEEE Thailand section Quantum Information Technology group Q1) Please update us overall situation of quantum computing industry in China and related supported policy from the government. Guanru Feng: Since 2016, China has been continuously issuing new policies in and providing funding to quantum technology. University units, research institutions, and companies have actively engaged in quantum computing. In terms of policy, China has issued several quantum-related policies since 2016. For example, in the country's "Fourteenth Five-Year Plan", quantum technology is a strategic emerging industry. Local governments in places like Shenzhen have also made quantum information one of the directions in the Shenzhen 20+8 strategic emerging industry cluster, encouraging everyone to develop the quantum information industry, especially the industrialization of quantum computing. Regarding funding, the Chinese government has established multiple innovation funds and research support plans, encouraging universities, research institutions, and enterprises to participate in the R&D of quantum computing. These funds and plans provide financial and resource support to accelerate the development of quantum technology. As for enterprises, not only have domestic tech companies and Internet enterprises started conducting research on quantum computing, but many quantum computing startups have also emerged. After years of hard work, China has made significant progress in quantum computing in recent years. This includes the successful development of two quantum computer prototypes, "Jiuzhang" and "Zuchongzhi". Not only do these represent that China's independent R&D capabilities in certain areas of quantum computing have reached an internationally advanced level, but they also signify that China has crossed the first stage of quantum computing development and entered the industrialization stage of quantum computing from 1 to N. Q2) For the most frequent question from non-technical background people on “what quantum is ?”, how desktop quantum computers or other SPINQ’s products could imply, elaborate, or answer ? Guanru Feng: Desktop quantum computers are products that we have developed specifically for quantum computing scientific research, training, and talent cultivation. Combined with the company's independently developed quantum computer courses, they offer a complete quantum computing education solution. In the built-in courses of the quantum computer, users can start from the most basic concepts, to learn about what quantum and quantum computer is, to understand the basics of quantum superposition, entanglement, measurement, quantum states, quantum gates, quantum circuits, quantum algorithms, etc., and then to learn and experience quantum computing in-depth through calculation derivation and practical operations. Its application scenarios are mainly aimed at educational and research institutions, including universities and high schools, and may continue to be promoted in elementary and junior high schools, and science popularization bases in the future. At present, based on desktop nuclear magnetic resonance technology, we have launched multiple products such as "Gemini", "Triangulum", "Gemini Mini", and "Triangulum Mini", which have achieved widespread sales locally and abroad and absolute leadership. Q3) Before the first day of SPINQ, what was in the meeting that kill the idea and being today well known startup selling quantum computer based on nuclear magnetic resonance - NMR ? Please also update recent progresses of larger system of superconductor QPU. Guanru Feng: Since it’s started, SpinQ has been steadfast in our goal to create products that can be used commercially, not just experimental instruments in the laboratory. Therefore, we chose to make a breakthrough with education-level products which are easier to implement for commercial use. In 2020, SpinQ released the world's first desktop nuclear magnetic quantum computer (2-qubit), "Gemini". This small desktop quantum computer, with a research and development cost of only 4 million RMB, became SpinQ's "foot in the door" to achieve commercial implementation in the industry. Due to its low cost and portability, it quickly attracted the attention of research users such as universities, high schools, and research institutes, helping the company achieve revenue in its second year of establishment. In terms of superconducting quantum computers, we benchmark the most promising technological routes internationally. Through comprehensive research and development in superconducting quantum chips, quantum chip EDA (Electronic Design Automation), superconducting quantum measurement and control systems, to superconducting quantum computer systems and related algorithms and software, we provide customers with higher cost-performance module units, integrated machines, and complete solutions. In April 2023, we released three models of superconducting quantum chips "Shao Wei", including 2-qubit/10-qubit/20-qubit versions. These are among the few standardized, mass-produced superconducting quantum chip products in the world, boasting advantages like long coherence times, fast operation speeds, and high fidelity. Q4) Obviously worldwide, there are a number of fake or fabricated reports on quantum computing’s market, the rhetoric from advertising and also from R&D have been trying to “OVER SELL” results. Hype is too high ! Then, how people could find trusted sources for their future business. Please suggest. Guanru Feng: Firstly, we oppose some of the "over-promising" or exaggerated false statements in the industry. Not only can these potentially mislead investors and decision-makers, but they could also harm the reputation of the entire industry, which is detrimental to the long-term healthy development of the whole sector. Therefore, we encourage all participants in the industry, including companies, research institutions, governments, and media, to actively advocate for the verification of the authenticity and credibility of information. On the other hand, we firmly believe that quantum computing has tremendous potential and can bring innovation and value to various industries. However, we must honestly acknowledge that this is a complex field and the development process takes time. We will not over-promote or exaggerate our capabilities. Instead, we are focused on scientific research and technology development to advance the practical application of quantum computing. Q5) Gartner mentioned on February 2023 that "The quantum segment is also highly fragmented with an estimated 600+ startups and some established companies currently operating in the space" and "This level of market activity is unusual and unsustainable for a market segment that currently does not deliver business value". What do you think ? Guanru Feng: We appreciate Gartner's insights into the state of the quantum computing market. The rapid growth of quantum computing technology has led to a diversified ecosystem, with each participant exploring various methods and applications within the field. We believe this reflects the characteristics of the early stages of quantum computing technology. Since it is still in its infancy, the full potential of quantum computing technology has not been fully realized. Much of the current market activity is focused on research, development, and relevant exchanges, which is quite typical in emerging technologies. However, the reality we need to recognize is that at this stage, quantum computing may not bring immediate business value to all industries, but it holds enormous potential for the future. Quantum computers have the ability to solve complex problems that are nearly impossible to solve using classical computers, such as simulating molecules for drug discovery, optimizing supply chains, and enhancing encryption methods. As the technology matures and breaks through, the range of practical applications will continue to expand. Q6) Is there any effect from tech war between China and the western countries on SPINQ’s quantum computing business ? What about marketplaces & collaboration in ASEAN countries ? Guanru Feng: There are many impacts of the international environment on technology across various cutting-edge scientific fields. However, we always believe that this cannot hinder the progress of human technology. At the same time, we should also see that despite the existence of competition, international cooperation is also continuously developing. Many leading quantum computing research groups and companies are still engaging in cross-national collaboration to jointly solve complex scientific and engineering problems. On the other hand, such an environment provides us with opportunities for independent innovation. In this competitive setting, we encourage companies to strive for excellence, constantly improve and innovate, and maintain competitiveness in future developments through comprehensive research and development. Currently, we are also cooperating with some organizations and schools in Southeast Asia, such as schools in Indonesia, quantum computing research institutions in Singapore, etc., to jointly build a local quantum ecosystem and promote quantum computing and research. Q7) What about the future plan and goal of SPINQ as a new comer in this business where many others have started much earlier and invested with massive budget such as IBM and Google ? Guanru Feng: Since its startup, SpinQ Technology has established a strategic principle of "dual-wheel drive" for technology research and development and commercial implementation, which is our core competitive advantage relative to other companies. Under this principle, we are laying out our industry based on three major businesses: industrial quantum computers, educational quantum computers, and quantum computing cloud platforms. In the future, we will continue to iterate around these three businesses: For industrial products, we will continuously improve the technical research and development, and refinement of various links such as prototypes, superconducting quantum chips, radio frequency measurement and control systems, fully promoting the integration strategy across the entire chain. For educational products, we will continue to upgrade and iterate the products, while perfecting related series of supporting courses, creating more user-centered products. As for the quantum computing cloud platform, based on the existing IaaS services (Infrastructure as a Service), we will co-build scenario-based solutions with partners around many cutting-edge fields such as scientific research and teaching, drug development, fintech, artificial intelligence, etc., bringing quantum computing into thousands of industries and making it a truly productive tool. — end of Q&A session Full talk video [ Q-Thai SEM2023 #6 will be on Nov 30, 2023] (more details) Q-Thai SEM#6: Q-Thai Annual SEMINAR Quantum Computer: Background & Community PR Poster Video Trailer รอบปฐมฤกษ์ 🔔 (และรับชมย้อนหลัง) Quotes
- อาชญากรรมวิชาการกับการสารภาพ | Confession at the Hearing | “นิสสัคคิยปาจิตตีย์” | ฉากทัศน์ 2023
จากคำทักเตือนต่อวงการไอทีควอนตัมกับการแก้ไขที่เบาบางและสายเกินไปตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมากรณีวิชาการ ควอนตัมนั่งเทียนไทย (fabrication) ได้เวียนสะสมความร้อนแรงมาถึงยุคแห่งอาชญากรรมวิชาการแบบโจ่งแจ้งกันแล้ว ณ พ.ศ. ๒๕๖๖ แสดงตนเด่นชัดกับการซื้อผลงาน (authorship) ที่กระทำสะดวกและสำเร็จผลได้ง่ายกว่า อย่างไรก็ตามกรรมที่สำแดงขึ้นมานั้นเป็นเพียงบางยอดของภูเขาน้ำแข็งที่โผล่เหนือพื้นน้ำ ยังคงพรางตนอยู่อีกมากและหลากหลาย สังคมนอกวงการวิชาการจึงพบเห็นได้เพียงส่วนน้อยผ่านมากับข่าวตามกระแส แม้เมืองไทยมีโอกาสเริ่มเรียนรู้ “อาชญากรรมทางวิชาการของเหล่าบัณฑิต” ได้บ้างแล้ว แต่จะช่วยแก้ไขสารพันเหตุฉ้อฉลที่ระบาดหนักอยู่นั้นอย่างไรกันต่อดี ? ๐ แนวทางอันทรงเกียรติ ๐ กรณีสารพัน อาชญากรรมวิชาการ อันทำร้ายวงการการศึกษาและวิจัยอย่างฝังลึกและยาวนานที่ถูกเปิดเผยปรากฏตัวมากขึ้นนั้น สังคมไทยยังคงรอ การแสดงความรับผิดชอบและการแก้ไขจากทั้ง “ครู” “อาจารย์” “นักวิชาการ” หรือ “นักวิจัย” ทั้งระดับปฏิบัติการและผู้บริหารผู้ก่อเห ตุเหล่านั้นอยู่อย่างใจจดใจจ่อ ทั้งนี้ มีหลายตัวอย่างที่ดีของการแสดงความรับผิดชอบอันควรศึกษานำมาปรับใช้ แนวทางสำคัญหนึ่งพบได้จากเรื่องจริงที่กลายมาเป็นหนังดังในอดีต Quiz Show (1994) -- “ควิสโชว์ ล้วงลึกเกมเขย่าประวัติศาสตร์” เบื้องหลังเกมแห่งชีวิตที่เคยเติมแต่งแสดงโชว์ทางทีวีเรื่องนี้ ควรค่าต่อการเป็นต้นแบบบรรเทาปัญหาอาชญากรรมวิชาการไทยที่กำลังประสบกันอยู่อย่างยิ่ง ฉากเด่นที่น่าชื่นชมคือการแถลงของตัวละครเอกอดีตนักเขียนและอาจารย์มหาวิทยาลัยดัง 'โคลัมเบีย' ประเทศสหรัฐอเมริกา Charles Lincoln Van Doren (1926 – 2019) ผู้เข้าร่วมลวงโลกรายการแข่งขันตอบคำถาม ' Twenty-One' ของยุค 50's สมัยที่ทีวียังเป็นจอขาวดำขนาดใหญ่หนักและหนา ผู้ที่กล้าหาญกลับมาขึ้นเวทีและกำลังให้การ “สารภาพ (confession)” ต่อเหตุอื้อฉาวอันหนักหน่วงที่ตนร่วมก่อไว้ ก่อนจะเดินออกจากเส้นทางมืดดำที่เคยพยายามทำให้เป็นเวทีเกียรติยศของตนเองนั้นไป "I have flown too high by borrowed wings, everything came to easy. That is why I am here today" การกระทำผิดจากโดยร่วมกันหลอกลวงสาธารณะชนที่จบด้วยการสารภาพเมื่อกว่าเจ็ดทศวรรษก่อนหน้า ผลที่ได้รับมีทั้งโทษและโอกาสการกลับตัวเพื่อพัฒนาตนเอง สังคมยังคงให้โอกาสผู้กระทำผิด กรณีศึกษานี้โด่งดังมากกระทั่งได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์ในอีกสามสิบปีต่อมา ๐ การคืนทรัพย์กับสารภาพ ๐ พื้นหลังของมนุษย์อันมี “รัก โลภ โกรธ หลง” ที่ไม่ต่างกัน การแสวงหาความสุขและประสบกับความทุกข์จึงมีอยู่ถ้วนทั่ว ผลจากการกระทำของทุกช่วงชีวิตจึงเป็นไปได้ทั้งสร้างกุศลดีหรือก่อกรรมใดไว้ กรณีพลาดพลั้งสร้างสิ่งมิควรหากจบด้วยการยอมรับและสารภาพ นอกจากจะได้รับความเห็นอกเห็นใจ ทางออกจากปัญหาของทุกฝ่ายอาจง่ายหรือสะดวกขึ้นตามไปด้วย โดยมีสังคมรอบข้างและคนรุ่นต่อไปได้รับอานิสงส์ เช่นกันกับแวดวงสังคมของนักวิชาการ เป็นวิถีที่ควรเอาเยี่ยงอย่างสำหรับวงการการศึกษาวิจัยและพัฒนาไทย สำหรับทั้งผู้ปฏิบัติรวมถึงผู้บริหารทุกระดับฯ ผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรและโอกาสของส่วนรวมเพื่อประโยชน์ส่วนตน ทั้งที่ตั้งใจหรืออาจพลั้งเผลอกับทุกกรณี อาทิ ก) คัดลอก (plagiarism) ข) นั่งเทียน (fabrication) ค) ปั้นแต่ง (falsification) ง) ซื้อผลงาน (authorship) หรือ จ) รับรางวัลที่เคยมอบ (Conflict of Interest) ซึ่งขั้นตอนการสารภาพผิดดังตัวอย่างกรณี “ควิสโชว์” นั้นคือจุดเปลี่ยนสูงสุดสะท้อนเหตุกรณีที่เกิดขึ้นแล้วปิดฉากลงโดยสมบูรณ์ พิจารณาลึก ๆ ชั่งละม้ายคล้ายกับสิ่งที่บัญญัติอยู่ในโลกแห่งธรรมอันคุ้นเคยมานานกับ ... "นิสสัคคิยปาจิตตีย์" & สละวัตถุและแสดงอาบัติ อันหมายถึงการมอบทรัพย์คืนตำแหน่งหรือรางวัลและผลประโยชน์อื่นใดที่ได้มาโดยมิชอบ ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่อาจขัดกับจริยธรรม พร้อมด้วยกับการสารภาพปลงอาบัติ (สู่หมู่สงฆ์) ต่อสังคมที่ร่วมกิจอยู่ด้วยนั้น ซึ่งการปฏิบัติตามวิถีอันเป็นที่สุดดั่งโบราณยึดถือเยี่ยงนี้ จะส่งผลให้คนรุ่นหลังเดินทางต่อได้อย่างมีเกียรติและยั่งยืน หลุดพ้นจากการเป็นตัวอย่างที่จะถูกนำไปเลียนแบบหรือใช้อ้างเพื่อเลี่ยงบาลีหนีความผิด อีกทั้งไม่ค้างคาใจหลงเหลือสิ่งใดให้สังคมรุ่นหลังต้องตามแก้ไขอย่างไม่สิ้นสุด (ส่วนโทษทางแพ่งและอาญาร่วมสมัย จำต้องว่าไปตามกฏเกณฑ์ของแต่ละสังคมของยุคที่ก่อเหตุนั้น ๆ) ดูก่อน ! บัณฑิตผู้พลาดพลั้งทั้งหลาย ต้องการให้ชนรุ่นหลังกล่าวถึงนามและนามสกุล ต่อลูกหลานญาติพี่น้องว่าอย่างไร ฤา หากท่านยังคงมิได้ ... “สละวัตถุที่ได้มาโดยมิควรและปลงอาบัตินั้นด้วยตนเองเสีย !” Campaign: #ภูมิคุ้มกันวิชาการฉ้อฉล “เรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” (ข้อมูลเพิ่มเติม) ๐ ส่วนหนึ่งการทักเตือนอาชญากรรมวิชาการไทยจากหนังสือ “ ปัญญาอลวน ” ๐ ( งานวิจัยเทียมไทย ไปไกลระดับโลก ! ) ๐ “ Thousands of scientists publish a paper every five days ” ( Nature 2018) ๐ ๐ No Fraud ( Thai Quantum Information Forum) ๐ ๐ “นิสสัคคิยปาจิตตีย์” ๐ คือประเภทของโทษที่เกิดจากการล่วงละเมิดสิกขาบทประเภทลหุกาบัติที่เรียกว่า อาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ จัดเป็นอาบัติโทษเบา มีทั้งหมด 30 ประการ ( ประการที่ 30 “น้อมลาภสงฆ์มาเพื่อให้เขาถวายตน”)
- (November 2023) - Jian Wei Pan - China
Under Xi Jinping, China is redoubling its efforts to compete and lead in cutting-edge strategic technologies. China is investing heavily in the emerging field of quantum technologies, which exploit properties of quantum mechanics to enable breakthroughs in sensing, communication, and computing. Many of these technologies are still developmental, but Chinese researchers are making rapid progress and have become major players in quantum technologies. In some areas—especially quantum communication—China has positioned itself as the global leader -- (China Power) [Previous QUOTES]
- “To Honor the Award #1”–สร้างภาพลักษณ์ให้กับรางวัล(๑)
ยุทธศาสตร์การสร้างภาพลักษณ์ด้วยรางวัลด้านวิทยาศาสต์และเทคโนโลยีและที่เกี่ยวข้อง กำลังขับเคี่ยวกันอย่างคึกคักทั่วโลก แม้โนเบลคือสุดยอดรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบกันมาเกินร้อยปีแล้ว แต่มิใช่สำนักเดียวที่สร้างเวทีสรรเสริญและจ่ายเงินรางวัลให้กับวงการวิทยาศาสตร์และวงการสำคัญอื่น ๆ เพียงแต่ยังไม่มีรางวัลใดขลังเทียบเท่าได้เลย เพราะเหตุใด ? เหตุใดหลายองค์กรหรือประเทศอื่นนอกเหนือจากสวีเดนและนอร์เวย์ที่เป็นเจ้าภาพรางวัลแห่งศตวรรษจึงพยายามสถาปนารางวัลใหม่ขึ้นมา แม้ทราบว่าจะยังคงห่างไกลซึ่งความขลังกระทั่งช่วงหลัง ๆ ถูกจี้ให้ช้ำใจกันมากด้วยว่า เป็นการนำรางวัลไปยัดใส่มือนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคนที่โด่งดังอยู่แล้วเพื่อสร้างภาพขลังทางลัดให้กับตัวรางวัลเอง หาใช่เป็นรางวัลเพื่อส่งเสริมคนและความสำเร็จแท้จริงไม่ ... แล้วเมืองไทยมีเหตุให้เสียทรัพยากรเพื่อภาพลักษณ์ด้วยการแจกรางวัลแบบนั้นบ้างไหม ? มาศึกษาจากห้าตัวอย่างดังของโลกเพื่อย้อนดูตนเองกันดังนี้ ๑) รางวัลควอนตัม 'ม่อจื้อ' (Micius prize) ชื่อเดียวกับดาวเทียมควอนตัมจีนที่หยิบเอานามปราชญ์โบราณมาตั้งเป็นเกียรติ และนั่นคืออีกหนึ่งกลยุทธร่วมยุทธศาสตร์การครองโลกใหม่ด้วยการออกตัวก่อน (fist move) ของจีน องค์กรเอกชนรวมตัวและเริ่มแจกรางวัลนี้ให้คนควอนตัมโลกมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018 โดยจับเอารายชื่อดังในวงการไอทีควอนตัมทั้งหลายมารับรางวัลมูลค่าหนึ่งล้านหยวน (RMB 1 million ~ US$ 150,000) เพียงปีแรกแต่แบกมาครบทีมของ “การคำนวณควอนตัม” ทั้ง Ignacio Cirac, David Deutsch, Peter Shor, Peter Zoller, Rainer Blatt และ David Wineland ทั้งหมดนั้นคือปรมาจารย์ผู้เล่นกับปรากฏการณ์ควอนตัมด้านการทดลอง (experiment) และเจ้าของทฤษฎีอันนำโลกมาสู่ยุคไอทีการคำนวณแขนงใหม่ รายชื่อเหล่านี้โด่งดังอยู่เป็นทุนเดิมและหากเปรียบกับวงการฟุตบอลจะเทียบเท่า "โรนัลโด" หรือ "เมสซี่" มาเล่นที่เมืองจีน และที่สำคัญชื่อสุดท้ายคือผู้เคยรับรางวัลโนเบลมาก่อนแล้วด้วย กิจกรรมการแจกแบบนี้เป็นแนวทางใหม่ที่เลียนแบบรางวัลใหญ่อื่น ๆ ของโลก แต่งานนี้เน้นมาเฉพาะกับคำว่า "ควอนตัม" เท่านั้น ภาพรวมจึงมองได้ว่าเป็นอีกหนึ่งการเคลื่อนไหวใหญ่ของฝั่งจีนที่จะครองโลกวิชาการด้วยการรวบบิดาของแต่ละสาขาย่อยไปรับรางวัลล้านหยวนพ่วงด้วยชื่อปราชญ์จีนโบราณ รางวัลนี้เป็นข่าวติดกระแสได้เพราะเป็นงานสาขาที่จีนอยู่แถวหน้าของโลกด้วย เมื่อใช้กลยุทธทั้งรวบคนดังและฝังชื่อปราชญ์ติดเหรียญนี้จึงมิใช่เรื่องน่าเขินอายแต่อย่างใด เพียงแต่หากหมดรายชื่อแถวหน้าของวงการที่เล็กมากนี้แล้ว ปีต่อ ๆ ไปจะมอบให้ใครล่ะหนอ ? มาถึงปี ค.ศ. 2019 รางวัล (ควอนตัม) "ม่อจื้อ" จีนกวาดอีกครั้ง ไม่ใช่การกวาดรางวัลของนักวิทย์จีนแต่รางวัลนี้กวาดเอานักวิทย์ดังทั้งโลก "รหัสลับควอนตัม" ไปรับรางวัลปีที่สองหรือ “รวบเอาภาพลักษณ์ของทั้งโลกไอทียุคใหม่ไปที่เหอเฝย์" เมืองหลวงแห่งควอนตัมโลกที่กำหนดเปิดศูนย์ควอนตัมแสนล้าน(บาท)ตั้งแต่ปี ค.ศ.2020 รอบนี้มีทุกชื่อหลักนักวิทย์ทั้ง Charles Bennett, Gilles Brassard, Artur Ekert, & Stephen Wiesner หรือสี่คนแถวหน้าของวงการที่มีอายุกว่าสามสิบปี ทั้งเจ้าของความคิดต้นกำเนิด ผู้สร้างต้นแบบแรก และทฤษฎีเฉพาะทางของรหัสลับควอนตัม รวบพามาประกาศเกียรติคุณให้ว่า "for their pioneering contributions in establishing the theoretical framework for quantum communications" รางวัลปีนี้แบ่งให้กับคู่หูศิษย์อาจารย์คนดังที่นั่งแถลงข่าวดาวเทียมควอนตัมกับการประชุมทางไกลด้วยคือ Jian-Wei Pan ชาวจีนหัวหน้าโครงการดาวเทียมม่อจื้อชื่อเดียวกับรางวัลนี้นั่นเอง พร้อมด้วย Anton Zeilinger สัญชาติออสเตรียอดีตอาจารย์ที่ปรึกษาสมัยเรียนปริญญาเอก โดยขนานนามผลงานด้านการทดลองรหัสลับควอนตัมให้กวาดพื้นที่ครอบทั้งวงการดักเอาไว้ว่า "for their groundbreaking Experimental work makes wide-area quantum communication with real security possible" เมื่อครบสองปีรางวัลนี้จึงกวาดหมดคนดังแถวหน้าของโลกไปแล้ว แบบนี้จีนจะไม่ครอบทั้งโลกไอทีควอนตัมได้อย่างไร เล่นทั้งบู้ บุ๋น ภาพลักษณ์ หักทุกมุมควอนตัมนำไปที่เหอเฝย์หมด กระนั้น มีเสียงเกริ่นถามทั่วไปว่า รางวัลนี้จะยั่งยืนต่อไปไหมเพราะตั้งขึ้นมาเพื่อสรรเสริญตนเอง และหากปีต่อ ๆ ไปมอบให้กับนักวิทยาศาสตร์แถวสองของวงการหรือมีผลงานชื่อเสียงน้อยกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทั้งนี้วงการเฉพาะทางนี้ไม่ได้มีความก้าวหน้ารวดเร็วในระดับที่จะค้นพบหรือสร้างสิ่งใหม่ ๆ ได้ในทุกปี และรายชื่อที่มารับรางวัลสองปีแรกนั้นกว่าจะโด่งดังจนเจ้าของรางวัลไปเชิญมารับมอบผ่านการเสนอชื่อ (nomination) เขาเหล่านั้นได้ผ่านการสร้างงานมาร่วมสามทศวรรษเป็นอย่างน้อย และยังคงยืนเป็นแถวหน้าของวงการเช่นนี้อยู่ อีกนัยหนึ่ง ทั้งหมดนั้นคือเจ้าของโครงการวิจัย หัวหน้ากลุ่มวิจัย หรือบุคคลยืนหนึ่งที่กำลังขะมักเขม้นทำภารกิจใหญ่หลวงของวงการอยู่ในปัจจุบัน ยังมิได้มีคนรุ่นใหม่อื่นมาทำหน้าที่แทน ดังนั้น หากการมอบรางวัลรอบต่อ ๆ ไป มอบซ้ำคนรับเดิมแม้จะเป็นผลงานใหม่หรือหากมอบให้บุคคลในทีมลำดับแถวถัด ๆ ไปแทน รางวัลนี้จะลดค่าลงในตนเอง ความยั่งยืนจะถูกท้าทายในที่สุด เมื่อมาถึง ค.ศ.2020 ความเสี่ยงตามที่คาดการณ์เริ่มปรากฏ สัญญาณแรกของปีที่สามคือการเลื่อนกำหนดประกาศรางวัลจนเกือบหลุดปี จนในที่สุดประกาศท้ายปีตรงกับวันรัฐธรรมนูญไทยขยับหนีไปที่ด้าน “มาตรวิทยา” (metrology) จากสองประเทศ (สหรัฐฯ และ ญี่ปุ่น 1) Carlton Caves, University of New Mexico 2) Hidetoshi Katori, University of Tokyo & Jun Ye, University of Colorado Boulder) ซึ่งอาจยังถือว่าคือบุคคลของเทคโนโลยีควอนตัมข้างเคียงที่เริ่มห่างออกจากสาขาไอที (การสื่อสารและการคำนวณภาพลักษณ์สูงกว่า) ชื่อเสียงและเสียงปรบมือจึงเบาบางลง กระนั้น รางวัลนี้ยังสามารถเอาตัวรอดไปได้อีกหนึ่งปี จึงคาดการณ์ไว้ก่อนได้ว่า ปีต่อไปอาจแสวงหาคนดังกับสาขาแขนงแยกย่อยอื่นที่เล็กลงอีก เช่น quantum simulation เป็นต้น หากเป็นแนวบีบแคบลงนั้นจะยิ่งมีความเสี่ยงสูง เพราะเทคโนโลยีควอนตัมเกิดใหม่ (emerging) ตามวัตถุประสงค์มิได้ปรากฏมากนักและถูกแขนงใหญ่ฉายภาพความขลังไปกว้างขวางก่อนแล้ว รางวัลนี้ใหม่มากและตามหลังรางวัลอื่นต่อไปนี้ที่ทั้งจ่ายเงินรางวัลสูงกว่าเกินสิบเท่าตัว อีกทั้งสังคมโลกทั่วไปเข้าใจความหมายของผลงานและเกียรติยศที่รับได้ยากกว่ากับทั้งคำ “ควอนตัม” หรือแม้กับประวัติของปราชญ์ “ม่อจื้อ” เอง ความยั่งยืนของรางวัลนี้จึงมีสถานะที่อาจไม่มั่นคงนัก ๒) รางวัลล้านเหรียญของจีนเอง (Future Science Prize) รางวัลเพื่อวิทยาศาสตร์อนาคตนี้กำเนิดก่อนรางวัล “ม่อจื้อ” สองปี (ค.ศ.2016) ตั้งขึ้นมอบเพื่อนักวิจัยเฉพาะจากกลุ่มประเทศจีน (รวมไต้หวัน ฮ่องกง และมาเก๊า) เน้นหนักให้กับสาขาพื้นฐาน (Life Science, Physical Science และ Mathematics and Computer Science) โดยมีมูลค่ารางวัลมูลถึง $1 ล้านเหรียญใกล้เคียงรางวัลโนเบล แต่ถูกระบุว่ามิได้มาแข่งกับโนเบลเพียงแต่ศีกษารูปแบบและเรียนรู้ข้อดีนำมาปรับใช้เท่านั้น ปีค.ศ. 2020 มอบรางวัลแด่บุคคลสามสาขาด้านการแพทย์ นาโนฯ และ คณิตศาสตร์ โดยภาพรวมของ “การออกตัวก่อน" ด้วยสองรางวัลแรกอายุน้อยจากประเทศจีนนี้ก็ได้ทำให้เกิดผลกระทบกับวงการวิทยาศาตร์อย่างคุ้มค่ามาก ทั้งภาพลักษณ์ของประเทศจีน การกระตุ้นคนรุ่นใหม่ประเทศ และผลดีทางอ้อมอื่น ๆ อีกมาก แต่อย่างไรก็ตามคำถามเดิมยังคงมีอยู่โดยตลอด สองรางวัลหน้าใหม่เอี่ยมนี้จะไปต่อได้ไกลแค่ไหนโดยเฉพาะรางวัลม่อจื้อที่เกิดหลังรวมถึงเล็กและแคบกว่ามาก ทั้งต้องแสวงหาผู้มารับที่มีน้อยมากมารับรางวัลทุกปี ส่วน Future Science Prize ครอบคลุมกว้างกว่าแต่มอบให้กลุ่มเป้าหมายเพียงเฉพาะในประเทศเท่านั้น ดังนั้น จึงต้องตามดูอนาคตกันอีกพักใหญ่ ... อีกหลายปี (คำถาม) ณ ปีค.ศ.2021 สองรางวัลจากประเทศจีนนี้มีนำ้หนักไปในทิศทางใดมากกว่ากัน ? ระหว่าง “สร้างภาพลักษณ์ให้กับรางวัล” หรือ “รางวัลเพื่อสร้างเกียรติยศให้ผู้รับ” (ต่อ ภาค ๒ - พบกับรางวัลล้านเหรียญ ล้านปอนด์ สามล้านเหรียญ และรางวัลไทยผู้เคยให้กลับมารับเอง !) by K Sripimanwat "วัฒนธรรมการสถาปนารางวัล (รวมทั้งคำสรรเสริญ) ให้ตนเอง ได้กลายเป็นพฤติกรรมเลียนแบบกันต่อเนื่องมา ..." (updated: video on April 9, 2021) (เพิ่มเติม) สารคดีสี่จดหมายเหตุ "ปัญญาอลวน" ... บันทึกหนึ่งในเรื่องราวพิลึกของสี่สิบปีอดีตกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- “To Honor the Award #2” –สร้างภาพลักษณ์ให้กับรางวัล (๒)
ช่วงเวลาต้นสหัสวรรษใหม่ ค.ศ.2000 ขณะที่วิทยาการไอทีของโลกตะวันตกเริ่มคึกคัก ส่วนประเทศจีนเพิ่งตั้งตัวได้ไม่นานกับโลกวิทยาการ อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์เคลื่อนที่คือเทคโนโลยีที่กำลังออกดอกเก็บผลสะพรั่งที่ฝั่งยุโรป ณ เวลานั้นประเทศฟินแลนด์กำลังโด่งดังร่ำรวยกับระบบจีเอสเอ็ม (GSM) และงานยุคใหม่ไอทีอย่างยิ่งยวด จึงมีกิจกรรมการสร้างภาพลักษณ์ด้วยการมอบรางวัลราวกับเป็นการขอแบ่งซีนความโด่งดังจากอีกสองประเทศเพื่อนบ้านนอร์ดิกคือสวีเดนกับนอร์เวย์ที่ออกตัวด้วยรางวัลโนเบลนำไปไกลก่อนแล้วนับร้อยปี ๓) รางวัล the Millennium Technology Prize 1 ล้านยูโร กลุ่มองค์กรจากประเทศฟินแลนด์ได้สถาปนารางวัลต้นสหัสวรรษใหม่ยุคไอทีแรกเริ่มนี้ขึ้นโดยเน้นไปที่ตัวเทคโนโลยีมากกว่าวิทยาศาสตร์พื้นฐาน มีวัตถุประสงค์ภาพลักษณ์อันแจ้งกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่าทั้งต่างจากโนเบลและเพื่อสถานะของประเทศฟินแลนด์ (… tribute to innovations for a better life. The aims of the prize are to promote technological research and Finland as a high-tech Nordic welfare state) ด้วยรางวัลที่มีมูลค่ายกสูงขึ้นไปถึง 1 ล้านยูโร มีข้อกำหนดที่น่าสนใจมากคืออาจมอบให้กับผลงานที่กำลังดำเนินการอยู่ แล้วก็มิใช่ผลลัพธ์ที่อาจคงอายุอยู่นานดั่งเช่นของรางวัลวิทย์พื้นฐานอื่น ๆ และนั่นคือความต่างที่ต้องการสร้างภาพใหม่ให้กับตัวรางวัล (… may be given to a recently conceived innovation which is still being developed. The Millennium Technology Prize is not intended as a reward for lifetime achievement) รางวัลนี้จัดมอบสองปีครั้งและเริ่มมาตั้งแต่ ค.ศ. 2004 โดย Tim Berners-Lee หนึ่งในผู้เริ่มโลกอินเทอร์เน็ต (world wide web) คือผู้ได้รับคนแรก ส่วนสองปีถัดมา (2006) มีทั้ง Shuji Nakamura หนึ่งในผู้ประดิษฐ์แอลอีดีแสงสีน้ำเงินบุคคลที่ไปต่อกับรางวัลโนเบลอีกในปี ค.ศ.2014 ด้วย จึงมีการวิเคราะห์จากตัวอย่างนี้กันว่ารางวัล Millennium Technology Prize มาดักทางรางวัลกระแสหลักเพื่อนำไปสร้างกระแสให้ตนเองก่อนหรือไม่ อีกทั้งสองปีถัด ๆ มา หัวข้อผลงานที่ได้รับปรากฏกระจัดกระจายมากในหลากหลายสาขาทั้งมุมอิเล็กทรอนิกส์ ไอที รวมไปถึงชีววิทยา (DNA) ซึ่งตัวเทคโนโลยีร่วมสมัยเหล่านั้นถูกคลื่นลูกใหม่โด่งดังกว่าเข้าแทนที่ได้ ชื่อเสียงของผลงานจึงอาจลดถอยลงตามกระแสที่เปลี่ยน กระทั่งปี ค.ศ. 2012 และ 2018 มีคนสัญชาติฟินแลนด์เองเข้ารับรางวัลด้วย ทั้งหมดจึงทำให้ความขลังของรางวัลอายุสองทศวรรษนี้ยังมีน้ำหนักน้อยมาก แต่ยังคงยากที่จะพิจารณาได้ว่าคือรางวัลเพื่อ“สร้างภาพลักษณ์ของผู้ให้” หรือ“สร้างเกียรติยศต่อผู้รับ” และจะยั่งยืนยาวนานหรือไม่ จึงควรติดตามกันต่อไปอีกสักระยะ ๔) รางวัล QEprize - Queen Elizabeth Prize for Engineering £1 ล้านปอนด์ รางวัลสองปีครั้งอีกแห่งกำเนิดขึ้นเมื่อ ค.ศ.2013 โดยชื่อรางวัลแจ้งบอกนัยสำคัญวัตถุประสงค์และสาขาไว้ในตัวเองแล้ว โดยปีแรกเล่นใหญ่มอบให้กับจุดเปลี่ยนการสื่อสารของโลกเช่นกันคือ The Internet and the World Wide Web มอบให้กับบุคคลที่โลกอินเทอร์เน็ตรู้จักเป็นอย่างดีทั้ง Robert Kahn Vinton Cerf Louis Pouzin และ Marc Andreessen อันมิใช่เพียงแค่ Tim Berners-Lee ที่รับเดี่ยวจากรางวัล the Millennium Technology Prize เมื่อเก้าปีก่อนหน้า QEprize จึงถูกเปรยราวกับว่าเป็นกลยุทธการอาศัยต่อฐานจากภาพลักษณ์รางวัลอื่นที่สถาปนาขึ้นก่อนหรือหาทางลัดในการสร้างความขลังให้ตัวรางวัลที่ตั้งขึ้นมาใหม่ และอีกครั้งแนวเดียวกันนั้นอีกมีเหตุให้ขบคิดอีกในปี ค.ศ.2021 ที่ประกาศมอบให้กับผู้ประดิษฐ์แอลอีดีสีพื้นฐาน (แดง เหลือง น้ำเงิน) โดยไม่ตกชื่อ Nick Holonyak เจ้าของแอลอีดีสีแดงที่คิดค้นมาตั้งแต่ค.ศ.1962 แต่ยังไม่เคยได้รับรางวัลใหญ่ (ปี ค.ศ.2014 ก่อนหน้านั้น มีแอลอีดีเพียงสีน้ำเงินที่ได้ชิงรับโนเบลไปก่อนสามคน - Isamu Akasaki Hiroshi Amano และ Shuji Nakamura อันเนื่องมาจากทำให้สีพื้นฐานครบเกิดเป็นแอลอีดีที่ให้แสงขาวเพื่อการส่องสว่างทั่วไป เป็นจุดเปลี่ยนทำให้โลกได้แหล่งกำเนิดแสงสว่างจากอุปกรณ์ใช้พลังงานน้อยมากนี้สำเร็จ แต่โนเบลปีนั้นก็ทำให้เกิดการวิพากษ์มาอย่างยาวนาน) จึงราวกับว่ารางวัล QEPrize 2021 ได้ทำหน้าที่ชดเชยให้แล้วเป็นอันยุติการถกเถียงลงได้ว่าไม่ยุติธรรมกับผู้คิดค้นแอลอีดีสีหลักอื่น ๆ ที่ก็ยังมีชีวิตอยู่ ปีนี้จึงมอบรวมให้กับสองลูกศิษย์ของ Nick Holonyak ด้วย นั่นคือ George Craford ผู้สร้างแอลอีดีสีเหลืองและ Russell Dupuis ผู้พัฒนาเทคนิคไปสู่ระดับการสร้างเชิงพาณิชย์ด้วย จึงเป็นความสวยงามของแสงครบทุกเฉดสีแล้ว ... แต่ ช้าก่อน ! มีเรื่องให้น่าขบคิดต่อเพราะมิใช่ทั้งหมดของผู้คิดค้น หนึ่งในสามของทีมแอลอีดีสีน้ำเงินผู้เคยรับรางวัลโนเบลไปแล้วคือ Hiroshi Amano กลับไม่มีชื่อในรางวัล QEPrize 2021 เสียแล้ว ! ทั้งนี้ก็เพราะว่ารางวัลชื่อประมุขของอังกฤษนี้เน้นไปกับผลด้านวิศวกรรม (engineering) มิใช่วิทย์พื้นฐาน (ฟิสิกส์ เคมี) ดังที่ประกาศเกียรติคุณไว้กับรางวัลโนเบล (แต่อาจต้องคิดอีกตลบหากจะมีใครตั้งคำถามว่า Hiroshi Amano จบสาขาวิศวกรรมไฟฟ้ามามิใช่หรือ - มิใช่ฟิสิกส์พื้นฐาน) คำสรรเสริญของรางวัลปี 2021 ระบุว่า “for the creation and development of solid-state lighting and its contribution to green energy,” การตั้งรางวัลสูงถึงหนึ่งล้านปอนด์โดยชื่อรางวัลบอกอิงครบถึงวัตถุประสงค์และสาขาที่ต้องการมอบไว้ เมื่อพ่วงกับการมอบรางวัลแบบทางลัดให้กับผู้ที่เคยพลาดรับรางวัลอื่นมาก่อนดังสองตัวอย่างข้างต้นอาจเป็นกลยุทธใหม่ที่ยังไม่แจ่มแจ้งนัก จึงยังต้องใช้เวลาพิจารณารางวัลหน้าใหม่ทศวรรษแรกนี้กันต่อไปอีกหลายครั้ง ว่าลึก ๆ แล้วเพื่อต้องการ “สร้างภาพลักษณ์ให้กับรางวัล” “รางวัลเพื่อสร้างเกียรติยศให้ผู้รับ” หรือวาระอื่นใดที่มากกว่านั้นกันแน่ ๕) รางวัลสามล้านเหรียญกับการพัฒนาครั้งสำคัญ (The Breakthrough Prizes) The Breakthrough Prizes ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อค.ศ. 2012 โดย Sergey Brin (ผู้ร่วมก่อตั้ง Google) Priscilla Chan และ Mark Zuckerberg (คู่ภรรยาสามีเจ้าของ Facebook) และคนดังอีกหลายกลุ่ม ขณะที่เงินรางวัลมีชื่อมหาเศรษฐีไอทีโลกทั้ง Jack Ma ผู้ก่อตั้งอะลีบาบา และ Ma Huateng เจ้าของ Tencent มาร่วมลงขันเพิ่มอีกด้วย โดยมีสามสาขาหลักด้านที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ทั้ง Breakthrough Prize in Mathematics Breakthrough Prize in Fundamental Physics และ Breakthrough Prize in Life Sciences ตามด้วยอีกสองแขนงที่แตกต่างคือด้านภาพยนตร์ Breakthrough Filmmakers Challenge และความสำคัญเกี่ยวกับเยาวชน Breakthrough Junior Challenge โดยเริ่มมอบรางวัลในปีถัดมา (2013) รางวัลนี้ถูกกล่าวขวัญถึงอย่างแตกต่าง มีทั้ง รางวัลจากเจ้าพ่อเฟสบุ๊คจ่ายทุกปี รางวัลมูลค่าสูงสุด $3 ล้านเหรียญ รางวัลไฮโซ รางวัลที่จัดงานเหมือนประกาศรางวัลเพลงหรือภาพยนตร์ ฯลฯ แต่กระนั้น ดูเหมือนว่าการสร้างภาพลักษณ์ของตัวรางวัลนั้นแทบไม่มีผลเนื่องจากทั้งผู้ก่อตั้งผู้ลงขันเงินรางวัลคือผู้ประสบความสำเร็จและเป็นมหาเศรษฐีของโลกมีความพร้อมทุกด้านอยู่ในตัวเองแล้วทั้งชื่อเสียงและห่างไกลจากความจำเป็นในการขอรับบริจาค (donate) เพื่อนำมาเป็นเงินรางวัลหลัก รางวัลนี้ได้เปลี่ยนภาพการมอบรางวัลมาที่การเป็นกระแสด้วยความรวดเร็วด้วย เช่นกรณีโครงการ the Event Horizon Telescope (EHT) ความร่วมมืออันได้มาซึ่งภาพแรกที่มนุษย์ได้เห็นหลุมดำ (black hole) ที่เพิ่งจะเป็นข่าวสด ๆ ร้อน ๆ ในปี ค.ศ.2019 มารับรางวัลในปีถัดมา และเป็นการมอบรางวัลที่มิได้ยึดติดกับตัวผู้นำรัฐหรือประเทศเจ้าของรางวัลและชื่อปราชญ์โบราณให้ดูขลัง แต่รางวัล “Oscar of Science” นี้ได้กลายรูปแบบมาเป็นการจัดงานประจำปีที่สดใสไฟสว่างไปแล้ว การมอบรางวัลวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีหลังยุคหลัง COVID19 นี้จึงเป็นการประลองกำลังกันระหว่าง “ความขลัง” และ “ความอลังการ” ของตัวรางวัล ส่วนรางวัลใดจะยั่งยืนเทียบแข่งกับรางวัลโนเบลได้หรืออาจจางหายไป อนาคตของสังคมแนวทางใหม่ (new normal society) จะเป็นเครื่องพิสูจน์ต่อไป (บทสรุป) รางวัลประจำปี Future Science Prize (จีน) หรือ Millennium Technology Prize (ฟินแลนด์) และ QEprize (อังกฤษ) สองปีครั้ง และ Breakthrough Prizes ที่มอบทุกปีและมูลค่าสูงที่สุด ($3 ล้าน) ทั้งหมดอายุอยู่ใน ๑ - ๒ ทศวรรษแรก แม้วัตถุประสงค์จะให้รางวัลต่างกันที่ต่างกันออกไปแต่ภาพด้านหลังที่ปรากฏในสังคมยังคงยึดติดไปกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และถึงอย่างไรความขลังยังห่างไกลนักเมื่อเทียบกับรางวัลโนเบลรุ่นอาวุโส กระนั้น สี่รางวัลใหม่เหล่านี้มีแนวโน้มที่ยังคงไปต่อได้ เป็นสามรางวัลที่ยังปรากฏความเสี่ยงต่ำแม้เลือกวิ่งตามทางวิทยาการร่วมสมัยที่เปลี่ยนแปลงไว ดังนั้น เมื่อพิจารณาเพ่งมาที่น้องใหม่ล่าสุดรางวัลควอนตัมม่อจื้อกับอายุสามปีแรก โดยกำหนดมอบทุกปีกับสาขาที่เฉพาะทางแคบสุด ๆ โดยคาดหวังว่าจะยิ่งใหญ่ร่วมสมัยในอนาคตที่ยังคาดการณ์ไม่ได้ อีกทั้งเงินรางวัลก็น้อยกว่าตัวอย่างอื่น ๆ ร่วมสิบถึงสามสิบเท่าตัว โลกทั่วไปเข้าใจเข้าถึงเป้าหมายได้น้อยยิ่งนัก (ทั้งคำ “ควอนตัม” และปราชญ์ “ม่อจื้อ”) จึงเป็นรางวัลมีความเสี่ยงสูงที่สุดในบรรดารางวัลตัวอย่างที่ยกมา แต่ถึงอย่างไรรางวัลม่อจื้อก็คือความพยายามที่ลงไปไม่เสียเปล่าหากวันใดข้างหน้าต้องเลิกลาไป เพราะสาขาเฉพาะนี้เป็นทิศทางอนาคตที่สำคัญยิ่งซึ่งประเทศจีนเองได้กลายมาเป็นผู้อยู่แถวหน้าด้านนี้ของโลกมีความพร้อมแล้วทั้งด้าน “กำลังคน วิทยาการ งบประมาณ และนโยบาย” .... ประเทศที่พร้อม เก่งกาจ ร่ำรวย และมีอนาคต” จะตั้งรางวัลใหม่ขึ้นมาเพื่อ“สร้างภาพลักษณ์ให้กับรางวัล” หรือ “รางวัลเพื่อสร้างเกียรติยศให้ผู้รับ” ใด ๆ เพิ่มอีก จะมิใช่เรื่องแปลกหรือน่าเขินอายแต่อย่างใดกับกลยุทธแบบนั้น ... “เมื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำเป็นต้องมีภาพลักษณ์” (บทเรียนสอนไทย) ขณะที่โลกภายนอกเกิดการแข่งขันสร้างผลงานจริงและสร้างภาพลักษณ์และเครือข่ายด้วยรางวัล อันเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาปกติจากโลกตะวันตกจนมาถึงประเทศจีนที่เริ่มทำการคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะยั่งยืนความขลังได้ใกล้เคียงรางวัลโนเบลและมีวาระซ้อนเร้นหรือไม่ก็ตาม เช่นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับตัวรางวัลด้วยการเชิญผู้มีชื่อเสียงต่างชาติมารับรางวัล หรือ การมอบให้บุคคลในชาติเจ้าของรางวัลเอง อย่างไรผลดียังคงมีต่อทั้งวงการและตัวผู้รับรางวัลนั้นด้วยแน่นอนในหลากหลายมุม กลยุทธของรางวัลระดับโลกทั้งห้าตัวอย่างนี้จึงควรค่าแก่การติดตามศึกษาลึก ๆ กันต่อไป สำหรับประเทศไทย - กรณีศึกษาเด่นต่อจากนี้ควรนิยามว่าคือกลยุทธใด ? พบว่ามีหนึ่งรางวัลสำคัญระดับชาติที่เริ่มมาตั้งแต่กลางทศวรรษ ๒๕๔๐ เมื่ออายุผ่านมาถึงทศวรรษที่สอง ปรากฏชื่อผู้สนับสนุนการให้รางวัล กลับกลายมาเป็นผู้รับรางวัลที่ตนมีส่วนร่วมสร้างขึ้นนั้นมาเสียเอง ! by K Sripimanwat (ทบทวนภาคแรก และ วีดีโอ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๔) "วัฒนธรรมการสถาปนารางวัล (รวมทั้งคำสรรเสริญ) ให้ตนเอง ได้กลายเป็นพฤติกรรมเลียนแบบกันต่อเนื่องมา ..." (เพิ่มเติม) สารคดีสี่จดหมายเหตุ "ปัญญาอลวน" ... บันทึกหนึ่งในเรื่องราวพิลึกของสี่สิบปีอดีตกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- QuantumIT 2021 - Thai Science Self-Quarantine - ปีแห่งการกักตนเองกับรางวัล ภาพลักษณ์ และคำสรรเสริญ
สารคดี “การสร้างภาพลักษณ์ให้กับรางวัล (เมษายน ๒๕๖๔)” กับยุทธศาสตร์การสร้างภาพลักษณ์ด้วยรางวัลด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำนักใหม่ ๆ ที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างคึกคักทั่วโลก (ภาค ๑ และ ภาค ๒) ประกอบไปด้วยเรื่องราวรางวัลดังหลายแห่ง ทั้ง ๑) รางวัลควอนตัม 'ม่อจื้อ' (Micius prize) รางวัลนานาชาติใหม่เพิ่งเริ่มต้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๖๑ ๒) รางวัลล้านเหรียญของภายในประเทศจีน (Future Science Prize) ๓) รางวัลนานาชาติ the Millennium Technology Prize 1 ล้านยูโร ๔) รางวัลนานาชาติ QEprize - Queen Elizabeth Prize for Engineering £1 ล้านปอนด์ ๕) รางวัลนานาชาติสามล้านเหรียญกับการพัฒนาครั้งสำคัญ (The Breakthrough Prizes) โดยสารคดีนี้มีบทเรียนสอนใจคือ ขณะที่โลกภายนอกเกิดการแข่งขันสร้างผลงานจริงและสร้างภาพลักษณ์และเครือข่ายด้วยรางวัล อันเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาปกติจากโลกตะวันตกจนมาถึงประเทศจีนที่เริ่มทำการคล้ายคลึงกัน ไม่ว่ารางวัลใหม่จากประเทศจีนจะยั่งยืนความขลังได้ใกล้เคียงรางวัลของฟากตะวันตกและมีวาระซ้อนเร้นหรือไม่ก็ตามจากวิธีปฏิบัติที่แปลกใหม่ (เช่นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับตัวรางวัลควอนตัม 'ม่อจื้อ' ด้วยการเชิญผู้มีชื่อเสียงต่างชาติมารับรางวัลจนเกือบหมดบุคลากรแถวหน้าของวงการแล้วในเวลาเพียงสามปี) แต่ถึงอย่างไรผลดียังคงมีต่อทั้งวงการและตัวผู้รับรางวัลนั้นด้วยแน่นอน ดังนั้น เมื่อเทียบกับรางวัลโนเบลที่มีมากว่าร้อยปีแล้วนั้น กลยุทธของรางวัลใหม่ระดับโลกทั้งห้าตัวอย่างที่ได้ออกมาท้าทายวงการนี้ จึงควรค่าแก่การติดตามศึกษาลึก ๆ กันต่อไป แต่สำหรับกรณีของประเทศไทย กลับพบว่ามีหนึ่งรางวัลสำคัญระดับชาติที่เริ่มมาตั้งแต่กลางทศวรรษ ๒๕๔๐ เมื่ออายุผ่านมาถึงทศวรรษที่สอง ปรากฏชื่อผู้สนับสนุนการให้รางวัล กลับกลายมาเป็นผู้รับรางวัลที่ตนมีส่วนร่วมสร้างขึ้นนั้นมาเสียเอง ! และขณะที่สังคมยังงุนงงกับยุทธศาสตร์รางวัลไทยนั้นท่ามกลางสมรภูมิข่าววิทย์เทียมที่ปรากฏอยู่ทั่วไป (กล้องส่องผี แผ่นประหยัดพลังงาน เครื่องมือด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพเทียม “ควอนตัมลวงโลก” ฯลฯ) โดยยังคงไม่มีการสื่อสาร #วิทย์เพื่อสังคม เป็นหลักจากหน่วยงานและบุคคลภาครัฐฯที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องวิทย์ลวงโลกเหล่านั้น ซึ่งต่างจากกรณีแถลงข่าว #วิทย์เพื่อภาพลักษณ์ จัดกิจกรรมที่กระทำได้รวดเร็วและบ่อยครั้ง อีกทั้ง ในปีแห่งการระบาดใหญ่ไวรัสโคโรนา (COVID19) ที่ปรากฏมีข่าวเครื่องมือวิทยาศาสตร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ลวงโลก และสินค้าอ้างวิทยาศาสตร์เทียมอื่น ๆ จำนวนมาก เพิ่มปัญหาซ้ำเติม ... แต่กระนั้น ช่วงเวลายามวิกฤตดังกล่าว สังคมไทยกลับได้มาพบกับการแถลงข่าวภาพลักษณ์รางวัลตนคนกันเองเพิ่มขึ้นมาอีกครั้งแทน ดังนั้น ปี พ.ศ.๒๕๖๔ ของสังคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย จึงจัดได้ว่าเป็น ปีแห่งการกักตนเองกับรางวัล ภาพลักษณ์ และคำสรรเสริญ (ที่มา) โครงการวิทย์คนละครึ่ง (พ.ศ.๒๕๖๔) | วิทย์เพื่อภาพลักษณ์ | การสร้างภาพลักษณ์ให้กับรางวัล (เมษายน ๒๕๖๔) (ภาค ๑ และ ภาค ๒) ติดตามสรุปข่าวไอทีควอนตัมและที่สุดแห่งปีย้อนหลังได้ที่นี่ QuantumIT - Year NEWS : ข่าวเด็ดประจำปีไอทีควอนตัม
- งานวิจัยเทียมไทย ไปไกลระดับโลก ! | Book Intro.1 | “ปัญญาอลวน” |
(ตัวอย่างจากบทที่ ๑๔ "หลวงปู่เทอร์โบลุยไฟ") - กรณีที่วารสารวิชาการอันดับหนึ่งของโลก ‘เนเจอร์’ (Nature) ได้สำรวจพบ “นักวิจัยมือปลาหมึก” นั่นก็ถึงกับสะอึก โดยเปรียบผู้ที่มีผลงานมากมายเหลือพิกัดเหมือนมีมือจำนวนมากมาช่วยจับช่วยสร้างแบบที่คนทั่วไปทำไม่ได้ เหนือมนุษย์มากมือขยันคล้ายดั่งทศกัณฑ์ โดยพบว่ามีคนไทยสามในสี่รายชื่อที่ส่งงานตีพิมพ์ไปทั่ว จึงถูกขึ้นชื่อว่าเป็น “นักวิจัยไฮเปอร์” ร่วมอยู่กับอีก ๒๖๕ คน จาก ๓๗ ประเทศทั่วโลก ทั้งหมดนั้นมีค่าเฉลี่ยการสร้างงานใหม่ “หนึ่งชิ้นในทุกห้าวัน” ยอดมนุษย์ไหมล่ะ ! ปรมาจารย์ของโลกปกติชิ้นนึงใช้เวลาหลายเดือนจนถึงข้ามปีหรือหลายปี แต่เขาเหล่านั้นคิดงานได้ผลใหม่ในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ถึงกระนั้น ยังมีอีกหนึ่งกรณีที่คุ้นเคยบางปีทำไปสูงกว่าค่าถัวเฉลี่ยที่ ‘เนเจอร์’ รายงานไว้เสียอีก “ช็อคไหม ?” ขณะที่กลไกการตรวจสอบยังมีช่องโหว่มาก พบว่าหลายมหาวิทยาลัยได้ผลิตบุคลากรด้วยผลงานคลุมเครือเหล่านั้นไปไม่น้อยเลย เมื่อสืบค้นลึก ๆ จากสะอึกจึงมาถึงตะลึงงันกับการสร้างดุษฎีบัณฑิตจบปริญญาเอกโดยใช้เวลาเพียงหนึ่งและสองปีก็มี และกรณีที่ทำให้ถึงกับตกเก้าอี้คือ มหาบัณฑิตหนึ่งในกลุ่มเหล่านั้นสารภาพภายหลังถูกซักชุดใหญ่ว่าผลิตผลวิจัยเชิงสมมติหรือนั่งเทียนขึ้นมาเอง “ครับ ใช่” ... ไปกันใหญ่แล้ว ! ต่อมาแม้ปรากฏว่าบางจ้าวสำนักวิชาที่น่ากังขาได้ถูกอัปเปหิจากวิถีการทำงานแนวพิลึกไป แต่สิ่งที่เคยสร้างไว้จะยังคงปรากฏกายอยู่ทั่วโลกจึงยังส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของวงการวิทย์และเทคโนฯ ไทยโดยรวมได้อีก เมื่อยิ่งเจาะลึกต่อยิ่งได้พบการโยงใยไปสู่เหล่าสำนักสหาย แตกเครือข่ายศิษยานุศิษย์ต่ออีกมากแห่ง วิชาการแปลกจากเมืองไทยเหล่านั้นจึงยังร่วมกันแผ่รังสีสะอึกเข้ม ๆ อยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตต่อไป ชั่วกาลนานเทอญ ! ทั้งนี้ กรณีที่ชัดแจ้งและถูกฟ้องออกมาได้ก็เพราะว่ามืดมัวแบบมากมายจนกลายเป็นเด่นชัด แต่ยังมีอีกหลายสำนักที่พรรษาไม่แก่กล้าเท่าจึงสร้างงานสีเทาออกมาเพียงบางโอกาส จากการสำรวจพบทั้งที่ “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” “รู้แล้วก็ยังจะทำ” “ตั้งใจ (หลบ)” และ “หลุดโลก” ทำนอง “มีไอน์สไตน์เป็นไอดอลแต่ล้วงผลงานวิทยาศาสตร์จากกระเป๋าการ์ตูนโดราเอมอน” มีครบทั้งสี่เทียนจตุรทิศ (ส่วนหนึ่งจากหนังสือ “ปัญญาอลวน” ๒๕๖๕) สารคดีสี่จดหมายเหตุ ( “ปัญญาอลวน” ฉบับเต็ม) ๑) สามทศวรรษรหัสเทอร์โบนวัตกรรมพลิกโลกข่าวสาร (ค.ศ. 1993 - 2023) #รหัสเทอร์โบ ๒) หลากเหตุการณ์ร่วมสมัยโทรคมนาคมไทยร้อยสี่สิบเจ็ดปี (พ.ศ. ๒๔๑๘ - ๒๕๖๕) #โทรคมนาคมไทย ๓) เสี้ยวอดีตสี่สิบปีวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย (พ.ศ. ๒๕๒๒ - ๒๕๖๒) #MOST #กระทรวงวิทย์ ๔) หลายช่วงลมหายใจที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (ยุคที่สอง) #KMITL #สจล โครงการโดย สาขาไฟฟ้าสื่อสาร (IEEE ComSoc Thailand) สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section) จัดทำเพื่อเฉลิมฉลองหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญระดับโลกที่ได้รับรางวัลเกียรติยศมากมายบนเวทีสากลรวมทั้งรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นไทยเนื่องในโอกาสครบรอบสามสิบปีของการคิดค้น “รหัสเทอร์โบ” ณ ปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ที่จะมาถึง โดยจะเผยแพร่และประกาศเกียรติคุณให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางต่อทั้งวิทยาการ บุคคลสำคัญ และเชิดชู “ปัญญา ฐิติมัชฌิมา” คนไทยผู้มีส่วนร่วมคิดค้นและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ รวมทั้งเผยแพร่เกร็ดประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและความรู้ร่วมสมัยด้านโทรคมนาคม และของวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยในอดีตด้วย ทั้งนี้ หนึ่งในกิจกรรมหลักเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว สมาคมฯจะได้จัดพิมพ์เรื่องราวดังกล่าวออกเป็นหนังสือ โดยสร้างสรรค์ในรูปแบบเรื่องเล่าสารคดีประกอบภาพในชื่อเรื่อง “ปัญญาอลวน” จัดทำทั้งแบบรูปเล่ม (hardcopy) พร้อมด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (eBook) สำหรับบุคคลทั่วไปเป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างผลกระทบในวงกว้างเป็นวิทยาทาน และเพื่อใช้ผลผลิตในการสร้างเครือข่ายส่งเสริมให้เป็นกรณีศึกษาเพื่อต่อยอดเรียนรู้สู่แรงบันดาลใจให้กับบุคลากรคนรุ่นใหม่ รวมทั้งสร้างมูลค่าจากประเด็นเชิงวัฒนธรรมรวมทั้งเกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง (soft power) ต่อไป (เช่นเดียวกับที่สมาคมฯ ได้เคยจัดทำผลผลิตอื่นไปแล้วรวม ๑๗ โครงการกว่า ๑๘,๐๐๐ เล่ม สื่อดิจิทัลซีดีกว่า ๖,๐๐๐ ชุด โปสเตอร์และโปสการ์ดความรู้รวม ๔,๐๐๐ แผ่น แด่กลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศเป็นวิทยาทานแล้ว ข้อมูล ณ www.quantum-thai.org/10th-ttkm-anniversary & www.quantum-thai.org/q-books & web.facebook.com/TurboCodes20th) ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดทำหนังสือ “ปัญญาอลวน” ได้ที่ email: thailand_chapter@comsoc.org IEEE ComSoc Thailand - สาขาไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอีเลคโทรนิคแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่) 53 ถนนจรัญสนิทวงศ์ บางกรวย นนทบุรี 11130 Web: web.facebook.com/IEEEComSocThailand & web.facebook.com/TurboCodes20th (หนังสือ “ปัญญาอลวน” ๒๕๖๕ ฉบับอิเล็กทรอนิกส์สาธารณะ: free eBook) | ตามหา Fight for Science ที่หายไป ! |
- Fight for Science ที่หายไป ! | Book Intro.-2 | “ปัญญาอลวน” |
(ส่วนหนึ่งจากหนังสือ “ปัญญาอลวน” ๒๕๖๕ - บทที่ ๑๖ สายัณห์ของสัญญาณ) - “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” … ก่อนที่กระทรวงจะถูกยุบไปควบที่ใหม่คิดในใจว่าบุคลากรภายในนั้นอาจจะมีการรณรงค์ “สู้เพื่อวิทย์ หรือ Fight For Science” เหมือนสมัยที่นักการเมืองเคยมาล้วงลูกแย่งงบอันน้อยนิดของกระทรวงเกรดซีนี้ไปเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๖ คนทำงานจึงรวมใจกันต่อต้านทุกช่องทาง ทั้งแต่งชุดดำ ทั้งเปลี่ยนสัญลักษณ์ตัวตนบนสื่อออนไลน์ อีกทั้งนั่งประท้วงยามเย็นก็เคยเห็นกันมา แจ้งเป้าหมายเหมือนการร้องเพลงรักษาหน่วยงานที่สำคัญของประเทศชาติเอาไว้ เพราะวิทยาศาสตร์ต้องอยู่คู่เมืองไทยไปตลอดกาลอีกครั้ง ... “สาบานว่าไม่เสียใจ เสียใครไม่เท่าเสียเธอ จะยอมให้ใครมาทำร้ายเธอเป็นไปได้ไง แม้ตายก็ต้องยอม” ผิดคาด ! รอบยุบควบกระทรวงนี้ไม่มีประท้วงอีก คำถามจากสังคมจึงย้อนกลับไปที่ การลุกขึ้น “สู้” ก่อนหน้าว่าจริงแล้วเพื่ออะไรหนอ การหายไปของตัวกระทรวงเดี่ยวมิได้สำคัญเท่าการหายของงบประมาณอย่างนั้นหรือ ? และที่ยิ่งรู้สึกแปลกกว่านั้นในขณะเดียวกัน กลับเกิดภาพและคำถามที่คู่ขนานตามมาด้วย เพราะภาวะสังคมปกติการสื่อสารวิทยาศาสตร์มักมากับภาพลักษณ์งานแถลงของอดีตบุคคลากรวิทย์แถวหน้ามากครั้งถี่บ่อยจนถึงขั้นแปลกมาก และลามเป็นกระแสวัฒนธรรมไปสู่คนแถวหน้ารุ่นใหม่ต่อด้วย ทั้งการสถาปนาคำสรรเสริญตนเอง “อายุน้อยที่สุด” “รายแรกของประเทศ” “เพื่อประเทศชาติและสังคม” แต่กลับกัน ยามใดสังคมวิกฤตใหญ่หรือกรณีวิทย์เทียมย่อย เวทีใดฤาที่จะได้พบกับอดีตปรมาจารย์อายุน้อยที่สุดเข้าช่วยเหลือแก้ไขให้สังคมและเป็นคนแรกสุดของประเทศ แปลกใจจังที่แนวทางหลังนี้ไม่ใคร่ ไม่ปรากฏ แม้จะตรงสาขาความถนัดที่เคยงัดคำสรรเสริญเข้มข้นให้ตนเองมาก่อน “สู้เพื่อกระทรวงวิทย์ หรือ Fight For Min. of Science” นั้นหายไป และ “สู้วิทย์เทียมเพื่อสังคมไทย Anti-Pseudoscience for Thai People” ก็ยังไม่มา Q: “แล้วจะทำอะไรได้ กระทรวงก็ควบรวมไป ใครที่สรรเสริญตนเองก็หายไปแล้ว” A: “คงได้แค่บันทึก ศึกษาประวัติศาสตร์เพื่ออนาคตที่จะได้ไม่ผิดพลาดซ้ำไง” (ตัวอย่าง บทที่ ๘ “ไก่จ๋า”) จะว่าไปแล้ว มุกเหรียญมีสองด้านที่คุยกันนั้นก็เหมาะกับการลองเอามาใช้ส่องดู “หน่วยนับกับคำสรรเสริญ” ที่กำลังนิยมในวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยได้เหมือนกันนะ เผื่อจะได้ข่าวสารมากขึ้นด้านที่ไม่ใคร่ได้เห็นกัน ด้านแรกกับวัฒนธรรมการเร่งสร้างจำนวนหน่วยนับผลงานประสานกับการสถาปนาคุณภาพจำนวนผลเหล่านั้นด้วยคำยกตนหรือตั้งรางวัลสรรเสริญกันเองที่ดูพิกล ๆ ทั้งเป็นผลงานเร็วที่สุด คนแรกสุด ผู้เกี่ยวข้องอายุน้อยที่สุด แม้สังคมไม่เข้าใจไม่ได้ประโยชน์ร่วมด้วยแต่พยายามหันเหรียญด้านนี้ให้รับทราบโดยแพร่หลายไปทั่ว เป็นด้านที่พบบุคคลและหน่วยงานวิทยาศาสตร์ภาครัฐนิยมประชาสัมพันธ์ซ้ำ ๆ ถี่ ๆ นานหลาย ๆ ปี จากรุ่นสู่รุ่น กลับกัน เมื่อพลิกอีกด้านหนึ่งกรณีข่าววิทยาศาสตร์ปลอมข่าวลวงคือตัวอย่าง เมื่อถึงวันเวลาที่สังคมประสบปัญหาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเทียมที่เกี่ยวข้องกับด้านที่เคยรับรางวัลและสร้างคำสรรเสริญไป หากมีการแก้ไขด้วยแนวทางเดียวกันบ้างทั้งจำนวนครั้งมากมายที่ออกช่วยสังคม และได้คุณภาพแบบที่เร็วสุด คนแรกสุด อายุน้อยที่สุด และที่สุดของที่สุดบ้างคงจะดีไม่น้อย (เช่นกรณีต่อ ๆ มากับ กล้องส่องผี เครื่องขโมยความฝัน เครื่องตรวจสุขภาพลวงควอนตัม รถยนต์หรูเฟอร์รารี่ความเร็วลดลงจาก ๑๗๗ กิโลเมตรต่อชั่วโมงแบบน่าสงสัย) ... เงียบสนิท ! ไม่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะระดับไหนหน่วยงานใดที่จะร่วมแข่งขันกันโชว์เหรียญด้านนี้ แม้ว่าเป็นสาขาอาชีพตนเองตรงเป๊ะ ช่างต่างจากด้านการแถลงสร้างภาพลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง (ส่วนหนึ่งจากหนังสือ “ปัญญาอลวน” ๒๕๖๕) สารคดีสี่จดหมายเหตุ “ปัญญาอลวน” ๑) สามทศวรรษรหัสเทอร์โบนวัตกรรมพลิกโลกข่าวสาร (ค.ศ. 1993 - 2023) #รหัสเทอร์โบ ๒) หลากเหตุการณ์ร่วมสมัยโทรคมนาคมไทยร้อยสี่สิบเจ็ดปี (พ.ศ. ๒๔๑๘ - ๒๕๖๕) #โทรคมนาคมไทย ๓) เสี้ยวอดีตสี่สิบปีวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย (พ.ศ. ๒๕๒๒ - ๒๕๖๒) #MOST #กระทรวงวิทย์ ๔) หลายช่วงลมหายใจที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (ยุคที่สอง) #KMITL #สจล โครงการโดย สาขาไฟฟ้าสื่อสาร (IEEE ComSoc Thailand) สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section) จัดทำเพื่อเฉลิมฉลองหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญระดับโลกที่ได้รับรางวัลเกียรติยศมากมายบนเวทีสากลรวมทั้งรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นไทยเนื่องในโอกาสครบรอบสามสิบปีของการคิดค้น “รหัสเทอร์โบ” ณ ปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ที่จะมาถึง โดยจะเผยแพร่และประกาศเกียรติคุณให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางต่อทั้งวิทยาการ บุคคลสำคัญ และเชิดชู “ปัญญา ฐิติมัชฌิมา” คนไทยผู้มีส่วนร่วมคิดค้นและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ รวมทั้งเผยแพร่เกร็ดประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและความรู้ร่วมสมัยด้านโทรคมนาคม และของวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยในอดีตด้วย ทั้งนี้ หนึ่งในกิจกรรมหลักเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว สมาคมฯจะได้จัดพิมพ์เรื่องราวดังกล่าวออกเป็นหนังสือ โดยสร้างสรรค์ในรูปแบบเรื่องเล่าสารคดีประกอบภาพในชื่อเรื่อง “ปัญญาอลวน” จัดทำทั้งแบบรูปเล่ม (hardcopy) พร้อมด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (eBook) สำหรับบุคคลทั่วไปเป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างผลกระทบในวงกว้างเป็นวิทยาทาน และเพื่อใช้ผลผลิตในการสร้างเครือข่ายส่งเสริมให้เป็นกรณีศึกษาเพื่อต่อยอดเรียนรู้สู่แรงบันดาลใจให้กับบุคลากรคนรุ่นใหม่ รวมทั้งสร้างมูลค่าจากประเด็นเชิงวัฒนธรรมรวมทั้งเกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง (soft power) ต่อไป (เช่นเดียวกับที่สมาคมฯ ได้เคยจัดทำผลผลิตอื่นไปแล้วรวม ๑๗ โครงการกว่า ๑๘,๐๐๐ เล่ม สื่อดิจิทัลซีดีกว่า ๖,๐๐๐ ชุด โปสเตอร์และโปสการ์ดความรู้รวม ๔,๐๐๐ แผ่น แด่กลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศเป็นวิทยาทานแล้ว ข้อมูล ณ www.quantum-thai.org/10th-ttkm-anniversary & www.quantum-thai.org/q-books & web.facebook.com/TurboCodes20th) ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดทำหนังสือ “ปัญญาอลวน” ได้ที่ email: thailand_chapter@comsoc.org IEEE ComSoc Thailand - สาขาไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอีเลคโทรนิคแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่) 53 ถนนจรัญสนิทวงศ์ บางกรวย นนทบุรี 11130 Web: web.facebook.com/IEEEComSocThailand & web.facebook.com/TurboCodes20th (หนังสือ “ปัญญาอลวน” ๒๕๖๕ ฉบับอิเล็กทรอนิกส์สาธารณะ: free eBook) | ตามหา Fight for Science ที่หายไป ! |













