
ไอทีควอนตัม เมืองไทย
泰国量子信息论坛
2026 by quantum academy &
IEEE Thailand section Quantum IT
(since 2014 - best view on desktop)
Hologram
Search Results
พบ 355 ผลลัพธ์เมื่อไม่ระบุค่าการค้นหา
- SIAM - Quantum Nexus Symposium 2026| by Physics Dept.-CMU & IEEE Thailand Section Quantum IT & ComSoc | ประชุม บรรยาย สัมมนาเชิงปฏิบัติการไอซีทีควอนตัมไทย พ.ศ.๒๕๖๙ สำหรับสังคมทั่วไปทุกวงการ
SIAM - Quantum Nexus Symposium 2026 Paving the Way for coming Quantum Era: Sustainable Platform & Community Development (Science & Technology, Social Sciences, Education, Humanities, Political Science & Law, Economics) by Dept. of Physics & Material Science Faculty of Science, Chiangmai university in cooperated with IEEE Communications Society - Thailand chapter IEEE Thailand Section Quantum IT group บรรยาย สาธิต นิทรรศการ สัมมนาเชิงปฏิบัติการและสื่อ ไอซีทีควอนตัมไทย พ.ศ.๒๕๖๙ — สร้างอนาคตไอซีทีควอนตัมที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ มนุษยศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ฯ) (Official Web) 45th Anniversary Quantum Information Technology (the Physics of Computation Conference: 1981 - 2026) -- สี่สิบห้าปีไอซีทีควอนตัมโลก (พ.ศ.๒๕๒๔ - ๒๕๖๙) List of activities - ตารางกิจกรรม (updated - June 8, 2026) Inauguration Messages & Special Columns (สารและบทความพิเศษ) Details Remarks/ หมายเหตุ IEEE ComSoc AP Director Prof.Angela Yingjun Zhang, The Chinese University of Hong Kong Message (Opening speech: April 29, 2026) ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ Message: De-Personalization - กรณี ‘พี่สอนน้อง’ ผู้ยังคงหลงภาพลักษณ์ | “มุมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” | (หนึ่งในแนวทางแก้ไขปัญหานโยบาย ต้นเหตุ #แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. 2563–2572” ฉบับควอนตัมไทยใช้ดูแลสุขภาพสัตว์ ตรวจจับมะเร็ง & แผ่นดินไหว จัดอันดับผู้กู้หนี้เสีย ฯลฯ จากที่ประชุมการจัดทำ “ยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) Q & A -- สนทนากับผู้บริหารวิทย์ Baby Boomers - นโนบายควอนตัมไทยอย่างไรต่อ ? #ไทยควอนตัมสำนึกชอบ2026 Column: Remarks - หมายเหตุ รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม - ที่ปรึกษา ส.วิจัยดาราศาสตร์ ฯ ศ.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ - อดีตรองนายกรัฐมนตรี ศ.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ - ราชบัณฑิต ศ.สุทัศน์ ยกส้าน - ราชบัณฑิต รศ.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ - อดีตอธิการฯ ส.เทคโนฯ ลาดกระบัง (coming soon) ศ.วิรัช ศรเลิศล้ำวาณิช (ONLINE) Distinguished Lectures/ Seminars (Policy & Management - นโยบายและการบริหารจัดการ) Details Remarks/ Video Links "ปรัชญาวิทยาศาสตร์ กับนโยบายวิทยาศาสตร์" (Q&A): ความเห็นต่อนโยบายควอนตัมไทย ศ.ดร.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๐ พฤษภาคม (คำถาม & คำตอบ) “นโยบายและแผนการศึกษาวิทยาการการคำนวณเชิงควอนตัมอนาคต (2026)” รศ.ดร.สิรภัทร เชี่ยวชาญวัฒนา คณบดี วิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ⏰ 🔔 🕗 “ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการองค์กรวิจัยด้วยธรรมาภิบาลสำหรับเทคโนโลยีควอนตัม" -- (บุญรักษา) (invited) "ปรัชญาการเมืองวิเคราะห์นโยบายวิทยาศาสตร์เทียม (เครื่องมือทางอำนาจ) เพื่อควบคุมหรือจูงใจมวลชน" (invited) “นโยบาย เสรีภาพ จริยธรรมสื่อและข่าวปลอม” ผลกระทบจากเทคโนโลยีใหม่ (เช่น เอไอ ควอนตัม ฯ) (invited) (ONLINE) Monthly Talks (Authentic Science Communication - การสื่อสารวิทย์เที่ยงแท้) Details Remarks/ Video Links “นโยบายและแนวทางรับมือสื่อวิทยาการลวงระดับชาวบ้าน จนถึงสื่อวิชาการเกินจริงระดับชาติ” ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ⏰ 🔔 🕗 (มิถุนายน - กรกฎาคม) “ถอดรหัสกลวิธีการฟอกเขียว (Greenwashing) สู่แนวทางป้องกันการสร้างภาพลักษณ์จากเทคโนโลยีเกินจริง (กรณีควอนตัมไทย)” (ประสานงาน ๒๕ พ.ค.) “พื้นฐานการสื่อสารเพื่อจิตสำนึกเสริมสร้างธรรมาภิบาลร่วมต้านทุจริต” (วงการวิชาการ การศึกษาและวิจัยกับวิทยาการอุบัติใหม่) (invited) “รู้ทันพัฒนาการการใช้งบแฝงพีอาร์ราชการ !” “ราชการออแกไนซ์” “กรณีนโยบายเพื่อภาพลักษณ์ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกินจริง (ควอนตัมศรีธนญชัย) (invited) (ONLINE) Monthly Talks (Public Awareness: Mental Health & Others - ความตระหนักของภาคสาธารณะและผลกระทบข้างเคียง) Details Remarks/ Video Links “Science, Critical Thinking, and Conspiracy: วิธีคิดในยุคข้อมูลชวนเชื่อ” คุณพิชาวีร์ เมฆขยาย - iSTRONG ๒๔ พฤษภาคม (คำถาม & คำตอบ) “Delusion เรื่องจริง หรือ หลงผิด?” นพ.วรา จำปาเงิน โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี ๑๔ มิถุนายน ⏰ 🔔 🕗 “พื้นฐานโรคหลงผิด (และโรคจิตเวชอื่น ๆ) กับการอ้างความเชื่อในวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเทียม — การป้องกันและรักษา” นพ.ประภาส อุครานันท์ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ “ภาวะทางสมองกับเรื่องลี้ลับ อุปทานหมู่ ประสาทหลอน หลงผิด วิทยาศาสตร์เทียม” (invited) “ความรู้เรื่องโรคจิตหลงผิดภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในจิตใจ การป้องกันและการรักษา” (invited) (ONLINE) Monthly Talks (Political science & Law, Economics, and Others - รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และอื่น ๆ) Details Remarks/ Video Links “จาก ‘รัฐพันลึก’ระบบอุปถัมภ์และความสัมพันธ์เชิงอำนาจ สู่บทเรียนที่วงการวิทยาศาสตร์ไทยควรเตรียมพร้อม (วิทย์รัฐพันลึก - ควอนตัมศรีธนญชัย)” (inviting) “เศรษฐศาสตร์นโยบายกับเทคโนโลยีเกินจริง: การสร้างภูมิคุ้มกันในการจัดสรรทรัพยากรของชาติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” คณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ (inviting - 6) "เศรษฐศาสตร์งานวิจัยและพัฒนา" กรณีวิทยาศาสตร์ (เอไอ ควอนตัม และอื่น ๆ) เทียม Technical Talks/ Workshops/ Platforms (Quantum S&T: Communications Computing & Sensing) Details Remarks/ Video Links Quantum & AI 101: เข้าใจโลกคอมพิวเตอร์ ควอนตัมและเอไอฉบับประชาชน -- (ชิดชนก) August 2026 Quantum Cryptography: 40 ปี เรื่องจริงและลวงโลก -- (เกียรติศักดิ์) August 2026 Quantum Sensing/ Quantum DOT 2026 -- (สุภาพ) August 2026 National Communications Week & Science Day - The Exhibition & Symposium Onsite @Chiangmai University & Online events (สัปดาห์วันวิทยาศาสตร์ไทย ณ ม.เชียงใหม่ และออนไลน์) ONLINE KEYNOTE TALKS Topic Remark/ Video 1) Zeki Seskir, Institut für Technikfolgenabschätzung und Systemanalyse (ITAS) -- (Institute for Technology Assessment and Systems Analysis (ITAS) - Germany) “Navigating the Quantum Hype: European Perspectives on Responsible Governance and Ethical Communication for Emerging Technologies” (TBD) 2) Quantum Policy: Risk & Hype Management (inviting) (สารบทความ) หน่วยงานนโยบายและสนับสนุนงานวิจัย หัวข้อ หมายเหตุ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) (ร่าง) “ธรรมาภิบาลข้อมูลและนโยบายดิจิทัลกับการเฝ้าระวังข้อมูลข่าวสารเทคโนโลยีเกินจริง” หรือ “รากฐานยุทธศาสตร์ไอซีทีป้องกันความเสี่ยงที่เที่ยงตรงและยั่งยืน กับการสื่อสารนโยบายสู่สังคม” (ประสานงาน ๑๑ พค.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) (ร่างหัวข้อ): “จากห้องเรียนสู่โลกอนาคต: การขยายผล Project 14 และแนวคิด Scientific Literacy เพื่อสร้างเยาวชนไทยรู้เท่าทันเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก” (ประสานงาน ๑๑ พค.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ร่าง) “การสนับสนุนการวิจัยขั้นแนวหน้า: ประสบการณ์จากโครงการควอนตัมสู่ยุทธศาสตร์นวัตกรรมอนาคต” (ประสานงาน ๑๒ พค.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) (ร่าง) “ผลสัมฤทธิ์แผนที่นำทางเทคโนโลยีควอนตัม: ประสบการณ์ขับเคลื่อน Frontier Research สู่ธรรมาภิบาลวิทยาศาสตร์ทศวรรษหน้า” (ประสานงาน ๑๔ พค.) รักษาการ เลขาธิการ กสทช. (ร่าง) “ทรรศนะการกำกับดูแล การคุ้มครองผู้บริโภค และสร้างภูมิคุ้มกันธรรมาภิบาลข้อมูลสำหรับ รองรับการสื่อสารแห่งอนาคตของประเทศไทย” (ประสานงาน ๑๕ พค.) (สารบทความ) มหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัย หัวข้อ “ธรรมาภิบาลการสื่อสารนโยบายเพื่อสร้างโอกาสพร้อมภูมิคุ้มกันทางปัญญาแด่สังคมไทย” หมายเหตุ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ -- อธิการบดี (ส่งมอบสารแล้ว ๑๙ พค.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ... (ประสานงาน ๒ มิ.ย.) Aug 17 - Policy & Management (๑๗ ส.ค.) นโยบายและการบริหารจัดการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี Aug 18 - Public Awareness (๑๘ ส.ค.) จิตเวชศาสตร์ จิตวิทยา ศึกษาศาสตร์ รัฐศาสตร์ ปรัชญา และการสื่อสารวิทยาศาสตร์ Aug 19 - DEMO & Lab visit (๑๙ ส.ค.) สาธิตเรียนรู้และเยี่ยมชม (Q-Thai invited group) Technical Visit: NARIT เยี่ยมชมสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เชียงใหม่ (ความร่วมมือ สดร. - มช.(ฟิสิกส์ฯ) - มข.(วิทยาลัยการคำนวณ) - กสทช. - IEEE Thailand) แนะนำโครงการ “ศูนย์ฝึกอบรมและถ่ายทอดวิทยาการไอซีทีควอนตัมแห่งประเทศไทย” (ร่าง - for registered guests) Plenary session: ๘:๓๐ - ๙:๐๐ น. เปิดกิจกรรม “การสื่อสารวิทยาศาสตร์เที่ยงแท้ (authentic science communication)” โดย รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ หัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ฯ & IEEE Thailand Section และ ปาฐกถา “วิทยาศาสตร์ภาคประชาชน (แท้-เทียม-เกินจริง)” โดย รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ที่ปรึกษา สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (ร่าง - for registered guests) Lab DEMO session: Quantum sensors, Quantum DOT applications (PM2.5) -- รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ หัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Special session) IEEE ComSoc DLT: Quantum Machine Learning & AI (PM2.5) Prof.Trung Doung, Memorial University, Canada (canceled) (๙:๐๐ - ๑๖:๐๐ น.) บรรยายพิเศษ (Keynote session): (ประวัติศาสตร์/ รัฐศาสตร์/ เศรษฐศาสตร์/ มานุษยวิทยา/ ปรัชญา/ จิตวิทยา/ สาธารณสุข ฯ) (หัวข้อรับเชิญ) ๑) Science Diplomacy -- การทูตเชิงวิทยาศาสตร์ยุคเอไอและควอนตัม ผศ.ดร.ขวัญชนก กิตติวาณิชย์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (27/05/69) ๒) พื้นฐานการสื่อสารนโยบายและการมีส่วนร่วมของพลเมือง (Public Engagement) ๓) แนวทางการประเมินผลสัมฤทธิ์เชิงนโยบายเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า ๔) พื้นฐานการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบาย: กรณีจัดซื้อจัดจ้างและขายพ่วงเทคโนโลยี ฯลฯ ๕) มุมมองของนักมานุษยวิทยาต่อนโยบายวิทยาศาสตร์กับภาพลักษณ์เกินจริง ๖) ปรัชญาการเมืองวิเคราะห์นโยบายวิทยาศาสตร์เทียม (เครื่องมือทางอำนาจ) ควบคุมหรือจูงใจมวลชน ๗) กลไกทางจิตวิทยาเบื้องหลังการยอมรับวิทยาศาสตร์เทียมและแนวทางป้องกัน ๘) การส่งเสริม ป้องกัน และฟื้นฟูพัฒนาจิตใจห่างไกลจากอาการหลงผิดและไบโพลาร์กับการสร้างเรื่องราววิทยาศาสตร์เทียม หมายเหตุ: อยู่ระหว่างการประสานงานเชิญและจัดตารางเวลา (ร่าง - for registered guests) KITs DEMO session: Quantum Communications (Quantum Cryptography/ QKD) -- สมาคมฯ IEEE และความร่วมมือต่างประเทศ (Qasky - จีน) (Q-Thai invited group) Dinner Talk: “แนวทางศูนย์ทดสอบ ฝึกอบรม และถ่ายทอดวิทยาการการสื่อสารควอนตัมแห่งประเทศไทย” -- ความร่วมมือ สดร. - มช. - มข.- กสทช. - IEEE Thailand “Sustainable Inclusive Learning” - การบริหารจัดการหน่วยงานวิจัยแห่งอนาคต โดย รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ที่ปรึกษา สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ องค์การมหาชน Dinner Talk: "How to Understand Quantum by Learning of Visually Impaired People: การเรียนรู้ของผู้พิการทางสายตา (4 senses) เทียบเคียงกรณีควอนตัมของคนปกคิ (5 senses)" -- Northern School for the Blind under the royal patronage – Chiang Mai Province.(โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่) #ไทยควอนตัมสำนึกชอบ (Nov 27) Technical seminars สัมนา - ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ (TBD) (Nov 28) Thai Quantum Information Annual SEMINAR (Q-Thai SEM#9) at IEEE Thailand Annual General (AGM) Meeting 2026, Bangkok ที่ประชุมใหญ่สมาคมฯ กทม. Remarks (TBD) "Quantum Computation" “Authentic Science Communication Forum” Keynote/ การบรรยายพิเศษ a) Strategic Research and Industry Agenda (SRIA) -- EU Quantum Act by Eleni Diamanti (general chair) b) Quantum Networks: Design and Challenges -- IEEE Comsoc Distinguished Lecture (inviting) c) นโยบายสาธารณะ กับกรณียุทธศาสตร์ Frontier Research (แผนที่นำทางควอนตัมไทย) บรรยายอาหารเย็น dinner talk “Bridging Science and Engineering” 2026 Year End - Talk - December 2026 Closing Remark (TBD) Remark: IEEE Comsoc Distinguished Lecture (DLT) 2026 "Quantum Machine Learning for air pollution" -- cancelled due to unforeseen circumstances affecting travel schedules and plans. “Quantum": The DEMONSTRATIONS by Qasky Kick off: June 2026 Quantum: the DEMO (Qasky) 1) Quantum Entanglement Teaching Machine (June) 2) Quantum Cryptography Research Platform 3) Small-Scale BBO Entanglement Source 4) QKD Teaching Machine ONLINE WORKSHOP "Quantum Education at China” — Experiences & Inspirations for Thailand by Dr.Zhen-Qiang Yin - USTC BLOG - Link Module 1: Foundations & Early Encounters (ควอนตัม กับ 'รักแรกพบ') Videos High School Physics in China and Approaches to Inspiring Students USTC (1): First Encounter with Quantum Physics — How Interest Begins USTC (2–5): Short, Medium, and Long-Term “Quantum Stories” of Students (Link) : tentative released date : May 2026 Module 2: People, Places & Phenomena in China’s Quantum Landscape (พื้นฐานควอนตัมจีนนั้นไฉนถึงก้าวไกล) Quantum Phenomena and Their Experts Hefei, Shanghai, Beijing, etc Laboratory culture, environment, mentorship “Chinese Quantum Without Matter or Unit” — Understanding the Concept Human Five Senses in the Quantum World Ways to make abstract quantum ideas intuitive Module 3: The Learning Journey (200X–2025) (ควอนตัมจีนอันโดดเด่น) Videos From High School Through University: What Was Discovered? “Impermanent Quantum Phenomenon” vs. “Uncertainty of Life” Reflections accessible to younger learners How to Understand Quantum Mechanics? Practical guidance used in China to reduce conceptual barriers (TBD) Module 4: Personal Reflections (ของฝากมุมสะท้อน เอื้ออาทรสู่สยาม) Epilogue: Me, Friends, and Teachers Stories of collaboration Community spirit Advice for Thailand (TBD) “Quantum Roadmap ?" by Q-Thai forum “ชุมชนความรู้ควอนตัมรอบด้าน (Quantum Community Hub)” ปรัชญาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับสังคม (Tools, seminars, lectures) 1) “Ethics and Governance in S&T” 2) “Interdisciplinary Quantum Applications” 3) “Global Quantum Trends and Thai Roadmap” 4) “Fact-Checked Science Communication” Lab Visit (TBD) ONSITE - mini-Exhibition นิทรรศการ (TBD) a) @Chiangmai University (Aug 17 - 19) b) @IEEE Thailand Section Annual General Meeting (AGM) (Nov 27 - 28) ควอนตัมศรีธนญชัย ๒ (ภาค เทคโนโลยีศรีธนญชัย ‘ไฟฟ้า สื่อสาร และพลังงาน ๒๕๖๙’) (issue: November 2026) เกริ่นนำโครงการ โครงการพัฒนาต่อเนื่องจาก International Year of Quantum S&T 2025 #IYQ2025 & #ThaiYQ2025 ๑. หลักการและเหตุผล วิทยาการควอนตัมที่ครบอายุหนึ่งศตวรรษ (ค.ศ.1925 - 2025) เมื่อนำมาประยุกต์กับเทคโนโลยีสารสนเทศอันเกี่ยวโยงกับเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร (communications) การประมวลผลข้อมูล (computing) และอุปกรณ์ (devices) จึงหลอมรวมเกิดเป็นวิทยาการใหม่ขึ้นในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา คือ “สารสนเทศหรือไอซีทีเชิงควอนตัม” ซึ่งได้รับการคาดการณ์ว่าจะให้กำเนิดซึ่งระบบไอทีแนวใหม่ที่จะมีขนาดเล็กลง เร็วขึ้น ตอบสนองความต้องการได้มากหรือมีศักยภาพที่สูงยิ่งขึ้น ทยอยมีบทบาทในสังคมมากขึ้นโดยลำดับ ข่าวความก้าวหน้าและการประยุกต์จึงปรากฏเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการประเมินความเสี่ยงจากหลายสถาบันต่อการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่จะถูกกระทบรุนแรงจากศักยภาพของไอซีทีควอนตัมดังกล่าวหากขาดการเตรียมพร้อมอย่างทันท่วงที รัฐบาลกลุ่มประเทศ พัฒนาแล้วได้ประกาศนโยบายและแผนงานเพื่อการแข่งขันมาตั้้งแต่เริ่มสหัสวรรษใหม่ (2000s) พร้อมแผนที่นำทางเทคโนโลยีหลากหลายแนวทางและการลงทุนระดับสูงมากในแต่ละปี มีแนวโน้มการเพิ่มผลผลิตสูงขึ้นทั้งด้านบุคลากรงานวิจัยและพัฒนา มาตรฐานและนโยบายและการสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมหน้าใหม่ (startup) ด้วยงบประมาณที่เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนผ่านจากการวิจัยเชิงพื้นฐานสู่การประยุกต์ การพัฒนาศักยภาพของประเทศในยุค “เศรษฐกิจควอนตัม (Quantum Economy)” จำเป็นต้องมีความเข้าใจร่วมกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร ผู้กำหนดนโยบาย ภาคอุตสาหกรรม และประชาชนทั่วไป เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบและโอกาสใหม่ที่เกิดขึ้นในยุคเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีนี้ สมาคม IEEE Thailand Section จึงร่วมกับภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันพันธมิตรในประเทศและต่างประเทศจึงได้ริเริ่มจัด “โครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการไอซีทีควอนตัมไทย พ.ศ. ๒๕๖๙ (The Symposium: SIAM–Quantum Nexus 2026)” เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการฝึกอบรม แลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่ายระดับชาติด้านเทคโนโลยีควอนตัมทั้งในและต่างประเทศ โดยมุ่งพัฒนา “ชุมชนความรู้ควอนตัม (Quantum Community Hub)” และ “แพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลแบบเปิด (Quantum Learning Room)” เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างเท่าเทียม โครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการไอซีทีควอนตัมไทยนี้เป็นการต่อยอดประสบการณ์จากกิจกรรมเตรียมความพร้อมจำนวนมากในอดีตรวมทั้งโครงการล่าสุด “หนึ่งร้อยปีควอนตัมโลก ครึ่งศตวรรษควอนตัมไทย” และ “๑๕๐ ปีโทรคมนาคมไทย” พ.ศ.๒๕๖๘ โดยมุ่งเชื่อมโยงศาสตร์ฟิสิกส์เชิงควอนตัมกับวิศวกรรมประยุกต์และสังคมแห่งอนาคต เพื่อสร้างฐานความรู้และบุคลากรที่พร้อมสำหรับยุคควอนตัม (Quantum Era) อย่างยั่งยืน SIAM–Quantum Nexus 2026 จึงเป็นมากกว่างานสัมมนา หากแต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางความรู้” เพื่อสร้างรากฐานชุมชนควอนตัมไทยในระยะยาว โดยบูรณาการองค์ความรู้จากฟิสิกส์ วิศวกรรม วิทยาการคอมพิวเตอร์ การสื่อสาร สังคมศาสตร์ และที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อให้เกิดระบบนิเวศควอนตัมพร้อมด้วยแนวคิด “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” ต่อการเชื่อมโยงสู่โลกยุคใหม่ในอนาคต สำหรับสังคมทั่วไปทุกวงการ (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ มนุษยศาสตร์ รัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ฯ) ๒. วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย เชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายภาครัฐ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือการเรียนรู้แบบเปิดด้านการสื่อสารควอนตัม (communications) การคำนวณควอนตัม (computing) และการตรวจวัดควอนตัม (sensing) เพื่อส่งเสริมการสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและข้อมูล เพื่อเตรียมบุคลากรและสังคมไทยให้พร้อมเข้าสู่ยุคควอนตัมโลก พร้อมภุมิคุ้มกันวิทยาศาสตร์เทียม เพื่อสร้างจดหมายเหตุควอนตัมไทยและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างรุ่นของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้กำหนดนโยบาย คำสำคัญ (keywords); วิทยาศาสตรศึกษา (science education) การสื่อสารวิทยาศาสตร์ (science communication) การจัดการความรู้ (knowledge management) การจัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์ (sciecne fair) สารสนเทศ (ไอซีที) เชิงควอนตัม (quantum information & communications technology) การสร้างทรัพยากรและสื่ออนาคต (future resources) จดหมายเหตุควอนตัมโลกและประเทศไทย (World and Thai quantum milestones) การพัฒนาบุคลากรและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (human resource development & networking) ๓) ผู้รับผิดชอบโครงการ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ IEEE Thailand Section Quantum IT group & IEEE Communications Society (Thailand Chapter) ประธานกรรมการอำนวยการกิตติมศักดิ์: คณบดี คณวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (KMITL) และ นายกสมาคม IEEE Thailand Section ประธานโครงการ: รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันการศึกษา) และ ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ (สมาคมวิชาชีพ) คณะที่ปรึกษา: ศ.ดร.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ - ราชบัณฑิต (วิทยาการคอมพิวเตอร์) ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน - ราชบัณฑิต (ฟิสิกส์) รศ.ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ - อดีตอธิการฯส.พระจอมเกล้าฯลาดกระบัง (ธรรมาภิบาลและการศึกษา) รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม - อดีต ผอ.ส.วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ฯ (บริหารงานวิจัย) ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช - นายกสภา มทส. (การจัดการความรู้ - KM) พันธมิตรต่างประเทศ: Fundacja (โปแลนด์), Senetas (ออสเตรเลีย), SPINQ (จีน), TCQC-CACR (จีน), Qasky (จีน) ๔. ผลกระทบ (impact) ภาคสังคมประชาชนทั่วไป เข้าถึงองค์ความรู้และทรัพยกรสื่อสร้างทักษะไอซีทีควอนตัม เกิดความเข้าใจและมีภูมิคุ้มกันควอนตัมแปลกปลอมเบื้องต้น ด้วยผลจากการร่วมสื่อสารวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เหมาะสม ภาคการศึกษาและการวิจัย เกิดการรวมกลุ่มใช้ผลผลิตต่อยอดสู่ด้านอื่น ๆ ได้ เช่น โครงการพัฒนาบุคลากร งานวิจัยและพัฒนาที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากการร่วมกันสื่อสารวิชาการสาธารณะที่ถ้วนทั่วครบทุกด้าน ภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ได้รับการส่งเสริมให้สามารถติดตาม เข้าถึง และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้รวดเร็วพร้อมกับลดความเสี่ยงด้วยข้อมูลของโครงการที่ครอบคลุมและอ้างอิงตรวจสอบได้ ภาครัฐโดยผู้กำหนดนโยบาย ทั้งด้านโทรคมนาคม สารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงศักยภาพและผลกระทบของเทคโนโลยี พร้อมร่วมสื่อสารนโยบายวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลางรู้และเท่าทัน กสทช. สามารถนำผลลัพธ์จากโครงการนี้ไปใช้เพื่อร่วมกำหนดแนวทางสนับสนุนส่งเสริมและตรวจสอบกิจกรรมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอซีทีควอนตัมเทคโนโลยีแขนงใหม่ของประเทศได้ “SIAM–Quantum Nexus 2026” คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมควอนตัมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาควิชาการ อุตสาหกรรม และนโยบายสาธารณะ เพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในยุคเศรษฐกิจควอนตัมโลก โดยใช้การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ และการสื่อสารที่เท่าทันเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอนาคตของชาติ Partners: สํานักงานคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ | Gold | ...... | Gold | Silver | Bronze | หมายเหตุ: ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org Organizers & Team: โครงการที่เกี่ยวข้องในอดีต: ๐ กิจกรรมประจำปีสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ภาคเหนือตอนบน (www.facebook.com/cmusciweek & www.scw.science.cmu.ac.th) ๐ ตัวแทนประเทศไทยเจ้าภาพกิจกรรมยูเนสโก (UNESCO’s procliamed events) กิจกรรมปีสากลแห่งแสงและเทคโนโลยีแสง (International Year of Light 2015) (www.quantum-thai.org/thai-inter-year-of-light-2015) กิจกรรมวันสากลแห่งแสงและเทคโนโลยีแสง (International Day of Light 2018 - 2025) (www.quantum-thai.org/idl-thailand) “หนึ่งร้อยปีควอนตัมโลก ครึ่งศตวรรษควอนตัมไทย” (https://www.quantum-thai.org/100world-50thai-quantum-anniversary) ๑๕๐ ปีโทรคมนาคมไทย พ.ศ. ๒๕๖๘ (https://www.quantum-thai.org/150th-thai-telecom-anniversary) ๐ เสวนาสาธารณะ (Dinner Talk) “ทศวรรษหน้าวิศวกรรมไฟฟ้าและฟิสิกส์ไทย” ครั้งที่ ๑ (2560) & ครั้งที่ ๒ (2564) (www.quantum-thai.org/dinner-talk) ๐ การจัดประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ฯลฯ Alliance: (เวปหลักโครงการ - Main Web) ภาคผนวก ก) จดหมายเหตุ และสรุปย่อวิทยาการควอนตัมโลก (World Quantum Milestones) การรวบรวมเรื่องราวเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จากรูปแบบการเก็บบันทึกเอกสารและหลักฐานต่างๆ ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ผ่านกระบวนการ คัดเลือก และวิเคราะห์ โดยการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเหตุการณ์ในรูปแบบจดหมายเหตุเข้าด้วยกัน เพื่อนำเสนอและเผยแพร่ในรูปแบบที่สื่อเข้าใจได้ง่ายจะก่อให้เกิดการเสริมสร้างองค์ความรู้ในรูปแบบทางเลือก อันเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานสำหรับการพัฒนาศักยภาพเพื่อการพัฒนาประเทศได้อีกทางหนึ่ง รวมทั้งสามารถใช้เสริมสร้างเอกลักษณ์ของประเทศและความภาคภูมิใจ ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ตระหนัก และรู้เท่าทันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้วย วิทยาการด้านกลศาสตร์ควอนตัมว่าด้วยสิ่งที่สิ่งประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์เข้าถึง "รูป รส กลิ่น เสียง และกายสัมผัส”โดยตรงไม่ได้ ต่างจากกรณีของแสงที่มนุษย์รับรู้ได้จากการมองเห็นทั้งภาพ สีหรือความสว่าง และสัมผัสซึ่งอุณหภูมิหรือความร้อนที่เปลี่ยนแปลงตาม ฯ ดังนั้น การศึกษาเรียนรู้วิทยาการนี้จึงอาจรู้สึกว่ายาก แต่หากได้ทำความเข้าใจควบคู่ไปกับวิทยาการด้านแสงที่พบเห็นพัฒนาการอยู่ก่อนและคุ้นเคยมากแล้ว อาจเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เข้าถึงได้สะดวกขึ้น การเริ่มต้นศึกษาประวัติของกลศาสตร์ควอนตัมควรย้อนกลับไปที่ต้นกำเนิดตั้งแต่กรณี “การแผ่รังสีจากวัตถุดำ” (black-body radiation) อันจะได้นำพาไปสู่สูตรสมการการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ในลำดับถัดไป แล้วตามด้วยสังคมวิทยาการของโลกในช่วงที่เกิดความคลุมเครือต่อขอบเขตคุณสมบัติของแสงเพื่อที่จะบ่งบอกให้ได้ถึงการเป็นอนุภาคหรือว่าเป็นคลื่น อาทิ จากผลงานที่สวยงามยิ่งของวิทยาการแสงก่อนหน้าด้วยการทดลองสลิตคู่ร่วมกับการอธิบายการเลี้ยวเบนของแสงด้วยทฤษฎีคลื่นได้อย่างแม่นยำนั้น ทำให้ทฤษฏีของคลื่นถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่จนหลักการของการเป็นอนุภาคจืดจางลงไปในยุคหนึ่ง กระทั่ง กึ่งศตวรรษถัดมาสองขั้วความคิดดังกล่าวได้รับการท้าทายใหม่อีกครั้งเพราะการค้นพบสืบเนื่องมาตระหนักกันแล้วว่า แสงคือช่วงหรือก้อนของพลังงานมิได้เป็นเพียงคลื่นหรืออนุภาคอย่างใดอย่างหนึ่งเช่นก่อนแล้ว และในที่สุดการค้นพบหนึ่งในทฤษฎีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดที่เคยมีมาจึงได้ถือกำเนิดถัดมาพร้อมกับประโยคที่ว่า “แทบจะทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับกระแสควอนตัม” (quantum electrodynamics: QED - ควอนตัมอิเล็กโตรไดนามิกส์ หรือคิวอีดี) อันเป็นทฤษฎียิ่งใหญ่สำหรับกลศาสตร์ควอนตัมเทียบเคียงได้กับสมการของแมกซ์เวลล์สำหรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในอดีต ต่อจากนั้น วิทยาการกลศาสตร์ควอนตัมจึงปรากฏความชัดเจนขึ้นอีกเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกัน การศึกษาธรรมชาติของแสงแนวทางแบบเดิม ๆ ที่ละเอียดลออลึกลงต่อไปอีกนั้น พบว่าไม่ได้มีบทบาทสำคัญให้งานด้านทัศนศาสตร์ (optics) ก้าวหน้าเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เช่นเมื่อกล่าวถึงเลเซอร์ โฮโลแกรม รวมทั้งโฟโตนิกส์ (photonics) หรืองานที่เกี่ยวข้องกับแสง ปรากฏมีผลการทดลองมากมายที่ไม่สามารถอธิบายด้วยวิธีการดั้งเดิมนั้นได้อีกแล้ว โลกจึงก้าวข้ามสาขามาหาหลักการทางกลศาสตร์ควอนตัมเพื่อนำไปใช้ศึกษากันต่อ จึงได้ก่อให้เกิดงานแขนงใหม่ขึ้นตามมาอีกแนวทางหนึ่ง นั่นคือ ทัศนศาสตร์ควอนตัม (quantum optics) จากการที่แสงได้รับการค้นพบแล้วว่าเป็นทั้ง คลื่นและอนุภาค (wave - particle duality) ความนุ่มลึกละเมียดละไมของวิทยาการที่มนุษย์ได้ค้นคว้าหาคำตอบเรื่องของธรรมชาตินี้มาอย่างยาวนานได้มาถึงอีกขั้นใหม่ที่ลึกซึ้งมากขึ้น โดยเกิดเป็นการอภิปรายถกเถียงอันมีชื่อเสียงที่สุดของวงการตามมาเลยทีเดียวกับเรื่อง “ค่าประจำถิ่นหรือ ณ ตำแหน่งใด ๆ” (locality) เสมือนการมีค่าประจำตัวของอนุภาค กล่าวคือโดยหลักสถิติตัวแปรสุ่มที่เกิดจากการวัดระบบทางกายภาพสองระบบที่อยู่ห่างไกลกัน ณ เวลาเดียวกัน ต้องมีความเป็นอิสระต่อกัน อีกทั้งมีความเชื่อว่าสถานะของสิ่งในธรรมชาติ (realism) มีอยู่จริงก่อนหน้าที่จะมีการสังเกตหรือตรวจวัด และจะเป็นอิสระจากการสังเกตนั้น ๆ อันหมายความว่า การวัดค่าสถานะจะไม่มีผลต่อระบบนั่นเอง ซึ่งแนวคิดนี้เคยสร้างความสับสนและการถกเถียงในวงการฟิสิกส์โลกมาอย่างยาวนาน เพราะผลการตรวจวัดของการทดลองต่าง ๆ กลับพบว่าเสมือนมีการสื่อนำข่าวสารระดับอนุภาคมูลฐานเกิดขึ้นได้ในทันทีทันใด (instanteneous) ราวกับว่าอนุภาคที่ห่างไกลจากกันมีสถานะร่วมกันได้นั่นเอง ดังนั้น สถิติจากการตรวจวัดจึงมิได้เป็นอิสระขาดจากกันดังที่คาดคะเนมาก่อนหน้า กรณีดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของโลกจำนวนหนึ่งได้เสนอว่าเป็นเพราะตัววิทยาการกลศาสตร์ควอนตัมเองยังคงมีความไม่สมบูรณ์และแสดงถึงการมีอยู่ของ “ตัวแปรที่ซ่อนเร้น"ด้วย เนื่องจากปรากฏการณ์ดังกล่าวนั้นจะไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้เพราะจะละเมิดทฤษฎีสัมพัทธภาพที่ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแสงนั่นเอง แต่ต่อมาเมื่อทฤษฎีบทของเบลล์ (Bell's inequality) ก่อร่างสร้างขึ้นกระทั่งทำการทดลองจนถึงการสร้างปรากฏการณ์ความพัวพัน (entanglement) ได้สำเร็จ แล้วพบว่าแม้อนุภาคจะอยู่ห่างไกลและถูกวัดในขณะเวลาเดียวกันจะมีสถิติที่ไม่เป็นอิสระต่อกันเกิดขึ้นได้จริง จึงพิสูจน์ซึ่งการ “ไม่มีค่าประจำถิ่น” (non-locality) ของธรรมชาติก่อนการตรวจวัดในที่สุด ทำให้สมมติฐานตัวแปรซ่อนเร้นก่อนหน้านั้นตกไป ความแข็งแกร่งของกลศาสตร์ควอนตัมจึงได้รับการสร้างเสริมจากการอภิปรายแห่งศตวรรษนั้นต่อ ๆ มา และมีพัฒนาการที่ก้าวหน้ามากขึ้นเป็นอย่างยิ่ง ศตวรรษกลศาสตร์ควอนตัม (The Centenary of Quantum Mechanics) งานการแผ่รังสีจากวัตถุดำโดย แม็กซ์ พลังค์ (Max Planck) ปฏิวัติวงการฟิสิกส์ดั่งเดิมให้กำเนิดสาขากลศาสตร์ควอนตัมที่ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดต่อ ๆ มาร่วมหนึ่งร้อยปีอย่างยิ่งใหญ่ โดยวิทยาการแสงของยุคก่อนหน้าได้รับการพิจารณาข้ามมาร่วมสาขากับกลศาสตร์ควอนตัมนี้ด้วยเช่นกัน บนแกนเวลาของพัฒนาการดังกล่าว การกระเจิงคอมป์ตันโดย อาเธอร์ ฮอลลี คอมป์ตัน (Arthur Holly Compton) หรือหลักการเชิงอนุภาคของการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าคือหลักชัยถัดมา กระทั่ง นักวิทยาศาสตร์ร่วมสมัยยุคต่อมาทั้ง พอล ดิแรก (Paul Dirac) พาสคาล จอร์แดน (Pascual Jordan) แวร์เนอร์ ไฮเซนแบร์ก (Werner Heisenberg) โวล์ฟกังเพาลี (Wolfgang Pauli) และอื่น ๆ อีกมากได้ช่วยกันวางรากฐานกลศาสตร์ควอนตัมให้เติบโตยิ่งขึ้น และ วิลลิส แลมบ์ (Willis Lamb) ยังขยายผลความเข้าใจพื้นฐานต่าง ๆ ให้สัมฤทธิ์ผลได้อีกมากในเวลาต่อมา ... หลังจากที่โลกได้รู้จักปรากฏการณ์ความพัวพัน (entanglement) หรือความสัมพันธ์ที่ห่างไกลเชิงควอนตัมแล้ว อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ บอริส โพโดลสกี และ นาธาน โรเซน (Albert Einstein, Boris Podolsky & Nathan Rosen: EPR) อธิบายถึงความสามารถในการเกิดการสื่อสารทันทีทันใด (instantaneous communication) ของความพัวพันเชิงควอนตัมนั้นด้วยการนำเสนอ “ตัวแปรซ่อนเร้น” (hidden variables) ซึ่งกลายเป็นการท้าทายอย่างรุนแรงต่อภาพรวมวิทยาการควอนตัมโลก กระทั่ง คิวอีดี (QED) ได้กำเนิดขึ้นและเป็นทฤษฎีที่ประสบผลสำเร็จมาก โดยที่ จูเลียน ชไวเงอร์ (Julian Schwinger) ซินอิทิโร โทโมนากะ (Sin-Itiro Tomonaga) และ ริชาร์ด ไฟน์แมน (Richard Feynman) นำเสนอสูตรคณิตศาสตร์อย่างละเอียดอธิบายสรรค์สร้างไว้ รวมทั้ง สาขาทัศนศาสตร์เชิงควอนตัม (quantum optics) ก็ได้กำเนิดตามมาด้วยโดย รอย กลาวเบอร์ (Roy Glauber) ทั้งหมดทำให้ครึ่งศตวรรษหลังเกิดมีพัฒนาการที่เข้มข้นสูงยิ่ง ในที่สุด จอห์น เบลล์ (John Bell) จึงเป็นผู้ทำให้สมมติฐานของการมีตัวแปรที่ซ่อนเร้นอยู่ก่อนหน้านั้นตกไป โดยมีการยืนยันต่อด้วยผลงานของ แดเนียล กรีนเบอร์เกอร์ มิชาเอล ฮอร์น และ อันตัน ไซลิงเงอร์ (Daniel Greenberger, Michael Horne & Anton Zeilinger) จากการนำเสนอ “สถานะ GHZ" ซึ่งได้ร่วมขับเคลื่อนให้โลกมาสู่สารสนเทศยุคใหม่สืบต่อมาอีกขั้น กระทั่ง การขยายผลการทดลองเพื่อพิสูจน์อสมการของเบลล์โดย ฟิลิปป์ แกรงกิแอร์ เจอราร์ด โรเจอร์ และ อแลง แอสเปก (Philippe Grangier, Gérard Roger & Alain Aspect) ได้ยืนยันคุณสมบัติร่วมเชิงอนุภาคของแสงอันเป็นมากกว่าแค่เพียงคลื่น ทั้งช่วยลบล้างหลักการตัวแปรซ่อนเร้นนำไปสู่การสร้างระบบความพัวพันขึ้นได้ กลศาสตร์ควอนตัมในรอบหนึ่งศตวรรษแรกจึงก้าวหน้าต่อมาอย่างอย่างมั่นคง ... (The Solvay conference 1927) ภาคผนวก ข) หลักไมล์กว่า ๕๐ ปี ควอนตัมไทยไทย: ความรู้ที่ยังคงไกลห่าง ๒๕๑๘ (1975) “อาจารย์สิปปนนท์ เกตุทัต สมัยเรียนจบกลับมาควอนตัมยังไม่ได้สอนในเมืองไทยเลย เราตามหลังเขามาก ควอนตัมเกิดเมื่อปี ค.ศ.1925 อาจารย์สิปปนนท์กลับมาปี ค.ศ.1975 แม้ห้าสิบปีผ่านไปแล้วควอนตัมก็ยังไม่ถึงเมืองไทย” บทสัมภาษณ์ ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน เรื่องศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต อดีตนักเรียนทุน (คุรุสภา) ด้านฟิสิกส์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงอุตสาหกรรม ๒๕๐๔ (1961) สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ (ชื่อเดิม) จัดตั้งขึ้นครั้งแรกตามพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติและพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการสำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๘) หน่วยงานราชการระดับกรมสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๕ เปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ๒๕๑๔ (1971) งานวิจัยและการเรียนการสอนด้านนิวตรอนพลังงานสูง ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมเครื่องกำเนิดรังสีนิวตรอนแรก ๒๕๕๕ (2012) การทดลองความพัวพันของแสงครั้งแรกโดยห้องปฏิบัติการการสื่อสารเชิงแสงและควอนตัม (OQC lab) - สวทช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และรายงานการทดลองพิสูจน์ทฤษฎีบทของเบลล์ยืนยันการไม่มีอยู่ของข่าวสารก่อนการตรวจวัดตามหลักการกลศาสตร์ควอนตัม ๒๕๕๙ (2016) ภาษาไทยปรากฏเพียงภาษาเดียวในโลกที่กำหนดหน่วย “ตัว" ให้กับอนุภาคมูลฐาน พบได้ทั้งในตำราเรียนมาตรฐานระดับมัธยม ข่าวแปลการค้นพบอนุภาคของทุกสำนักข่าว และการเรียนการสอนหรือการสื่อสารทั่วไปในสังคม - เกิดโครงการรณรงค์ ‘ควอนตัมไทยไฉนถึงเป็น”ตัว”’ เพื่อทุกภาคส่วนสังคมได้ตระหนักถึงความผิดพลาดและร่วมหาทางพัฒนา ๒๕๖๓ (2020) กำเนิด “แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ.2563 – 2572” ฉบับ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๓ โดยหน่วยงานนโยบายรัฐฯ ๒๕๖๗ (2024) กำเนิด "ควอนตัมศรีธนญชัย" นิทาน (ใต้) พื้นบ้านวงการวิทย์ไทย ตอน วิทย์รัฐพันลึก ๒๕๖๘ (2025) “หนึ่งร้อยปีควอนตัมโลก ครึ่งศตวรรษควอนตัมไทย” #IYQ2025 #ThaiYQ2025 ๒๕๖๙ (2026) ครบรอบหกปี (แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. 2563 - 2572) NATIONAL ROADMAP 2020-2029 - THAILAND QUANTUM TECHNOLOGY | Light & Quantum Milestones (2019) | Disclaimer: SIAM-Quantum Nexus 2026 - a public serving project by volunteers no conflict of interest & none of personal agenda involved ๐ since IYL2015 through IDL 2018 IDL 2019 IDL2020 IDL 2021 IDL2022 IDL2023 2024 and 2025 ThaiTelecom150 IYQ2025 & ThaiYQ2025 Welcome volunteers ! ๐
- Q&A -- คำถาม & คำตอบ | “จิตวิทยาเพื่อความเข้าใจและการดูแลสังคมในยุค 5G เอไอ และควอนตัม” | “Science, Critical Thinking, and Conspiracy | Siam-Quantum Nexus 2026| พิชาวีร์ เมฆขยาย |
[ Siam-Quantum Nexus 2026 ] -- ๗ คำถามคำตอบสาธารณะ “จิตวิทยาเพื่อความเข้าใจและการดูแลสังคมในยุค 5G เอไอ และควอนตัม” จากการบรรยาย “Science, Critical Thinking, and Conspiracy: วิธีคิดในยุคข้อมูลชวนเชื่อ” คำถามที่ ๑. มายาคติจาก 5G ถึงควอนตัม กับ “ช่องว่างความไม่รู้” จากการบรรยายที่ว่าเทคโนโลยีที่ซับซ้อนมักมีช่องว่างให้จินตนาการของเราเข้าไปเติมเต็ม “ยิ่งเรื่องซับซ้อน ยิ่งมีแนวโน้มใช้ทางลัดทางความคิด” เหมือนกรณีข่าวลือเรื่อง เสา 5G แพร่เชื้อโรค หรือ AI คุมสมอง ในบริบทสังคมไทยที่มักใช้ความเชื่อดั้งเดิมมาอธิบายวิทยาศาสตร์ เพื่อทำให้ง่าย (simplify) ในทางจิตวิทยา เราสามารถเรียกปรากฏการณ์การใช้จินตนาการเติมเต็มพื้นที่ว่างนี้ว่าเป็น "ความขลัง" ตามความคุ้นเคยของสังคมไทยได้หรือไม่? เพราะเมื่อสังเกตจะพบว่า ณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ความขลังมักกระจุกตัวอยู่ที่เทคโนโลยีใหม่อย่าง 5G AI และควอนตัม ในขณะที่เทคโนโลยีรุ่นก่อนอย่าง 3G 4G ไมโครฯ หรือนาโนเทคโนโลยีเริ่มหมดความขลังไปเพราะไม่มีช่องว่างเหลือให้จินตนาการได้อีก และควรมีแนวทางเตรียมพร้อมอย่างไรเพื่อ “ปิดพื้นที่ว่าง ทางลัด” ล่วงหน้าไม่ให้เกิดความเชื่อที่ผิดบิดเบือนกับเทคโนโลยีแขนงใหม่ๆ ในอนาคตอย่าง 6G หรือ 7G ? คำตอบ: เวลามนุษย์เจออะไรที่ใหม่และซับซ้อน สมองจะพยายามหาคำอธิบายให้โลกดูเข้าใจง่ายขึ้น ยิ่งเป็นเทคโนโลยีที่เรามองไม่เห็นอย่าง 5G, AI หรือควอนตัม ยิ่งเปิดพื้นที่ให้ความกลัว จินตนาการ หรือความเชื่อบางอย่างเข้าไปผสมได้ง่าย เพราะสมองคนเราไม่ชอบความไม่แน่นอน ดังนั้น คำว่า ความขลัง ในบริบทของคนไทยก็เข้าข่ายของการใช้ทางลัดทางความคิด โดยนำพลังพิเศษมาเป็นนิยามให้กับสิ่งที่ยังอธิบายไม่ได้ หรือยังรู้ไม่มากพอ พอเทคโนโลยีเริ่มกลายเป็นเรื่องธรรมดา ความขลังหรือเรื่องเล่าก็จะค่อยๆ หายไปเอง เหมือน 3G หรือไมโครชิปที่ทุกวันนี้ไม่มีใครรู้สึกว่าลึกลับหรือเป็นเรื่องเหนือจินตนาการแล้ว สิ่งสำคัญคือการทำให้คนสามารถเข้าถึงความรู้ที่ถูกต้องและเข้าใจได้ง่าย สร้างพื้นที่ที่คนสามารถถามและศึกษาความรู้ที่ต้องได้ ตลอดจนส่งเสริมการใช้ทักษะการคิดให้รอบ (Critical Thinking) ก่อนเชื่อเพื่อให้คนมีวิจารณญาณและเลือกรับสารอย่างไตร่ตรองมากขึ้น คำถามที่ ๒. บทบาทของคนใกล้ชิด: ความเมตตาต่อผู้ทุกข์ใจจาก “โรคหลงผิด” (Delusional Disorder) และศิลปะการ “สะกิด” อย่างสร้างสรรค์ จากข้อมูลการประสานงานการบรรยายที่เคยหารือกันเรื่องอาการที่อาจเข้าข่าย “หลงผิด” ซึ่งมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ทุกข์ใจอย่างหนักติดต่อมาเพราะเชื่อว่าตนเองถูก AI สอดแนมหรือถูกรังสีควอนตัมทำร้าย การสอดส่องทางไกลคุมพฤติกรรม และอ้างเทคโนโลยีลี้ลับอื่น ๆ คุกคาม เพื่อมาขอรับความช่วยเหลือ ... ในมุมมองของนักจิตวิทยา คนใกล้ชิดควรมีศิลปะการสื่อสารอย่างไรเพื่อช่วย “ปลดล็อกความกลัว” ให้กับเขา? โดยเฉพาะเมื่อพบว่าความเชื่อนั้นเริ่มแยกขาดจากความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ควรสื่อสารและแนะนำให้เขาเข้าพบผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ได้อย่างไร โดยที่เขายังรู้สึกว่าเราเป็นมิตรที่หวังดีและไม่ได้กำลังตัดสิน (Judge) ตัวเขา? คำตอบ: การแสดงออกถึงความหวังดีและความห่วงใยที่จริงใจมากที่สุดเริ่มต้นจากการรับฟังเรื่องราวและความรู้สึกของอีกฝ่ายโดยยังไม่ต้องแก้ไขความเข้าใจผิดหรือเนื้อหาอะไร แค่เปิดใจรับฟังตั้งแต่ต้นจนจบโดยมุ่งความสนใจไปที่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมากกว่าเนื้อหา เช่น ‘ฟังดูแล้วคุณคงเหนื่อยและระแวงมากเลยนะ’ หรือ ‘เรื่องนี้ทำให้คุณเครียดมากใช่ไหม’ ถ้าเราเริ่มต้นด้วยการบอกว่าเขาคิดไปเองหรือสิ่งที่เขาพูดนั้นไร้สาระ ส่วนใหญ่อีกฝ่ายจะยิ่งปิดใจและรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจจนไม่สามารถสร้างบทสนทนาต่อไปได้ เป้าหมายแรกที่เราควรโฟกัสคือการทำให้เขารู้สึกปลอดภัยมากพอที่จะยอมคุยต่อ หลังจากนั้น เมื่อเขาพร้อมที่จะรับฟังคำแนะนำจากเราแล้ว จึงค่อย ๆ ชวนเขากลับมาอยู่กับโลกความเป็นจริงทีละน้อยอย่างไม่เร่งรีบ เช่น ชวนมองข้อมูลจากหลากหลายมุมมอง หรือแนะนำให้พบผู้เชี่ยวชาญในฐานะคนที่จะช่วยหาวิธีลดความทุกข์ ช่วยให้เขากลับมาใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น หรือช่วยคลี่คลายปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ มากกว่าการตีตราว่าสิ่งที่เขาเป็นคืออาการป่วยแล้วต้องไปหาหมอ คำถามที่ ๓. เมื่ออาการชั่วคราว “ความเหลือล้นหรือไบโพลาร์” กลายเป็น “งานวิจัยเทียม” ที่ทำร้ายสังคม - สัญญาณเตือนและการป้องกัน ในอดีต วงการวิทยาศาสตร์ไทยเคยมีบทเรียนสำคัญที่สร้างสถิติระดับโลกซึ่งไม่พึงจดจำ จากกรณีบุคคลที่มีอาการมั่นใจล้นเกิน (Overconfidence Bias) จนส่งผลผลิตเป็น “งานวิจัยเทียม” จำนวนมหาศาล ทั้งในด้านนาโนเทคโนโลยี ควอนตัม และฟิสิกส์ฯ ซึ่งในภายหลังได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีอาการคล้ายไบโพลาร์ กว่าที่มิตรสหายจะทราบและให้ความช่วยเหลือได้ทัน เหตุการณ์ก็ได้สร้างความเสียหายอย่างหนัก ทั้งการสูญเสียงบประมาณภาษีอากร และการผลิตบุคลากรจากฐานความรู้ที่บิดเบือน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน จุดที่น่ากังวลคือ ในกรณีนี้เจ้าตัวได้รับประโยชน์โดยมิได้เดือดเนื้อร้อนใจ ซึ่งต่างจากกรณีอาการ ‘หลงผิด’ ในข้อที่ ๒ ที่เจ้าตัวมีความทุกข์ใจ หลบหลีกสังคมและต้องการความช่วยเหลือโดยตรง... แม้กรณีนี้ได้ยุติลงแล้ว แต่ยังคงเป็นอุทาหรณ์ใหญ่ที่ย้ำเตือนวงการเสมอ เพื่อเป็นแนวทางป้องกันเหตุในอนาคต มีคำถามสำคัญ ดังนี้ “จุดสังเกตพฤติกรรม” และ “สัญญาณเตือน” ที่สำคัญคืออะไร? ที่จะช่วยให้ตัวเราเองหรือเพื่อนร่วมงานรับรู้ได้ทันท่วงที หากเริ่มมีอาการมั่นใจล้นเกินจนแยกขาดจากหลักการวิทยาศาสตร์ที่สมเหตุสมผล ก่อนที่จะไปสร้างความเสียหายในวงกว้าง ในฐานะคนใกล้ชิดหรือเพื่อนร่วมงาน เราควรมีวิธีสำรวจและแนะนำอย่างไร เพื่อให้สามารถสะกิดเตือนกันไปพบผู้เชี่ยวชาญได้ทันเวลา? เนื่องจาก “แพทย์เท่านั้น” คือผู้ที่จะสามารถระบุสาเหตุและการรักษาได้ชัดเจน... แต่ก่อนที่จะไปถึงขั้นได้รับการวินิจฉัย หากเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยข้างต้นขึ้นอีก จะเท่ากับว่าสังคมไทยยังคงไม่สามารถป้องกันตนเองได้แม้จะมีบทเรียนใหญ่มาแล้ว ในมุมมองนักจิตวิทยา ควรจะปิดช่องว่างตรงนี้เพื่อปกป้องสังคมไทยได้อย่างไร ? คำตอบ: ปัญหาสุขภาพใจคือผลรวมของความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ความคิด พฤติกรรม หรือประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตที่เกิดขึ้นต่อเนื่องและเริ่มส่งผลกระทบต่อการทำงาน ความสัมพันธ์ หรือการดูแลตัวเอง ซึ่งการสังเกตสัญญาณตั้งแต่ระยะแรกสามารถช่วยให้คนคนนั้นได้รับการช่วยเหลือได้เร็วขึ้น ตัวอย่างสัญญาณเตือนที่พบได้บ่อย เช่น • อารมณ์เปลี่ยนแปลงชัดเจน หงุดหงิดง่าย เศร้า วิตกกังวล หรืออ่อนไหวง่ายผิดปกติ • ถอนตัวจากสังคม ไม่อยากพูดคุยหรือเข้าร่วมกิจกรรมที่เคยสนใจ • สมาธิลดลง ทำงานผิดพลาดง่าย ประสิทธิภาพการทำงานเปลี่ยนไป • นอนผิดปกติ เหนื่อยล้า หมดแรง หรือไม่มีพลังในการใช้ชีวิต • ขาดงาน มาสาย หรือหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบบ่อยขึ้น • ใช้แอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือพฤติกรรมเสี่ยงเพื่อจัดการอารมณ์ • มีพฤติกรรมหรือคำพูดที่สะท้อนความสิ้นหวัง รู้สึกไร้ค่า หรืออยากหายไปจากปัญหา โดยการสังเกตควรมองจากความเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับระดับปกติของคนนั้นมากกว่าการตัดสินจากเหตุการณ์เพียงครั้งเดียว และควรใช้ความเข้าใจมากกว่าการตีตรา เพราะสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่สามารถดูแลและฟื้นฟูได้เมื่อได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม และหลายครั้งการป้องกันที่ดีที่สุด ไม่ใช่การรอให้เกิดวิกฤต แต่คือการทำให้ผู้คนในสังคมรู้สึกว่าการขอความช่วยเหลือทางด้านสุขภาพใจเป็นเรื่องปกติ คำถามที่ ๔. อัลกอริทึมกับ “ยันต์กันหลอก” (Confirmation Bias) พลังสื่อสารวิทยาศาสตร์ภูมิคุ้มกันที่เป็นมิตรต่อสุขภาพจิต จากข่าวลือเรื่อง ชิปฝังในวัคซีน และวิทย์เทียม (Pseudoscience) อื่น ๆ ที่แพร่กระจายเพราะ Algorithm ของโซเชียลมีเดียส่งข้อมูลที่ตรงความเชื่อเดิมมาให้ซ้ำๆ จนผู้รับข้อมูลหลงเชื่อฝังหัว iSTRONG มีเทคนิคอย่างไรที่จะช่วยให้คนทั่วไปกล้าใช้ทักษะ Critical Thinking มาลงมือ “ปรับจูนและตั้งค่าหน้า Feed” ของตนเองเพื่อป้องกันการถูกโน้มน้าวจากแพลตฟอร์มและกลุ่มผู้หวังผลประโยชน์? และจะทำอย่างไรให้การมอบความจริงทางวิทยาศาสตร์ เป็นการมอบ “ยันต์กันหลอก” ที่ช่วยคัดกรองข้อมูลคุณภาพ โดยไม่ไปกระทบกระแทกหรือทำร้ายจิตใจผู้ที่มีความเชื่อเดิมอยู่ก่อน ? คำตอบ: ปัจจุบัน Algorithm ของโซเชียลมีเดียถูกออกแบบมาให้ส่งข้อมูลที่ตรงกับสิ่งที่เราเคยสนใจหรือเชื่ออยู่แล้วเพื่อให้เราอยู่บนแพลตฟอร์มนานขึ้น จึงทำให้หลายคนค่อย ๆ อยู่ในห้องสะท้อนความเชื่อ (Echo Chamber) โดยไม่รู้ตัว และเมื่อรับแต่ข้อมูลเดิมซ้ำ ๆ สมองก็มีแนวโน้มจะรู้สึกว่าสิ่งนี้น่าจะเป็นความจริงมากขึ้น แม้ข้อมูลนั้นอาจไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับก็ตาม หนึ่งในวิธีฝึก Critical Thinking ที่สำคัญ คือการปรับค่าเริ่มต้น (Default Mode) ของการเสพข้อมูลใหม่ เช่น อย่าเลือกฟอลแค่เพจหรือแหล่งข่าวที่คิดเหมือนเราเพียงด้านเดียว เพราะสุดท้ายเราอาจได้ข้อมูลชุดเดิมซ้ำ ๆ จนมองว่ามันคือความจริงทั้งหมด ลองตั้งใจฟอลอย่างน้อย 2 แหล่งข้อมูลที่มีมุมมองแตกต่างกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เห็นเหตุผล หลักฐาน และวิธีคิดที่หลากหลายมากขึ้น การรับข้อมูลที่ขัดแย้งกับความเชื่อ ไม่ได้แปลว่าเราต้องเปลี่ยนความเชื่อในทันที แต่ช่วยให้สมองไม่ปิดกั้นการรับข้อมูลใหม่ ๆ และเพิ่มทักษะในการคิดและเปรียบเทียบข้อมูลด้วยเหตุผล อีกทักษะสำคัญคือ การตั้งคำถามกับข้อมูลมากกว่าการรีบเชื่อหรือรีบปฏิเสธไปก่อน ตัวอย่างคำถามที่ช่วยในการวิพากษ์ข้อมูล เช่น ข้อมูลนี้มีที่มาจากแหล่งไหน มีงานวิจัยหรือผู้เชี่ยวชาญรองรับหรือไม่ คนที่เผยแพร่ข้อมูลได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้ และมีข้อมูลอีกด้านที่อธิบายต่างออกไปไหม จุดมุ่งหมายของการฝึกสมองให้รับข้อมูลควรเป็นการฝึกให้เราได้ลองชวนคิดถึงความเป็นไปได้ของสิ่งต่าง ๆ มากกว่าการพยายามหาข้อมูลเพื่อชี้ว่าอะไรผิดหรือถูกเพียงอย่างเดียว ทั้งการชวนดูหลักฐานจากหลาย ๆ ด้าน ชวนตั้งคำถาม หรือชวนทดลองตรวจสอบด้วยตัวเอง วิธีเหล่านี้จะช่วยให้ผู้คนเรียนรู้ที่จะคัดกรองข้อมูลอย่างมีคุณภาพโดยยังรักษาความสัมพันธ์และความรู้สึกของผู้ที่มีความเชื่อที่ไม่แตกต่างกันในสังคมเอาไว้ได้ คำถามที่ ๕. เมื่อ “อารมณ์” บดบัง “เหตุผล” (Emotional Reasoning) คุณพิชาวีร์กล่าวว่ามนุษย์ประมวลข้อมูลผ่านอารมณ์และประสบการณ์ชีวิตเป็นหลัก ในยุคที่ข่าวสารท่วมท้นและมีการใช้เล่ห์เหลี่ยมสไตล์ศรีธนญชัยมาบิดเบือนวิทยาศาสตร์ เราจะมีเครื่องมือหรือแบบฝึกหัดทางจิตวิทยาใดบ้าง ที่ช่วยลดการใช้ Emotional Reasoning หรือการ “รู้สึกว่าใช่เลยเชื่อ” เพื่อให้ประชาชนหันมาใช้กระบวนการประเมินหลักฐานอย่างระมัดระวังและสมเหตุสมผลมากขึ้น ? คำตอบ: การจัดการกับอารมณ์ที่ดีที่สุด คือ การตระหนักรู้ถึงอารมณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อไหร่ที่อารมณ์เริ่มมีอิทธิพลเหนือเหตุผล สิ่งที่เราทำได้ง่าย ๆ คือ การให้จังหวะตัวเองได้ลองหยุดคิดสักนิดแล้วถามตัวเองง่าย ๆ 3 ข้อว่า ตอนนี้เรากำลังรู้สึกอะไร ความรู้สึกนี้มาจากข้อมูลจริง หรือมาจากความรู้สึกอะไรบ้างอย่างในตัวของเรา มีหลักฐานอะไรที่อาจทำให้เราคิดต่างจากเดิมได้บ้าง อีกเครื่องมือหนึ่งคือ การแยกให้ชัดระหว่าง ฉันรู้สึกว่า… กับ หลักฐานบอกว่า… เช่น ‘ฉันรู้สึกว่ามันอันตราย’ เป็นความรู้สึกที่รับเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าจะสรุปว่า ‘มันอันตรายจริง’ เราต้องมีหลักฐานที่ตรวจสอบและจับต้องได้มารองรับด้วย คำถามที่ ๖. การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่าง “รู้เท่าทันอคติ” “สังคมช่วยสอดส่อง” (Community Watch) จากการบรรยายที่ระบุว่าผู้คนย่อมมีอคติเป็นเรื่องปกติ ควรจะร่วมกันสร้าง “วัฒนธรรมในองค์กรหรือหน่วยงานวิชาการ วิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” อย่างไร ให้เน้นการสอดส่องดูแลแบบเอื้ออาทร มิใช่การจับผิด? เพื่อให้คนที่มีสัญญาณความเชื่อที่เริ่มผิดปกติเกี่ยวกับเทคโนโลยีหรืออาการบ่งชี้ต่างๆ ได้รับการดูแลเยียวยาตั้งแต่เนิ่นๆ โดยที่เขายังสามารถรักษาศักดิ์ศรี ทำงาน และอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างปกติสุข คำตอบ: วัฒนธรรมที่จะเอื้อให้คนรู้สึกมีความปลอดภัยทางใจ ควรระวังประเด็นละเอียดอ่อนอย่างการสอดส่องและเน้นการช่วยกันดูแลมากกว่า เพราะทุกคนมีอคติได้ ทุกคนเชื่อผิดได้ และทุกคนมีช่วงที่เปราะบางได้ โดยเฉพาะในองค์กรหรือหน่วยงานวิชาการที่ความมั่นใจ ความเชี่ยวชาญ และชื่อเสียง อาจทำให้คนไม่กล้ายอมรับว่าตัวเองกำลังสับสนหรือกำลังต้องการความช่วยเหลือ วัฒนธรรมในองค์กรที่ดีจึงควรเริ่มจากการทำให้พื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัยทางใจ (Psychological Safety) กล่าวคือ การให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศที่เปิดกว้าง ปลอดภัย และไม่ตัดสินกัน เพื่อให้พนักงานหรือคนในองค์กรกล้าที่จะพูดคุย ขอความช่วยเหลือ หรือส่งต่อความห่วงใยเมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานกำลังเผชิญความเครียดหรือปัญหาบางอย่าง โดยไม่ใช่การถูกประเมินหรือลงโทษ ตลอดจนทำให้การพูดคุยเรื่องสุขภาพใจเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย เช่น การมีแบบประเมินด้านสุขภาพจิต การมีช่องทางให้ปรึกษาเมื่อพนักงานเริ่มรู้สึกเครียด หมกมุ่น หรือแยกตัวมากขึ้น สิ่งที่คนรอบข้างทำได้ คือสังเกตด้วยความห่วงใย ไม่ใช่ด้วยความระแวง เช่น ถ้าเห็นใครเริ่มพูดถึงความเชื่อบางอย่างอย่างรุนแรงขึ้น แยกตัวมากขึ้น นอนไม่พอ หรือไม่เปิดรับข้อมูลใดๆ เลย เราอาจเริ่มจากคำถามว่า ‘ช่วงนี้ดูเหมือนคุณเหนื่อย ๆ อยากให้ช่วยอะไรไหม’ เป็นต้น คำถามข้อที่ ๗. บทบาทสังคมไทยในการสร้างภูมิคุ้มกัน “วิทยาการเทียม” และ “ความทุกข์ใจ” สุดท้ายนี้ เพื่อให้เป้าหมายในการสร้างสังคมที่สุขภาพจิตดีเป็นจริง ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมากและมักมาพร้อมกับการโฆษณา “ความขลัง” เพื่อผลประโยชน์แอบแฝง ควรรณรงค์ให้สังคมช่วยกันสอดส่องดูแลแบบ “เพื่อนช่วยเพื่อน” ให้กว้างขวางที่สุดได้อย่างไร เพื่อลดผลกระทบทั้งต่อตัวบุคคลที่ “ทุกข์ใจฟรี” และลดภาระส่วนรวมป้องกันไม่ให้งบประมาณของชาติถูกนำไปใช้กับโครงการที่เกิดจากความไม่เข้าใจกันระหว่างวิทยาศาสตร์และความเชื่อหรือความมั่นใจเกินจริงชั่วคราว หรือแม้วาระซ่อนเร้นผลประโยชน์แอบแฝง และอื่นๆ ... รวมทั้งสิ่งที่ iSTRONG อยากจะฝากถึงสังคมไทยทั่วไป เพื่อเตรียมพร้อมสู่วันข้างหน้าของยุคอนาคตพร้อมด้วยสุขภาพจิตที่ดีตลอดไป ? คำตอบ ในยุคที่เต็มไปด้วยข้อมูลและความคิดเห็นที่หลากหลาย การดูแลใจตัวเองและคนรอบข้างอาจสำคัญไม่แพ้การติดตามข่าวสาร เราอาจไม่จำเป็นต้องรีบเชื่อหรือรีบตัดสินทุกเรื่องทันที แต่อาจเริ่มจากการตั้งคำถาม ฟังหลายมุมมอง และสังเกตว่าข้อมูลเหล่านั้นส่งผลต่อความรู้สึกของเราอย่างไร เพราะเมื่อโลกภายนอกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การมีพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเองได้พักใจ ทบทวนและคิดอย่างมีวิจารณญาณ คือทักษะสำคัญที่ช่วยให้เราอยู่กับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมั่นคงมากขึ้น ในระดับสังคม องค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ก็มีบทบาทสำคัญในการช่วยสร้างพื้นที่ของการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์ ผ่านการตรวจสอบข้อมูล การแลกเปลี่ยนมุมมอง และการชวนกันคิดอย่างมีวิจารณญาณ เพื่อให้เราไม่หลงไปกับความกลัว ความโกรธ หรือข้อมูลที่ยังไม่รอบด้าน สิ่งที่ iSTRONG อยากชวนคิด คือ สังคมสุขภาพจิตที่ดี อาจไม่ใช่สังคมที่ทุกคนคิดเหมือนกัน แต่คือสังคมที่เราฟังกันได้ แม้เห็นต่าง ตั้งคำถามได้โดยไม่ทำร้ายกัน และช่วยกันหาทางกลับมาสู่ความเข้าใจและความปลอดภัยทางใจร่วมกัน เพราะเมื่อโลกภายนอกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การมีพื้นที่ให้ตัวเองได้พักใจ ทบทวน และคิดอย่างรอบด้าน คือทักษะสำคัญที่จะช่วยให้เราอยู่กับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมั่นคงมากขึ้น -: SIAM - Quantum Nexus Symposium 2026 Paving the Way for coming Quantum Era: Sustainable Platform & Community Development (Science & Technology, Social Sciences, Education, Humanities, Political Science & Law, Economics) (Official Web) https://www.quantum-thai.org/siam-quantum-nexus เกริ่นนำโครงการ โครงการพัฒนาต่อเนื่องจาก International Year of Quantum S&T 2025 #IYQ2025 & #ThaiYQ2025 วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย เชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายภาครัฐ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือการเรียนรู้แบบเปิดด้านการสื่อสารควอนตัม (communications) การคำนวณควอนตัม (computing) และการตรวจวัดควอนตัม (sensing) เพื่อส่งเสริมการสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและข้อมูล เพื่อเตรียมบุคลากรและสังคมไทยให้พร้อมเข้าสู่ยุคควอนตัมโลก พร้อมภุมิคุ้มกันวิทยาศาสตร์เทียม เพื่อสร้างจดหมายเหตุควอนตัมไทยและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างรุ่นของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้กำหนดนโยบาย คำสำคัญ (keywords); วิทยาศาสตรศึกษา (science education) การสื่อสารวิทยาศาสตร์ (science communication) การจัดการความรู้ (knowledge management) การจัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์ (sciecne fair) สารสนเทศ (ไอซีที) เชิงควอนตัม (quantum information & communications technology) การสร้างทรัพยากรและสื่ออนาคต (future resources) จดหมายเหตุควอนตัมโลกและประเทศไทย (World and Thai quantum milestones) การพัฒนาบุคลากรและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (human resource development & networking) ๓) ผู้รับผิดชอบโครงการ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ IEEE Thailand Section Quantum IT group & IEEE Communications Society (Thailand Chapter) ประธานกรรมการอำนวยการกิตติมศักดิ์: คณบดี คณวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (KMITL) และ นายกสมาคม IEEE Thailand Section ประธานโครงการ: รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันการศึกษา) และ ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ (สมาคมวิชาชีพ) คณะที่ปรึกษา: ศ.ดร.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ - ราชบัณฑิต (วิทยาการคอมพิวเตอร์) ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน - ราชบัณฑิต (ฟิสิกส์) รศ.ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ - อดีตอธิการฯส.พระจอมเกล้าฯลาดกระบัง (ธรรมาภิบาลและการศึกษา) รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม - อดีต ผอ.ส.วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ฯ (บริหารงานวิจัย) ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช - นายกสภา มทส. (การจัดการความรู้ - KM) พันธมิตรต่างประเทศ: Fundacja (โปแลนด์), Senetas (ออสเตรเลีย), SPINQ (จีน), TCQC-CACR (จีน), Qasky (จีน) ๔. ผลกระทบ (impact) ภาคสังคมประชาชนทั่วไป เข้าถึงองค์ความรู้และทรัพยกรสื่อสร้างทักษะไอซีทีควอนตัม เกิดความเข้าใจและมีภูมิคุ้มกันควอนตัมแปลกปลอมเบื้องต้น ด้วยผลจากการร่วมสื่อสารวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เหมาะสม ภาคการศึกษาและการวิจัย เกิดการรวมกลุ่มใช้ผลผลิตต่อยอดสู่ด้านอื่น ๆ ได้ เช่น โครงการพัฒนาบุคลากร งานวิจัยและพัฒนาที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากการร่วมกันสื่อสารวิชาการสาธารณะที่ถ้วนทั่วครบทุกด้าน ภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ได้รับการส่งเสริมให้สามารถติดตาม เข้าถึง และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้รวดเร็วพร้อมกับลดความเสี่ยงด้วยข้อมูลของโครงการที่ครอบคลุมและอ้างอิงตรวจสอบได้ ภาครัฐโดยผู้กำหนดนโยบาย ทั้งด้านโทรคมนาคม สารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงศักยภาพและผลกระทบของเทคโนโลยี พร้อมร่วมสื่อสารนโยบายวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลางรู้และเท่าทัน กสทช. สามารถนำผลลัพธ์จากโครงการนี้ไปใช้เพื่อร่วมกำหนดแนวทางสนับสนุนส่งเสริมและตรวจสอบกิจกรรมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอซีทีควอนตัมเทคโนโลยีแขนงใหม่ของประเทศได้ “SIAM–Quantum Nexus 2026” คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมควอนตัมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาควิชาการ อุตสาหกรรม และนโยบายสาธารณะ เพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในยุคเศรษฐกิจควอนตัมโลก โดยใช้การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ และการสื่อสารที่เท่าทันเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอนาคตของชาติ Partners: สํานักงานคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หมายเหตุ: ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org Alliance: | Light & Quantum Milestones (2019) | Disclaimer: SIAM-Quantum Nexus 2026 - a public serving project by volunteers no conflict of interest & none of personal agenda involved ๐ since IYL2015 through IDL 2018 IDL 2019 IDL2020 IDL 2021 IDL2022 IDL2023 2024 and 2025 ThaiTelecom150 IYQ2025 & ThaiYQ2025 Welcome volunteers ! ๐
- “Science, Critical Thinking, and Conspiracy: วิธีคิดในยุคข้อมูลชวนเชื่อ” | Siam-Quantum Nexus 2026| พิชาวีร์ เมฆขยาย | ไอซีทีควอนตัมไทยสำหรับสังคมทั่วไปทุกวงการ | May 24, 2026
[ Siam-Quantum Nexus 2026 ] -- (เกริ่นนำ) ในยุคที่ข้อมูลล้นเหลือยุคที่สามารถสร้างเนื้อหาเผยแพร่ความเชื่อ เผยแพร่ความคิดเห็นของตนเองลงสู่โซเชียลมีเดียให้ได้รู้ ได้อ่าน ได้เห็นทุกเมื่อนั้น ความท้าทายอีกฝั่งหนึ่งก็คือ การเลือกที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อข้อมูลอะไรดี ? จะคัดกรองอย่างไรว่าข้อมูลไหนน่าเชื่อถือและนำมาใช้ประโยชน์ต่อได้ ? ข้อมูลใดสมควรที่จะเสพเพื่อความสนุกสนานความบันเทิงเท่านั้น หรือข้อมูลอะไรควรจะที่จะเพิกเฉยเพราะอาจไม่เป็นประโยชน์ ... ยุคที่มีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายนี้รวมถึงด้านวิทยาศาสตร์ที่อาจมีทฤษฎีสมคบคิดเรื่องแฟนตาซี เรื่องราวไซไฟต่าง ๆ ที่รับฟังแล้วรู้สึกตื่นเต้น ลึกลับ ซับซ้อน น่ากลัว ฯ ด้วยนั้น ข้อมูลเหล่านั้นน่าเชื่อถือหรือเปล่า ? (On Air - May 24, 2026 - 9:00 PM (GMT+7) “Science, Critical Thinking, and Conspiracy: วิธีคิดในยุคข้อมูลชวนเชื่อ” | บทเรียบเรียงจากการยรรยาย | TRANSCRIPTION | ๐ การใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล มุมมองของจิตวิทยา ด้วยความที่เป็นมนุษย์มีอารมณ์ความรู้สึก มีพื้นหลัง (background) ของชีวิต สิ่งต่างๆ เหล่านั้นจะมาบดบังมีอิทธิพลต่อการรับข้อมูลข่าวสารและวิจารณญาณของเราเองได้จนเกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า “อคติ” … ซึ่ง “อคติ” นี้เองทำให้มนุษย์แต่ละคนถึงแม้ว่าจะรับข้อมูลข่าวสารเดียวกัน แต่จะมีปฏิกิริยาตอบสนอง มีความเชื่อ มีอารมณ์ความรู้สึกแตกต่างกันออกไปได้ วัตถุประสงค์ของการนำเสนอหัวข้อนี้จึงมิได้ชี้นำว่าข้อมูลแบบใดที่เชื่อถือได้หรือเชื่อถือไม่ได้ หากเพื่อการรู้เท่าทันว่า “อคติ” ในความเป็นมนุษย์อันมีปัจจัยบางสิ่งบางอย่างที่มีอิทธิพลทำให้เลือกเชื่อข้อมูลบางอย่างหรือเลือกที่จะต่อต้านข้อมูลบางอย่าง เหล่านั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร ตามด้วยวิธีการคร่าว ๆ ในการสร้างเกราะป้องกันหรือการพัฒนาทักษะการคัดกรองข้อมูลโดยมีวิจารณญาณในการคิด ที่เรียกว่า “การคิดเชิงวิพากษ์” เพื่อจะได้เลือกที่จะเชื่อข้อมูลที่มีคุณภาพมากขึ้น ดังนั้น เป้าหมายของหัวข้อนี้คือเชิญชวนกันคิดอย่างมีหลักเกณฑ์นั่นเอง ๐ เคยได้ยินเรื่องเหล่านี้บ้างไหม ? กรณีทฤษฎีสมคบคิดมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ “Illuminati” “สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า” “การค้นพบหลักฐานทางยูเอฟโอ (UFO)” หรือล่าสุดทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับบุคคลคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับองการนาซา (NASA) และโครงการนิวเคลียร์ต่าง ๆ หายตัวไปหรือเสียชีวิตอย่างลึกลับ ซึ่งเรื่องเล่าที่น่าตื่นเต้นจะกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น สร้างให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกบางอย่างอันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเรื่องราวเหล่านี้เผยแพร่ไปสู่กลุ่มคนที่กว้างขวางได้ง่าย ทดสอบด้วยการลองนึกภาพกับเนื้อหา (content) สองแบบ เริ่มจากเนื้อหาด้านวิทยาศาสตร์ที่มีนักวิจัยนักวิทยาศาสตร์เล่าถึงงานวิจัยที่ตีพิมพ์ออกมายี่สิบหน้า กับอีกเนื้่อหาอื่นเล่าเรื่อง (Story Telling) ที่น่าสนใจ มีความลึกลับ น่าตื่นเต้น หยิบจับเอาจิ๊กซอว์ตรงนั้นตรงนี้มาปะติดปะต่อกัน ทำให้มนุษย์เกิดมีจินตนาการดูน่าตื่นเต้นน่าสนุกเหลือเกิน ... สองคลิปนี้แบบใดจะสร้างกระแสให้คนสนใจมากกว่ากัน ? ปฏิเสธไม่ได้ว่าคลิปที่กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของคนย่อมจะได้รับความสนใจได้มากกว่า นั่นเพราะเราเป็นมนุษย์มีอารมณ์ความรู้สึกนั่นเอง จึงเป็นที่มาว่าทำไมทฤษฎีสมคบคิดนี้จึงได้แพร่หลายแล้วอาจจะชักจูงผู้คนบางกลุ่มให้หลงเชื่อได้มากมายเหลือเกิน ๐ ทำไมคนเราถึงเชื่อหรือไม่เชื่ออะไรบางอย่างได้ง่าย -- มนุษย์ไม่ได้ใช้เหตุผลล้วน ๆ ในการเชื่อ ในเชิงจิตวิทยา คนเราบางครั้งไม่ได้เชื่อด้วยเหตุผลอย่างเดียว ด้วยปัจจัยบางอย่างจากการที่ข้อมูลข่าวสารไหลเข้ามา การประมวลผลในหัวสมองของแต่ละคนไม่ได้ตรงไปตรงมา (มนุษย์ไม่ใช่ AI หรือแม้แต่ AI เองก็อาจจะเกิดการลำเอียง (bias) ได้ มนุษย์เช่นกัน การที่เติบโตมาถูกสั่งสอนมาอย่างไร อารมณ์ความเชื่อ ณ ขณะนั้น หรือความเชื่อดั้งเดิมเสพอะไรมา จะส่งผลต่อความเชื่อด้วย) ถึงแม้ว่าจะรับรู้ในเรื่องเดียวกันหากเรียนจบสายต่างกันมา เช่น วิศวกรรมไฟฟ้า สังคมศาสตร์ หรือบริหารธุรกิจ ฯลฯ เมื่อแต่ละคนประมวลผลแล้วจะมีมุมมองต่อเรื่องนั้น ๆ ต่างกัน เพราะมีปัจจัยมีข้อมูลดั้งเดิมในหัวสมองหรือประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกันรวมถึงข้อมูลที่ซึมซับมา ณ ขณะนั้น กระทั่ง ความชอบต่อตัวผู้เล่าเรื่องก็มีผลเช่นกัน สมมติว่ารู้สึกไม่ถูกชะตาผู้ที่เล่าเรื่องก็จะมีแนวโน้มที่จะมีอคติและเริ่มที่จะไม่เชื่อถือก็เป็นได้ ผิดกับอีกเนื้อหาหนึ่งที่รู้สึกว่า อุ๊ย ! คนนี้น่าเชื่อถือเหลือเกิน สไตล์การพูดจาเนี่ยมันถูกจริตเหลือเกิน ก็จะมีแนวโน้มเริ่มคล้อยตามหรือเชื่ออะไรง่าย ๆ กับสิ่งเหล่านั้น เพราะฉะนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมนุษย์ไม่ได้ประมวลผลข้อมูลอย่างตรงไปตรงมานั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เข้าใจยากเช่นทฤษฎีควอนตัมฟิสิกส์หรือศาสตร์ที่ต้องใช้ความพยายามในการศึกษาทำความเข้าใจอย่างยิ่ง “มนุษย์ … เรื่องซับซ้อนจะมีพื้นที่ว่างในการที่จะไม่เข้าใจ เป็นช่องว่างให้จินตนาการของเราเข้าไปเติมเต็ม” … เพราะมนุษย์มีแนวโน้มที่จะพยายามทำให้เรื่องราวต่าง ๆ ให้ง่ายลง (Simplify) เพื่อทำความเข้าใจเรื่องนั้น ๆ จึงใช้จินตนาการบางส่วนหรือข้อมูลอะไรที่เข้าใจได้ง่ายมาอธิบาย แล้วจึงมีแนวโน้มที่จะเชื่อสิ่งเหล่านั้นมากกว่านั่นเอง “ยิ่งเรื่องซับซ้อน ยิ่งมีแนวโน้มใช้ทางลัดทางความคิด” ๐ Cognitive Model ในทางจิตวิทยามีแนวคิดหนึ่งเป็นที่ยอมรับแพร่หลาย นักจิตวิทยาและจิตแพทย์ใช้ในการทำงานช่วยบำบัดผู้คนในชื่อ CBT หรือ Cognitive Behavioral Therapy ซึ่งมีพื้นฐานว่า มนุษย์ทุกคนจะเลือกมีอารมณ์ความรู้สึกต่อเรื่องบางอย่างหรือมีพฤติกรรม ที่เป็นปฏิกิริยาโต้ตอบกับสถานการณ์ ต้องผ่านกระบวนการคิดมาก่อน … โดยตีความเหตุการณ์นั้นอย่างไรแล้วจะส่งออกมาเป็นพฤติกรรม ออกมาเป็นความเชื่อ ออกมาเป็นอารมณ์ความรู้สึก ... ซึ่งช่องว่างนั้น การตีความของแต่ละผู้คนจะมีอคติ ... CBT นี้ ศึกษาว่าอคติแบบใดบ้างที่ทำให้คนเราตีความสถานการณ์ออกมาผิดหรือไม่สมเหตุสมผลที่เรียกว่า Cognitive Distortion ในที่นี้มีตัวอย่างห้าแบบ คือ 1) Confirmation Bias เมื่อมีความเชื่อบางอย่างแล้วมีข้อมูลที่ตรงกับความเชื่อนั้นจะพึงเสพหรือรับข้อมูลเหล่านั้นเข้ามาเรื่อย ๆ ตัวอย่างเช่น ความเชื่อทางการเมืองจะเห็นได้ชัดเจน แนวคิดทางการเมืองเป็นแบบใดเวลามีเนื้อหาที่สนับสนุนความเชื่อทางการเมืองนั้นก็มีแนวโน้มที่จะอ่านมากขึ้น มีแนวโน้มที่จะส่งต่อ มีแนวโน้มที่จะเสพมากขึ้น เมื่อยิ่งไปร่วมกับอัลกอลิทึมของสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ยามสนใจมุมมองหรือแนวคิดนั้น อัลกอลิทึมจะยิ่งนำเสนอ (Feed) แนวคิดแบบนั้นมาให้เรื่อย ๆ ส่วนแนวคิดอื่นที่ตรงกันข้ามที่เลือกปฏิเสธหรือปัดทิ้ง ไม่ใช้เวลาอ่าน ไม่ใช้เวลาเสพ อัลกอลิทึมก็จะยิ่งไม่ส่งข้อมูลเหล่านั้นมาให้ ... ‘Confirmation Bias’ จะยิ่งเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ... เมื่อเลือกที่จะรับแต่ข้อมูลที่มันตรงกับความเชื่อ อะไรที่ขัดกับความเชื่อมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธก็จะยิ่งทำให้ฝังหัวแล้วก็เชื่อสิ่งเหล่านั้นมากยิ่งขึ้นนั่นเอง 2) Availability Heuristic คือแนวโน้มที่จะหาทางลัด (Shortcut) ความเชื่อบางอย่าง เช่น ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจได้ยาก จะมีแนวโน้มที่จะไปเลือกเชื่อเรื่องราวอื่น ๆ ที่มีคำอธิบายอันรู้สึกว่าเข้าใจได้ง่ายมากขึ้นแทน 3) Emotional Reasoning คือการใช้ความรู้สึกมาแทนความเป็นเหตุเป็นผล เช่น หากรู้สึกว่าเข้าใจง่ายกว่า รู้สึกว่าจริง ก็จะมีแนวโน้มที่จะเชื่อข้อมูลนั้น ... ทั้งๆ ที่คิดว่าตนเองมีเหตุผลแต่จริงๆ แล้วใช้อารมณ์ความรู้สึกในการมาตัดสิน (Judge) ข้อมูลเหล่านั้นแทนความเป็นเหตุเป็นผล 4) Overconfidence Bias คือการที่มีข้อมูลอยู่ชุดหนึ่งที่คิดว่าเข้าใจได้หมดเองแล้ว แล้วจึงเลือกที่จะเชื่อทันที 5) Black and White Thinking คือความเชื่อที่สุดโต่ง อาทิ สมมุติว่าตนเองรู้สึกไม่เข้าใจแนวคิดหรือทฤษฎีที่ซับซ้อนมากเกินไป จึงเลือกที่จะบอกว่า ‘มันไม่จริง’ หรือเลือกที่จะปฏิเสธ แต่กลับไปเชื่ออีกแนวคิดหนึ่งที่อาจจะสุดโต่งแบบอื่นแทนก็เป็นได้ ตัวอย่างทั้งห้าเหล่านี้ แสดงให้เห็นภาพว่ามนุษย์มีวิธีคิดซับซ้อน อคตินั้นมีหลายแบบ จึงเป็นเหตุผลที่ว่าจะตีความหรือมีอารมณ์ที่จะตอบสนองต่อเรื่องใด ๆ จึงไม่เหมือนหรือต่างกันไปนั่นเอง ๐ เรื่องวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อน ถูกบิดเบือนได้ง่าย ! “เรื่องที่ซับซ้อนมักมีความเสี่ยง … ถูกทำให้ง่ายเกินจริง ถูกหยิบบางส่วนมาเล่าโดยขาดบริบทและถูกใช้สร้างเรื่องเล่าที่กระตุ้นอารมณ์” เช่นกรณี Quantum Physics อันเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและเข้าใจได้ยากมาก อาจมีศัพท์บางคำที่ไปปรากฏอยู่ในหนัง Sci-Fi เป็นคำพูดที่ดูเหนือจริงเหนือธรรมชาติ จึงมีแนวโน้มที่ถูกนำไปตีความ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเรื่องวิทยาศาสตร์ที่มันซับซ้อนมันถึงถูกบิดเบือนได้ง่าย ... เมื่อเข้าใจได้ยากซับซ้อนอีกทั้งแล้วต้องใช้เวลามาก หากมีข้อมูลอื่นที่กระตุ้นอารมณ์มากกว่าหรือทำให้เข้าใจปะติดปะต่อได้ง่ายกว่า จึงอาจมีแนวโน้มที่จะไปเชื่อแนวทางที่มากระตุ้นนั้น ทำให้มีแนวโน้มที่จะหลงเชื่อเรื่องที่ดูแฟนซีมากแต่เข้าใจง่าย ทำให้คนคล้อยตามมากกว่าที่จะมาใช้เวลาศึกษาทฤษฎีที่ซับซ้อน โดยขณะที่มีช่องว่างดังกล่าวอยู่นั้น อาจจะมีกลุ่มคนที่อาศัยใช้ช่องว่างเหล่านั้นหยิบยกนำมาแต่งเสริมเรื่องราวเพื่อที่จะสร้างประโยชน์ให้ตนเองแทนอยู่ด้วย ทำให้ผู้ที่เข้าไปรับฟังบ่อยครั้งก็ยิ่งมีโอกาสที่จะถูกโน้มน้าว ถูกเหนี่ยวนำ ถูกบิดเบือนได้โดยง่ายขึ้น ยิ่งเสพซ้ำก็ยิ่งรู้สึกว่าอินมากขึ้น อีกทั้ง ขณะเวลากลุ่มคนเหล่านั้นเล่าเรื่องก็จะพยายามจะนำหลักฐานต่าง ๆ มาสนับสนุน หากเป็นการประจวบเหมาะกันได้เป็นอย่างดี ผู้รับฟังก็จะยิ่งรู้สึก “ว้าว” ! ปักใจเชื่อ ... กลับกัน ข้อมูลจากด้านที่เป็นงานวิจัยหรือเรื่องจริงอันเป็นข้อเท็จจริงที่แม้จะพยายามอธิบายว่าแท้จริงแล้วเป็นแบบใด หากผู้คนที่เชื่อฝังหัวไปด้านตรงข้ามมากแล้ว การอธิบายหรือการทำความเข้าใจเรื่องจริงแท้จะยิ่งยากลำบากมากขึ้น ดังเช่นตัวอย่างจากข่าวนี้ ... “คนอังกฤษเผาเสาส่งสัญญาณ 5G เพราะเชื่อว่าเป็นตัวการแพร่เชื้อโคโรนาไวรัส” จากข่าว การมีปฏิกริยาหรือเกิดพฤติกรรมเหล่านั้นออกมาได้นั้น ผู้กระทำได้ไปรับรู้ข้อมูลข่าวสารบางอย่างที่ถูกทำให้เชื่อมาก่อน ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่ายุค 5G ที่มาพร้อม ๆ กับเชื้อโคโรนาไวรัสที่ระบาดอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน อาจมีคนบางกลุ่มที่จับโยงแล้วผูกเรื่องเองผสมกับจินตนาการและทักษะการเล่าเรื่องออกมาแนว Sci-Fi ดูลึกลับ กระตุ้นอารมณ์ จึงมีแนวโน้มที่จะถูกทำให้เชื่อได้มากขึ้น เช่นกัน เนื่องจากมนุษย์มีอคติ เมื่อพบกับเรื่องที่เข้าใจได้ยากอาจไปเลือกเชื่ออีกฝั่งที่เข้าใจได้ง่ายกว่า กรณีนี้คือตัวอย่างดังกล่าว เป็นต้น กรณีการเชื่อมโยงกับเรื่อง ‘ควอนตัม’ ก็เช่นกัน เมื่อเรื่องควอนตัมนั้นถูกขยายความให้เป็นแฟนซีมาก จึงอาจมีกลุ่มผู้คนที่เชื่อในเชิงที่หลุดโลกไปเลยก็เป็นได้ เช่น ทฤษฎีนี้จะทำให้มนุษย์วาร์ปได้ไปอยู่ในสถานที่เหมือนประตูสารพัดสถานที่แบบที่ปรากฏในการ์ตูนโดราเอม่อน หรือแม้จะเหาะเหินเดินอากาศได้อันเป็นจินตนาการของมนุษย์ ซึ่งปรากฏมีข่าวบิดเบือนเรื่อง ‘ควอนตัม’ อยู่มากมายด้วยเช่นกัน ๐ การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) การเสพข้อมูลผู้ที่รับรู้ข้อมูลจะทำอย่างไรถึงจะมีเกราะป้องกัน ? ทักษะหนึ่งที่มีประโยชน์มากคือ การคิดเชิงวิพากษ์หรือ Critical Thinking อันมีหลักการที่ว่าทำอย่างไรที่จะทราบได้ว่าข้อมูลเหล่านั้นเชื่อได้มากน้อยเพียงใด โดยการสร้างทักษะที่คิดเชิงวิพากษ์นี้มีห้าขั้นตอน ดังนี้ ๑) Question - ตั้งคำถาม จากเนื้อหาที่ได้อ่านได้ฟังมานั้นต้องรู้จัก “เอ๊ะ” หรือมี “ต่อมเอ๊ะ” อย่าเพิ่งเชื่อทันที ต้องวิเคราะห์ว่าเอ๊ะแนวคิดนั้นมาเป็นเพียงความคิดเห็นหรือเป็นข้อเท็จจริงน่าเชื่อถือมีหลักฐานสนับสนุนมากน้อยเพียงใด ? และหลักฐานนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ ? พร้อมกับการสำรวจข่าวจากแหล่งอื่นด้วยว่าเป็นอย่างไร ควรตั้งคำถามด้วยว่า “เอ๊ะ” เนื้อหาที่เผยแพร่มานั้นผู้ที่เผยแพร่หรือใครที่จะได้รับประโยชน์ เขาต้องการอะไรกันแน่ในการเผยแพร่สิ่งเหล่านั้น … ต่อมเอ๊ะจะช่วยให้ตั้งคำถามไม่รีบเชื่อทันที ซึ่งจะนำไปสู่พฤติกรรมอื่นตามมา เช่น นำไปสู่การค้นคว้าแหล่งข่าวอื่น ๆ ว่าสอดคล้องหรือเห็นต่างอย่างไรได้ด้วย ๒) Analyze - วิเคราะห์ เมื่อรับสารแล้วและมีการตั้งคำถามแล้ว ต้องวิเคราะห์ต่อว่า “เอ๊ะ” สิ่งเหล่านี้เผยแพร่ออกไปแล้วเกิดผลอย่างไรกับสังคม ? น่าเชื่อถือแค่ไหน ? เป็นเพียงแค่เรื่องเล่าหรือเป็นข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานสนับสนุน ๓) Challenge - ท้าทาย คือการลองคิดในทางตรงกันข้าม เมื่อ “เอ๊ะ” แล้วหากข้อมูลเหล่านั้นสามารถคิดให้เป็นรูปแบบอื่นได้ไหม โดยทดลองสวมหมวกหลายใบหรือทดลองเป็นคนอื่นที่หลากหลายเพื่อมาแย้งความคิดตนเองก่อนที่จะปักใจเชื่อ ๔) Evaluate - ประเมินหลักฐานอย่างระมัดระวัง ถึงแม้จะได้รวบรวมหลักฐานมาแล้วและเป็นแนวคิดที่มีจำนวนผู้คนพูดถึงคล้ายกันแต่อาจยังคงเป็นเพียงเรื่องเล่า จึงอาจจะยังไม่น่าเชื่อถือนัก จำต้องมีความสามารถในการประเมินต่อว่าหลักฐานที่มีอยู่นั้นเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน มีผลจากงานวิจัยรองรับมากเพียงพอ หรือยังเป็นเพียงแค่วิทย์เทียม (Pseudoscience) เป็นต้น และแม้จะมีหลักฐานสนับสนุนก็ตามแต่หากงานวิจัยนั้นไม่ได้มาจากกลุ่มประชากรที่มากเพียงพอ จึงอาจยังเป็นสิ่งที่ต้อง “เอ๊ะ” ต่อ อย่าเพิ่งรีบปักใจเชื่อเช่นกัน ๕) Alternatives - ความเป็นไปได้อื่น ๆ การมองหาความเป็นไปได้อื่น ๆ ด้วยการสวมหมวกหลายใบเพื่อลองคิดว่า “เอ๊ะ” หากไม่เชื่อแบบนี้จะเชื่อแบบอื่นอีกมีความเป็นไปได้หรือไม่ คือการคิดมุมมองอื่นอันเป็นทักษะที่ช่วยให้มีสติยั้งคิดมากขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจ ๐ Critical Thinking มิใช่การวินิจฉัยคน ทั้งนี้ คนปกติทั่วไปมีอคติบ้างมีความเชื่อที่ไม่สมเหตุสมผลบ้างถือว่าเป็นเรื่องปกติ หากการเชื่อหรือไม่เชื่ออะไรเหล่านั้นมิได้มีผลเสียไม่ได้ส่งผลกับการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่กระทบกับความสัมพันธ์กับคนรอบข้างหรือกลุ่มคนอื่น ๆ ในสังคม แต่หากเมื่อใดที่เริ่มส่งผลกระทบ เช่น สมมติว่าตนเองมีความเชื่อไปทางใดทางหนึ่งแล้วรู้สึกว่าไม่เชื่อของอีกฝั่งตรงกันข้ามอย่างมาก จึงเกิดการไปโจมตีหรือสร้างผลทางลบเช่นนั้น จำต้องกลับมาเริ่มมายั้งคิดหรือคิดวิเคราะห์ให้มากขึ้นว่าความเชื่อของตนมีน้ำหนักเพียงพอมากแล้วหรือไม่ ... ขณะเดียวกัน อาจมีบางกรณีที่ล้นเกินไปจากคนปกติทั่วไป หรือที่เกิดการข้ามเส้นความปกติไป ซึ่งในเชิงจิตวิทยาเรียกว่าเป็นอะไรที่เกินมนุษย์ปกติไปแล้ว ซึ่งอาจจะกระทบชีวิตประจำวันจนถึงขั้นที่เรียกว่าเป็นภาวะที่ไม่ปกติที่เรียกว่า “Disorder” อันเป็นภาวะที่ไม่สามารถแยกแยะความเป็นจริงออกจากสิ่งที่เป็นจินตนาการได้นั่นเอง แต่สิ่งเหล่านี้ คนทั่วไปไม่สามารถที่จะไปตัดสินได้ว่าคนนั้นคนนี้มีอาการนี้ได้ ต้องถูกวินิจฉัยโดยจิตแพทย์เท่านั้น ซึ่งบุคคลที่มีภาวะนี้อาจจะรับรู้หรือเชื่อเรื่องบางอย่างมากจนกระทั่งกระทบกับชีวิตประจำวัน เช่น หมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องนั้นจนไม่เป็นอันทำการทำงาน แล้วอาจนำไปสู่การเข้าลัทธิหรือพฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ อันส่งผลกระทบกับตนเอง คนรอบข้าง หรือต่อครอบครัวได้ (หมายเหตุ: ต้องได้รับการวินิจฉัยโดยจิตแพทย์เท่านั้น ไม่ควรเหมารวม) โดยสรุป หัวข้อ “Science, Critical Thinking, and Conspiracy: วิธีคิดในยุคข้อมูลชวนเชื่อ” นี้ ขอมาเชิญชวนให้มี “Critical Thinking” หรือมีการคิดเชิงวิพากษ์ในการที่จะเลือกเชื่อหรือไม่เชื่อข้อมูลอะไรก็ตาม ชวนรู้เท่าทันอคติของตนเอง เสพข้อมูลอย่างมีสติ มี “ต่อมเอ๊ะ” ในการรับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เมื่อนั้น จึงจะปลอดภัยจากการที่จะถูกจูงใจหรือถูกโน้มน้าวโดยคนบางกลุ่มที่อาจจะหวังผลซ่อนเร้นบางอย่างได้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว “วิธีคิดในยุคข้อมูลชวนเชื่อ” นี้จะขึ้นอยู่กับ สติ ความสามารถ และวิจารณญาณของตนเอง คำถาม & คำตอบ : ๗ คำถามสาธารณะ: “จิตวิทยาเพื่อความเข้าใจและการดูแลสังคมในยุค 5G เอไอ และควอนตัม” (May 27, 2026) SIAM - Quantum Nexus Symposium 2026 Paving the Way for coming Quantum Era: Sustainable Platform & Community Development (Science & Technology, Social Sciences, Education, Humanities, Political Science & Law, Economics) (Official Web) https://www.quantum-thai.org/siam-quantum-nexus เกริ่นนำโครงการ โครงการพัฒนาต่อเนื่องจาก International Year of Quantum S&T 2025 #IYQ2025 & #ThaiYQ2025 วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย เชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายภาครัฐ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือการเรียนรู้แบบเปิดด้านการสื่อสารควอนตัม (communications) การคำนวณควอนตัม (computing) และการตรวจวัดควอนตัม (sensing) เพื่อส่งเสริมการสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและข้อมูล เพื่อเตรียมบุคลากรและสังคมไทยให้พร้อมเข้าสู่ยุคควอนตัมโลก พร้อมภุมิคุ้มกันวิทยาศาสตร์เทียม เพื่อสร้างจดหมายเหตุควอนตัมไทยและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างรุ่นของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้กำหนดนโยบาย คำสำคัญ (keywords); วิทยาศาสตรศึกษา (science education) การสื่อสารวิทยาศาสตร์ (science communication) การจัดการความรู้ (knowledge management) การจัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์ (sciecne fair) สารสนเทศ (ไอซีที) เชิงควอนตัม (quantum information & communications technology) การสร้างทรัพยากรและสื่ออนาคต (future resources) จดหมายเหตุควอนตัมโลกและประเทศไทย (World and Thai quantum milestones) การพัฒนาบุคลากรและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (human resource development & networking) ๓) ผู้รับผิดชอบโครงการ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ IEEE Thailand Section Quantum IT group & IEEE Communications Society (Thailand Chapter) ประธานกรรมการอำนวยการกิตติมศักดิ์: คณบดี คณวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (KMITL) และ นายกสมาคม IEEE Thailand Section ประธานโครงการ: รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันการศึกษา) และ ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ (สมาคมวิชาชีพ) คณะที่ปรึกษา: ศ.ดร.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ - ราชบัณฑิต (วิทยาการคอมพิวเตอร์) ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน - ราชบัณฑิต (ฟิสิกส์) รศ.ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ - อดีตอธิการฯส.พระจอมเกล้าฯลาดกระบัง (ธรรมาภิบาลและการศึกษา) รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม - อดีต ผอ.ส.วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ฯ (บริหารงานวิจัย) ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช - นายกสภา มทส. (การจัดการความรู้ - KM) พันธมิตรต่างประเทศ: Fundacja (โปแลนด์), Senetas (ออสเตรเลีย), SPINQ (จีน), TCQC-CACR (จีน), Qasky (จีน) ๔. ผลกระทบ (impact) ภาคสังคมประชาชนทั่วไป เข้าถึงองค์ความรู้และทรัพยกรสื่อสร้างทักษะไอซีทีควอนตัม เกิดความเข้าใจและมีภูมิคุ้มกันควอนตัมแปลกปลอมเบื้องต้น ด้วยผลจากการร่วมสื่อสารวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เหมาะสม ภาคการศึกษาและการวิจัย เกิดการรวมกลุ่มใช้ผลผลิตต่อยอดสู่ด้านอื่น ๆ ได้ เช่น โครงการพัฒนาบุคลากร งานวิจัยและพัฒนาที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากการร่วมกันสื่อสารวิชาการสาธารณะที่ถ้วนทั่วครบทุกด้าน ภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ได้รับการส่งเสริมให้สามารถติดตาม เข้าถึง และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้รวดเร็วพร้อมกับลดความเสี่ยงด้วยข้อมูลของโครงการที่ครอบคลุมและอ้างอิงตรวจสอบได้ ภาครัฐโดยผู้กำหนดนโยบาย ทั้งด้านโทรคมนาคม สารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงศักยภาพและผลกระทบของเทคโนโลยี พร้อมร่วมสื่อสารนโยบายวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลางรู้และเท่าทัน กสทช. สามารถนำผลลัพธ์จากโครงการนี้ไปใช้เพื่อร่วมกำหนดแนวทางสนับสนุนส่งเสริมและตรวจสอบกิจกรรมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอซีทีควอนตัมเทคโนโลยีแขนงใหม่ของประเทศได้ “SIAM–Quantum Nexus 2026” คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมควอนตัมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาควิชาการ อุตสาหกรรม และนโยบายสาธารณะ เพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในยุคเศรษฐกิจควอนตัมโลก โดยใช้การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ และการสื่อสารที่เท่าทันเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอนาคตของชาติ Partners: สํานักงานคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หมายเหตุ: ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org Alliance: | Light & Quantum Milestones (2019) | Disclaimer: SIAM-Quantum Nexus 2026 - a public serving project by volunteers no conflict of interest & none of personal agenda involved ๐ since IYL2015 through IDL 2018 IDL 2019 IDL2020 IDL 2021 IDL2022 IDL2023 2024 and 2025 ThaiTelecom150 IYQ2025 & ThaiYQ2025 Welcome volunteers ! ๐
- (May 2026) - บุญรักษา สุนทรธรรม | ผู้บริหารที่มารับช่วงต่อควรดำเนินการอย่างไร ? | #Frontier Research
(คำถาม) -- จากยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผนงานในแผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๗๒ อันเป็นที่ทราบแล้วว่ามีข้อสังเกตโดยทั่วไปถึงความคลาดเคลื่อนของการสื่อสารข้อมูล อาทิ แผนสิบปีนี้ระบุว่า 'ควอนตัมอินเทอร์เน็ต' มีใช้งานตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๖๘ ที่ผ่านมาทั้งที่ไม่มีอยู่จริงบนโลก ตามด้วย “อัลกอลิทึมคอมพิวเตอร์ควอนตัมใช้จัดอันดับผู้กู้ หนี้เสีย แก้ปัญหาโลจิสติกส์ที่สำคัญสำหรับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการจราจรหรือการจัดการน้ำ ตรวจจับมะเร็ง ดูแลสุขภาพสัตว์ ฯลฯ” ข้อมูลเกินจริงเหล่านั้นเกิดขึ้นมาหลังจากที่ระดับนโยบายแถลงข่าวเปิดตัวด้วยแนวทาง ควอนตัมไทยใช้ลดความเหลื่อมล้ำ #กำหนดอนาคตประเทศ จะเป็น "เสือควอนตัมตัวที่ห้าของเอเชีย" “นักวิจัย ๕๐ คนเพียงพอต่อการสร้างนวัตกรรมควอนตัม” “ทุ่ม 200 ล้าน ตั้งเป้าพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมให้สำเร็จภายใน 5 ปี” “ระบบเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมระดับสูง” “พลิกโฉมประเทศสู่นิวนอร์มัล” “ช่วยในการยกระดับให้ไทยเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีและนวัตกรรม” ฯลฯ ... ผู้บริหารที่มารับช่วงต่อจากที่ประชุมการจัดทำ “ยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research)” พ.ศ. ๒๕๖๒ ควรดำเนินการต่อไปอย่างไรกับแผนยุทธศาสตร์กับอายุที่เหลือฉบับนี้ ? -- (คำถาม & คำตอบ) | Q & A -- สนทนากับผู้บริหารวิทย์ Baby Boomers | บุญรักษา สุนทรธรรม | SIAM–Quantum Nexus | นโนบายควอนตัมไทยอย่างไรต่อ ? | #ไทยควอนตัมสำนึกชอบ2026 | [ Previous QUOTES ] “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง”
- (คำถาม & คำตอบ) ปรัชญาวิทยาศาสตร์ กับนโยบายวิทยาศาสตร์ | OPENING TALK - Siam-Quantum Nexus 2026| ศ.ดร.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ | ไอซีทีควอนตัมไทยสำหรับสังคมทั่วไปทุกวงการ | May 10, 2026
[ Siam-Quantum Nexus 2026's OPENING TALK ] -- การบรรยายออนไลน์ "ปรัชญาวิทยาศาสตร์และนโยบายวิทยาศาสตร์" รวมทั้งบทวิพากษ์นโยบายเอไอและคำถามคำตอบกรณีควอนตัมไทย โดย ศ.ดร.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ นักปรัชญาแถวหน้าของเมืองไทย Opening Talk: Siam-Quantum Nexus 2026 (On Air - May 10, 2026 - 10:00 PM (GMT+7) คำถาม & คำตอบ : "ปรัชญาวิทยาศาสตร์และนโยบายวิทยาศาสตร์" คำถาม (Q-Thai forum) ๑) วิทยาศาสตร์เพื่อความกินดีอยู่ดี... หรือแค่กิจกรรมภาพลักษณ์นโยบาย ? จากที่อาจารย์กล่าวว่าวิทยาศาสตร์เป็นกิจกรรมที่แยกไม่ออกจากสังคมและวัฒนธรรม และในสังคมประชาธิปไตย "นโยบายต่าง ๆ มีที่มาจากประชาชน" แต่ปัจจุบันจุดเชื่อมอย่างกรณีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์หรือท้องฟ้าจำลอง ขาดหายไปเมื่อเนื้อหาลงลึกในเนื้อหาวิทยาศาสตร์ชาวบ้านทั่วไปจึงไม่สนใจ ควรทำอย่างไรให้ "นโยบายวิทยาศาสตร์" โครงการล้ำสมัยในแต่ละช่วงการแถลงนโยบายที่แปรเปลี่ยนไปตามเวลา ไม่เป็นเพียงกิจกรรมของนักวิชาการหรือผู้ดูแลนโยบายที่แปลกแยกออกไปจากสังคม แต่สามารถแปรผลกลับไปสู่ "ความกินดีอยู่ดีและความเจริญก้าวหน้า" ของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมครับ? คำตอบ (โสรัจจ์): การแปลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เป็นความกินดีอยู่ดีของประชาชน เป็นเรื่องซับซ้อน เพราะงานวิจัยบางอย่างก็ดูเหมือนว่าจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความกินดีอยู่ดี เช่นการวิจัยด้านดาราศาสตร์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่างานวิจัยทางวิทยาศาสตร์จะไม่เกี่ยวข้องเลย ตัวอย่างที่น่าจะตรงที่สุดได้แก่การพัฒนายา ซึ่งต้องอาศัยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สูงมากๆ ทั้งด้านเภสัชวิทยา เคมี ชีววิทยา และอื่นๆ แต่การพัฒนายาใหม่มาตัวหนึ่ง ก็ยังต้องอาศัยกระบวนการอีกมาก เช่นการตลาด การทดสอบ clinical trial การสร้างความยอมรับในบรรดาแพทย์ ในความคิดของผม ประเทศไทยอาจจะยังไม่อยู่ในสถานะที่จะเป็นผู้ผลิตยาใหม่ๆในเวลานี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำไม่ได้เลย เพียงแต่ว่าต้องมีนโยบายที่ชัดเจน และไม่แยกส่วน เพราะทั้งหมดสัมพันธ์กัน รวมไปถึงนโยบายด้านการศึกษา และการสร้างจุดเชื่อมแบบที่คุณว่ามาด้วย จุดเชื่อมเช่นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ จะมีประโยชน์ในด้านการสร้างความรักในวิชาวิทยาศาสตร์ในเด็ก ซึ่งจะพัฒนาเป็นนักวิจัยที่ดีได้ แต่การจะพัฒนาได้ก็ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานและระบบการสนับสนุนที่เพียงพอ เมื่อสองสามวันก่อน มีข่าวว่ามีนักศึกษาชาวไทยสามารถพิสูจน์ความรู้ใหม่ในคณิตศาสตร์ออกมาได้ เป็นข่าวไปทั่วโลก คำถามก็คือว่า หากนักศึกษาคนนี้เรียนอยู่เมืองไทย ไม่ได้เจอกับนักคณิตศาสตร์เก่งๆระดับโลกที่เขากำลังศึกษาเรื่องนี้กัน เขาจะทำแบบนี้ได้มั้ย ผมเชื่อทำไม่ได้ เพราะโลกของเขาไม่ได้ถูกเปิด การไปเรียนที่อังกฤษทำให้เขาได้เปิดโลก พบกับหัวข้อวิจัยใหม่ๆ พูดเรื่องใหม่ๆ ซึ่งไม่มีพูดกันในวงการคณิตศาสตร์ในประเทศไทย ดังนั้นโจทย์จึงอยู่ที่การสร้างระบบนิเวศหรือโครงสร้างพื้นฐานทางภูมิปัญญาในแง่นี้ จุดเชื่อมจึงอยู่ที่ว่าพวกพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศดังกล่าว และก็ต้องเชื่อมกับระบบนิเวศด้านการพัฒนาเศรษฐกิจด้วย ระบบนี้รวมไปถึงอุตสาหกรรมที่จะเอางานวิจัยไปพัฒนาเป็นต้นแบบ และเป็นสินค้าต่อไป คำถาม ๒) ทัศนะและความจริง... ผู้กำหนดทิศทางวิทยาศาสตร์ไทยที่แท้จริง? อาจารย์พูดถึงทัศนะที่แตกต่างกันระหว่าง Realism และ Instrumentalism และยังชี้ให้เห็นว่าในอดีตแม้ทัศนะวิทยาศาสตร์เองที่เคยโด่งดังเชื่อว่าจริง ทั้งกรณีของอริสโตเติล หรือกรณี “โลกเป็นศูนย์กลาง” ก็ยังถูกพิสูจน์ว่าไม่ใช่มาแล้ว และอีกมากมายหลายครั้งในประวัติศาสตร์ ขณะที่ในสังคมไทยยังไม่ทันได้ลงลึกถึงสร้างเนื้อหาวิทยาศาสตร์ได้เอง กลับที่มีระบบวัฒนธรรมหน่วยงานสถาบันและงบประมาณเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นหลัก ... เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า "ทฤษฎีหรือนโยบาย" ที่รัฐเลือกสนับสนุนนั้นมาจากทัศนะที่รอบด้าน ถูกต้อง ? และปรัชญาวิทยาศาสตร์จะช่วยสร้างกระบวนการที่ทำให้ประชาชน "ร่วมพิจารณาเสมอ" ได้อย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้การกำหนดทิศทางวิทยาศาสตร์ถูกผูกขาด หรือรับความเสี่ยงจากผู้มีอำนาจผู้กำหนดนโยบายแต่ฝ่ายเดียว? คำตอบ: เราจะมั่นใจได้ว่านโยบายวิทยาศาสตร์ถูกต้องเมื่อรัฐบาลผู้ใช้นโยบายมีความชอบธรรมในการบริหารงาน ความชอบธรรมในกระบวนการประชาธิปไตยก็มาจากการที่การเข้ามาของรัฐบาลเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง เช่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย และได้รับอำนาจมาจากประชาชนอย่างแท้จริง ตัวอย่างที่มักจะยกกันมากได้แก่นโยบายของสหรัฐหลังจากที่สหภาพโซเวียตปล่อยดาวเทียมดวงแรกของโลก Sputnik ดาวเทียมดวงนี้เหมือนกับไปปลุกสหรัฐให้ตื่นขึ้นมาและเห็นความสำคัญของการศึกษาวิจัยวิทยาศาสตร์ จากนั้นก็เริ่มลงทุนด้านนี้อย่างขนานใหญ่ ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้ตั้งเป้าไว้ว่าภายในสิบปี สหรัฐจะต้องส่งยานอวกาศและส่งคนไปเดินบนดวงจันทร์ให้ได้ ตอนที่เคนเนดี้ตั้งเป้านี้ ก็มีหลายฝ่ายหัวเราเย้ยหยันว่าเป็นไปไม่ได้ หลังจากที่สหภาพโซเวียตปล่อยดาวเทียมดวงแรก สหรัฐก็ออกคำสั่งจัดตั้งองค์การ NASA เพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านอวกาศของประเทศ คำสั่งออกมาเมื่อปี ค.ศ. 1958 ในสมัยที่ประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ยังดำรงตำแหน่ง และประธานาธิบดีเคนเนดีได้กล่าวสุนทรพจน์เรื่องจะไปดวงจันทร์ภายในสิบปี ในปี 1962 ซึ่งหลังจากนั้นเพียงเจ็ดปี สหรัฐก็ส่งยานอพอลโลและนักบินอวกาศไปเดินบนดวงจันทร์สำเร็จในปี 1969 สิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างนั้นก็คือว่า ประชาชนชาวสหรัฐเห็นชอบกับนโยบายอวกาศของประเทศเป็นส่วนใหญ่ เรื่องนี้ขัดกับนโยบายสงครามเวียดนามซึ่งเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันอย่างสิ้นเชิง เพราะประชาชนชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับสงครามนี้ ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า ความเห็นชอบของประชาชนมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ทีนี้เราจะสามารถสร้างกระแสความสนใจให้ประชาชนหันมาให้ความสำคัญแก่วิทยาศาสตร์ได้ด้วยการดูเรื่อง Sputnik เป็นตัวอย่าง ในปัจจุบันทุกคนกำลังพูดเรื่องเอไอ นโยบายด้านเอไอของประเทศก็ค่อนข้างคลุมเครือ มีแต่นโยบายด้านผู้ใช้กับการพัฒนากำลังคน ซึ่งก็ไม่ชัดเจนว่าจะพัฒนาแบบไหน อย่างไร สิ่งที่รัฐบาลควรทำเพื่อสร้างความมั่นใจและเสียงสนับสนุนให้แก่นโยบาย ก็คือ ทำเป็นแนวคิดสั้นๆ กระชับ เพื่อให้สื่อสารกับประชาชนได้ชัดเจน แบบเดียวกับที่เคนเนดีทำเรื่องจะไปดวงจันทร์ แต่เรื่องนี้มีประเด็นสำคัญตรงที่ว่า เมื่อเคนเนดีพูดแล้ว แม้ว่าจะมีหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่การที่มีองค์การ NASA หนุนหลังเรื่องนี้อยู่ และมีการทุ่มงบประมาณมหาศาลต่อเนื่อง เพื่อดำเนินงานให้ได้เป็นจริง ก็ทำให้นโยบายเป็นจริงขึ้นมาได้โดยไม่เป็นเรื่องเพ้อฝัน ลองคิดดูว่าหากเคนเนดีพูดเฉยๆ โดยไม่มีการจัดตั้ง NASA ไม่มีการทุ่มงบประมาณ ไม่มีการกระทำเป็นรูปธรรมใดๆ เรื่องนี้ก็จะกลายเป็นเรื่องขบขันแน่นอน แบบที่อดีตรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่งเคยพูดไว้ ว่าไทยจะไปดวงจันทร์ แล้วก็กลายเป็นเรื่องขำขันไป คำถาม ๓) เมื่อคนไทย “หลงทาง” บนเส้นทางวิทยาศาสตร์ (โดยเฉพาะควอนตัม) จากที่อาจารย์ตั้งข้อสังเกตว่าปัจจุบันเรา “ไม่มีจุดเชื่อม” ระหว่างประชาชนกับวิทยาศาสตร์ที่ลึกซึ้งพอ ดั่งที่เคยมีในพิพิธภัณฑ์หรือท้องฟ้าจำลอง ดังนั้น การขาดจุดเชื่อมโดยเฉพาะเทคโนโลยีควอนตัมวิทยาการที่สนใจสิ่งที่เล็กลงระดับอนุภาค แต่กลับใช้ทรัพยากรสูงมากมายขึ้น มาพร้อมกับความซับซ้อนยิ่งยวดด้วย เพราะประสาทสัมผัสมนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงได้ทางตรง การหาความรู้ที่แท้จริงแบบ Empiricism หรือประสบการณ์นิยมจึงทำไม่ได้ แม้แนวทางทัศนะ Instrumentalism กับกระบวนการทดลองที่นักวิทยาศาสตร์ทำกันอยู่ก็ไม่สามารถสรุปอนุมานทำให้คนทั่วไปเข้าใจได้โดยง่าย หากยังสร้างความสับสนหนักขึ้นได้ด้วย (ดังเช่น “ควอนตัมศรีธนญชัย” คำถามข้อ ๖) ดังนั้น ควรสร้างความตระหนักรู้ในสังคมประชาธิปไตยด้วยการสร้างจุดเชื่อมกับเรื่องควอนตัมอย่างไร ให้สามารถเป็นกิจกรรมของคนในสังคมร่วมกันได้ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนไม่เพียงแต่เป็น “ผู้รับผล” จากนโยบายควอนตัมภาครัฐฯ เท่านั้น แต่มีความเข้าใจที่ถูกต้องจนสามารถ “ตั้งคำถามและพิจารณา” นโยบายวิทยาศาสตร์ของรัฐที่พิลึกพิลั่น (คำถามข้อ ๗) ได้อย่างรู้เท่าทัน ตามเจตนารมณ์ของปรัชญาวิทยาศาสตร์? คำตอบ: เรื่องควอนตัมเป็นเรื่องที่ผมไม่ค่อยมีความรู้มากนัก ตัวอย่างของการใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้เท่าที่รู้ก็มีเรื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัม ทีนี้หากมีคำถามว่าประเทศไทยจะสร้างเทคโนโลยีนี้ขึ้นเองได้อย่างไร คำตอบก็จะเป็นไปในแนวเดียวกับในข้อที่แล้ว สิ่งสำคัญก็คือว่า ประเทศไทยไม่สามารถอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ การพัฒนาเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนี้ต้องเริ่มจากการศึกษาในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัย การวิจัยในห้องแล็บ การเชื่อมโยงกับบริษัทอุตสาหกรรมที่จะลงทุนและจะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ แต่การเชื่อมโยงกับศูนย์วิจัยของต่างประเทศที่ทำเรื่องนี้อยู่ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เราทำเรื่องนี้ได้ด้วยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับศูนย์วิจัย quantum computing ในประเทศชั้นนำต่างๆ ส่งนักเรียนไปเรียนเพื่อที่จะได้เป็น postdoc ที่ทำงานในห้องแล็บเหล่านี้ และที่สำคัญคือรัฐบาลต้องเห็นความสำคัญด้วยการทุ่มงบประมาณ และมีการติดตามการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ การทำเช่นนี้ได้ผล จำเป็นต้องมีการเชื่อมโยงที่แนบแน่นระหว่างวิทยาศาสตร์กับประชาชน ตัวอย่างของเรื่องนี้ก็ได้แก่เรื่องประธานาธิบดีเคนเนดีดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ความเชื่อมโยงดังกล่าวอยู่ในรูปของการที่ประชาชนเห็นว่าวิทยาศาสตร์สามารถให้ประโยชน์แก่ชีวิตของเขาได้จริง มีความผูกพัน หวงแหน และภาคภูมิใจในความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของประเทศ ตัวอย่างเรื่องนักคณิตศาสตร์ไทยที่ได้พิสูจน์ทฤษฎีสำคัญที่ยกมาข้างต้น เป็นตัวอย่างที่ดีในกรณีของประเทศไทย ข้อสังเกตก็คือว่า ไม่มีสื่อของไทยสำนักใดเลยที่เอาเรื่องนี้มาตีข่าว ไม่มีการยกย่องเชิดชูนักคณิตศาสตร์คนนี้ในสื่อใดๆ ทั้งๆที่เขาได้ทำความสำเร็จระดับโลก แบบนี้ไม่เป็นการส่งเสริมความเชื่อมโยงแบบที่กำลังพูดอยู่นี้แต่อย่างใด เรื่องที่ประชาชนควรจะมีสิทธิมีเสียงในการตั้งคำถามต่อนโยบายวิทยาศาสตร์ก็มีความสำคัญ อันที่จริงประชาชนควรมีสิทธิในการวิพากษ์นโยบายสาธารณะใดๆของรัฐทั้งหมด เพราะรัฐก็มาจากประชาชนเอง แต่รัฐกับนักวิชาการที่เกี่ยวข้องก็มีหน้าที่สรุปเนื้อหาต่างๆของเรื่องวิทยาศาสตร์ให้ประชาชนเข้าใจได้โดยง่ายด้วย เรื่องนี้ในต่างประเทศเขาทำเป็นหลักสูตรเฉพาะ เรียกว่า “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” (science communication) จุดมุ่งหมายก็คือสื่อสารเนื้อหาของการวิจัยวิทยาศาสตร์ด้วยภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจ เป็นภาษาแบบที่พบในสื่อมวลชนทั่วไป ไม่ใช้ภาษาที่พบในบทความวิจัยในวารสารวิชาการ ตัวอย่างที่ดีได้แก่ https://www.bbc.com/news/science_and_environment ส่วนเรื่องกิจกรรมของคนในสังคม เราก็ทำได้ด้วยการจัดกิจกรรมประเภทประชุมหรือสัมมนาที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม มารับฟัง มาเสนอความคิดเห็นถามคำถามได้ มหาวิทยาลัยต่างๆควรจัดเรื่องนี้เป็นประจำ การสัมมนาเช่นนี้คณะวิชาด้านสังคมศาสตร์มนุษยศาสตร์จัดเป็นประจำ และคณะด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม ก็ควรจัดเช่นเดียวกันด้วย คำถาม ๔) การจัดสรรโอกาสที่กระจุกตัว จากคำถามสำคัญในนโยบายไทยที่อาจารย์ยกมา “เหตุใดการสนับสนุนจึงมุ่งไปที่การเกษตรและการแพทย์เป็นหลัก” ในขณะที่ด้านอื่นเช่นคณิตศาสตร์ได้รับการสนับสนุนน้อยมาก มีข้อเสนอว่าควรวางแผนนโยบายอย่างไรไม่ให้งบประมาณและการพัฒนา “กระจุกตัว” อยู่แค่บางสาขาหรือบางกลุ่ม แต่เป็นการกระจายโอกาสในการสร้างความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่ครอบคลุมทุกมิติของสังคมไทย? คำตอบ: เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ สาเหตุที่การสนับสนุนการวิจัยของไทยกระจุกตัวเช่นนี้ ก็มาจากการคิดว่างานวิจัยบางสาขามีประโยชน์แก่ประเทศมากกว่าสาขาอื่นๆ อย่างคณิตศาสตร์ ประเทศไทยไม่เคยมีนักคณิตศาสตร์ระดับโลก และงานวิจัยด้านคณิตศาสตร์ของประเทศก็ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก งานวิจัยเลยมีน้อย อีกสาเหตุหนึ่งก็มาจาการที่ประเทศไทยมีนักวิจัยด้านการเกษตรกับการแพทย์เป็นจำนวนมาก ดังนั้นทุนวิจัยที่ลงไปให้สองด้านนี้จึงมีมากตามไปด้วย เรื่องนี้ทำให้มีคำถามต่อเนื่องมาว่า เพราะเหตุใดสาขาอื่นๆจึงมีจำนวนนักวิจัยน้อย คำตอบก็น่าจะมาจากการให้ความสำคัญที่เน้นเพียงบางสาขาตั้งแต่แรก โดยพอบางสาขามีหลักสูตรน้อย ก็จะทำให้มีอาจารย์ในหลักสูตรนั้นๆน้อยไปด้วย ซึ่งตรงกันข้ามกับด้านการเกษตรกับการแพทย์ ซึ่งมีอาจารย์เป็นจำนวนมาก (ในด้านการเกษตรนักวิจัยส่วนใหญ่ทำงานอยู่ตามกระทรวงต่างๆ ไม่ได้อยู่แต่เพียงในมหาวิทยาลัย) และในจำนวนมากนั้นส่วนใหญ่ก็ทำวิจัยกัน เพราะมีองคาพยพที่ช่วยเกื้อหนุนตั้งแต่ต้น ทางแก้คือเริ่มตั้งแต่หลักสูตร อย่างเช่นสาขาวิทยาศาสตร์เช่นฟิสิกส์หรือเคมี ก็ควรขยายออกไปทั้งปริมาณและคุณภาพ วิธีหนึ่งได้แก่ให้มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนมาก เช่นราชภัฏกับราชมงคล มีการเรียนการสอนการวิจัยด้านเหล่านี้ ซึ่งปัจจุบันมีน้อยมาก ข้อเสนอนี้มักได้รับคำตอบว่า มหาวิทยาลัยเหล่านี้ไม่ได้มีภารกิจในการมุ่งผลิตงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ แต่หากเป้าหมายของประเทศคือสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์ให้แก่ประเทศ ภารกิจของมหาวิทยาลัยเหล่านี้ก็ต้องเปลี่ยนแปลง เริ่มจากการปรับปรุงคุณภาพของการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย รับอาจารย์ที่เป็นนักวิชาการด้านต่างๆที่มีผลงานวิจัยเป็นที่ประจักษ์ เหตุผลสำคัญของการกระจุกตัวของการสนับสนุนงานวิจัยอยู่ที่ความเชื่อว่า งานวิจัยบางสาขามีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องพัฒนา เพื่อยังผลให้เกิดการพัฒนา แต่ความเชื่อเช่นนี้ขาดมิติประการหนึ่งได้แก่การที่วิชาการต่างๆมีความสัมพันธ์กันทั้งหมด การที่จะยกระดับคุณภาพของสาขาวิชาหนึ่ง จำเป็นจะต้องยกระดับไปให้หมดทุกสาขาวิชา ดังนั้นรัฐบาลอาจเน้นการสนับสนุนสาขาใดสาขาหนึ่งเป็นพิเศษ แต่พื้นฐานก็คือว่า ทุกสาขาจะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเท่าเทียมกันทั้งหมด คำถาม ๕) เน้น “การใช้” แต่ขาดมิติ “การผลิต” จากที่กล่าวว่านโยบาย AI ของไทยเน้นที่การพัฒนากำลังคนเพื่อประยุกต์ใช้ แต่ “ขาดมิติเรื่องประเทศไทยควรจะสร้างอย่างไร” การมีทัศนคติเพียงแค่เป็นผู้ใช้งาน จะทำให้เราสูญเสียความสามารถในการพึ่งพาตนเองในระยะยาว และควรปรับนโยบายอย่างไรให้คนไทยเปลี่ยนสถานะจากการเป็นผู้ใช้ มาเป็น “ผู้สร้าง” เทคโนโลยีได้จริงจัง เพราะอดีตสี่สิบปีที่ผ่านมาเรายังคงห่างไกลจากการเป็นผู้สร้างในทุกสาขาวิทยาการ ดังนั้น ควรต้องอาศัยปัจจัยใด ต้องเพิ่ม หรือลด สัดส่วนอย่างไร อาทิ งบ กำลังคน ความรู้ และนโยบาย เป็นต้น ? คำตอบ: คำตอบของเรื่องนี้ก็คล้ายคลึงกับคำตอบข้อ 4 การจะเน้นการเป็น “ผู้สร้าง” เทคโนโลยีได้ เราต้องเน้นการเป็น “ผู้สร้าง” ความรู้เสียก่อน ก็คืองานวิจัย เทคโนโลยีในปัจจุบันเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ความรู้อย่างเข้มข้นมากๆ ดังนั้นการสนับสนุนงานวิจัยอย่างจริงจังจึงเป็นสิ่งจำเป็น ตัวอย่างของสหรัฐซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ก็คือว่า มีกลุ่มนักวิจัยที่มีพลังสร้างสรรค์ อยากจะผลิตงานวิจัยและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงโลก เช่นสตีฟ จ๊อบ ผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิล เขามีวิสัยทัศน์ว่าอยากเห็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนอย่างไร แล้วก็มุ่งมั่นจะทำงานเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์นั้น (ตัวอย่างเช่น คอมพิวเตอร์แอปเปิล เครื่องแมค ไอพอด ไอโฟน ฯลฯ เหล่านี้ไม่เคยมีมาก่อน) การทำงานก็คือว่า จ๊อบไปขายไอเดียให้ผู้ลงทุน แล้วผู้ลงทุนก็จะให้ทุนมาทำงาน เราอาจจะทำเช่นนี้ในกรณีของการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆในประเทศไทยได้ ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบันจะใช้ทรัพยากรมากมหาศาล แต่ก็พอจะมีช่องทางให้บริษัทไทยพัฒนาแนวคิดใหม่ๆที่อิงอาศัยเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ ข้อเสนอก็คือว่า แทนที่จะมุ่งพัฒนากำลังคน หรือพัฒนาการใช้เทคโนโลยี ซึ่งเป็นเรื่องพื้นๆ แนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีจะต้องรวมไปถึงการให้โอกาสให้แก่บริษัทคนไทยใหม่ๆที่มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีด้วย คำถาม ๖) “ควอนตัมศรีธนญชัย” ! ในสังคมไทยที่กำลังระบาดด้วยปรากฏการณ์ "ควอนตัมศรีธนญชัย" ซึ่งหยิบยืมคำวิทย์ไปฟอกขาวสินค้าหลอกลวงหรือสร้างภาพลักษณ์โครงการเกินจริงนั้น อาจารย์มีคำแนะนำอย่างไรให้สังคมไทยสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ด้วยตนเองเพื่อรับมือกับวาทกรรมควอนตัมแปลกปลอมเหล่านี้ และเราจะสื่อสารความจริงอย่างไรให้มีพลังเหนือกว่า นิทาน "วิทย์รัฐพันลึก" ที่กำลังทำให้ประชาชนหลงทาง ? เช่น จากหลักการ Scientific Realism หรือหลักการอื่น ๆ คำตอบ: หลักการสำคัญได้แก่ “ความคิดเชิงวิพากษ์” หรือ critical thinking ซึ่งเป็นความสามารถหรือทักษะที่จะไม่เชื่ออะไรจนกว่าเรื่องนั้นจะมีหลักฐานเพียงพอ หรือมีเหตุผลสนับสนุนที่เชื่อถือได้ เรื่องนี้ควรมีการสอนอย่างจริงจังในทุกคณะในมหาวิทยาลัย รวมไปถึงในโรงเรียนมัธยมด้วย ความคิดเชิงวิพากษ์จะเป็นการสร้างภูมิคุ้นกันนี้โดยตรง ตัวอย่างที่เกิดขึ้นบ่อยได้แก่การโฆษณาเกินจริง เช่นโฆษณาว่ากินน้ำมะนาวแล้วรักษาโรคมะเร็งได้ คนที่มีทักษะความคิดเชิงวิพากษ์จะไม่เชื่ออะไรเหล่านี้ เพราะจะสงสัยไว้ก่อนว่า น้ำมะนาวมีผลต่อการรักษาโรคมะเร็งได้อย่างไร หรือหากมีการอ้างอิงคุณสมบัติของเทคโนโลยีใดๆอย่างเลิศลอย เช่นมีการโฆษณาการอบรมการใช้งาน ChatGPT ว่าสามารถใช้เขียนวิดิโอที่ทำให้ได้ยอดผู้ชมเป็นแสนๆคน เทียบกับการสร้างวิดิโอด้วยตัวเอง ที่มียอดผู้ชมเพียงหลักร้อยเป็นอย่างมาก เพื่อให้มีผู้เรียนมาเรียนวิชาการเขียน prompt กับตนเอง การโฆษณาเช่นนี้ก็เป็นไปได้สูงว่า จะเกินจริง และเป็นที่ชวนสงสัยว่า ลำพังแค่การเขียน prompt จะสร้างยอดผู้ชมได้มากขึ้นเท่านี้ได้อย่างไร ลักษณะนิสัยที่ชอบสงสัยไว้ก่อนเช่นนี้ เป็นเป้าหมายของการศึกษาแบบความคิดเชิงวิพากษ์ ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมทั้งการศึกษาแบบวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ คำถาม ๗) บทพิสูจน์ยุทธศาสตร์ Frontier Research และ Roadmap 2026 ? นอกจากนโยบายเอไอที่พบเห็นและเอ่ยถึงมากมาย แต่ช่วงโควิด ๑๙ ได้มีอีกนโยบายสำคัญหนึ่งที่ประกาศใช้ คือ ยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) ที่มุ่งเป้าสู่ความเป็นเลิศระดับโลก และให้กำเนิด TQT Roadmap หรือ แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. 2563–2572” (๒๐ ก.พ.๖๓) เพื่อใช้นำทาง กำหนดอนาคตประเทศ โดยจะเป็นเสือควอนตัมตัวที่ห้าของเอเชีย ด้วยการทุ่ม 200 ล้าน ตั้งเป้าพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมให้สำเร็จภายใน 5 ปี สู่ระบบเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมระดับสูง พลิกโฉมประเทศสู่นิวนอร์มัล ... พ.ศ.๒๕๖๙ นี้ผ่านมาเกินครึ่งทางแล้ว เหลือเวลาสามปีเศษก่อนแผนงานนี้จะหมดอายุลงอาจกลายเป็นรายงานวิทยาศาสตร์เทียมโดยภาครัฐฯเอง อาทิ ควอนตัมใช้ดูแลสุขภาพสัตว์ ตรวจจับมะเร็ง & แผ่นดินไหว จัดอันดับผู้กู้หนี้เสีย การสร้างระบบโครงข่ายการสื่อสารความปลอดภัยสูงโดยใช้ระบบควอนตัม (~2025) และมุ่งเป้าการใช้งาน "ทุกครัวเรือน (~2029)” ฯลฯ … ขอความเห็นจากอาจารย์อีกหัวข้อใหญ่นอกจากเรื่องนโยบายเอไอที่ชาวบ้านทั่วไปเข้าถึงได้มากกว่า … (อ้างอิง) ๐ “ยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research)” https://www.nxpo.or.th/th/frontier-research-3/ และ ๐ แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. 2563 - 2572 https://www.nxpo.or.th/th/wp-content/uploads/2021/11/TQT-Roadmap-Whitepaper-Rev4-21-Sep-2020.pdf ) คำตอบ: ปัญหาของแผนต่างๆของประเทศไทยที่มีมาตลอดคือ มีแผน แต่ไม่มีการตรวจสอบว่าเมื่อเวลาผ่านไป ได้ทำตามแผนไว้มากน้อยเพียงใด และถ้าทำไม่ได้ตามแผนเกิดจากอะไร และจะแก้ไขอย่างไร ข้ออ้างที่มีมาตลอดคือ รัฐบาลเปลี่ยนบ่อย แต่ข้ออ้างนี้ฟังไม่ขึ้นในหลายกรณี เพราะทั้งหมดเป็นเรื่องของหน่วยงานที่สามารถดำเนินการได้เองโดยไม่ต้องฟังคำสั่งของรัฐบาลในทุกๆเรื่อง ดังนั้นสาเหตุที่แท้จริงก็คือ ไม่มีความจริงใจในการปฏิบัติตามแผน ไม่มีใครที่มองตัวเองว่าเป็น “เจ้าของ” งานตามแผนและตั้งใจจะทำให้เกิดได้ตามแผนจริงๆ ดังนั้น ถ้าจะพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัม ต้องมีห้องแล็บหรือหน่วยงานที่ทำงานเรื่องควอนตัมโดยตรง แล้วทำไปเลยไม่ต้องสนใจแผน ใช้เงินเท่าที่มี เพราะเมื่อมีการใช้งบประมาณ ก็ต้องทำตามเงื่อนไขหลายประการ ซึ่งหลายประการนั้นบางครั้งก็ไม่นำไปสู่ความก้าวหน้าของงานวิจัย หรือไม่เช่นนั้นก็ร่วมมือกับต่างประเทศ -- จบ (บทเรียบเรียง) - ปรัชญาวิทยาศาสตร์ กับ นโยบายวิทยาศาสตร์ | Opening Talk-TRANSCRIPTION | ที่นี่ Cr: ภาพ The Active, The Matter, and Main Stand SIAM - Quantum Nexus Symposium 2026 Paving the Way for coming Quantum Era: Sustainable Platform & Community Development (Science & Technology, Social Sciences, Education, Humanities, Political Science & Law, Economics) (Official Web) https://www.quantum-thai.org/siam-quantum-nexus เกริ่นนำโครงการ โครงการพัฒนาต่อเนื่องจาก International Year of Quantum S&T 2025 #IYQ2025 & #ThaiYQ2025 วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย เชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายภาครัฐ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือการเรียนรู้แบบเปิดด้านการสื่อสารควอนตัม (communications) การคำนวณควอนตัม (computing) และการตรวจวัดควอนตัม (sensing) เพื่อส่งเสริมการสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและข้อมูล เพื่อเตรียมบุคลากรและสังคมไทยให้พร้อมเข้าสู่ยุคควอนตัมโลก พร้อมภุมิคุ้มกันวิทยาศาสตร์เทียม เพื่อสร้างจดหมายเหตุควอนตัมไทยและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างรุ่นของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้กำหนดนโยบาย คำสำคัญ (keywords); วิทยาศาสตรศึกษา (science education) การสื่อสารวิทยาศาสตร์ (science communication) การจัดการความรู้ (knowledge management) การจัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์ (sciecne fair) สารสนเทศ (ไอซีที) เชิงควอนตัม (quantum information & communications technology) การสร้างทรัพยากรและสื่ออนาคต (future resources) จดหมายเหตุควอนตัมโลกและประเทศไทย (World and Thai quantum milestones) การพัฒนาบุคลากรและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (human resource development & networking) ๓) ผู้รับผิดชอบโครงการ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ IEEE Thailand Section Quantum IT group & IEEE Communications Society (Thailand Chapter) ประธานกรรมการอำนวยการกิตติมศักดิ์: คณบดี คณวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (KMITL) และ นายกสมาคม IEEE Thailand Section ประธานโครงการ: รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันการศึกษา) และ ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ (สมาคมวิชาชีพ) คณะที่ปรึกษา: ศ.ดร.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ - ราชบัณฑิต (วิทยาการคอมพิวเตอร์) ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน - ราชบัณฑิต (ฟิสิกส์) รศ.ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ - อดีตอธิการฯส.พระจอมเกล้าฯลาดกระบัง (ธรรมาภิบาลและการศึกษา) รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม - อดีต ผอ.ส.วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ฯ (บริหารงานวิจัย) ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช - นายกสภา มทส. (การจัดการความรู้ - KM) พันธมิตรต่างประเทศ: Fundacja (โปแลนด์), Senetas (ออสเตรเลีย), SPINQ (จีน), TCQC-CACR (จีน), Qasky (จีน) ๔. ผลกระทบ (impact) ภาคสังคมประชาชนทั่วไป เข้าถึงองค์ความรู้และทรัพยกรสื่อสร้างทักษะไอซีทีควอนตัม เกิดความเข้าใจและมีภูมิคุ้มกันควอนตัมแปลกปลอมเบื้องต้น ด้วยผลจากการร่วมสื่อสารวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เหมาะสม ภาคการศึกษาและการวิจัย เกิดการรวมกลุ่มใช้ผลผลิตต่อยอดสู่ด้านอื่น ๆ ได้ เช่น โครงการพัฒนาบุคลากร งานวิจัยและพัฒนาที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากการร่วมกันสื่อสารวิชาการสาธารณะที่ถ้วนทั่วครบทุกด้าน ภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ได้รับการส่งเสริมให้สามารถติดตาม เข้าถึง และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้รวดเร็วพร้อมกับลดความเสี่ยงด้วยข้อมูลของโครงการที่ครอบคลุมและอ้างอิงตรวจสอบได้ ภาครัฐโดยผู้กำหนดนโยบาย ทั้งด้านโทรคมนาคม สารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงศักยภาพและผลกระทบของเทคโนโลยี พร้อมร่วมสื่อสารนโยบายวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลางรู้และเท่าทัน กสทช. สามารถนำผลลัพธ์จากโครงการนี้ไปใช้เพื่อร่วมกำหนดแนวทางสนับสนุนส่งเสริมและตรวจสอบกิจกรรมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอซีทีควอนตัมเทคโนโลยีแขนงใหม่ของประเทศได้ “SIAM–Quantum Nexus 2026” คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมควอนตัมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาควิชาการ อุตสาหกรรม และนโยบายสาธารณะ เพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในยุคเศรษฐกิจควอนตัมโลก โดยใช้การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ และการสื่อสารที่เท่าทันเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอนาคตของชาติ Partners: สํานักงานคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หมายเหตุ: ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org Alliance: | Light & Quantum Milestones (2019) | Disclaimer: SIAM-Quantum Nexus 2026 - a public serving project by volunteers no conflict of interest & none of personal agenda involved ๐ since IYL2015 through IDL 2018 IDL 2019 IDL2020 IDL 2021 IDL2022 IDL2023 2024 and 2025 ThaiTelecom150 IYQ2025 & ThaiYQ2025 Welcome volunteers ! ๐
- (บทเรียบเรียง) - ปรัชญาวิทยาศาสตร์ กับ นโยบายวิทยาศาสตร์ | Opening Talk-TRANSCRIPTION: Siam-Quantum Nexus 2026| ศ.ดร.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ | ไอซีทีควอนตัมไทยสำหรับสังคมทั่วไปทุกวงการ | May 10, 2026
[ Siam-Quantum Nexus 2026 --TalkTranscription ] -- โหมโรงเปิดกิจกรรมไอซีทีควอนตัมไทยสำหรับสังคมทั่วไปทุกวงการด้วยบทเรียบเรียงจากการบรรยายของ ศ.ดร.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ นักปรัชญาแถวหน้าของเมืองไทย หัวข้อ "ปรัชญาวิทยาศาสตร์และนโยบายวิทยาศาสตร์" ... เพื่อเตรียมพบกับการบรรยายออนไลน์ชุดเต็ม พร้อมบทวิพากษ์นโยบายเอไอ และมุมมองต่อนโยบายควอนตัมไทย (คำถามคำตอบ) ... ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙ นี้ สามทุ่มตรง บทเรียบเรียงจากการบรรยาย -- Transcription (๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙) "ปรัชญาวิทยาศาสตร์และนโยบายวิทยาศาสตร์" โดย ศ.ดร.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ บทนำ: วิทยาศาสตร์คืออะไร ? คำถามตั้งต้นของปรัชญาวิทยาศาสตร์คือคำถามที่ว่าวิทยาศาสตร์คืออะไร ? บางคนที่เรียนวิทยาศาสตร์หรือที่ทำงานด้านวิทยาศาสตร์มักจะลืมไปว่าวิทยาศาสตร์คืออะไรเมื่อทำงานลึกลงไป ๆ ในสาขาต่าง ๆ ของวิทยาศาสตร์นั้น จนกระทั่งมีนักปรัชญาย้อนกลับมาตั้งคำถามพื้นฐานที่ว่า ‘วิทยาศาสตร์คืออะไร ?’ “วิทยาศาสตร์เป็นความพยายามของมนุษย์ที่จะศึกษาหาความเข้าใจ ในปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างเป็นระบบ โดยมีการสังเกตและมีทฤษฎี” การแนะนำวิชาวิทยาศาสตร์มักเป็นเช่นนี้ หากศึกษาปรัชญาวิทยาศาสตร์ลึก ๆ ของแต่ละคำพูดสำคัญ เช่น “ธรรมชาติคืออะไร ?” “ทฤษฎีคืออะไร ?” การศึกษาแบบใช้ประสาทสัมผัส การทดสอบทดลอง ... เหล่านี้คืออะไร ? จะนำมาสู่เรื่องให้วิพากษ์วิจารณ์ได้ อันเป็นคำถามตั้งต้นของวิชา “ปรัชญาวิทยาศาสตร์” เป็นคำถามที่ชวนให้ฉุกคิดย้อนกลับมาว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้คืออะไรกันแน่ ? ๑) การถกเถียงหลักในปรัชญาวิทยาศาสตร์ ๐ Ancient Science - ‘อริสโตเติล’/ ‘กาลิเลโอ’ วิชาปรัชญาวิทยาศาสตร์เริ่มจากปรัชญายุคโบราณของอริสโตเติล ช่วงการแนะนำการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์หรือวิชา ‘ประวัติของวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป’ อริสโตเติลมักจะเป็นผู้ร้ายเริ่มมาจากการที่กาลิเลโอต่อต้านอริสโตเติล หากได้ศึกษาลึก ๆ ลงไปจะเห็นภาพว่ามีอะไรที่ลึกซึ้งกว่าเพียงแค่การต่อต้านนั้น เรื่องราววิทยาศาสตร์โบราณนี้เป็นจุดตั้งต้นที่นำไปสู่ความพยายามในการหาคำตอบว่าวิทยาศาสตร์คืออะไร แล้วก็นำไปสู่ประเด็นหลักอื่น ๆ ใน ‘ปรัชญาวิทยาศาสตร์’ ด้วย ๐ Empiricism/ Rationalism - ความแตกต่างของวิธีหาความรู้ ความแตกต่างกันระหว่างวิธีหาความรู้ ระหว่าง ‘Empiricism - ประสบการณ์นิยม’ ซึ่งหมายถึงทัศนะที่บอกว่าประสาทสัมผัส (ตา หู จมูก ลิ้น กายสัมผัส) เท่านั้นที่ให้ความรู้ที่แท้จริงได้ ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งคือ ‘Rationalism’ หรือ ‘เหตุผลนิยม’ เชื่อเหตุผล ‘ตรรกวิทยา’ โดยแนบแน่นอยู่กับ ‘คณิตศาสตร์’ สองวิชานี้ต่างหากที่จะให้ความรู้ที่แท้จริง ขณะที่วิทยาศาสตร์ปัจจุบันจะใช้ทั้งสองวิธี ไม่สามารถละเว้นอย่างใดอย่างหนึ่งไปได้ ... ไม่สามารถจะละเว้นการคิดเชิงตรรกะ ทั้งไม่สามารถละเว้นการสังเกตทดลอง มิฉะนั้นจะไม่เป็นวิทยาศาสตร์ ๐ Logical structure of science - โครงสร้างทางตรรกของวิทยาศาสตร์ “อะไรตั้งอยู่บนฐานอะไร ?” หัวข้อโครงสร้างทางตรรกะของความรู้ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับองค์ความรู้วิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่นักปรัชญาศึกษาว่า อะไรตั้งอยู่บนอะไร อะไรถือเป็นสัจพจน์ (Axiom) อะไรถือเป็นข้อสรุปที่ต่อมาจากสัจพจน์ แล้วอะไรเป็นสัจพจน์หลักของวิทยาศาสตร์ เป็นโครงสร้างทางตรรกะของวิทยาศาสตร์ ? ๐ Falsificationism - Demarcation บางนักปรัชญาวิพากษ์แนวคิดนี้ว่า “วิทยาศาสตร์มิได้ตั้งอยู่บนโครงสร้างทางตรรกะใด” โดย คาร์ล ป็อปเปอร์ (Karl Popper) เสนอทฤษฎีที่เรียกว่า ‘Falsificationism (ลัทธิการพิสูจน์ว่าเป็นเท็จได้)’ ซึ่งบอกว่า “ความรู้ที่แท้จริงในวิทยาศาสตร์นี้ ต้องเป็นความรู้ที่สามารถพิสูจน์ว่าเป็นเท็จได้” "ปัจจุบันความรู้บางอย่างอาจจะยังพิสูจน์ว่าเป็นเท็จยังไม่ได้ แต่โดยหลักการแล้วมันสามารถจะพิสูจน์เป็นเท็จได้" ซึ่งเป็นประเด็น ถ้ามีบางอย่างที่อย่างไรก็พิสูจน์เป็นเท็จไม่ได้ก็จะไม่เป็นวิทยาศาสตร์ นี่คือ Falsificationism ส่วนอีกแนวทางหนึ่งคือ ‘Demarcation (ปัญหาการแบ่งแยกวิทยาศาสตร์)’ หรือ การหาเส้นแบ่งระหว่างอะไรที่เป็นวิทยาศาสตร์และไม่เป็นวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของกรอบความคิด กรอบทฤษฎีของวิทยาศาสตร์เหมือนกับการมองภาพกว้าง ๆ ของเรื่องต่าง ๆ ในปรัชญาวิทยาศาสตร์ (หมายเหตุ: Hypothetico-Deductive Method (วิธีสมมติฐาน-นิรนัย) คือ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้สร้างและทดสอบทฤษฎี โดยเริ่มจากการตั้งสมมติฐานเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ จากนั้นนิรนัย (Deduction) หาข้อสรุปเฉพาะ แล้วทดลองเก็บข้อมูลเพื่อพิสูจน์ว่าสมมติฐานนั้นจริงหรือเท็จ เป็นหัวใจหลักของวิจัยเชิงปริมาณที่ใช้ความจริงที่เป็นเหตุเป็นผล - ผู้เรียบเรียง [ อ้างอิง http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~hsoraj/PDF/Chapter2.pdf ]) ๐ Scientific Realism/ Instrumentalism การถกเถียงหัวข้อทัศนะที่แตกต่างกันสองทัศนะของ ‘Realism’ หรือ ‘สัจนิยม’ ทัศนะที่ถือว่าคำต่าง ๆ ในวิทยาศาสตร์ เช่น อิเล็คตรอน (electron) ควอนตัม (quantum) มีอยู่จริง มีสิ่งที่เรียกว่าอิเล็คตรอนจริง และมีปรากฏการณ์ที่เรียกว่าควอนตัมจริง ในขณะที่ ‘Instrumentalism’ (เครืองมือนิยม) คือทัศนะที่บอกว่าอิเล็คตรอนไม่จำเป็นหรืออาจจะไม่ได้ระบุถึงสิ่งที่มีอยู่จริงเลย แต่จะระบุถึงกระบวนการทดลองที่ทำให้สรุปอนุมานได้ว่ามีสิ่งที่เรียกว่า Electron/Quantum ที่อธิบายปรากฏการณ์ได้ดีที่สุด ณ ปัจจุบัน โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อว่ามีอิเล็คตรอนอยู่จริง (เรื่อง Electron/Quantum เป็นหัวข้อใหญ่ในวิชาปรัชญาวิทยาศาสตร์) ๐ Sociology of Knowledge - สังคมวิทยาวิทยาศาสตร์ เป็นการศึกษาแบบหนึ่งที่ซ้อนเหลื่อมกับปรัชญาวิทยาศาสตร์ โดยถือว่าวิทยาศาสตร์แทนที่จะมองว่าเป็นวิธีหาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติอย่างที่ว่ามา “เราอาจจะมองวิทยาศาสตร์ได้เป็นอีกแบบหนึ่งตรงที่มันเป็นกิจกรรมของคนในสังคม” ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องนโยบายวิทยาศาสตร์ (หัวข้อ ๔ ด้านท้าย) โดยมีนักปรัชญาที่เสนอแนวคิดนี้ เช่น พอล ฟายเยอร์อาเบนด์ (Paul Feyerabend) ชาวออสเตรีย และ บรูโน ลาตูร์ (Bruno LaTour) คนฝรั่งเศส ๒) ภาพสองภาพของวิทยาศาสตร์ -- ในบริบทของการศึกษาประวัติของวิทยาศาสตร์ ๐ วิทยาศาสตร์เป็นหาความจริงเกี่ยวกับโลกและธรรมชาติ ศึกษาประวัติของวิทยาศาสตร์ก็เพื่อเข้าใจความผิดพลาดต่าง ๆ ที่มนุษย์เคยมี ความเชื่อว่าวิทยาศาสตร์สามารถหาความจริงแท้ได้เป็นทัศนะที่รับโดยทั่วไปโดยนักวิทยาศาสตร์ทั่วไปซึ่งเชื่อว่าวิทยาศาสตร์หาความรู้ความจริงได้มาซึ่งความรู้ความจริงที่แท้จริงนั้น จนกระทั่งปัจจุบัน ทัศนะอดีตนั้นถูกพิสูจน์แล้วว่า “ไม่ใช่” เช่น ทัศนะของอริสโตเติลที่ว่าของหนักตกเร็วกว่าของเบาก็ไม่ใช่ ทัศนะของปโตเลมี (Ptolemy) นักดาราศาสตร์สมัยกรีกเช่นกันที่บอกว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาลก็ไม่ใช่อีก พิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่หลายอย่าง ๐ วิทยาศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งที่แยกไม่ออกจากสังคมและวัฒนธรรม การศึกษาประวัติศาสตร์ของมันเป็นเนื้อเดียวกันกับการศึกษาประวัติของสังคมที่มันอาศัยอยู่ มุมมองหนึ่งเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ซึ่งไม่ได้มองว่าตัววิทยาศาสตร์เองเนื้อหาให้ความรู้อะไร “แต่ว่ามองเป็นกิจกรรม” “เพราะอย่างไรวิทยาศาสตร์ก็เป็นสิ่งที่คนทำ แล้วคนก็จะต้องมีความสัมพันธ์กับคนด้วยกัน มีระบบสังคม ระบบสถาบัน เป็นเรื่องของสังคม” เช่น มีคณะวิทยาศาสตร์ มีภาควิชาฟิสิกส์ ภาควิชาชีววิทยา ฯลฯ ภาควิชาเหล่านี้ต้องได้งบประมาณ หนีไม่พ้นแยกไม่ออกจากตัวความรู้วิทยาศาสตร์ เพราะฉะนั้น อีกมุมมองหนึ่งของประวัติของวิชาวิทยาศาสตร์และเป็น มุมมองของสังคมวิทยา มานุษยวิทยาทางวิทยาศาสตร์ จะมองว่า “วิทยาศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งที่แยกไม่ออกจากสังคมและวัฒนธรรม” ดั้งนั้น “การศึกษาประวัติของวิทยาศาสตร์ก็เป็นเนื้อเดียวกันแยกไม่ออกกับการศึกษาประวัติของสังคม" จึงเกิดมีทัศนะเช่น วิทยาศาตร์ของนิวต้น (Newton) แยกไม่ออกจากจากเกิดขึ้นของโลกสมัยใหม่ที่มีระบบทุนนิยม การตั้งเป็นรัฐ เป็นชาติ ฯ ถ้าไม่มีเรื่องเหล่านี้ก็จะไม่มีนิวต้น ! “ทั้งเทคโนโลยี ทั้งตัวความรู้วิทยาศาสตร์ แยกไม่ออกจากบริบททางประวัติศาสตร์” ๓) ศึกษาประวัติของวิทยาศาสตร์ไปทำไม รวมถึง “สังคมวิทยาและมานุษยวิทยาของวิทยาศาสตร์” ? … (สังคมวิทยาศึกษาการตั้งสังคม ระดับชั้นสังคม ฯ ส่วนมานุษยวิทยานั้นศึกษาวัฒนธรรม การแสดงออกของกลุ่มชนที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง เช่น มานุษยวิทยาดนตรีนั้นศึกษาวัฒนธรรมดนตรีของชาติต่าง ๆ เมื่อมองวิทยาศาสตร์แบบเดียวกับดนตรี จะเป็นกิจกรรมของมนุษย์ที่แสดงออกซึ่งความสามารถในการสร้างสรรค์ ความสามารถในการสร้างสรรค์ความรู้ แสวงหาความรู้ เป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมของมนุษย์) ศึกษาเพื่อ ... ๐ ประโยชน์ในเชิงนโยบาย ๐ ทำให้เข้าใจประวัติศาสตร์ภาพรวมของไทยในการมีอยู่ของวิทยาศาสตร์ไทย ๑ ทำให้เข้าใจธรรมชาติของตัววิชาวิทยาศาสตร์เองได้ดีขึ้น ๐ ทำให้มองเห็นความสัมพันธ์ของวิทยาศาสตร์กับบริบทอื่น ๆ ของสังคม ๔) นโยบายวิทยาศาสตร์ ประเทศไทยมีความพยายามในการสร้างนโยบายวิทยาศาสตร์ 40-50 ปีมาแล้ว ปรากฏออกมาเป็นรูปธรรมในการตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ขึ้นมา เกิดเรื่องราวเป็นประวัติศาสตร์น่าสนใจ เกี่ยวกับเรื่องกระบวนการที่เริ่มต้นจนกระทั่งจบ (ควบรวมกลายเป็นอว.) คำถามสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนโยบายวิทยาศาสตร์ประเทศไทยมีอะไรบ้างที่อยู่ในวิชาปรัชญาวิทยาศาสตร์ ? ก) รัฐควรลงทุนในวิทยาศาสตร์ด้านใด? สิ่งที่ปรากฏในสังคมไทยการลงทุนด้านวิจัยวิทยาศาสตร์ในประเทศมักมีอยู่ไม่กี่ด้าน เช่น ด้านการเกษตร การแพทย์ ... ขณะที่วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิศวฯ วิทยาศาสตร์กายภาพมีไม่มากเมื่อเทียบกับสองสาขาแรก ส่วนการลงทุนในด้านวิชาสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ปรัชญา วรรณคดี ประวัติศาสตร์นั้นน้อยมาก เหตุใดเป็นเช่นนั้น ? คำถามว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นกับการพยายามหาคำตอบ เป็นหัวข้อสำคัญเรื่องนโยบายวิทยาศาสตร์ ... เหตุใดนโยบายการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ของประเทศจึงมุ่งไปที่เรื่องการเกษตรกรรมการแพทย์เป็นหลักในขณะที่คณิตศาสตร์ที่เชื่อกันว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิทยาศาสตร์ แต่แท้จริงกลับ "ไม่ใช่" (นิยามหลักของวิทยาศาสตร์ได้แก่ ความพยายามในการศึกษาหาคำอธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ต้องใช้ทั้งการสังเกตทดลองและการอ้างอิงทฤษฎี คณิตศาสตร์ไม่มีสังเกตทดลองขาดวิธีที่สำคัญมากของการเป็นวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์จึงไม่ใช่วิทยาศาสตร์แต่เป็นภาษาที่วิทยาศาสตร์นำไปใช้ เป็นวิธีคิดที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้จึงมักจะถูกเหมารวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวิทยาศาสตร์) ประเด็นในกรณีของนโยบายวิทยาศาสตร์ก็คือ ในเมื่อคณิตศาสตร์มีความสำคัญแต่การวิจัยด้านคณิตศาสตร์และการสนับสนุนการวิจัยมีน้อย เทียบไม่ได้กับเรื่องการเกษตรกับเรื่องการแพทย์ จึงมีคำถามว่าทำไม ? อันเป็นส่วนหนึ่งของการคิดเรื่องนโยบายวิทยาศาสตร์ ข) รัฐควรมีท่าทีอย่างไรกับวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์มีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจ การป้องกันประเทศ หรืออื่น ๆ (ที่เป็นเรื่องสำคัญของประเทศนี้อย่างไร) คำถามสำคัญนี้คำตอบมีอยู่มาก แต่คนไทยสามารถจะนำเอาวิทยาศาสตร์เอาพลังของวิทยาศาสตร์มาเป็นพลังในการพัฒนาเศรษฐกิจ ป้องกันประเทศ ได้อย่างไร ... ค) รัฐบาลควรมีมาตรการอย่างไรในการส่งเสริมการเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เรื่องของการเรียนการสอนเรื่องของนโยบายการศึกษาควรนำเข้ามารวมกับนโยบายวิทยาศาสตร์ ง) ความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์กับประชาชนควรเป็นอย่างไร ? “พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์” กับ “ท้องฟ้าจำลอง” คือจุดเชื่อมระหว่างประชาชนทั่วไปกับวิทยาศาสตร์ที่เป็นรูปธรรม แต่ปัจจุบันไม่มีจุดเชื่อมพอลงลึกคนทั่วไปหลงทางไม่เข้าใจ ลำบาก เพราะ “ในสังคมประชาธิปไตยนโยบายต่าง ๆ มีที่มาจากประชาชน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำให้ประชาชนมีความตระหนักรู้ มีความเข้าใจที่ถูกต้อง และมีทัศนคติที่ส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะแปรผลกลับไปถึงความกินดีอยู่ดี ความเจริญก้าวหน้า เป็นผลดีต่อประชาชนนั่นเอง" .... ทั้งหมดนี้คือคำถามสำคัญเรื่องนโยบายวิทยาศาสตร์ ! “ในสังคมประชาธิปไตยนี้นโยบายเหล่านี้สามารถที่จะมีไว้ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ตั้งคำถาม และก็ได้พิจารณาเสมอ” ๕) วิพากษ์ “นโยบาย” พบกับการวิพากษ์ “นโยบายเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ - เอไอ” (จากการบรรยาย) และการวิพากษ์ควอนตัม (จากคำถามคำตอบ) ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๙ นี้ สามทุ่มตรง Cr: ภาพ The Active, The Matter, and Main Stand SIAM - Quantum Nexus Symposium 2026 Paving the Way for coming Quantum Era: Sustainable Platform & Community Development (Science & Technology, Social Sciences, Education, Humanities, Political Science & Law, Economics) (Official Web) https://www.quantum-thai.org/siam-quantum-nexus เกริ่นนำโครงการ โครงการพัฒนาต่อเนื่องจาก International Year of Quantum S&T 2025 #IYQ2025 & #ThaiYQ2025 วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย เชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายภาครัฐ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือการเรียนรู้แบบเปิดด้านการสื่อสารควอนตัม (communications) การคำนวณควอนตัม (computing) และการตรวจวัดควอนตัม (sensing) เพื่อส่งเสริมการสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและข้อมูล เพื่อเตรียมบุคลากรและสังคมไทยให้พร้อมเข้าสู่ยุคควอนตัมโลก พร้อมภุมิคุ้มกันวิทยาศาสตร์เทียม เพื่อสร้างจดหมายเหตุควอนตัมไทยและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างรุ่นของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้กำหนดนโยบาย คำสำคัญ (keywords); วิทยาศาสตรศึกษา (science education) การสื่อสารวิทยาศาสตร์ (science communication) การจัดการความรู้ (knowledge management) การจัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์ (sciecne fair) สารสนเทศ (ไอซีที) เชิงควอนตัม (quantum information & communications technology) การสร้างทรัพยากรและสื่ออนาคต (future resources) จดหมายเหตุควอนตัมโลกและประเทศไทย (World and Thai quantum milestones) การพัฒนาบุคลากรและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (human resource development & networking) ๓) ผู้รับผิดชอบโครงการ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ IEEE Thailand Section Quantum IT group & IEEE Communications Society (Thailand Chapter) ประธานกรรมการอำนวยการกิตติมศักดิ์: คณบดี คณวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (KMITL) และ นายกสมาคม IEEE Thailand Section ประธานโครงการ: รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันการศึกษา) และ ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ (สมาคมวิชาชีพ) คณะที่ปรึกษา: ศ.ดร.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ - ราชบัณฑิต (วิทยาการคอมพิวเตอร์) ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน - ราชบัณฑิต (ฟิสิกส์) รศ.ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ - อดีตอธิการฯส.พระจอมเกล้าฯลาดกระบัง (ธรรมาภิบาลและการศึกษา) รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม - อดีต ผอ.ส.วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ฯ (บริหารงานวิจัย) ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช - นายกสภา มทส. (การจัดการความรู้ - KM) พันธมิตรต่างประเทศ: Fundacja (โปแลนด์), Senetas (ออสเตรเลีย), SPINQ (จีน), TCQC-CACR (จีน), Qasky (จีน) ๔. ผลกระทบ (impact) ภาคสังคมประชาชนทั่วไป เข้าถึงองค์ความรู้และทรัพยกรสื่อสร้างทักษะไอซีทีควอนตัม เกิดความเข้าใจและมีภูมิคุ้มกันควอนตัมแปลกปลอมเบื้องต้น ด้วยผลจากการร่วมสื่อสารวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เหมาะสม ภาคการศึกษาและการวิจัย เกิดการรวมกลุ่มใช้ผลผลิตต่อยอดสู่ด้านอื่น ๆ ได้ เช่น โครงการพัฒนาบุคลากร งานวิจัยและพัฒนาที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากการร่วมกันสื่อสารวิชาการสาธารณะที่ถ้วนทั่วครบทุกด้าน ภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ได้รับการส่งเสริมให้สามารถติดตาม เข้าถึง และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้รวดเร็วพร้อมกับลดความเสี่ยงด้วยข้อมูลของโครงการที่ครอบคลุมและอ้างอิงตรวจสอบได้ ภาครัฐโดยผู้กำหนดนโยบาย ทั้งด้านโทรคมนาคม สารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงศักยภาพและผลกระทบของเทคโนโลยี พร้อมร่วมสื่อสารนโยบายวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลางรู้และเท่าทัน กสทช. สามารถนำผลลัพธ์จากโครงการนี้ไปใช้เพื่อร่วมกำหนดแนวทางสนับสนุนส่งเสริมและตรวจสอบกิจกรรมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอซีทีควอนตัมเทคโนโลยีแขนงใหม่ของประเทศได้ “SIAM–Quantum Nexus 2026” คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมควอนตัมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาควิชาการ อุตสาหกรรม และนโยบายสาธารณะ เพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในยุคเศรษฐกิจควอนตัมโลก โดยใช้การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ และการสื่อสารที่เท่าทันเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอนาคตของชาติ Partners: สํานักงานคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หมายเหตุ: ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org Alliance: | Light & Quantum Milestones (2019) | Disclaimer: SIAM-Quantum Nexus 2026 - a public serving project by volunteers no conflict of interest & none of personal agenda involved ๐ since IYL2015 through IDL 2018 IDL 2019 IDL2020 IDL 2021 IDL2022 IDL2023 2024 and 2025 ThaiTelecom150 IYQ2025 & ThaiYQ2025 Welcome volunteers ! ๐
- “Quantum Education at China” — Experiences & Inspirations for Thailand | Dr.Zhen-Qiang Yin - USTC| ไอซีทีควอนตัมไทยสำหรับสังคมทั่วไปทุกวงการ | SIAM-Quantum Nexus 2026 |
ONLINE WORKSHOP “Quantum Education at China” — Experiences & Inspirations for Thailand by Dr.Zhen-Qiang Yin - USTC (updated - April 17, 2026) (coming soon: 1st module on May - June 2026) | Module 1 | Module 2 | Module 3 | Module 4 | Background (ภาษาไทย เลื่อนลงล่าง) As part of the SIAM–Quantum Nexus 2026 initiative, our goal is to build a sustainable learning platform and community for quantum science in Thailand. One key focus is to learn from and adapt successful practices from China’s quantum education ecosystem, which has become one of the most advanced in the world. Dr. Zhen-Qiang Yin from University of Science and Technology of China (USTC) will contribute to a series of Online (file-based) Workshops, four (4) videos, aimed at introducing and translating insights from China’s approach into a format suitable for students, educators, and policymakers in Thailand. From Q-Thai Forum's proposal with below requirement, this series will draw on Dr. Yin’s response on teaching and R&D activities at USTC, his outreach experiences with high school and university students, and his observations of China’s progress between 200X–2025. “ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยควอนตัม: เปิดประสบการณ์การสร้างคนแบบฉบับจีน เรียนรู้ด้วยตนเองสำหรับคนไทย” เกริ่นนำ ในโอกาสครบรอบ 45 ปีของเทคโนโลยีสารสนเทศควอนตัม (Physics of Computation Conference: 1981 - 2026) โครงการ SIAM – Quantum Nexus 2026 ได้จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อสร้างรากฐานการเรียนรู้ที่ยั่งยืนในประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก Dr. Zhen-Qiang Yin ผู้เชี่ยวชาญจาก University of Science and Technology of China (USTC) ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านชุด Online Workshop ที่ออกแบบมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ เรียนรู้จากประสบการณ์จีน ? ด้วยประเทศจีนได้กลายเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีควอนตัมของโลก ด้วยการวางรากฐานการศึกษาที่เข้มแข็งทั้ง การศึกษาที่ครอบคลุม ตั้งแต่การใช้สื่อการสอนที่เข้าใจง่าย ไปจนถึงหลักสูตรฟิสิกส์ในระดับมัธยมและมหาวิทยาลัยที่เน้นการประยุกต์ใช้ การสร้างบุคลากรข้ามสายงาน ไม่ใช่แค่เพียงนักฟิสิกส์ แต่ยังรวมถึงวิศวกรและเทคนิคเชียนจากหลากหลายสาขาที่ทำงานร่วมกันในห้องแล็บที่ทันสมัย เทคโนโลยีที่ใช้ประโยชน์ได้ เรียนรู้ความคืบหน้าเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริงมากที่สุดในปัจจุบัน สิ่งที่จะได้เรียนรู้ใน Workshop Series นี้ (4 Modules หลัก) Foundations & Early Encounters วิธีสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กมัธยมสนใจฟิสิกส์ควอนตัม และเรื่องราวการเริ่มต้นของนักศึกษาใน USTC Quantum Landscape in China พาไปดูวัฒนธรรมในห้องปฏิบัติการและสภาพแวดล้อมทางการศึกษาในเมืองสำคัญ The Learning Journey ถอดรหัสการเรียนรู้ที่ช่วยลดอุปสรรคทางความคิด เพื่อให้เข้าใจกลศาสตร์ควอนตัมได้สะดวกขึ้น Personal Reflections & Advice คำแนะนำสำหรับประเทศไทยในการสร้างชุมชนและพัฒนากำลังคนด้านควอนตัม เป้าหมายขยายผล ข้อมูลจากการเรียนรู้และความเห็นจาก Workshop นี้ จะถูกรวบรวมเพื่อจัดทำเป็น "คู่มือเทคโนโลยีควอนตัมสำหรับผู้เริ่มต้น" (Thai Beginner’s Handbook) ทั้งในรูปแบบเล่มและ eBook เพื่อให้เป็นแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ด้วยตนเองที่ยั่งยืนสำหรับนักเรียน ครู และผู้กำหนดนโยบายในไทยต่อไป รวมทั้งนำพาสังคมไทยไปให้ถึง "ควอนตัมคืออะไร" ใกล้เคียงเข้าใจเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น หมายเหตุ เพื่อการการนำเสนอที่สามารถถ่ายทอดต้นฉบับได้ลึกซึ้ง เนื้อหาส่วนใหญ่ (เอกสาร วีดีโอ) เป็นภาษาจีน โดยมีภาษาไทยกำกับ รวมทั้งบทสรุปย่อตลอดการเรียนรู้ควอนตัมจีนสู่เมืองไทยตลอดกิจกรรมทั้ง ๔ โมดูล Let's start -- แรกเริ่มเรียนรู้ COMING SOON (May - June 2026): (tentative) First MODULE released date: May - June 2026 -- วีดีโอโมดูลแรกเร็ว ๆ นี้ (requirement from Q-Thai forum) Module 1: Foundations & Early Encounters -- ควอนตัม กับ 'รักแรกพบ' High School Physics in China and Approaches to Inspiring Students USTC (1): First Encounter with Quantum Physics — How Interest Begins USTC (2–5): Short, Medium, and Long-Term “Quantum Stories” of Students Module 1: Background and Necessity of Quantum Education The Transition of Quantum Revolutions (การเปลี่ยนผ่านของการปฏิวัติควอนตัม): First Quantum Revolution: เน้นการประยุกต์ใช้กลศาสตร์ควอนตัมทางอ้อม เช่น การพัฒนาเลเซอร์ (Laser), เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor), และพลังงานนิวเคลียร์ Second Quantum Revolution: เป็นการสำรวจและควบคุมคุณสมบัติพื้นฐานของควอนตัมโดยตรงเพื่อสร้างอุปกรณ์ใหม่ๆ มุ่งเน้นไปที่การตอบคำถามว่า "ทำไม" และ "จะทำอะไรได้บ้าง" ในเชิงลึก Key Quantum Information Technologies (เทคโนโลยีสารสนเทศควอนตัมที่สำคัญ): ครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่ การคำนวณควอนตัม (Quantum Computing), รหัสลับควอนตัม (Quantum Cryptography/QKD), เครือข่ายควอนตัม (Quantum Network), การวัดที่แม่นยำ (Quantum Precision Measurement) และการจำลองควอนตัม (Quantum Simulation) Quantum Key Distribution - QKD (การกระจายกุญแจรหัสควอนตัม): เทคโนโลยีที่มีความพร้อม (Practicality) สูงที่สุดในปัจจุบัน ใช้คุณสมบัติทางควอนตัมเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนกุญแจรหัสระยะไกลที่มีความปลอดภัยสูงระดับ “One-time pad” ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าไม่สามารถดักรับข้อมูลได้โดยไม่ถูกตรวจพบ Global Policy and Strategic Importance (ความสำคัญในเชิงนโยบายระดับโลก): อ้างถึงยุทธศาสตร์สำคัญจากทั่วโลก เช่น Quantum Manifesto ของยุโรป, แผนยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ซึ่งระบุว่า "การศึกษาคือศิลาฤกษ์ของการวางแผน(แห่งอนาคต)" การเตรียมความพร้อมบุคลากร ทั้งนักวิจัย วิศวกร และผู้ใช้งานในอนาคต คือเงื่อนไขจำเป็นในการตักตวงผลประโยชน์จากการปฏิวัติควอนตัมยุคที่สองนี้ Multidisciplinary Necessity (ความจำเป็นของการบูรณาการหลายศาสตร์): การพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา ทั้งฟิสิกส์, วิศวกรรมศาสตร์, คอมพิวเตอร์ และภาคธุรกิจ Module 1 : Q&A (ส่งคำถาม ข้อเสนอแนะ ฯ ได้ที่ Thailand_Chapter@comsoc.org) Questions ? Answer Remark (coming next: throughout 2026) (requirement from Q-Thai forum) Module 2: People, Places & Phenomena in China’s Quantum Landscape (พื้นฐานควอนตัมจีนนั้นไฉนถึงก้าวไกล) Quantum Phenomena and Their Experts at Hefei, etc Laboratory culture, environment, mentorship “Chinese Quantum Without Matter or Unit” — Understanding the Concept Human Five Senses in the Quantum World Ways to make abstract quantum ideas intuitive (requirement from Q-Thai forum) Module 3: The Learning Journey (200X–2025) (ควอนตัมจีนอันโดดเด่น) From High School Through University: What Was Discovered? “Impermanent Quantum Phenomenon” vs. “Uncertainty of Life” Reflections accessible to younger learners How to Understand Quantum Mechanics? Practical guidance used in China to reduce conceptual barriers (requirement from Q-Thai forum) Module 4: Personal Reflections (ของฝากมุมสะท้อน เอื้ออาทรสู่สยาม) Epilogue: Me, Friends, and Teachers Stories of collaboration Community spirit Advice for Thailand Biography: Dr. Zhen-Qiang Yin Associate Professor, University of Science and Technology of China (USTC) Dr. Zhen-Qiang Yin is a leading quantum physicist and Associate Professor at the University of Science and Technology of China (USTC), an institution at the heart of China’s quantum technological leap (p. 1). As a core member of the CAS Key Laboratory of Quantum Information, his expertise lies in the security and practical implementation of Quantum Key Distribution (QKD), where he has contributed to world-record achievements in long-distance quantum communication. In the SIAM-Quantum Nexus 2026 initiative, Dr. Yin serves as a bridge between China’s advanced quantum ecosystem and Thailand's emerging community. Through the workshop series “Quantum Education @ China — Experiences & Inspirations for Thailand,” he shares his personal journey from high school curiosity to world-class R&D. His mission is to translate complex quantum phenomena into intuitive concepts, sharing proven pedagogical strategies and laboratory cultures from USTC to inspire Thai students, educators, and policymakers in building a sustainable quantum workforce. ดร. เซิน-เฉียง อิน (Dr. Zhen-Qiang Yin) นักฟิสิกส์ควอนตัมชั้นนำและรองศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน (USTC) ซึ่งเป็นสถาบันที่เป็นหัวใจหลักในการก้าวกระโดดด้านเทคโนโลยีควอนตัมของจีน ในฐานะสมาชิกหลักของ CAS Key Laboratory of Quantum Information มีความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยและการใช้งานจริงของ การกระจายกุญแจรหัสควอนตัม (QKD) โดยมีส่วนร่วมในความสำเร็จระดับสถิติโลกด้านการสื่อสารควอนตัมระยะไกล ภายใต้โครงการ SIAM-Quantum Nexus 2026 ดร. อิน ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างระบบนิเวศควอนตัมที่ก้าวหน้าของจีนกับชุมชนควอนตัมในประเทศไทยที่กำลังเติบโต ผ่านเวิร์กชอปออนไลน์ชุด “Quantum Education @ China — Experiences & Inspirations for Thailand” โดยจะได้ถ่ายทอดเส้นทางประสบการณ์ส่วนตัวตั้งแต่ความสนใจในระดับมัธยมปลายไปจนถึงการทำงานวิจัยและพัฒนาระดับโลก ภารกิจคือการเปลี่ยนปรากฏการณ์ควอนตัมที่ซับซ้อนให้เข้าใจได้ง่าย พร้อมแบ่งปันกลยุทธ์การสอนและวัฒนธรรมการทำงานในห้องปฏิบัติการจาก USTC เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน ครู และผู้กำหนดนโยบายของไทยในการสร้างบุคลากรด้านควอนตัมอย่างยั่งยืน SIAM - Quantum Nexus Symposium 2026 Paving the Way for coming Quantum Era: Sustainable Platform & Community Development (Science & Technology, Social Sciences, Education, Humanities, Political Science & Law, Economics) (Official Web) https://www.quantum-thai.org/siam-quantum-nexus เกริ่นนำโครงการ โครงการพัฒนาต่อเนื่องจาก International Year of Quantum S&T 2025 #IYQ2025 & #ThaiYQ2025 วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย เชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายภาครัฐ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือการเรียนรู้แบบเปิดด้านการสื่อสารควอนตัม (communications) การคำนวณควอนตัม (computing) และการตรวจวัดควอนตัม (sensing) เพื่อส่งเสริมการสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและข้อมูล เพื่อเตรียมบุคลากรและสังคมไทยให้พร้อมเข้าสู่ยุคควอนตัมโลก พร้อมภุมิคุ้มกันวิทยาศาสตร์เทียม เพื่อสร้างจดหมายเหตุควอนตัมไทยและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างรุ่นของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้กำหนดนโยบาย คำสำคัญ (keywords); วิทยาศาสตรศึกษา (science education) การสื่อสารวิทยาศาสตร์ (science communication) การจัดการความรู้ (knowledge management) การจัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์ (sciecne fair) สารสนเทศ (ไอซีที) เชิงควอนตัม (quantum information & communications technology) การสร้างทรัพยากรและสื่ออนาคต (future resources) จดหมายเหตุควอนตัมโลกและประเทศไทย (World and Thai quantum milestones) การพัฒนาบุคลากรและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (human resource development & networking) ๓) ผู้รับผิดชอบโครงการ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ IEEE Thailand Section Quantum IT group & IEEE Communications Society (Thailand Chapter) ประธานกรรมการอำนวยการกิตติมศักดิ์: คณบดี คณวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (KMITL) และ นายกสมาคม IEEE Thailand Section ประธานโครงการ: รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันการศึกษา) และ ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ (สมาคมวิชาชีพ) คณะที่ปรึกษา: ศ.ดร.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ - ราชบัณฑิต (วิทยาการคอมพิวเตอร์) ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน - ราชบัณฑิต (ฟิสิกส์) รศ.ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ - อดีตอธิการฯส.พระจอมเกล้าฯลาดกระบัง (ธรรมาภิบาลและการศึกษา) รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม - อดีต ผอ.ส.วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ฯ (บริหารงานวิจัย) ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช - นายกสภา มทส. (การจัดการความรู้ - KM) พันธมิตรต่างประเทศ: Fundacja (โปแลนด์), Senetas (ออสเตรเลีย), SPINQ (จีน), TCQC-CACR (จีน), Qasky (จีน) ๔. ผลกระทบ (impact) ภาคสังคมประชาชนทั่วไป เข้าถึงองค์ความรู้และทรัพยกรสื่อสร้างทักษะไอซีทีควอนตัม เกิดความเข้าใจและมีภูมิคุ้มกันควอนตัมแปลกปลอมเบื้องต้น ด้วยผลจากการร่วมสื่อสารวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เหมาะสม ภาคการศึกษาและการวิจัย เกิดการรวมกลุ่มใช้ผลผลิตต่อยอดสู่ด้านอื่น ๆ ได้ เช่น โครงการพัฒนาบุคลากร งานวิจัยและพัฒนาที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากการร่วมกันสื่อสารวิชาการสาธารณะที่ถ้วนทั่วครบทุกด้าน ภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ได้รับการส่งเสริมให้สามารถติดตาม เข้าถึง และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้รวดเร็วพร้อมกับลดความเสี่ยงด้วยข้อมูลของโครงการที่ครอบคลุมและอ้างอิงตรวจสอบได้ ภาครัฐโดยผู้กำหนดนโยบาย ทั้งด้านโทรคมนาคม สารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงศักยภาพและผลกระทบของเทคโนโลยี พร้อมร่วมสื่อสารนโยบายวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลางรู้และเท่าทัน กสทช. สามารถนำผลลัพธ์จากโครงการนี้ไปใช้เพื่อร่วมกำหนดแนวทางสนับสนุนส่งเสริมและตรวจสอบกิจกรรมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอซีทีควอนตัมเทคโนโลยีแขนงใหม่ของประเทศได้ “SIAM–Quantum Nexus 2026” คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมควอนตัมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาควิชาการ อุตสาหกรรม และนโยบายสาธารณะ เพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในยุคเศรษฐกิจควอนตัมโลก โดยใช้การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ และการสื่อสารที่เท่าทันเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอนาคตของชาติ Partners: สํานักงานคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หมายเหตุ: ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org Alliance: | Light & Quantum Milestones (2019) | Disclaimer: SIAM-Quantum Nexus 2026 - a public serving project by volunteers no conflict of interest & none of personal agenda involved ๐ since IYL2015 through IDL 2018 IDL 2019 IDL2020 IDL 2021 IDL2022 IDL2023 2024 and 2025 ThaiTelecom150 IYQ2025 & ThaiYQ2025 Welcome volunteers ! ๐
- Quantum Cryptography Updating from China: USTC & Qasky's QKD live network
๐ Quantum at China ๐ Quantum@China 2022 | สรุปข่าวไอทีควอนตัม ๒๕๖๕ | Quantum IT Year NEWS 2022 | Quantum@China 2021 - สิบข่าวไอทีควอนตัมจีน ๒๕๖๔ - ปีแห่งความสับสน Quantum@China 2020 | สรุปข่าวไอทีควอนตัม - Quantum IT EP.4 | Quantum@China 2019 | ควอนตัมจีน ๒๕๖๒ | Quantum IT Year News | ๐ Quantum@China Play List ๐ กาลามสูตร 'พิสูจน์ด้วยตนเอง' | คอมพิวเตอร์ควอนตัม | วิทยาการรหัสลับเชิงควอนตัม | | Quantum KIT project | ควอนตัมกับความคิด | How to understand quantum ? |
- IDL 2026 - Thailand | วันสากลแห่งแสง พ.ศ.๒๕๖๙ | Transportation Safety | #คมนาคมปลอดภัย | #LightDay2026 |
International Day of Light - Thailand 2026 “Light for a Sustainable Future” วันสากลแห่งแสง พ.ศ. ๒๕๖๙ #LightDay2026 #IDL2026 #LightInnovationSociety #วันสากลแห่งแสงไทย #โครงสร้างพื้นฐานปลอดภัย @IDLOfficial @DayOfLight2026 @InternationalDayOfLight Transportation Safety -- has emerged as a defining challenge for cities, economies, and quality of life in the 21st century. As transportation systems increasingly connect people, goods, and data, safety is no longer limited to vehicles or infrastructure alone—it becomes a matter of intelligent systems that integrate light-based technologies, advanced communications, high-performance computing, and human-centred design. This year, IDL Thailand introduces Transportation Safety as its national theme, highlighting how innovation in light and photonics—together with AI, smart sensing, and quantum technologies—can transform safety across all modes of transport: road, rail, maritime, and aviation. Under the main - theme “Light for a Sustainable Future,” the event reframes light not merely as illumination, but as a critical enabler of sustainability. From accident prevention and energy efficiency to resilient, low-carbon mobility systems, light-based technologies play a central role in building transportation networks that are safer, smarter, and more sustainable. Light-based technologies — such as intelligent adaptive LED street lighting, LiDAR sensors for autonomous vehicles for real-time safety communication — are revolutionizing safer, more efficient, and eco-friendly transport systems. These innovations align with Thailand’s sustainable development goals and global SDGs. IDL Thailand 2025 invites all sectors to ignite the “Light of Safety” together, creating a society that is secure, connected, and truly sustainable. IDL Thailand serves as a collaborative platform bringing together researchers, designers, policymakers, and industry leaders to shape the future of mobility—one where transportation safety is driven by innovation, responsibility, and long-term sustainability for Thailand and the global community. (p.s. For 15 years old misleading Li-Fi tech in 2026, its science communication will be continuously to prevent people throughout the year on another leg of this IDL2025 activities ! Follow us here too) #คมนาคมปลอดภัย ความปลอดภัยด้านคมนาคมขนส่งเป็นหัวใจของการพัฒนาเมือง เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตในศตวรรษที่ 21 เมื่อระบบขนส่งเชื่อมโยงผู้คน สินค้า และข้อมูลเข้าด้วยกัน ความปลอดภัยจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของยานพาหนะหรือโครงสร้างพื้นฐานอีกต่อไป หากแต่เป็นเรื่องของ “ระบบอัจฉริยะ” ที่ผสานเทคโนโลยีแสง การสื่อสาร การคำนวณขั้นสูง และการออกแบบเชิงมนุษย์เข้าไว้ด้วยกัน IDL Thailand ปีนี้นำเสนอธีม Transportation Safety เพื่อสำรวจบทบาทของนวัตกรรมด้านแสง (Light-based Technologies) และเทคโนโลยีล้ำสมัย ตั้งแต่โฟโตนิกส์ เซนเซอร์อัจฉริยะ ปัญญาประดิษฐ์ ไปจนถึงระบบเอไอที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยในทุกมิติของการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นถนน ราง น้ำ หรืออากาศ ภายใต้ธีมใหญ่ “Light for a Sustainable Future” งานนี้ชี้ให้เห็นว่า “แสง” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการมองเห็น แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความยั่งยืน ตั้งแต่การลดอุบัติเหตุ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการสร้างระบบขนส่งที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเชื่อถือได้ในระยะยาว เทคโนโลยีแสง เช่น ไฟส่องสว่างอัจฉริยะที่ปรับตามสภาพแวดล้อม ระบบตรวจจับวัตถุด้วย LiDAR ในรถยนต์ไร้คนขับ และการใช้แสงในการสื่อสารข้อมูลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ ล้วนเป็นนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับความปลอดภัย ลดการใช้พลังงาน และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของประเทศไทยและโลก กิจกรรม IDL Thailand ปีนี้ จึงเป็นโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมกันจุดประกาย “แสงแห่งความปลอดภัย” เพื่อสังคมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น IDL Thailand จึงไม่ใช่เพียงเวทีแสดงเทคโนโลยี แต่เป็นพื้นที่เชื่อมโยงนักวิจัย นักออกแบบ ผู้กำหนดนโยบาย และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันออกแบบอนาคตของการเดินทางที่ ปลอดภัย ฉลาด และยั่งยืน สำหรับสังคมไทยและโลก Disclaimer: IDL Thailand - a public serving project by volunteers no conflict of interest & none of personal agenda involved ๐ organized continuously by IEEE ComSoc Thailand chapter since IYL2015 through IDL 2018 IDL 2019 IDL2020 IDL 2021 IDL2022 IDL2023 IDL2024 and IDL 2025 Welcome volunteers ! ๐ registered events at lightday.org การริเริ่มจัดกิจกรรม “วันสากลแห่งแสง” (The International Day of Light : IDL) ร่วมกันทั่วโลก เป็นงานประจำปีที่มีจุดร่วมของการนำความสำคัญหรือบทบาทของแสงที่มีนับสำคัญทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม ศิลปะและการศึกษา การพัฒนาที่ยั่งยืน รวมไปถึงสาขาที่หลากหลายของด้านการแพทย์ การสื่อสาร และพลังงาน แนวทางรูปแบบที่กว้างขวางของ “แสง” จะช่วยให้หลายภาคส่วนของสังคมทั่วโลกสามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่แสดงให้เห็นได้ว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปะ และวัฒนธรรม สามารถที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายของยูเนสโกได้อย่างไรกับ “การศึกษา ความเสมอภาค และสันติภาพ (education, equality, and peace)” จากการจัดกิจกรรมในอดีตก่อนหน้า“ปีสากลแห่งเทคโนโลยีแสงและเทคโนโลยีแสง (IYL 2015)” ที่ผ่านมา ได้มีการร่วมปฏิบัติตามพันธกรณีของสหประชาชาติที่ยกระดับการรับรู้ของโลกเกี่ยวกับความสำเร็จของวิทยาการด้านแสงและการประยุกต์ใช้ รวมถึงความสำคัญของแสงต่อมนุษยชาติภายใต้การนำของยูเนสโกก่อนหน้านั้นมีกิจกรรมกว่า ๑๓,๐๐๐ กิจกรรมใน ๑๔๗ ประเทศ เข้าถึงผู้คนประมาณ ๑๐๐ ล้านคนทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยโดยสาขาไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย (IEEE) ร่วมเป็นตัวแทนเจ้าภาพจัดกิจกรรมและประสานงานซึ่งสำเร็จผลด้วยดี และได้ขยายผลไปยังวิทยาการและเทคโนโลยีสาขาอื่น ๆ อย่างกว้างขวางทั้ง อิเล็กทรอนิกส์ เอไอ จนถึงไอควอนตัมแห่งอนาคต เป็นต้น กิจกรรมประจำปี IDL นี้ จึงเสมือนแนวทาง “แสงแห่งปัญญาจากความรู้” นั่นเอง และต่อเนื่องมาสู่การจัดกิจกรรมนานาชาติ IDL2026 ครั้งนี้ กิจกรรมวิทยาทานรับเชิญ (updated: May 8, 2026) Topics - กิจกรรม ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙ May 16, 2026 Speakers Abstract/ Remark (GMT +7) "พื้นฐานและความปลอดภัยเทคโนโลยีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า" คุณไพบูลย์ ไตรตั้งวงศ์ หัวหน้าแผนกทดสอบอุปกรณ์ประหยัดพลังงานและอุปกรณ์ความปลอดภัย กองทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า ฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมระบบไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง 8:00 pm ⏰ 🔔 🕗 "ระดับผลกระทบของปัญหาการจราจรติดขัดที่มีต่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจ (และความปลอดภัย)" ดร.กฤษณพัฒน์ โชติธนรัตน์ปัญญา บริษัท ไอเท็ป จำกัด 8:30 pm ⏰ 🔔 🕗 “พื้นฐานเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า” คุณนัฐพงษ์ สัมปันณา วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า 9:00 pm ⏰ 🔔 🕗 “Unmanned Aircraft ecosystem in Thailand” (English subtitled) (บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ) อากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน: แสงนำทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน NAPAT LOHVONGPAIBOON & MR. TANTAI KAMNAMPARD CAAT:The Civil Aviation Authority of Thailand (CAAT) คุณนภัส หล่อวงศ์ไพบูลย์ และคุณแทนไท คำน้ำปาด สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย 9:30 pm ⏰ 🔔 🕗 (English subtitled)) "พื้นฐานเทคโนโลยีสถานีอัดประจุไฟฟ้านโยบายและมาตรฐานความปลอดภัย" คุณภานุพงษ์ จันทร์ฝาย กรมธุรกิจพลังงาน ฯ 10:00 pm ⏰ 🔔 🕗 "ความก้าวหน้าอุตสาหกรรมและมาตรฐานความปลอดภัยของเทคโนโลยีแบตเตอร์รี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า" คุณสุทธิภูมิ พุ่มหิรัญ ผู้อำนวยการ – กลยุทธ์และธุรกิจองค์กร บริษัท นูออโว พลัส จำกัด (pending) อื่น ๆ LIDAR - Driverless Vehicles (pending) สนับสนุนโดย (บางจากฯ กฟน. GPSC และ ไทยออยล์) Sponsors 2026 ขอเชิญร่วมสนับสนุนกิจกรรมวิชาการสาธารณะ โดยสมาคมฯ จะประชาสัมพันธ์การสนับสนุนกิจกรรม (Online & Onsite) และสื่อสารอย่างกว้างขวางกับรายการต่าง ๆ ดังนี้ ๑) โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์และสื่อสังคมออนไลน์: https://www.facebook.com/IEEEComSocThailand https://twitter.com/AcademyOqc https://www.facebook.com/ThaiTelecomKM Web: www.quantum-thai.org/single-post/idl-2026-thailand ๒) รายงานและนิทรรศการที่ประชุมใหญ่สมาชิกสมาคมประจำปี (IEEE Thailand section annual general meeting) ๓) จดหมายข่าวรายงานกิจกรรมนานาชาติ (IEEE Global Communications Newsletter) (https://gcn.comsoc.org) และ ๔) หอเกียรติยศ (Hall of fame) ของสมาคมฯ (https://www.quantum-thai.org/q-merit) ประสานงาน email: thailand_chapter@comsoc.org ที่ปรึกษาโครงการ (advisory members) 1) ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน ราชบัณฑิต Suthat Yoksan (Royal Society) 2) รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ที่ปรึกษา สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) Boonrucksar Soonthornthum (NARIT) 3) ศ.ดร.ประยุทธ อัครเอกฒาลิน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ Prayoot Akkaraekthalin (KMUTNB) หน่วยงานหลัก (Organizer) สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็คโทรนิคส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section) ผู้ประสานงาน (Thailand Contact Node ) เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ - Keattisak Sripimanwat สาขาไฟฟ้าสื่อสาร - IEEE ComSoc Thailand ตัวแทนประเทศไทย - Thailand's contact node: IDL 2026 หมายเหตุ: กิจกรรมเพื่อสาธารณะโดยอาสาสมัคร ดำเนินการตั้งแต่ครั้ง IYL2015 ต่อเนื่องมา ๑) มิได้เกี่ยวข้องกับกรณีกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์ส่วนบุคคลหรือส่วนองค์กรใด [ Fight for Science ที่หายไป ] ๒) มิได้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมวิชาการซ่อนเร้น และปราศจากการทับซ้อนผลประโยชน์ (no conflict of interest) ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมร่วมสมัย IDL2026 ได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org Organized events: ๐ ข้อมูลและรับชมกิจกรรมปีก่อนหน้า ๐ Previous years - event records ๐ | IYL2015 | IDL 2018 | IDL 2019 | IDL2020 | IDL 2021 | | IDL2022 | IDL2023 | IDL2024 | IDL 2025 | --- [ International Day of Light - Thailand 2025 ]
- 150th Anniversary - Thai Telecommunications 2025| กิจกรรมโครงการ ๑๕๐ ปีโทรคมนาคมไทย พ.ศ. ๒๕๖๘ |
The Sesquicentennial of Thai Telecommunications — from telegraphy, AI, to quantum ICT era #ThaiTelecom150 โครงการ นิทรรศการ กิจกรรมเสวนา และการสร้างเครือข่าย ๑๕๐ ปีโทรคมนาคมไทย พ.ศ. ๒๕๖๘ -- สังคมไทยจากยุคโทรเลข เอไอ สู่ไอซีทีควอนตัมอนาคต โดย (by) สาขาไฟฟ้าสื่อสาร (IEEE Communications Society - Thailand chapter) สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section) ร่วมกับ (in cooperated with) ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ (Dept of Phys & Mats) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Fac. of Sc., CMU) สนับสนุนโดย (sponsored by) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) the National Broadcasting and Telecommunications Commission (July 3, 2025) (เวปหลักโครงการ - Main Web) www.quantum-thai.org/150th-thai-telecom-anniversary Message from IEEE ComSoc Thailand — from telegraphy, AI, to quantum ICT era Activities SESSION #1 ตารางกิจกรรมหลัก ๑) (updated - Dec 5, 2025) Events Remarks Details OPENING ceremony : January 29, 2025 : 8 am - GMT+7 -- Speech and message by Mr.Masanori Kondo, Secretary General (APT: Asia-Pacific Telecommunity) Inauguration messages - collections (updated - Jan 28, 2025) APT- secretary general IEEE ComSoc AP- director IEEE History Committee กสทช.(๗ คณะกรรมการ & เลขาธิการ) รศ.ดร.ณรงค์ อยู่ถนอม ที่ปรึกษา ศ.เศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ อดีต กทช. ศ.พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดDE หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ONLINE- Monthly Talk(s) (March) March 16, 2025 (Q&A session) #QuantumCommunications “ประสบการณ์วิจัยการสื่อสารควอนตัมในออสเตรเลีย” โดย คุณร่มธรรม ศรีพจนารถ Western Sydney University (April) April 16, 2025 (Q&A session) #QuantumCommunications “Securing Global Networks in the Quantum Era - Satellite QKD” - Joanne Liao, SpeQtral, Singapore (May) IDL 2025 IDL2025 - May 16 link "ระบบเฝ้าระวังโครงข่ายเส้นใยนำแสง ๒ (NT) - ศูนย์ควบคุมและบริหารจัดการ" โดย คุณกานต์ดนัย แสนเสนาะพันธ์ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ IDL2025 - May 16 link "ระบบเฝ้าระวังโครงข่ายเส้นใยนำแสง ๑ (NT) - อุบัติภัยและอาชญากรรม การป้องกันและร่วมแจ้งเหตุ" โดย คุณพิเชษฐ์ พานเที่ยง บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ (May) May 16, 2025 (Q&A session) "Progresses on security and attacking of quantum key distribution" by Zhen-Qiang Yin Key lab of quantum information University of Science and Technology of China (June) June 16, 2025 #ตำรวจไซเบอร์ "ประวัติและพัฒนาการอาชญากรรมจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีโทรคมนาคม" โดย กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (พ.ต.ท.ประวิทย์ วงษ์เกษม พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ) (June) June 22, 2025 (Q&A session) "Toshiba Quantum Technology: Preparing Your Organization for the Quantum Era" by Anandaraman Sankaran Senior Manager, QKD Marketing Toshiba Asia Pacific Pte Ltd, Singapore (July) July 22, 2025 “Introduction to ITU’s Quantum Key Distribution standards” - Dr.Hao Qin, National Quantum-Safe Network, National University of Singapore ONSITE - Communications Week & Science Day - The Exhibition & Symposium @Chiangmai University August 14 - 18, 2025 ๑๕ สิงหาคม นิทรรศการ ๑๕๐ ปีโทรคมนาคม) ๑๐:๐๐ น. เปิดกิจกรรม #ThaiTelecom150 '๑๕๐ ปี โทรคมนาคมไทย' และ ‘หนึ่งร้อยปีควอนตัมโลก ครึ่งศตวรรษควอนตัมไทย พ.ศ. ๒๕๖๘’ โดย หัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ รศ.สุภาพ ชูพันธ์ ๑๐:๑๕ น. ปาฐกถา โดย รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม นายกสมาคมฟิสิกส์ไทย ๑๐:๔๕ น. บรรยายพิเศษ โดย อ.สุวิทย์ สุทาลา ผอ.โรงเรียนสอนคนตาบอดเชียงใหม่ฯ (ร่าง) “รู้จักและเข้าใจวิถีและเทคโนโลยีการเรียนรู้ (หรืออุปกรณ์สื่อสาร) ของผู้พิการทางสายตา” (ภาพงาน) ONLINE- Monthly Talk(s) (August) August 18, 2025 “QWorld: an Association to brings quantum computing researchers & enthusiasts together” by Dr.Paweł Gora, QWorld, Poland (October) October 16, 2025 Prospects in quantum communication within the Paris ecosystem by Eleni Diamanti ONSITE - Mini-Dinner Talk @Bangkok (August) (August 31, 2025) -- (บันทึกสนทนาชุดเต็ม - coming soon) (meme - "Learning history ...") Mini-Dinner talk - The Sesquicentennial of Thai Telecommunications | ๑๕๐ ปีโทรคมนาคมไทย | & Book Review (ควอนตัมศรีธนญชัย) โดย รศ.ดร.ณรงค์ อยู่ถนอม ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ บ่ายสามครึ่ง ONLINE- Monthly Talk(s) (September) (September 16, 2025: 9:30 pm) “เหรียญสองด้าน - โอกาสพร้อมภัยคุกคามจากความก้าวหน้าด้านสื่อสารโทรคมนาคม” -- กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ONSITE - Mini-Tea Talk @Bangkok (September) Mini-Tea talk - The Sesquicentennial of Thai Telecommunications | ๑๕๐ ปีโทรคมนาคมไทย | & Book Review (ควอนตัมศรีธนญชัย) โดย รศ.ดร.อัศนีย์ ก่อตระกูล ๒๒ กันยายน ๒๕๖๘ บ่ายโมงครึ่ง Mini-Tea talk - The Sesquicentennial of Thai Telecommunications | ๑๕๐ ปีโทรคมนาคมไทย | & Book Review (ควอนตัมศรีธนญชัย) โดย รศ.ดร.โกศลเพ็ชร์สุวรรณ์ Mini-Tea talk - The Sesquicentennial of Thai Telecommunications | ๑๕๐ ปีโทรคมนาคมไทย | & Book Review (ควอนตัมศรีธนญชัย) โดย ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน ราชบัณฑิต ๒๕ กันยายน ๒๕๖๘ บ่ายโมง Activities & Celebrations Details Museum Tours Outreach @Chiangmai, Pathum Thani, and virtual exhibition & digital gallery (บันทึกทัวร์ชุดเต็ม - coming soon) (Tour#1 Aug 18) ONSITE - Talk November IEEE Thailand Annual General Meeting (AGM) & Exhibition Certification of appreciation for all supporters & Mini-Exhibition CLOSING Remark : December 16, 2025 - 9:30 pm GMT+7 by Prof.Hironori Washizaki, Waseda University, Japan & IEEE Computer Society 2025 President เกริ่นนำ นับตั้งแต่ ปีพ.ศ.๒๔๑๘ ด้วยโทรเลขสายแรกเส้นทาง ‘ปากน้ำ - บางกอก’ การสื่อสารโทรคมนาคมได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยมากว่าศตวรรษครึ่งแล้ว การครบรอบ 150 ปีของวิทยาการนี้ใน พ.ศ.๒๕๖๘ จึงเป็นช่วงเวลาแห่งการระลึกถึงและยกย่องมรดกทางประวัติศาสตร์พร้อมกับการสรรเสริญเทคโนโลยีและผู้เกี่ยวข้องที่สร้างคุณประโยชน์และมีบทบาทสำคัญในการทำให้สังคมของประเทศไทยเจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ ข้อมูลและองค์ความรู้ที่ใช้ในโครงการนี้ทยอยสะสมมาตลอดช่วงสองทศวรรษนับตั้งแต่โครงการแรกของสมาคมฯจาก “IEEE Virtual Museum 2006” ซึ่งพัฒนาต่อเนื่องจากหนังสือแปลฉบับฉลองครบรอบ 50 ปีของ IEEE ComSoc (2002) เรื่อง “A Brief History of Communications (ประวัติย่อการสื่อสารโลก)” แล้วก่อก่อร่างสร้างเป็น ‘โครงการบริหารจัดการความรู้โทรคมนาคมไทย’ กับกิจกรรมระดับประเทศและนานาชาติ โดยโครงการหลักประกอบด้วย “สารานุกรมโทรคมนาคมไทย (2009)” “อภิธานศัพท์โทรคมนาคมไทย (2010)” “หนังสือภาพจดหมายเหตุโทรคมนาคมโลกและประเทศไทย (2011)” และ “จดหมายเหตุแสงและควอนตัม (2019)” ซึ่งจนถึงปัจจุบันสมาคมฯ ได้จัดทำกิจกรรมไปแล้วทั้งหมดกว่ายี่สิบหัวข้อ พร้อมสื่อดิจิทัลอีกหลายรายการ ซึ่งผลผลิตทั้งหมดรวมกว่าสองหมื่นเล่มพร้อมสื่อดิจิทัลและความรู้อื่น ๆ จำนวนมากได้มอบแด่กลุ่มเป้าประสงค์ทั่วประเทศผ่านเครือข่ายของสมาคม ฯ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และหน่วยงานอื่น ๆ พร้อมเผยแพร่ออนไลน์สู่สาธารณะหลากหลายแพลตฟอร์ม ประกอบงานสัมมนาและการประชุมวิชาการทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ รวมทั้งร่วมกิจกรรมที่ประกาศโดยองค์การยูเนสโก เช่น ปีแห่งแสงสากล (IYL 2015) และวันสากลแห่งแสงประจำปี (IDL 2018 - 2024) ซึ่งสาขาไฟฟ้าสื่อสาร (IEEE ComSoc Thailand) เป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมจัดงาน โดยผลผลิตทั้งหมดข้างต้นได้รับการปรับปรุงรวบรวมจัดแสดงในงานครบรอบ ๑๐ ปี “โครงการบริหารจัดการความรู้โทรคมนาคมไทย (2020)” และล่าสุด “ครบรอบ 30 ปีสาขาไฟฟ้าสื่อสาร” องค์ความรู้ที่มีความพร้อมกอปรประสบการณ์สองทศวรรษต่าง ๆ เหล่านี้นั้น จึงพร้อมแล้วสำหรับพัฒนาต่อยอดสู่กิจกรรมสาธารณะโครงการใหม่ในวาระ 150 ปีโทรคมนาคมไทย กิจกรรมสำคัญที่จะดำเนินการเพื่อการเฉลิมฉลองและสร้างความตระหนักเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โทรคมนาคมไทยตลอดศตวรรษปีที่ผ่านมาโดยเชื่อมโยงไปสู่ความท้าทายระดับโลกสำหรับอนาคตด้านไอซีทีหรือสารสนเทศสาขาใหม่เชิงควอนตัม (Quantum Information Technology) ของโครงการประกอบไปด้วย การบรรยายออนไลน์ประจำทุกเดือน สัมมนา นิทรรศการ และการเสวนากลุ่มย่อยในช่วงสัปดาห์การสื่อสารแห่งชาติและวิทยาศาสตร์ของเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ อีกทั้งงานเสวนาร่วมสามฝ่าย (การศึกษา อุตสาหกรรม และนโยบาย) ณ งานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี (AGM) ของสมาคมฯ ท้ายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘ ด้วย กิจกรรมทั้งหมดนี้จะร่วมมือกับพันธมิตรที่มีประสบการณ์ร่วมจัดการโครงการต่าง ๆ ที่สำเร็จก่อนหน้ามาก่อนแล้ว ทั้งผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคม ผู้กำกับดูแลนโยบายของประเทศ และมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานเชิงวิชาการต่าง ๆ รวมถึงองค์กรวิชาการและสาธารณะระดับประเทศและนานาชาติ โดยจะเชิญนักประดิษฐ์ นักประวัติศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนโยบาย นักวิจัย นักศึกษา และสมาชิกสมาคมฯ เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด นอกจากนี้ โครงการนี้จะผลิตสื่อออกมาในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลพื้นฐานทางประวัติศาสตร์เทคโนโลยีผ่านความก้าวหน้าด้านความรู้ที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณะด้วยกับ ‘จดหมายเหตุโทรคมนาคมประเทศไทยในโอกาสครบรอบ ๑๕๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๘)’ ตลอดจนสื่อสนับสนุนต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์พร้อมการสืบคนด้วยเอไอ ชุดนิทรรศการเคลื่อนที่ โปสเตอร์และอินโฟกราฟิกสำหรับเผยแพร่บนโลกออนไลน์ เพื่อตระหนักถึงการสร้างความพร้อมด้านองค์ความรู้สาธารณะที่เหมาะสมสำหรับประเทศอย่างแท้จริง ร่วมกับการสร้างทักษะการสื่อสารวิทยาศาสตร์และรู้เท่าทันของสังคมไปพร้อมด้วย โดยผลผลิตทั้งหมดของโครงการนี้จะเป็นแหล่งความรู้สาธารณะเพื่อใช้งานและอ้างอิงได้คู่ขนานไปกับการพัฒนาบุคลากร สนองตอบค่านิยม (Core Value) ของโครงการ ๑๕๐ ปีโทรคมนาคมไทย พ.ศ. ๒๕๖๘ -- จากยุคโทรเลข เอไอ สู่ไอซีทีควอนตัม ได้เป็นอย่างดี ๑. หลักการและเหตุผล ประวัติศาสตร์โทรคมนาคมของประเทศไทยได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๑๘ สมัยรัชกาลที่ ๕ กับการสร้างทางสายโทรเลขสายแรกจากกรุงเทพมหานครกับปากน้ำ (หรือจังหวัดสมุทรปราการในปัจจุบัน) ซึ่งได้มาบรรจบครบรอบหนึ่งร้อยห้าสิบปีใน พ.ศ.๒๕๖๘ นี้ การนำข้อมูลความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง กอปรประวัติวิทยาการและเทคโนโลยีโทรคมนาคมของประเทศไทยและของต่างประเทศที่สัมพันธ์กันในแต่ละยุคสมัยมาจัดการความรู้อย่างเป็นระบบและการอ้างอิงอย่างมีเอกลักษณ์ เพื่อการศึกษาทำความเข้าใจผลงานเด่นทางประวัติประวัติศาสตร์ของไทยและต่างประเทศนี้ จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจเพื่อนำไปสู่การพัฒนางานในแขนงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงก่อให้เกิดการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมใหม่เพื่อพัฒนาประเทศในลำดับต่อไปด้วย รวมทั้งองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ดังกล่าวสามารถใช้เป็นแกนกลางประสานความร่วมมือของภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรมเชื่อมโยงสู่ระดับนโยบายได้เช่นกัน อีกทั้ง การสิ้นสุดอายุขัยหรือถูกทดแทนด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคลื่นลูกหลัง อาทิ บริการโทรคมนาคมแรก “โทรเลข” ได้ปิดตัวยุติให้บริการเมื่อวันที่ ๓๐ เม.ย. ๒๕๕๑ เป็นระบบสื่อสารที่ให้บริการยาวนานที่สุดถึงหนึ่งร้อยสามสิบสามปี ฯลฯ รวมถึงปัญหาและอุปสรรคสำคัญในอดีตที่วงการโทรคมนาคมไทยได้ประสบอื่น ๆ ได้ให้กำเนิดบทเรียนจดหมายเหตุสำคัญมากกรณีตลอดช่วงกว่าศตวรรษครึ่งที่ผ่านมา จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้เฉลิมฉลอง รำลึก และยกย่องมรดกทางประวัติศาสตร์เหล่านั้นพร้อมกับการสรรเสริญทั้งตัวเทคโนโลยีรวมถึงผู้เกี่ยวข้องที่ได้เคยสร้างคุณประโยชน์และมีบทบาทสำคัญระหว่างเส้นทางการพัฒนาในอดีตดังกล่าว โดยขณะเดียวกัน การส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านกิจกรรมวิชาการสาธารณะ การสร้างเครือข่ายการสืบค้นและการจัดการความรู้ประวัติศาสตร์โทรคมนาคมไทยสู่การคาดการณ์เทคโนโลยีอนาคตของภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม สมาคมวิชาชีพวิชาการสาขาที่เกี่ยวข้องทั้งระดับชาติและนานาชาติ แล้วต่อยอดบทเรียนของวงการโทรคมนาคมไทยนี้ไปสู่ภาคส่วนสังคมอื่น ๆ ด้วย จะช่วยส่งผลให้เกิดความร่วมมือในการเตรียมความพร้อมสู่ยุคการสื่อสารหรือไอซีทียุคหน้ากับการมาถึงของปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) และส่งต่อไปยังสารสนเทศเชิงควอนตัม (Quantum Information Technology) ที่มีศักยภาพสูงยิ่ง โดยประสบการณ์ตลอดช่วงสิบห้าทศวรรษที่ผ่านมาเหล่านั้นจะสามารถนำมาใช้เป็นบทเรียนอันทรงคุณค่าเพื่อเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนและดีกว่าต่อไปโดยตระหนักถึงการสร้างความพร้อมด้านองค์ความรู้สาธารณะ ทรัพยากรไอซีทีควอนตัมรวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมสำหรับประเทศอย่างแท้จริง ร่วมกับการสร้างทักษะการสื่อสารวิทยาศาสตร์และการรู้เท่าทันของสังคมไปพร้อมด้วย -- ประเทศไทย ‘จากยุคโทรเลข เอไอ สู่ไอซีทีควอนตัม’ ๒. ความเชื่อมโยงและสอดคล้องกับกิจกรรมในอดีต โครงการบริหารจัดการความรู้โทรคมนาคมไทย (พ.ศ. 2551- 2567) [ 1 ] [ 2 ] ๐ โครงการสาธารณะที่จัดทำแล้วก่อนหน้า (www.facebook.com/IEEEComSocThailand) ๐ โครงการสารสนเทศอนาคต (www.Q-Thai.Org และ www.LED-SmartCoN.Org) และ ๐ โครงการบริหารจัดการความรู้โทรคมนาคมไทย (www.ThaiTelecomKM.Org) ๓. วัตถุประสงค์ ๓.๑ เพื่อส่งเสริมให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับเทคโนโลยีโทรคมนาคมอันเป็นกลไกพื้นฐานที่สำคัญประการหนึ่งของการพัฒนาบุคลากรและการพัฒนาประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยจัดทำจดหมายเหตุโทรคมนาคมประเทศไทย นิทรรศการ กิจกรรมเสวนา และการสร้างเครือข่าย ในโอกาสครบรอบ ๑๕๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๘) ๓.๒ เพื่อรวบรวมและจัดการองค์ความรู้และและประวัติความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคมและสามารถใช้ประโยชน์ให้เกิดประสิทธิผล เสริมสร้างเอกลักษณ์ของประเทศและความภาคภูมิใจต่อเยาวชนและบุคคลทั่วไปด้วยประวัติศาสตร์สู่แรงบันดาลใจ พร้อมส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ตระหนัก และรู้เท่าทันความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ๓.๓ เพื่อพัฒนาผลของโครงการบริหารจัดการความรู้โทรคมนาคมไทยจากความสำเร็จในระยะแรก (พ.ศ. 2551- 2567) บูรณาการต่อยอดสู่ระยะที่สองให้เป็นแหล่งข้อมูลที่ใช้ศึกษาค้นคว้า อ้างอิงได้ เป็นมาตรฐาน และทัดเทียมกับของต่างประเทศ ส่งเสริมกิจกรรมวิชาการสาธารณะสร้างเครือข่ายสู่การคาดการณ์เทคโนโลยีจากยุคปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอสู่ไอซีทีควอนตัมแห่งอนาคต ๓.๔ เพื่อใช้องค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์โทรคมนาคมสื่อสารวิทยาศาสตร์เป็นแกนกลางเชื่อมโยงสร้างความร่วมมือของภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม นโยบายและหน่วยงานอื่น ๆ โดยร่วมมือกับสมาคมวิชาชีพวิชาการสาขาที่เกี่ยวข้องทั้งระดับชาติและนานาชาติ ส่งเสริมการต่อยอดชยายผลสู่สังคมแขนงอื่นๆ ต่อไปพร้อมกับการสร้างทักษะรู้เท่าทันของสังคม คำสำคัญ (keywords); จดหมายเหตุโทรคมนาคมไทย ๑๕๐ ปีโทรคมนาคมไทย องค์ความรู้ประวัติศาสตร์ เสริมสร้างเอกลักษณ์และความภาคภูมิใจ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ตระหนักและรู้เท่าทันความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ไอทีร่วมสมัย เอไอ ไอซีทีควอนตัม ๔. ขอบเขตการดำเนินงาน ดำเนินการจัดทำจดหมายเหตุประวัติศาสตร์ นิทรรศการ กิจกรรมเสวนา บรรยายพิเศษและการสร้างเครือข่ายในโอกาสโทรคมนาคมไทยครบรอบ ๑๕๐ ปี พ.ศ. ๒๕๖๘ มีขอบเขตการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้ ๔.๑) จัดการความรู้ประวัติศาสตร์โทรคมนาคมไทยเพื่อนำไปสู่คลังข้อมูลดิจิทัล (digital archives & virtual platform) เพื่อการสืบค้นในอนาคต บันทึก และแสดงเหตุการณ์สำคัญหรือจดหมายเหตุของวงการโทรคมนาคมไทยกับ “สมุดภาพจดหมายเหตุโทรคมนาคมไทย ๑๕๐ ปี พ.ศ. ๒๕๖๘” โดยลำดับเหตุการณ์สำคัญโทรคมนาคมไทยช่วงหนึ่งร้อยห้าสิบปีที่ผ่านมา ๔.๒) ดำเนินการเวทีวิชาการประวัติศาสตร์ อุตสาหกรรม และนโยบายโทรคมนาคมไทย “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” (Learning History for the Better Future) ทั้งกิจกรรมเสวนาและบรรยายพิเศษเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ แบ่งปันข้อมูล สื่อ ฯ ทั้งด้านวิชาการ กิจการโทรคมนาคมของหน่วยงานหรือบริษัทผู้ประกอบการวงการอุตสาหกรรมทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ หน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย โดยบันทึก วิเคราะห์ จัดการองค์ความรู้ รวมทั้งเผยแพร่สู่สาธารณะรูปแบบสื่อออนไลน์เพื่อเป็นบทเรียนสู่อนาคตต่อไป ๔.๓) เพื่อจัดนิทรรศการหนึ่งร้อยห้าสิบปีโทรคมนาคมไทย (sesquicentennial exhibition) ร่วมกันของโครงการประวัติศาสตร์โทรคมนาคมไทย ข้อ ๔.๑) และ ๔.๒) โดยเชิญชวนภาคอุตสาหกรรมรวบรวม บันทึก และจัดแสดงประวัติแบ่งปันประสบการณ์และบทเรียนในอดีตเผยแพร่ออนไลน์สู่สาธารณะ รวมทั้ง จัดทำนิทรรศการเคลื่อนที่ (mobile exhibition) เว็บไซต์ โปสเตอร์และอินโฟกราฟิกเพื่อจัดกิจกรรมภาคสนามร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ตลอดปี พ.ศ.๒๕๖๘ ๔.๔) เพื่อสร้างเครือข่าย (networking - dinner talk) การถ่ายทอดเทคโนโลยีและประสบการณ์และแสวงหาแนวทางอนาคตร่วมกันโดยบุคลากรจากภาควิชาการ อุตสาหกรรม นโยบาย และสมาคมวิชาชีพโทรคมนาคมระดับประเทศและนานาชาติ ๕. ระยะเวลาดำเนินการ กำหนดเวลา ๓๖๕ วัน (พ.ศ.๒๕๖๘) ผลที่คาดว่าจะได้รับ ๑) สามารถรวบรวมองค์ความรู้ประวัติศาสตร์โทรคมนาคมไทยเป็นคลังข้อมูลการเรียนรู้ของประเทศ และสามารถใช้ผลผลิตของโครงการเป็นเวทีเร่ิมต้นสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วนโดยมีประวัติศาสตร์เป็นแกนกลางในการเชื่อมโยงกับทั้งบุคลากร สมาคมวิชาชีพวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสามารถต่อยอดสู่เวทีเฉพาะทางทั้งทางด้านวิชาการ อุตสาหกรรม นโยบาย และภาคส่วนสังคมอื่น ๆ ด้านโทรคมนาคมต่อไปได้อย่างยั่งยืน ๒) สังคมไทยได้รับทราบพัฒนาการของประเทศจากความรู้ด้านประวัติศาสตร์โทรคมนาคมผ่านจดหมายเหตุหนึ่งร้อยห้าสิบปีเทียบเคียงกับของโลกในรูปแบบสื่อที่ทำความเข้าใจได้สะดวก โดยร่วมเฉลิมฉลอง รำลึก และยกย่องมรดกทางประวัติศาสตร์พร้อมสรรเสริญไปกับเทคโนโลยีรวมถึงผู้เกี่ยวข้องที่ได้เคยสร้างคุณประโยชน์และมีบทบาทสำคัญก่อให้เกิดความภาคภูมิใจสู่แรงบันดาลใจ รวมทั้งได้ตระหนักและรู้เท่าทันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจากการ “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” พร้อมรับกับเทคโนโลยีอื่น ๆ รวมถึงไอซีทีควอนตัมแห่งอนาคต ตารางกิจกรรมย่อย ๒ (special SESSION #2) ONLINE Honorary Talks Details Remarks (ร่าง) “พื้นฐานการสื่อสารโทรคมนาคมกับภารกิจด้านพลังงานปิโตรเลียมไทยออยด์ฯ” คุณสมชาย สังข์สุวรรณ -TECHNICAL SUPPORT/RELIABILITY TEAM - COMMUNICATION บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) accepted (ร่าง) “พื้นฐานการสร้างองค์ความรู้และฐานข้อมูลนสําหรับสาธารณะเพื่อการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงของ กสม.กับความก้าวหน้าเทคโนโลยีสื่อสาร” กสม. accepted (ร่าง) “พัฒนาการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย อดีต ปัจจุบันสู่อนาคต” อสมท. accepted ONLINE Social & Humanity Talks Details Remarks (ร่าง) พื้นฐานการสร้างเสริมสุขภาวะทางปัญญาท่ามกลางการสื่อสารที่รวดเร็วยิ่ง สสส. Canceled “เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมกับกิจการผู้สูงอายุ” (Invited) | Thai Telecom Encyclopedia (2009) | Thai Telecom Glossary (2011) | | Thai Telecom Milestones (2011) | Light & Quantum Milestones (2019) | Partners: ผู้ดำเนินโครงการ (project members) 1) ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ (หัวหน้าโครงการ - ประธานจัดงาน) ประธานสาขาไฟฟ้าสื่อสาร (IEEE communications society) และกลุ่มไอทีควอนตัม (IEEE Thailand section quantum information technology group) สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand section) 2) ผศ.ดร.ชลิต วณิชยานันต์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (อดีตรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและหัวหน้าสาขาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) 3) ดร.มัณฑนา เตี๋ยวงษ์สุวรรณ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการเงินและการคลัง สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 4) รศ.ดร.พิชญา ตัณฑัยย์ หัวหน้าสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 5) ผศ.ดร.วีระ เพ็งจันทร์ ภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 6) ผศ.ดร.ฐิตาภรณ์ กนกรัตน ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 7) คุณวิทยา รักษ์พงษ์ เหรัญญิก สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand section) 8) รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ (เลขานุการโครงการ) หัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หน่วยงานหลัก (Organizer) สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section) และภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หมายเหตุ: ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org Alliance: Disclaimer: #ThaiTelecom150 - a public serving project by volunteers no conflict of interest & none of personal agenda involved ๐ since IYL2015 through IDL 2018 IDL 2019 IDL2020 IDL 2021 IDL2022 IDL2023 and 2024 Welcome volunteers ! ๐ | ThaiTelecom150 | ThaiYQ2025 | IYQ2025 | | IEEE Thailand section | IEEE ComSoc Thailand | | IEEE Thailand Section Quantum IT group | | Inter Day of Light Thailand |
- The Sesquicentennial of Thai Telecommunications 2025: History for the Better Future | IEEE GCN - May 2026
[ IEEE GCN - May 2026 issue ] -- In 2025, Thailand marked a significant historical milestone in its 150 years of telecommunications development. From the introduction of telegraphy in 1875 to today’s digital platforms, artificial intelligence, and the emerging quantum ICT era, this long trajectory reflects not only technological progress but also changing social priorities, policy frameworks, and national capabilities.To commemorate this sesquicentennial, the #ThaiTelecom150 initiative was organized as a year-long, multidisciplinary program, with active participation from various national partners. The anniversary was approached not as a ceremonial occasion but as an opportunity to critically revisit history, assess present challenges, and reflect on future directions for Thailand’s telecommunications ecosystem. The program officially commenced with honorary opening messages released on 29 January 2025, delivered by the Secretary General of the Asia-Pacific Telecommunity, representatives from the IEEE Asia-Pacific Region, members of the IEEE History Committee, and distinguished guests. These messages emphasized that understanding history is essential for navigating contemporary transitions driven by digitalization, AI, and advanced communications technologies. IEEE Global Communications Newsletter (May 2026 issue) Monthly invited talks were organized throughout the year, forming the core of the sesquicentennial activities. The program deliberately crossed disciplinary boundaries, bringing together engineers, historians, policymakers, educators, and industry practitioners. Several key moments anchored the year. In August, onsite activities were held during National Science Week, including a museum tour that linked telecommunications history with public science engagement. In November, special sessions with a mini-exhibition were featured at the IEEE Annual General Meeting on 29 November. The program concluded on 16 December 2025 with a closing ceremony under the theme “Learning History for a Better Future.” In total, the initiative delivered fourteen Technical Talks, Seminars, and Workshops, along with three Professional and Career Development activities, including mini-Tea Talks and lectures. All sessions were recorded and made publicly available, including many AI-enhanced videos reviving 150 Years of Thai telecommunications heritage, ensuring long-term educational value beyond the anniversary year itself at www.quantum-thai.org/150th-thai-telecom-anniversary. The Sesquicentennial of Thai Telecommunications served as a reminder of progress in communications. Each generation inherits both achievements and unresolved challenges. Learning seriously from the past remains essential as Thailand moves toward future transformations shaped by AI and quantum ICT. Finally, the organizers would like to express sincere appreciation to the National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC) (www.nbtc.go.th) for its generous support, as well as to all invited speakers, contributors, volunteers, partner organizations, and the many individuals working behind the scenes whose dedication made this year-long initiative possible. Continued collaboration and support are warmly welcomed to sustain meaningful dialogue and responsible innovation in the years ahead. ๑๕๐ ปีโทรคมนาคมไทย พ.ศ. ๒๕๖๘ โดยสาขาไฟฟ้าสื่อสาร (IEEE ComSoc Thailand chapter) สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section) | คอลัมน์สื่อสารกิจกรรมวิทยาศาสตร์ที่ไม่ควรพลาด (Q-Column) |
- De-Personalization - กรณี ‘พี่สอนน้อง’ ผู้ยังคงหลงภาพลักษณ์ | “มุมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” | ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ | SIAM-Quantum Nexus 2026 | ไอซีทีควอนตัมไทยสำหรับสังคมทั่วไปทุกวงการ | เมษายน ๒๕๖๙
ภาพของโลกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยติดหล่มอยู่กับการสะสม “ภาพลักษณ์” นั้น ยังคงพบเห็นได้มากมายกว่าการสร้าง “ระบบความรู้” ผ่านมากับทุกยุควิทยาการร่วมสมัย มากมายครั้งที่เคยตื่นเต้นเป็นคำฮิตติดปากแล้วจากไป ทั้งสมัย ‘ไมโครฯ’ ‘นาโนฯ’ จนมาถึงคอมพิวเตอร์’ควอนตัม’สาขาใหม่ ‘เอไอ’ และ ‘ชิป’ ประมวลผล ขณะที่การบ่มเพาะ “มโนทัศน์” ซึ่งเป็นรากแก้วการพัฒนาที่แท้จริงยังคงยากที่จะเติบโตปลูกฝังให้หยั่งลึก การปลดแอกวงการวิทย์ออกจากกับดักภาพลักษณ์ดังกล่าวด้วย “มรดกทางปัญญา” ของผู้บริหารรุ่นก่อน ๆ หน้ายังคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง แต่การสานต่อวัฒนธรรมภาพลักษณ์ดั้งเดิมกลับดำดิ่งสู่รุ่นทายาทอย่างเข้มข้น ทางออกพร้อมข้อแนะนำจาก ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ “รุ่นพี่” ของวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยในครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงถ่ายทอดความเห็นเชิงบริหารเพื่อคนรุ่นหลังได้ก้าวพ้นหลุมพราง “ภาพลักษณ์ รางวัล และสรรเสริญตน (กันเอง)” เท่านั้น แต่มาพร้อมการแนะแนวสไตล์ ‘รุ่นพี่’ ทักผู้บริหาร ‘รุ่นน้อง’ ด้วย โดยเฉพาะกลุ่มผู้อาวุโสที่ยังคงโหนบังเหียนอำนาจระบบราชการอยู่หลังเวทีภาพลักษณ์นิยม (บทสัมภาษณ์ครั้งที่ ๒/ ๒๕๖๙) ๐ “วิทยาศาสตร์ ศีลธรรม และกับดักระบบราชการไทย” | ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ | ตุลาคม ๒๕๖๘ | ๐ ๑) วัฒนธรรมอุปถัมภ์ เมื่อระบบราชการกลืนความเป็นวิชาการ โครงสร้างการบริหารวิทยาศาสตร์ไทยที่ถูกออกแบบมาในลักษณะการบังคับบัญชาแนวดิ่ง (Top-down) นั้น ดร.โกศล แจงว่านี่คือ “อุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางนวัตกรรม” ทั้งความเกรงใจต่อผู้อาวุโส และการที่ผู้บริหารยึดติดตำแหน่ง ทำให้ “ความอิสระทางความคิด” ของนักวิจัยรุ่นใหม่ถูกสะกดกั้น “คนไทยมีสิ่งที่ดีอยู่แล้วล่ะ แต่เราควรจะสร้างลักษณะวัฒนธรรมใหม่ให้เอื้อต่อการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์... หน้าที่ผู้บริหารไม่ใช่ไปปกครองนักวิชาการนะ คุณมีหน้าที่ที่จะไปส่งเสริม” และบ่อยครั้งที่พบว่าเมื่อสถาบันวิชาการหรือองค์กรวิจัยออกนอกระบบราชการ แต่ “ดีเอ็นเอ” ของระเบียบข้อบังคับกลับยังคงเดิม คือการใช้อำนาจปกครองนักวิชาการ แทนที่จะให้เกียรติในความเชี่ยวชาญ ระบบจึงวนเวียนอยู่กับการส่งต่อ “เครือข่ายอำนาจ” มากกว่าการส่งต่อ “ระบบคิด” กลายเป็นบ้านใหญ่ลื่นไหลยาวนานจนเป็นวัฒนธรรม … อดีตนายกสมาคมโทรคมนาคมไทย ฯ มอบบทสนทนานี้ให้ในช่วงฤดูร้อนพ.ศ.๒๕๖๙ “การถ่ายทอดระหว่างรุ่น ต้องเป็นการส่งต่อ ‘ระบบคิด’ ไม่ใช่การส่งต่อ ‘เครือข่ายอำนาจ-บารมี-ตำแหน่ง’” หัวข้อแรกจบลงดั่ง ‘น้ำใสไหลร้อนผสมเย็น’ แลเห็นได้ซึ่งโขดหินใหญ่ในลำธารวงการวิทย์ไทย ๒) กับดักภาพลักษณ์ สถาปนารางวัล “ผลัดกันเกาหลัง” และ สาส์นถึง “รุ่นน้อง” ตามต่อด้วยการทักเตือนให้ระวังอีกหนึ่งในเชื้อร้ายของวงการวิทย์ไทย นั่นคือ การยึดติดกับตัวชี้วัดภายใน (Local Indicators) ที่สร้างขึ้นเพื่อทั้งอวยกันเอง หรือเน้นปริมาณงานวิจัย (KPI) มากกว่าคุณภาพและจริยธรรม จนนำมาสู่ประโยคที่เอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่ราวกับมีภาพประกอบโดยอัตโนมัติว่า “อาชญากรรมทางวิชาการ มันคือการหา ‘ทางลัด’ สู่สถานะทางสังคมโดยไร้จิตวิญญาณนักวิจัย” “ที่ผมใช้คำว่า ‘อาชญากรรมทางวิชาการ’ เพราะมันเป็นการทำลายรากฐานของความเชื่อมั่น (Trust) ถ้าสังคมไม่เชื่อมั่นในผลงานวิจัยแล้ว วิทยาศาสตร์ก็ไม่มีความหมาย” … ดร.โกศล กล่าวซ้ำแปดพยางค์สำคัญ ขณะที่วงจรชีวิตตัวชี้วัดพ่วงภาพลักษณ์มักพบเชื้อหลบในระบาดแฝงมาด้วยเสมอ อาทิ “ผู้บริหารนำทรัพยากรหน่วยงานมอบให้เป็นรางวัล กลายเป็นผู้รับรางวัลเดียวกันเสียเอง” “รับรางวัลจากอดีตหน่วยงานและผู้ใต้บังคับบัญชา” หรือ “การวางผู้สืบทอดอำนาจไปตามการเปลี่ยนโจทย์ใหม่จากยุคไมโคร สู่นาโน เอไอ จนมาถึงยุคควอนตัม” ฯลฯ ทั้งหมดยังคงเป็นเชื้อเดิมที่ยังไหลเวียนในบรรยากาศของวงการ เหล่านั้นคือต้นทุนแฝงที่สังคมต้องแบกรับ ปรากฏการณ์ภาพลักษณ์ความขลังแพร่พ่วงไปกับคำเด่นวิทย์ดังร่วมสมัยเหล่านั้นชาวบ้านยากจะเข้าถึงหรือเข้าใจ วงการวิทย์ไทยจึงห่างไกลจากการถูกตรวจสอบและตั้งคำถาม อาจารย์โกศลเสนอทางออกให้พร้อมด้วยว่าต้องมี “กลไกถอดถอนตัวตน (De-personalization)” เพื่อให้ผลงานถูกวัดด้วยมาตรฐานสากล (Global Merit) ไม่ใช่ชื่อเสียงสะสมของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง อันเสี่ยงต่อการกลายพันธุ์ร้ายแรงขึ้น และเพื่อไม่ให้ยึดติดจนเกิดการส่งต่อ “ไม้เกาหลัง” “ความโปร่งใสต้องมีค่ามากกว่าความเก่ง... หากเราเห็นน้องหรือเพื่อนทำผิดแล้วเงียบเพราะความเกรงใจ มะเร็งร้ายนี้มันจะลามไม่หยุด !” “ต้องสร้างระบบที่ ‘ความโปร่งใส’ มีค่ามากกว่า ‘ความเก่ง’ ระบบตรวจสอบต้องเข้มแข็ง และที่สำคัญที่สุดคือ ‘บทลงโทษ’ ต้องศักดิ์สิทธิ์” … อดีตอธิการฯ สถาบันเทคโนโลยี ฯ ลาดกระบังกล่าวปิดท้ายด้วยเสียงหนักแน่น ๓) ทางลงที่มีศักดิ์ศรี ‘Exit Culture’ ที่หายไปจากสังคมไทย ในวัย ๘๐ กว่าปีที่ยังคงติดตามวงการอยู่ “ข้างนอก” เอ่ยบทเรียนคุณค่าสำคัญช่วยถ่ายทอดให้ผู้บริหารวงการ ณ ปัจจุบันขณะด้วยว่า ต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้กำกับดูแล” (Controller) มาเป็น “พี่เลี้ยง” (Mentor) “คำว่า ‘กำกับดูแล’ มันกลายเป็น Control (ควบคุม) ไป… ผู้บริหารควรจะดูว่าสมาชิกในองค์กรมีความสามารถยังไง สนับสนุนให้เขาสร้างสรรค์งานขึ้นมา และงานนั้นให้เป็นของเขา ถ้าผู้บริหารจะเอาความดีความชอบ ก็ขอให้เป็นความดีความชอบในความสามารถที่ ‘สนับสนุน’ บุคลากร” ส่วนสำหรับผู้ที่หมดเวลาจากตำแหน่งบริหารไปนานแล้วแต่ยังคงวนเวียนอยู่ด้านหลังไม่ยอมถอยห่างจากเวทีอำนาจบารมี (อันเป็นปรากฏการณ์ปกติที่วงการการบ้านการเมืองทั่วไปประสบ) นั้น อดีตผู้บริหารวงการวิทย์ ‘รุ่นพี่’ ได้มอบอีกมุมที่น่าสนใจโดยแนะนำบทบาทหลังภาวะอำนาจว่า “การสร้างวัฒนธรรมการก้าวลงจากตำแหน่งอย่างมีเกียรตินั้นจำเป็นยิ่ง” ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้อาวุโสเหล่านั้นตระหนักว่า “ความสำเร็จของรุ่นน้องคือความภูมิใจของรุ่นพี่ ไม่ใช่คู่แข่งที่มาแย่งชิงบทบาท !” ๐ รางวัลไทยผู้เคยให้กลายมาเป็นผู้รับ ! | “ปัญญาอลวน” | ๐ ๐ ขึ้นเวทีรับโนเบลสองครั้ง สร้างผลงานด้วยตาข้างเดียว ! | Nobel Minds 2022 | “บทเรียนสอนไทย”ขึ้นเวทีซ้ำ ๐ ๔) การเชื่อมต่อกับเอกชน ‘ยาถอนพิษระบบราชการและต้นทุนแฝง’ ดร.โกศล ทวนอีกครั้งว่าในประเทศที่พัฒนาแล้ว งานวิทยาศาสตร์จะผสานเป็นเนื้อเดียวกับภาคเอกชน ระบบนี้เองจะช่วยคัดกรอง “นักวิชาการตัวจริง” ออกจาก “นักสร้างภาพ” เพราะในโลกธุรกิจ ความสำเร็จจริงวัดกันที่คุณค่าผลิตภัณฑ์ กำไร ขาดทุน ฯลฯ มิใช่ดัชนีที่นับกันเอง ใบปริญญาหรือวัตถุรางวัล ”ตัวรางวัลเนี่ยก็คือตัวเอกชนที่มาร่วมมือเอาไปสร้างผลงานของบริษัท มันยิ่งใหญ่กว่ารางวัลเศษกระดาษ... ตอนนี้ระบบนี้มันยังไม่เกิด เพราะคนที่เข้าไปบริหารอยู่ในองค์กรต่าง ๆ ยังเป็นคนที่มี Mentality (ทัศนคติ) แบบดั้งเดิมอยู่” ขยายความได้ว่า การทำงานร่วมกับเอกชนจะทำให้ “ต้นทุนแฝง” ของระบบราชการปรากฏชัดขึ้น เมื่อนักวิจัยต้องรับผิดชอบต่อผลกำไรขาดทุนและความต้องการของประชาชนจริง ๆ การสืบทอดอำนาจอย่างไร้ประสิทธิภาพและเวทีรางวัลสรรเสริญกันเองจะค่อย ๆ เลือนหายไป เพราะถูกแทนที่ด้วยระบบที่ต้องทำได้จริง “ต้นทุนแฝงของระบบราชการคือการที่ผู้บริหารมักสร้างนโยบายใหม่เพื่อเป็น ‘ผลงานของตัวเอง’” เพราะระบบราชการจากงบภาษีไม่เคยประสบการขาดทุน ต้นทุนภาพลักษณ์รางวัลและสรรเสริญกันเองเหล่านั้นจึงยังคงเติบโตสะสมไม่สิ้นสุดนั่นเอง การต่อเรียงเชื่อมโยงจนทำให้เห็นภาพกว้างจากหนึ่งในผู้ใหญ่วงการวิทย์ไทยท่านนี้ ประวัติศาสตร์สี่สิบปีของอดีตกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงชัดแจ้งขึ้น ภาพหลังเวทีวิทยาการร่วมสมัยที่เคยฮิตในอดีตลอยกลับมานอนให้ไล่เรียงศึกษา ทั้ง “ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (1990s - มากกว่าพันล้าน) ฮอโลแกรม (1990s - มากกว่าร้อยล้าน) ฮาร์ดดิสก์ (2000s - มากกว่าพันล้าน) 3G (2000s - 50 ล้าน) นาโนเทคโนโลยี (2000s - มากกว่าพันล้าน) ดิจิทัลทีวี (2010s) Food Innopolis เมืองผลิตนวัตกรรมอาหาร (2015) เทคโนโลยีควอนตัม “ลดความเหลื่อมล้ำ” (2010s - 200 ล้าน ++) ไปดวงจันทร์ (2020s ++) 5G Use Cases (2020s) และกลับมาไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ชิป) 2024 ++ ยานยนต์ไฟฟ้า EV ++ ต่อด้วย “AI university” จนมาถึงภาพใหม่เมื่อไม่นาน “ไอไอสร้างรายได้ห้าแสนล้าน” “ควอนตัมเอไอ” “เอไอ เอไอ” … “ควอนตัม ควอนตัม” ฯ ๕) สาส์นถึง “รุ่นลูกหลาน” อดทน รักษาความถูกต้องเพื่อรอวันเปลี่ยนโลก สำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ที่กำลังเผชิญหน้ากับกำแพงระบบดั้งเดิมข้างต้น อาจารย์ปู่โกศล ฝาก “คาถา” สำคัญให้คือการเป็นนักวิชาการแท้ “เคารพในความจริง (Truth) มากกว่าอำนาจหรือตำแหน่งชั่วคราว” “รักษาระบบที่ถูกต้องไว้ในตัวเรา เพื่อรอวัน (อนัตตลักขณสูตร) ไปเปลี่ยนเขา … อย่าไปเปลี่ยนตัวเองเพื่อ (ถูกกลืน) เข้าสู่ระบบที่ผิด” โดยแนะนำให้อดทนอยู่สะสมความรู้และบารมีทางวิชาการ หากถอยหนีไปเพียงเพราะรังเกียจระบบ พื้นที่เหล่านั้นจะถูกคนกลุ่มเดิมยึดครองและขยายอำนาจต่อไป การสู้ในที่นี้ไม่ใช่การปะทะแต่คือการรักษาอุดมการณ์ให้มั่นคงจนถึงวันที่โอกาสที่เป็นของสังคมจริงจังได้มาถึง ... แม้ยากยิ่งสักเพียงใดก็ “ขอให้กำลังใจ” (บทสรุป) วิทยาศาสตร์ที่ปราศจากตัวตน ‘อัตตา' การถ่ายทอดของ ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ ครั้งหลังนี้ เปรียบเสมือนกระจกเงาอีกบานใหญ่ที่ส่องให้เห็นถึงร่องรอยขีดข่วนในโครงสร้างวิทยาศาสตร์ไทยอันห่างไกลจากแนวทางเอกชนผู้มองเห็นต้นทุนเพื่อพึ่งพาตนเองได้ รางวัลสรรเสริญที่ได้รับจากการสถาปนากันเอง อำนาจบารมีจากการกดทับ หรือภาพลักษณ์วิทยาศาสตร์ที่สร้างขึ้นจากการใช้งบประมาณรัฐทั้งหมดนี้ได้รวมเป็นอีกหนึ่ง “กับดัก” หลุมใหญ่ที่ทำให้ประเทศย่ำอยู่บนเวทีเดิม ‘รุ่นพี่’ จึงได้ฝากมายัง ‘รุ่นน้อง’ ที่ยังคงหลงระเริงในวังวนบารมีผ่านนำ้เสียงนุ่มลึกด้วยความหวังว่าจะเกิดความตระหนักว่า มรดกยิ่งใหญ่สุดที่จะทิ้งไว้ให้แผ่นดินมิใช่รายชื่อรางวัลและคำสรรเสริญในประวัติยามถูกเอ่ยอาลัยตน แต่คือการเปิดทางให้ “มโนทัศน์” และ “คนรุ่นใหม่” รุ่นลูกรุ่นหลานได้เติบโตอย่างอิสระ สังคมไทยได้ใช้ประโยชน์ผลงานจากวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แม้จะเป็นเพียง ‘ความรู้’ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันวิทยาศาสตร์เทียม (Technology Train 2568) -- รถไฟสายเทคโนโลยีกับสภาพสังคมวิทยาศาสตร์ไทยร่วมสมัย (โดยที่วัฒนธรรม “สถาปนาภาพลักษณ์ รางวัล และสรรเสริญตนเอง” เติบโตสะสมในสังคมวิทย์ไทยกว่าสี่ทศวรรษและรุ่งเรืองถึงขีดสุดเมื่อปี พ.ศ.๒๕๖๒ เมื่อบุคลากรแถวหน้าผู้เคยนำงบประมาณหน่วยงานสนับสนุนเป็นรางวัลระดับประเทศและขึ้นมอบด้วยตนเองทศวรรษก่อนหน้า ได้กลายมาเป็นผู้รับรางวัลเดียวกันนั้นเสียเอง -- #ปัญญาอลวน #ควอนตัมศรีธนญชัย) เพราะท้ายที่สุดแล้ว วิทยาศาสตร์ที่จริงแท้ต้องก้าวพ้นคำที่ท่านพุทธทาสภิกขุเอ่ยไว้ว่าเป็น “ตัวกู ของกู” ไปสู่ “ปัญญาของสังคม” ได้อย่างยั่งยืน SIAM - Quantum Nexus Symposium 2026 Paving the Way for coming Quantum Era: Sustainable Platform & Community Development (Science & Technology, Social Sciences, Education, Humanities, Political Science & Law, Economics) (Official Web) https://www.quantum-thai.org/siam-quantum-nexus เกริ่นนำโครงการ โครงการพัฒนาต่อเนื่องจาก International Year of Quantum S&T 2025 #IYQ2025 & #ThaiYQ2025 วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย เชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายภาครัฐ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือการเรียนรู้แบบเปิดด้านการสื่อสารควอนตัม (communications) การคำนวณควอนตัม (computing) และการตรวจวัดควอนตัม (sensing) เพื่อส่งเสริมการสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและข้อมูล เพื่อเตรียมบุคลากรและสังคมไทยให้พร้อมเข้าสู่ยุคควอนตัมโลก พร้อมภุมิคุ้มกันวิทยาศาสตร์เทียม เพื่อสร้างจดหมายเหตุควอนตัมไทยและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างรุ่นของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้กำหนดนโยบาย คำสำคัญ (keywords); วิทยาศาสตรศึกษา (science education) การสื่อสารวิทยาศาสตร์ (science communication) การจัดการความรู้ (knowledge management) การจัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์ (sciecne fair) สารสนเทศ (ไอซีที) เชิงควอนตัม (quantum information & communications technology) การสร้างทรัพยากรและสื่ออนาคต (future resources) จดหมายเหตุควอนตัมโลกและประเทศไทย (World and Thai quantum milestones) การพัฒนาบุคลากรและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (human resource development & networking) ๓) ผู้รับผิดชอบโครงการ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ IEEE Thailand Section Quantum IT group & IEEE Communications Society (Thailand Chapter) ประธานกรรมการอำนวยการกิตติมศักดิ์: คณบดี คณวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (KMITL) และ นายกสมาคม IEEE Thailand Section ประธานโครงการ: รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันการศึกษา) และ ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ (สมาคมวิชาชีพ) คณะที่ปรึกษา: ศ.ดร.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ - ราชบัณฑิต (วิทยาการคอมพิวเตอร์) ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน - ราชบัณฑิต (ฟิสิกส์) รศ.ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ - อดีตอธิการฯส.พระจอมเกล้าฯลาดกระบัง (ธรรมาภิบาลและการศึกษา) รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม - อดีต ผอ.ส.วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ฯ (บริหารงานวิจัย) ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช - นายกสภา มทส. (การจัดการความรู้ - KM) พันธมิตรต่างประเทศ: Fundacja(โปแลนด์), Senetas (ออสเตรเลีย), SPINQ (จีน), TCQC-CACR (จีน), Qasky (จีน) ๔. ผลกระทบ (impact) ภาคสังคมประชาชนทั่วไป เข้าถึงองค์ความรู้และทรัพยกรสื่อสร้างทักษะไอซีทีควอนตัม เกิดความเข้าใจและมีภูมิคุ้มกันควอนตัมแปลกปลอมเบื้องต้น ด้วยผลจากการร่วมสื่อสารวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เหมาะสม ภาคการศึกษาและการวิจัย เกิดการรวมกลุ่มใช้ผลผลิตต่อยอดสู่ด้านอื่น ๆ ได้ เช่น โครงการพัฒนาบุคลากร งานวิจัยและพัฒนาที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากการร่วมกันสื่อสารวิชาการสาธารณะที่ถ้วนทั่วครบทุกด้าน ภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ได้รับการส่งเสริมให้สามารถติดตาม เข้าถึง และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้รวดเร็วพร้อมกับลดความเสี่ยงด้วยข้อมูลของโครงการที่ครอบคลุมและอ้างอิงตรวจสอบได้ ภาครัฐโดยผู้กำหนดนโยบาย ทั้งด้านโทรคมนาคม สารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงศักยภาพและผลกระทบของเทคโนโลยี พร้อมร่วมสื่อสารนโยบายวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลางรู้และเท่าทัน กสทช. สามารถนำผลลัพธ์จากโครงการนี้ไปใช้เพื่อร่วมกำหนดแนวทางสนับสนุนส่งเสริมและตรวจสอบกิจกรรมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอซีทีควอนตัมเทคโนโลยีแขนงใหม่ของประเทศได้ “SIAM–Quantum Nexus 2026” คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมควอนตัมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาควิชาการ อุตสาหกรรม และนโยบายสาธารณะ เพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในยุคเศรษฐกิจควอนตัมโลก โดยใช้การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ และการสื่อสารที่เท่าทันเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอนาคตของชาติ Partners: สํานักงานคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หมายเหตุ: ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org Alliance: | Light & Quantum Milestones (2019) | Disclaimer: SIAM-Quantum Nexus 2026 - a public serving project by volunteers no conflict of interest & none of personal agenda involved ๐ since IYL2015 through IDL 2018 IDL 2019 IDL2020 IDL 2021 IDL2022 IDL2023 2024 and 2025 ThaiTelecom150 IYQ2025 & ThaiYQ2025 Welcome volunteers ! ๐













