
ไอทีควอนตัม เมืองไทย
泰国量子信息论坛
2026 by quantum academy &
IEEE Thailand section Quantum IT
(since 2014 - best view on desktop)
Hologram
Search Results
พบ 355 ผลลัพธ์เมื่อไม่ระบุค่าการค้นหา
- Message from IEEE ComSoc AP Director | The Inauguration of Siam-Quantum Nexus 2026| by Angela Yingjun Zhang | ไอซีทีควอนตัมไทยสำหรับสังคมทั่วไปทุกวงการ |Grand Opening | April 29, 2026
Congratulations on the grand opening of Siam-Quantum Nexus 2026! (April 29, 2026 - Grand Opening Speech on 8:45 AM GMT+7) As the Director of the IEEE ComSoc Asia Pacific Board (APB), I am delighted to see the continued vibrancy of the Thailand Chapter. Following the celebration of the 150th anniversary of Thai telecommunications last year, we now look ahead to a new era. In this context, your focus on “Sustainable Platform and Community Development” centered on quantum technologies is both timely and highly significant. The Thailand Chapter has long been a strong pillar of the Asia Pacific region, providing valuable support and opportunities to its members and contributing actively to our shared mission. I am confident that Siam-Quantum Nexus will flourish as a multidisciplinary hub for innovation, collaboration, and excellence in quantum communications and computing. Looking forward, we must address two critical challenges: Diversity and Inclusion: We must continue to foster an environment that welcomes and nurtures talent from all backgrounds, with particular attention to supporting early-career researchers and women researchers in their professional growth and leadership development. Technological Advancement: Just as artificial intelligence is reshaping wireless communications, quantum ICT presents profound opportunities and emerging challenges. It calls on us to remain at the forefront of research, innovation, and global collaboration. I wish the IEEE ComSoc Thailand Chapter and the Quantum IT Group every success in this important initiative. May Siam-Quantum Nexus 2026 mark the beginning of a transformative journey for Thailand’s quantum community. Angela Yingjun Zhang Director, IEEE ComSoc AP Board SIAM - Quantum Nexus Symposium 2026 Paving the Way for coming Quantum Era: Sustainable Platform & Community Development (Science & Technology, Social Sciences, Education, Humanities, Political Science & Law, Economics) (Official Web) https://www.quantum-thai.org/siam-quantum-nexus เกริ่นนำโครงการ โครงการพัฒนาต่อเนื่องจาก International Year of Quantum S&T 2025 #IYQ2025 & #ThaiYQ2025 วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย เชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายภาครัฐ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือการเรียนรู้แบบเปิดด้านการสื่อสารควอนตัม (communications) การคำนวณควอนตัม (computing) และการตรวจวัดควอนตัม (sensing) เพื่อส่งเสริมการสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและข้อมูล เพื่อเตรียมบุคลากรและสังคมไทยให้พร้อมเข้าสู่ยุคควอนตัมโลก พร้อมภุมิคุ้มกันวิทยาศาสตร์เทียม เพื่อสร้างจดหมายเหตุควอนตัมไทยและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างรุ่นของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้กำหนดนโยบาย คำสำคัญ (keywords); วิทยาศาสตรศึกษา (science education) การสื่อสารวิทยาศาสตร์ (science communication) การจัดการความรู้ (knowledge management) การจัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์ (sciecne fair) สารสนเทศ (ไอซีที) เชิงควอนตัม (quantum information & communications technology) การสร้างทรัพยากรและสื่ออนาคต (future resources) จดหมายเหตุควอนตัมโลกและประเทศไทย (World and Thai quantum milestones) การพัฒนาบุคลากรและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (human resource development & networking) ๓) ผู้รับผิดชอบโครงการ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ IEEE Thailand Section Quantum IT group & IEEE Communications Society (Thailand Chapter) ประธานกรรมการอำนวยการกิตติมศักดิ์: คณบดี คณวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (KMITL) และ นายกสมาคม IEEE Thailand Section ประธานโครงการ: รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันการศึกษา) และ ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ (สมาคมวิชาชีพ) คณะที่ปรึกษา: ศ.ดร.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ - ราชบัณฑิต (วิทยาการคอมพิวเตอร์) ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน - ราชบัณฑิต (ฟิสิกส์) รศ.ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ - อดีตอธิการฯส.พระจอมเกล้าฯลาดกระบัง (ธรรมาภิบาลและการศึกษา) รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม - อดีต ผอ.ส.วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ฯ (บริหารงานวิจัย) ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช - นายกสภา มทส. (การจัดการความรู้ - KM) พันธมิตรต่างประเทศ: Fundacja (โปแลนด์), Senetas (ออสเตรเลีย), SPINQ (จีน), TCQC-CACR (จีน), Qasky (จีน) ๔. ผลกระทบ (impact) ภาคสังคมประชาชนทั่วไป เข้าถึงองค์ความรู้และทรัพยกรสื่อสร้างทักษะไอซีทีควอนตัม เกิดความเข้าใจและมีภูมิคุ้มกันควอนตัมแปลกปลอมเบื้องต้น ด้วยผลจากการร่วมสื่อสารวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เหมาะสม ภาคการศึกษาและการวิจัย เกิดการรวมกลุ่มใช้ผลผลิตต่อยอดสู่ด้านอื่น ๆ ได้ เช่น โครงการพัฒนาบุคลากร งานวิจัยและพัฒนาที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากการร่วมกันสื่อสารวิชาการสาธารณะที่ถ้วนทั่วครบทุกด้าน ภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ได้รับการส่งเสริมให้สามารถติดตาม เข้าถึง และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้รวดเร็วพร้อมกับลดความเสี่ยงด้วยข้อมูลของโครงการที่ครอบคลุมและอ้างอิงตรวจสอบได้ ภาครัฐโดยผู้กำหนดนโยบาย ทั้งด้านโทรคมนาคม สารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงศักยภาพและผลกระทบของเทคโนโลยี พร้อมร่วมสื่อสารนโยบายวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลางรู้และเท่าทัน กสทช. สามารถนำผลลัพธ์จากโครงการนี้ไปใช้เพื่อร่วมกำหนดแนวทางสนับสนุนส่งเสริมและตรวจสอบกิจกรรมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอซีทีควอนตัมเทคโนโลยีแขนงใหม่ของประเทศได้ “SIAM–Quantum Nexus 2026” คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมควอนตัมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาควิชาการ อุตสาหกรรม และนโยบายสาธารณะ เพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในยุคเศรษฐกิจควอนตัมโลก โดยใช้การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ และการสื่อสารที่เท่าทันเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอนาคตของชาติ Partners: สํานักงานคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หมายเหตุ: ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org Alliance: | Light & Quantum Milestones (2019) | Disclaimer: SIAM-Quantum Nexus 2026 - a public serving project by volunteers no conflict of interest & none of personal agenda involved ๐ since IYL2015 through IDL 2018 IDL 2019 IDL2020 IDL 2021 IDL2022 IDL2023 2024 and 2025 ThaiTelecom150 IYQ2025 & ThaiYQ2025 Welcome volunteers ! ๐
- จาก ‘เอไอ’ ถึง ‘ควอนตัม’: คำถามต่อแผนยุทธศาสตร์และโครงสร้างที่มองไม่เห็นของวิทยาศาสตร์ไทย” | สนทนากับนักวิจัยอาวุโส |ดร.วิรัช ศรเลิศล้ำวาณิช | #ไทยควอนตัมสำนึกชอบ2026 |
จากนักวิจัยไทยในญี่ปุ่น สู่คำถามต่อระบบวิทยาศาสตร์ไทย ในโลกของวิทยาศาสตร์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ ชื่อของ ดร.วิรัช ศรเลิศล้ำวาณิช เป็นที่รู้จักในฐานะนักวิจัยไทยที่ทำงานระดับนานาชาติ ปัจจุบันวัยเกษียณยังคงกระชุ่มกระชวยพ่วงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ Faculty of Data Science, Musashino University ประเทศญี่ปุ่น เมืองไทยคุ้นเคยกับเขาจากรอยเท้า (footprint) ผลงานในอดีตด้วยคำว่า “ระบบแปลภาษา, ParSit, LEXiTRON, Open Source, LinuxTLE, OfficeTLE, Sansarn, Digitized Thailand ฯลฯ” คือหนึ่งบุคลากรไอทีรุ่นบุกเบิกของเมืองไทย ด้วยประสบการณ์ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการวิจัยเชิงทฤษฎี แต่ครอบคลุมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี การทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และการมองเห็น “ระบบนิเวศวิทยาศาสตร์” ที่สามารถเชื่อมโยงงานวิจัยกับการใช้งานจริงได้ แม้ว่าจะมีอุปสรรคทั้งภายในและภายนอกมากมาย ทุกครั้งที่แสดงความเห็นจะมาพร้อมด้วยวาทะที่คมกริบราวปลายดาบซามูไร ฉับไวและบาดลึกเสมอตลอดการสนทนาในสามทศวรรษที่ผ่านมา … เช่นเดิม ด้วยมุมมองเช่นนี้ เมื่อหันกลับมาเพ่งประเทศไทยโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่รัฐกำลังผลักดันแผนงานขนาดใหญ่ด้าน เอไอ ( AI) และ ควอนตัม (Quantum) บทสนทนาจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่คำถามต่อยุทธศาสตร์และแผนที่นำทางของทั้งสองวิทยาการเด่นนั้นว่า “แผนดีหรือไม่” แต่ขยับไปสู่คำถามที่ลึกกว่า คือ ระบบที่สร้างและขับเคลื่อนแผนเหล่านั้น ทำงานอย่างไร ? ๐ วิทย์รัฐพันลึก (ระบบอุปถัมภ์ - ผลัดกันเก่าหลัง ฯลฯ) ๑) ที่มาและวิถีของแผนยุทธศาสตร์ วท.ไทย: จุดเริ่มต้นที่แยกขาดจากความจริง เมื่อพิจารณาที่มาของแผนยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย ไม่ว่าจะเป็น แผนเอไอที่หวังจะสร้างมูลค่าหลายแสนล้านบาท หรือ แผนควอนตัมระยะ 10 ปี ภายใต้ หน่วยงานนโยบายภาครัฐ ที่กำลังถูกกล่าวขานถึงการอ้างเกินจริงและจะหมดอายุลงในเวลาอันใกล้โดยอาจกลายเป็นอีกหนึ่งรายงานวิทยาศาสตร์ที่บิดเบือนระดับประเทศ ซึ่งสร้างขึ้นจากบุคลากรและหน่วยงานวิทย์ของรัฐเสียเองนั้น ... ประสบการณ์ของ ดร.วิรัช เรียงต่อภาพที่เกิดขึ้นจริงแล้วเหล่านั้นออกมาว่า “ทั้งหมดนี้สร้างมาในคอนเซปต์ที่ผิด… เราแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แล้วแก้ปัญหาจากการตีโจทย์แบบเดิมๆ โดยผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ตรง” หนุ่มหาดใหญ่ผู้ใช้ทั้งภาษาไทย ญี่ปุ่น และภาษาเครื่องจักรไอทีได้คล่องเริ่มต้นด้วยการชี้ให้เห็นช่องว่างพื้นฐานระหว่าง “ผู้กำหนดนโยบาย” กับ “ผู้ทำงานจริง” ซึ่งไม่ใช่เพียงเรื่องบทบาท แต่เป็นเรื่องของวิธีคิดด้วยที่ว่า “ผู้บริหารไม่ใช่นักวิจัย นักวิจัยไม่ได้วางแผน ไม่ได้ตั้งงบประมาณ ผลลัพธ์ออกมาก็ (ล้มเหลว) เหมือนเดิม” ในมุมนี้ แผนยุทธศาสตร์จึงไม่ได้เริ่มมาจาก “ปัญหาจริง” แต่เริ่มจาก “ การตีความปัญหา” โดยคนที่ไม่ได้อยู่กับปัญหาเหล่านั้น … นั่นเอง ๒) วิธีการทำแผน การบริหาร และการประเมินผล: เมื่อระบบวัดผลกลายเป็นตัวกำหนดพฤติกรรม ในระบบวิจัยสมัยใหม่การมีตัวชี้วัด (KPI) เป็นสิ่งจำเป็น แต่มักได้รับคำถามกลับว่า “เราวัดอะไร” และ “ สิ่งที่วัดนั้นสะท้อนความจริงเชิงคุณภาพ หรือไม่ ” ดร.วิรัช อธิบายว่า ระบบปัจจุบันให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตรวจนับได้ง่าย เช่น จำนวนบทความตีพิมพ์หรืออันดับวารสาร “เขาไม่ได้ดูเนื้อหาว่า สิ่งที่ทำมันใช้งานอะไรได้บ้าง ได้แค่ตัวเลข ตอบโจทย์ Accountablility แต่ไม่ได้ตอบโจทย์ Quality” ปัญหาที่ตามมาคือ นักวิจัยถูก “จูง” ให้เลือกทำงานที่ตอบ KPI มากกว่างานที่ตอบโจทย์จริง “มันจึงไหลไปสู่สิ่งที่ง่ายกว่า” ขณะเดียวกัน กระบวนการติดตามและประเมินผลก็ไม่ได้ลงลึกในเนื้อหา “เขามี Check-list เหมือนกับการตรวจรับงานการจัดซื้อจัดจ้าง” … จึงเป็นระบบที่รับรองว่า “ งานถูกส่งครบ ” แต่ไม่ได้ตอบคำถามว่า “ งานนั้นมีคุณค่าหรือไม่ ” “จะเอาไปต่อยอดในแผนอะไรได้บ้าง” “… พวกเราไม่มีเวลามาฟังเนื้อหาอะไรหรอก” กรรมการพิจารณาโครงการวิจัยฯ กล่าว “แล้วผมก็รายงานผลสัมฤทธิ์ของโครงการระดับ 7 หลักใน 5 นาทีเท่านั้น ! ๓) แผน AI และ Quantum: ความทะเยอทะยานที่ขาดการเชื่อมโยงกับการใช้งานจริง ในช่วงเวลาที่ทั้งเอไอและควอนตัมถูกยกขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ ดร.วิรัชตั้งข้อสังเกตว่า แนวคิดจำนวนมากเริ่มจาก “ตัวเลขระดับมหภาค” เช่น ขนาดตลาด หรือจำนวนบุคลากรที่ต้องผลิต “เรามองแต่ Market Size (ขนาดตลาด) … แต่เราไม่ได้ดูว่าเรามีศักยภาพจะเป็น Player (ผู้เล่น) ในเกมนั้นจริงหรือไม่” พร้อมทั้งทักเตือนด้วยว่าการพยายาม “ไล่ตาม” อาจนำไปสู่การหลงทิศ “เราไม่ใช่คนที่มีศักยภาพจะไปเป็น Player อยู่ในนั้น… แต่เราจินตนาการว่าเราเป็น !” ในกรณีของควอนตัม ปัญหายิ่งชัดเจนขึ้น “จะให้ไปทำวิจัยเพื่ออะไร แล้วใครจะเอาไปใช้?” โดยเสนอว่า ทุกโครงการควรมี “เจ้าภาพการใช้งาน ไม่ใช่เจ้าภาพแจกเงิน” ที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น “คนนั้นต้องเป็นคนติดตาม เพื่อเอางานนั้นไปใช้ต่อ” หากไม่มีจุดเชื่อมนี้ แผนที่ยิ่งใหญ่ก็อาจกลายเป็นเพียงเอกสารที่ไม่เคยถูกแปลงเป็นการใช้งานจริง ! (อนึ่ง การใช้งานดังกล่าวหมายถึง ‘ประโยชน์’ ทางใด ๆ ต่อเจ้าของงบวิจัย ผู้จ่ายภาษีหรือประชาชน แม้จะเป็นเพียงความรู้สาธารณะหรือแก้ปัญหาการระบาดของวิทย์เทียม (เอไอ ควอนตัม)ในสังคม - ผู้เรียบเรียง) ๔) ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย หรือไม่เคยเข้าใจปัญหาเดิม ? เมื่อย้อนกลับไปดูโครงการเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในอดีตที่ได้เห็นค้างคาตากันมามาก ตั้งแต่ "ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (1990s - มากกว่าพันล้าน) ฮอโลแกรม (1990s - มากกว่าร้อยล้าน) ฮาร์ดดิสก์ (2000s - มากกว่าพันล้าน) 3G (2000s - 50 ล้าน) UAV - อากาศยานไร้คนขับ (2000s - 100 ล้าน) นาโนเทคโนโลยี (2000s - มากกว่าพันล้าน) ดิจิทัลทีวี (2010s) Food Innopolis เมืองผลิตนวัตกรรมอาหาร (2015) เทคโนโลยีควอนตัม (2010s - 200 ล้าน ++) ไปดวงจันทร์ (2020s ++) 5G Use Cases (2020s) และกลับมาไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ชิป) 2024 ++ ฯลฯ" ทั้งหมดไต่ระดับร้อยล้านสู่หลายพันล้านแล้วเริ่มต้น ณ หลังเวทีเดียวกัน พลันจบก็ลงเอยที่เดียวกันหมดเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือประสบการณ์ที่น่าจะเกิดประโยชน์ต่อไปได้ แต่กลับไม่ใช่ ! การ “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” จึงยังคงไม่บังเกิดในวงการ สิ่งนี้ ดร.วิรัช มองลึกไปอีกขั้นว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีที่เมืองไทยตามไม่ทันเหล่านั้นเลย และเมื่อถามว่าดูเหมือนประวัติศาสตร์ยังคงซ้ำรอยอยู่เรื่อย ๆ มิใช่หรือ ? จึงได้รับวาทะเน้นย้ำ ‘ฉับ ฉับ’ กลับมาว่า “ไม่ใช่การซ้ำรอย … คือเขาไม่รู้ว่าปัญหาคืออะไร” … (อ้าว !) พร้อมขยายความต่อด้วยว่าระบบที่ดำรงอยู่ไม่เคย “เรียนรู้” อย่างแท้จริง เพราะไม่เคยเข้าใจรากของปัญหาสิ่งที่เปลี่ยนมีเพียง “คำศัพท์ใหม่” ไปกับวิทยาการใหม่เวทีแถลงข่าวใหม่แต่โครงสร้างยังคงเดิม ข้อมูลเสริมประโยคท้าย ๆ นี้ตอกย้ำว่า ระบบขับดันวิทย์ไทยที่ผ่าน ๆ มานั้น มิใช่เพื่อโจทย์ปัญหาจากวิทยาการร่วมสมัยแต่อย่างใด หากเป็นโจทย์ที่ตั้งมาจากหลังเวทีเดิมที่เวียนกลับซ้ำไปซ้ำมา ๕) สิ่งที่ขาดและแนวทางแก้: ปัญหาที่อยู่ลึกกว่าระดับแผน หนึ่งในคำอธิบายที่ชัดเจนที่สุดของศาสตราจารย์จากญี่ปุ่นที่แวะเดินทางกลับมาบ้านช่วงเทศกาลเคารพบรรพบุรุษผู้นี้คือ การเปรียบเทียบระบบหลังบ้านสี่สิบปีวิทยาศาสตร์ไทยไว้กับโครงสร้างทางซอฟต์แวร์ “เราต้องเปลี่ยนตั้งแต่ OS และ Middleware…แต่ตอนนี้เราไปเปลี่ยนแค่ Application” นั่นคือ การแก้ปัญหาที่ผ่านมาเป็นเพียงการเปลี่ยน “โครงการ” โดยไม่แตะ “กติกา” และ “วิธีคิด” อย่างใดเลย เมื่อถูกถามถึงทางออก จึงตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “เปลี่ยนรายชื่อกรรมการทั้งหมด … Not qualify!” แม้จะเป็นถ้อยคำรุนแรง แต่สะท้อนประเด็นสำคัญว่า การเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากคนหลังเวที รวมทั้งวิธีคิดด้วย ... ไม่ใช่แค่เพียงเอกสาร หรือชื่อหัวข้องาน ! ๖) ของฝากถึงระบบวิทยาศาสตร์ไทย: ความรับผิดชอบและความจริง ช่วงท้ายของบทสนทนา คำถามถูกโยนไปยัง “อนาคต” และ “คนรุ่นใหม่” อันน่าเป็นห่วงเพราะผลพวงจากยุคอดีตสี่ทศวรรษการ “เริ่มมี ตั้งอยู่ และดับไป” ของกระทรวงวิทย์ที่ถูกบังคับควบรวมไปกับ อว.แล้ว ... เสียงสะท้อนดังขึ้นเรื่อย ๆ ถึงระบบวิทยาศาสตร์ไทยจากยุคคนนำทางรุ่น Baby Boomers ที่ยังคงควบยุทธศาสตร์หรือกำกับแผนที่ให้คนรุ่นหลังเดินตามอยู่ทั้งทางตรงและทางอ้อม ควรแสดงความรับผิดชอบ (ต่อ “อนาคต” และ “คนรุ่นใหม่” ) อย่างไร ? คำตอบที่ได้ไม่ใช่สูตรสำเร็จ แต่เป็นภาพเปรียบเทียบที่ทรงพลังยิ่ง “โยน (อาวุธคู่กายซามูไร) ใ ห้คนละเล่ม ไป (..Kว้าน...) ท้องตัวเองออกไป” … ภาพนี้สะท้อนจริยธรรมแบบซามูไรในความหมายของ “การรับผิดชอบต่อความผิดพลาดของตนเอง” อย่างถึงที่สุด นั่นเอง ในบริบทของระบบวิทยาศาสตร์ไทย จึงหมายถึงการที่ทุกระดับทั้งผู้บริหาร นักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย ต้องกล้ายอมรับปัญหาของตนเอง ไม่ใช่ผลักภาระไปยังโครงสร้าง ผู้อื่น หรือคนรุ่นหลัง ... ดร.วิรัช เอ่ยอย่างหนักแน่น ขณะเดียวกันยังได้ย้ำแถมท้ายถึงแกนสำคัญ 3 ประการ ... “จริยธรรม’ ‘ธรรมาภิบาล’ โดย ‘ผลประโยชน์ทับซ้อน’ นั้นต้องกำจัดออกไป ! ” ๐ โนเบลยังอาย รางวัลไทยผู้เคยนำงบหน่วยงานมอบให้กลายมาเป็นผู้รับเสียเอง ! | “ปัญญาอลวน | ๐ “ยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ (ควอนตัม) ไทย” มุมมองของ ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน - ราชบัณฑิต และวิศวกรไอทีลูกผสมไทยญี่ปุ่นคนนี้ยังได้ฝากความหวังไว้กับคนที่ลงมือทำจริงด้วยอีกว่า “คนที่มือเปื้อนโคลน ควรจะเข้าไปออกแบบ” “ทำงานตามที่เขาบอก แล้วทำเพิ่มอีก 2–3 เท่า ในสิ่งที่เขาไม่ได้บอก” ‘ฉับ ฉับ’ ... คือเสียงแหวกอากาศ เปรียบได้กับวาทะของวิศวกรเครื่องกลคนไอทีสไตล์ซามูไรตลอดชีวิตผู้นี้ พลันที่ชักกระบี่ออกจากฝักทีไรเสียงบาดใจ ‘ฉับ ฉับ’ มาถึงทุกคราไป จึงไม่ต้องอ้อมค้อมทางใดอีกเลย มาสู่คำถามเชิงเปรียบเปรยสำคัญยิ่งที่ครั้งหนึ่งซามูไรสัญชาติไทยผู้เคยย้ายฐานกลับมาช่วยสร้างวงการไอทีให้บ้านเกิด ต้องเตลิดย้อนกลับไปญี่ปุ่นอีกครั้งเพราะเคยประสบกับรอยแผลใหญ่ ด้วยประโยคที่ว่า “มีอะไรจะฝากถึงศูนย์กลางจักรวาลวิทยาศาสตร์ไทยไหม ?” คำตอบถึงหลังเวทีวิทย์ไทยที่ได้กลับมาเรียบง่าย แต่มีนัยลึกอย่างยิ่ง “ปล่อยให้เขาอยู่กันอย่างนั้นเหอะ… พวกเราก็อยู่ในโลกของเราที่เป็นจริง” ถ้อยคำนี้มิใช่การปฏิเสธ หากแต่สะท้อน “การรับรู้ข้อจำกัดของโครงสร้าง” อย่างชัดเจนของ “ศูนย์กลางจักรวาล” สัญลักษณ์ของ ‘ อำนาจรวมศูนย์’ หรือที่ “ ควอนตัมศรีธนญชัย ตอน ‘วิทย์รัฐพันลึก’ ได้ร่วมนิยามไว้ว่าคือ “วัฒนธรรมการสถาปนาภาพลักษณ์ รางวัล และสรรเสริญตน (กันเอง) ” ด้วยงบรัฐฯ ที่สั่งสมสืบทอดมายาวนาน คำตอบดังกล่าวเป็นการ “ย้ายจุดเริ่มต้นของความหวัง” เคลื่อนผ่านจากหลังเวทีของวงการวิทยาศาสตร์ไทยทะลุแก่นหัวใจศูนย์กลางดังกล่าวไปสู่หน่วยย่อยที่จะลงมือทำกันเองได้จริง อีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นประโยคปล่อยวางทั้งยังสะท้อนการแยกออกเป็นสองโลกระหว่าง “โลกของแผน นโยบาย และพิธีกรรม” กับ “โลกของการปฏิบัติจริง” ซึ่งการเลือก “อยู่ในโลกของความจริง” จึงไม่ใช่การถอยหนีจากอดีตสี่สิบปี แต่เป็นการเลือกยืนอยู่ในพื้นที่ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ … นั่นเอง ๐ (คอลัมน์) “วิทยาศาสตร์ ศีลธรรม และกับดักระบบราชการไทย” | ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ | ๐ (Technology Train 2520 - 2568) -- รถไฟสายเทคโนโลยีกับหลุมพลางกับดักของสังคมวิทยาศาสตร์ไทยร่วมสมัยยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยที่วัฒนธรรม “สถาปนาภาพลักษณ์ รางวัล และสรรเสริญตนเอง” เติบโตสะสมในสังคมวิทย์ไทยกว่าสี่ทศวรรษและรุ่งเรืองถึงขีดสุดเมื่อปี พ.ศ.๒๕๖๒ เมื่อบุคลากรแถวหน้าผู้เคยนำงบประมาณหน่วยงานสนับสนุนเป็นรางวัลระดับประเทศและขึ้นมอบด้วยตนเองทศวรรษก่อนหน้า ได้กลายมาเป็นผู้รับรางวัลเดียวกันนั้นเสียเอง รวมทั้งต่อสานอำนาจ ทายาทและบารมีกับสารพันยุทธศาสตร์ ของประเทศ รวมถึง 'Frontier Research' หรือวิจัยขั้นแนวหน้า ต้นน้ำ แผน ที่นำทาง ควอนตัมอันน่าฉงนด้วย -- #ปัญญาอลวน #ควอนตัมศรีธนญชัย ) จากแผนสู่การเปลี่ยนวิธีคิด บทสรุปบทสนทนานี้ไม่ได้ปฏิเสธความสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ ไม่ว่าจะเป็น ‘เอไอ’ หรือ ‘ควอนตัม’ ก็ตาม เพราะในระดับนโยบายการมีแผนเป็นสิ่งจำเป็น แต่สิ่งที่ถูกตั้งคำถามกลับมาให้คิดกันคือ “เรากำลังใช้แผนเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงจริง หรือเป็นเพียงพิธีกรรมของระบบ?” ท้ายที่สุดแล้ว คำถามที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่ประเทศไทยจะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เองได้หรือไม่ ? แต่คือ เราพร้อมจะเปลี่ยน “วิธีคิดต่อระบบ” หรือยัง ? เพราะหากโครงสร้างที่มองเห็นกันนั้นยังคงเดิม ไม่ว่า ‘เอไอ’ หรือ ‘ควอนตัม’ จะถูกผลักดันอีกกี่แผนกี่ครั้ง ผลลัพธ์ก็อาจยังคงขีดวงวนเวียนอยู่หลังเวทีเดิม …การเริ่มต้นที่แท้จริงจึงไม่ได้อยู่ที่การเขียนแผนฉบับใหม่ แต่อยู่ที่การกล้ามอง “ความจริงของระบบ” โดยไม่หลบเลี่ยงกันอีกต่อไป … ‘ฉับ ฉับ’ ! -- จบ (ความเห็น ๒๕๖๘) - แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๗๒ ๐ บันทึกแห่งปี: จาก “รหัสเทอร์โบ” สู่ “ควอนตัมศรีธนญชัย” และทางออกของ อววน. ไทย | สนทนากับ ศ.นพ.วิจารณ์ พา นิช “1,500 วัน สานฝันควอนตัมไทย” | “ ยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ (ควอนตัม) ไทย” | ศ.สุทัศน์ ยกส้าน | October 2025 | | “เข็มทิศควอนตัมไทย” | บทวิพากษ์แผนที่นำทางและเสียงทักเตือน | ศ.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ | October 2025 | | “การปรับปรุง แก้ไขยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนงาน ในแผนที่นำทางฯควอนตัม"| รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม | | วิทยาศาสตร์ ศีลธรรม และกับดักระบบราชการไทย” | ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ | ตุลาคม ๒๕๖๘ | | คำนิยม 2025 | “ควอนตัมศรีธนญชัย” | ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ | #ไทยควอนตัมสำนึกชอบ | พบกับ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่เที่ยงแท้” (authentic science communication) ด้วยจริยธรรม ธรรมภิบาล ละเลี่ยงซึ่งผลประโยชน์ทับซ้อน ณ The First SIAM-Quantum Nexus 2026 โดย สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็คโทรนิคส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section ) และ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org ชุดคอลัมน์ 'เตือนใจควอนตัมไทย' “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” | ภาค ๑) ตรวจสอบย้อนหลังวิจัยฉ้อฉล | ภาค ๒) ตรวจซ้ำควอนตัมไทยยุค 90s | | ภาค ๓) ตรวจทานโนเบลควอนตัมโลก | ภาค ๔) ตรวจทิศแผนที่นำทางควอนตัมไทย ๒๕๖๓ | | ภาค ๕) ไทยควอนตัมสำนึกชอบ |
- (March 2026) - Stephanie Wehner - Delft University of Technology
Major Turing computing award goes to quantum science for first time [ Nature 18 March 2026] [ Previous QUOTES ] “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง”
- (คำถาม & คำตอบ) | Q & A -- สนทนากับผู้บริหารวิทย์ Baby Boomers | สุทัศน์ ยกส้าน | SIAM–Quantum Nexus | นโนบายควอนตัมไทยอย่างไรต่อ ? | #ไทยควอนตัมสำนึกชอบ2026 |
คำถาม & คำตอบ Pre-event - โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ SIAM –Quantum Nexus (SQN) พลังทางปัญญาจากกลุ่ม “ที่ปรึกษาอาวุโส” (The Luminaries) “สะพาน” เชื่อมโยงอดีตของวงการวิทยาศาสตร์ไทยเข้ากับอนาคตที่ท้าทาย (อารัมภบท) การสร้างชุมชนเทคโนโลยีควอนตัมที่ยั่งยืนและครอบคลุมสำหรับประเทศไทย (Building a Sustainable and Inclusive Quantum Technology Community in Thailand) ในยุคที่เทคโนโลยีควอนตัมกำลังกลายเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาดิจิทัล เศรษฐกิจ และสังคมทั่วโลก ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างชุมชนความรู้ที่ยั่งยืนและครอบคลุม เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัล (digital divide) ส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้จากพื้นฐานฟิสิกส์ควอนตัมสู่การประยุกต์ทางวิศวกรรม และเตรียมความพร้อมให้ประชาชน นักวิจัย และผู้กำหนดนโยบายสามารถมีส่วนร่วมอย่างมีวิจารณญาณ จากบทเรียนในอดีตพบว่าอุปสรรคหลักมิใช่เพียงศักยภาพทางเทคนิค แต่รวมถึงธรรมาภิบาล การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง และการเข้าถึงความรู้ที่เท่าเทียม โครงการ SIAM–Quantum Nexus จะจัดขึ้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์มดิจิทัลและศูนย์กลางความรู้ควอนตัม โดยมุ่งเน้นสี่แกนหลัก ( Quantum Communications, Quantum Sensing, Quantum Computing, และ Authentic Science Communication) เพื่อติดตามและสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ ป้องกันข้อมูลคลาดเคลื่อน และส่งเสริมนวัตกรรมที่รับผิดชอบต่อสังคม SIAM–Quantum Nexus หรือ SQN แพลตฟอร์มการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีเป้าหมายสำคัญในการ เชื่อมโยงองค์ความรู้กับการสื่อสารวิทยาการควอนตัมอย่างมีธรรมาภิบาลเข้าด้วยกันอย่างบูรณาการ ภายใต้บริบทสังคมไทยและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ มิได้มุ่งเพียงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงเทคนิค หากให้ความสำคัญกับทั้งความเข้าใจเชิงโครงสร้าง (อดีต ปัจจุบัน อนาคต) การสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างมีวิจารณญาณรวมทั้งเรื่อง จริยธรรม ธรรมภิบาลและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมวางรากฐานการพัฒนาความรู้สาขาเทคโนโลยีใหม่บนพื้นฐานกลศาสตร์ควอนตัมในประเทศอย่างยั่งยืน พบกับ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่เที่ยงแท้ ” (authentic science communication) ด้วยจริยธรรม ธรรมภิบาล ละเลี่ยงซึ่งผลประโยชน์ทับซ้อน ณ The First SIAM-Quantum Nexus 2026 (Q&A session) คำถาม ๑) : ตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยผ่านการลงทุนวิจัยทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายระลอกซึ่งบริบทและเทคโนโลยีเปลี่ยนไปตามเวลารวมทั้งงบอัดฉีดฐานะ “เทคโนโลยีอุบัติใหม่” หรือร่วมสมัย ตั้งแต่ตัวนำยวดยิ่ง (1980s) นิวเคลียร์ (1980s) ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (1990s) ฮอโลแกรม (1990s) ฮาร์ดดิสก์ (2000s) 3G (2000s) UAV - อากาศยานไร้คนขับ (2000s) นาโนเทคโนโลยี (2000s) ดิจิทัลทีวี (2010s) เทคโนโลยีควอนตัม (2010s) กลับมาไมโครอิเล็กทรอนิกส์ หรือชิป (2024) ต่อมาถึงยุค EV และ AI ซึ่งล้วนเริ่มจาก ความหวังเชิงยุทธศาสตร์ และ งบประมาณจำนวนมาก พร้อมกับเวทีกิจกรรมสาธารณะที่คึกคักเสมอเฉพาะช่วงเริ่มต้นโครงการ จากมุมมองของท่าน อะไรคือ “ผลลัพธ์ดีที่ได้รับ ความผิดพลาดและ/หรือบทเรียนสำคัญ” เพื่อขอนำความเห็นมาใช้ออกแบบกิจกรรม SQN ที่กำลังจะจัดทำขึ้นให้เป็น "แพลตฟอร์มสาธารณะที่อยู่รอดได้ด้วยตัวเอง" (Self-sustained) อย่างยั่งยืนแม้ในวันที่กระแสควอนตัมไม่เป็นข่าวหน้าหนึ่งต่อไปแล้ว ? (สุทัศน์) เพื่อไม่ให้มันกลายเป็นภาระของลูกหลานก็ควรจะลดปัญหา ขอดัดแปลงเป็นแพลตฟอร์มที่อย่าเน้นแค่คำว่าคอนตัมอย่างเดียว เน้นฟิสิกส์ทุกเรื่อง เพราะควอนตัมมี Output ค่อนข้างน้อยให้กว้างขึ้นแล้วก็ PR งานออกไปให้คนเห็นได้ชัด ๆ แล้วต้องจัดต่อเนื่อง ต้อง PR งาน แต่มิใช่ PR การได้รับรางวัล โฆษณารางวัลนะ ... ได้รางวัลแล้วคนทำชื่ออะไร ทำเพื่ออะไร มีงานผลประโยชน์ยังไงมักไม่พูด เอาแต่ Director มาจับมือจับไม้กันแล้วบอกได้รางวัล รับรางวัล แบบนั้นไม่ควรทำ ถัดมา ควรไป Interact กับหน่วยงานอื่นกับวิทยาการสาขาอื่น เช่น เคมี ฟิสิกส์ ชีวฯ ควรเห็นว่าฟิสิกส์ยุคใหม่มีประโยชน์ต่อสังคมและวิวัฒนาการเป็นอย่างไร ทุกคนมีงานอะไรก็ออกมาแสดงแล้วก็เน้นให้เห็นว่า เรื่องจริงๆมันเป็นอย่างไร อย่าเอาแต่เรื่องรางวัลตนเองมาพูด เช่น การแจกกันตั้ง 185 รางวัลต่อปี แบบนั้นเป็นบรรยากาศเดิมที่ยังคงซ้ำเดิมทุกอย่าง ควอนตัมคือวิทยาการหนึ่งอ้าง ภาพลักษ์รางวัลสรรเสริญเจริญตาม ถลำดำดิ่งกับดักวัฒนธรรม ดั้งเดิม ! ๐ โนเบลยังอาย เมื่อรางวัลไทยผู้นำงบหน่วยงานมอบให้ ต่อมากลายเป็นผู้รับรางวัลเสียเอง | ปัญญาอลวน ] ๐ ขึ้นเวทีรับโนเบลสองครั้ง สร้างผลงานด้วยตาข้างเดียว ! | “บทเรียนสอนไทย”ขึ้นเวทีซ้ำ มอบและรับรางวัลเดียวกัน" คำถาม ๒) : ขอยกคำถามที่ ๑ มาต่อ กับประวัติสี่สิบปีวงการวิทย์ไทย ... มีคำกล่าวที่ว่า โครงการที่ประสบความสำเร็จมักใช้ความล้มเหลวของโครงการก่อนหน้าเป็นฐานความรู้ หรือ “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” ขณะที่ในกรณีในอดีต ความล้มเหลวอันมีคุณค่าต่อการเรียนรู้กลับสูญหาย ปราศจากเวทีถอดบทเรียนสาธารณะในระดับเดียวกันกับการเปิดตัวโครงการ ท่านมีความเห็นต่อ “กลไกการยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาด” ของประเทศไทยเป็นอย่างไร มีหรือขาดหายไปส่วนหรือจุดใด เวทีแถลงข่าวระหว่างทางและปิดโครงการในระดับเดียวกับเวทีภาพลักษณ์ช่วงเริ่มต้นโครงการ จะสามารถช่วยให้เกิดกลไกการยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ดีมีประสิทธิผลหรือไม่ ? (สุทัศน์) มันขาดหายไป ! เพราะว่าเวทีแหลงข่าวเกิดขึ้นตอนเริ่มต้นรับสตางค์เท่านั้น แต่ระหว่างทาง ปิดโครงการ ประเมินผลโครงการไม่มีเลย ไม่เคยมี ไม่เคยมีเลย ควรเกิดขึ้น คือพูดง่าย ๆ เป็น Compulsory บังคับเลยว่าทุกโครงการมัน “ มีเปิด มันก็ต้องมีตรงกลาง แล้วก็ปิด” แม้กระทั่งล่มไปก็ไม่เป็นไร ต้องมาปิดเรียนรู้พร้อมกัน ถ้าทำอย่างนี้จะสามารถเกิดกลไกการยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะเป็นการการันตีหน่วยงานภาครัฐว่า “เงินไม่ได้หายไปนะ” เอาเงินมาแล้วก็ใช้กันไป ไปดูงาน ไป Import เทคโนโลยีมาแล้วก็ผลิตอะไร ต้องออกมาพูด อืมมม ... บ้านเรามีเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งก็คือว่า พื้นฐานความเป็นวิทยาศาสตร์พื้นฐานจิตสำนึกในความเป็นวิทยาศาสตร์ค่อนข้างน้อยมาก ... ยังมุ่งมั่วสายสะพาย มงค์ เต็มไปหมด เชื่อโชคลาง เทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์เต็มไปหมด ... ๐ ตรวจสอบย้อนหลังนโยบายควอนตัมไทย [ "แผนที่การพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย (พ.ศ.2563 – 2572)" ] ๐ รางวัลไทยผู้เคยให้กลายมาเป็นผู้รับ !| “ปัญญาอลวน | "โลกวิทยาศาสตร์ไทยการละคร" ๐ คำถาม ๓) : จากประสบการณ์ร่วมครึ่งศตวรรษในวงการวิทยาศาสตร์ไทย ท่านคิดว่าผู้อาวุโสบุคลากรรุ่น baby boomers ควรมีส่วนร่วมอย่างไรในการถ่ายทอดบทเรียนสำคัญสู่รุ่นหลัง (เช่น บทเรียนโครงการตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา จนถึงสัญญาญทักเตือนจาก “ควอนตัมศรีธนญชัย” ที่ได้นำเสนอแล้วนั้น เป็นต้น) เพื่อเสริมสร้างผลทางบวกและภูมิคุ้มกันป้องกันผลด้านลบให้กับทั้งระดับนโยบายและผู้ปฏิบัติ ท่ามกลางเหตุและปัจจัยที่ซับซ้อนมากขึ้นของยุคเทคโนโลยีควอนตัมแห่งอนาคต (สุทัศน์) มันเกิดขึ้นมาแล้วแก้ไขไม่ได้ ! เอาประวัติที่พวกเราทำไปมาแจงมันจะทำให้เขาเห็นว่าเราผิดตรงไหน ถ้าเราไม่เอาประวัติที่ทำไปมาแจ้งชี้ให้เห็นว่าอะไรเกิดขึ้น เพราะอะไร เขาจะไม่มีวันจะเข้าใจ แล้วทุกอย่างก็อยู่ในอีหรอบเดิม เราไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์ อย่างเช่นโครงการ superconductor (ตัวนำยวดยิ่งยุค 1980s) ตอนเปิดบูมมากใคร ๆ ก็จะทำซุปเปอร์ฯ จากเดิมทำ semi-condictor (สารกึ่งตัวนำ) จะเปลี่ยนมาทำซุปเปอร์ฯ กัน เราก็รู้นะครับว่าเราไม่มีห้องแล็ปอะไรเลย เราก็ไม่ค่อยสบายใจ เวลาไปทำแล็ปเมืองนอกมันคุ้น มันครบกว่า คุ้มกว่าของเรา มันไม่มีอะไรที่จะต่อเนื่องได้ เช่น ”จะพัฒนาเองได้ไหม เขาบอกว่าเขาไม่ได้เรียนมาเพื่อที่จะพัฒนาเขาเรียนมาเพื่อใช้” โครงการยุคก่อน ๆ ในที่สุดก็ต้องล้มทุกเรื่อง ทะเลาะกันวุ่นวาย คนนั้นจะเป็นเจ้าของ โกรธกันไป... บทเรียนในที่นี่ควรจะเป็นการวิเคราะห์อย่างจริง ๆ ไม่ใช่เอาความรู้สึกมาพูด เรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองไทยสิ่งที่ผมเห็น เราไม่มีการสังเคราะห์กันเลยว่าสุทัศน์เห็นอย่างนี้ คนอื่นเห็นตรงนั้นในเรื่องเดียวกัน เราลืมวิจารณ์ความเห็นอย่างนี้ เราไม่มีการสังเคราะห์มันเกิดเพราะอะไรแล้วเราจะไปต่ออย่างไร ไม่ใช่เอาความรู้สึกของคน (Baby boomer) ที่พูดเองคิดเองว่าควร แล้วก็เอาตาม ควรวิเคราะห์การทำงานของประเทศไทยในระยะ 50 ปีที่ผ่านมา สาเหตุมันเป็นอย่างไร แล้วเราจะได้ไอเดียเราจะได้บทเรียน เชิญผู้ที่มีประสบการณ์ตรงและให้ทุน คนติดตามมันต้องศึกษา ... งานออกมา 200 เปเปอร์แล้วมีผลทางเศรษฐกิจได้กี่บาท เกิดขึ้นกี่ครั้ง มีอะไรต่าง ๆ ตั้งกรรมการ 4-5 คนสรุปผลงานมาเป็นเอกสารอย่างไรได้บ้าง นั่นคือบทเรียนครับ แต่ ... เราไม่เคยเห็นครับ ! ๐ บันทึกแห่งปี: จาก “รหัสเทอร์โบ” สู่ “ควอนตัมศรีธนญชัย” และทางออกของ อววน. ไทย | สนทนากับ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช | พ.ศ.๒๕๖๙ คำถาม ๔) : จากยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผนงานใน แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๗๒ อันเป็นที่ทราบแล้วว่ามีข้อสังเกตโดยทั่วไปถึงความคลาดเคลื่อนของการสื่อสารข้อมูล อาทิ แผนสิบปีนี้ระบุว่า 'ควอนตัมอินเทอร์เน็ต' มีใช้งานตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๖๘ ที่ผ่านมาทั้งที่ไม่มีอยู่จริงบนโลก ตามด้วย “อัลกอลิทึมคอมพิวเตอร์ควอนตัมใช้จัดอันดับผู้กู้ หนี้เสีย แก้ปัญหาโลจิสติกส์ที่สำคัญสำหรับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการจราจรหรือการจัดการน้ำ ตรวจจับมะเร็ง ดูแลสุขภาพสัตว์ ฯลฯ” ข้อมูลเกินจริงเหล่านั้นเกิดขึ้นมาหลังจากที่ระดับนโยบายแถลงข่าวเปิดตัวด้วยแนวทาง ควอนตัมไทยใช้ลดความเหลื่อมล้ำ #กำหนดอนาคตประเทศ จะเป็น "เสือควอนตัมตัวที่ห้าของเอเชีย" “นักวิจัย ๕๐ คนเพียงพอต่อการสร้างนวัตกรรมควอนตัม” “ทุ่ม 200 ล้าน ตั้งเป้าพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมให้สำเร็จภายใน 5 ปี” “ระบบเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมระดับสูง” “พลิกโฉมประเทศสู่นิวนอร์มัล” “ช่วยในการยกระดับให้ไทยเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีและนวัตกรรม” ฯลฯ ณ พ.ศ.๒๕๖๙ นี้ เอกสารฉบับสิบปีดังกล่าวมีอายุย่างเข้าสู่ปีที่เจ็ดแล้ว ก่อนที่หมดอายุลงในอนาคตอันใกล้กลายเป็นรายงานวิทยาศาสตร์เกินจริงโดยสมบูรณ์นั้น ท่านมีข้อแนะนำเชิงบวกอย่างไร สำหรับ ก) ผู้บริหารที่มารับช่วงต่อจากที่ประชุมการจัดทำ “ยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research)” พ.ศ. ๒๕๖๒ ควรดำเนินการต่อไปอย่างไรกับแผนยุทธศาสตร์กับอายุที่เหลือฉบับนี้ ? ข) นักวิชาการนโยบายและนักวิจัยที่มีส่วนร่วมสร้างแผนงานนี้ควรมีส่วนร่วมกันปรับปรุงแก้อย่างไร ? และ ค) บุคลากรรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคตควรปรับตัวเตรียมพร้อมอย่างไรกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้น ? คำแนะนำจากผู้อาวุโสทุกท่านจะเป็นประโยชน์แด่ทั้งสามระดับบุคลากรดังกล่าว ที่จะสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติต่อไป (สุทัศน์) เขาต้องรู้ประวัติศาสตร์ ... แล้วก็ต้องวิเคราะห์ ไม่ใช่เอาชื่อคนมาใส่ แต่มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพราะอะไรทำไมถึงเป็นแบบนั้น เราจะทำยังไงต่อไปจะหาใครมาช่วย จะหาใครมาดู แต่นี่วนกลับมาที่เดิม แล้วจะทำยังไงต่อไป ... เพราะคนใหม่ที่กำลังจะขึ้นมานั่ง (บริหาร) เขาจะต้องรู้ว่าสาเหตุมันเป็นเพราะอะไร คนประเภทไหนไว้ใจได้แค่ไหน คนไหนไว้ใจไม่ได้ ต้องตั้งคนที่จะมาช่วยดูได้ พอผู้บริหารกลุ่มใหม่มาบอกว่าผมไม่เกี่ยว เพราะว่าอันนั้นมันของรุ่นก่อนเขาก็ไม่รับผิดชอบ นี่คือความจริงครับ เวลาเราประเมินโครงการ ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้วก็จะได้คำตอบ (จากผู้บริหารกลุ่มใหม่) ว่า “ผมไม่รู้เรื่องด้วย” แล้วจะทำยังไงต่ออย่างนี้ สังคมทั่วไปก็คือผู้รับผลเสียมาตลอด สังคมไม่ได้รับรู้ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หายไป ... แล้วเรื่อง accountability ว่าทำไมเราไม่เป็นแบบนั้น เราผิดชอบแค่ไหน ไม่มี ... “จบ” แนะนำว่า ก็ต้องรู้ว่ามันอะไรเกิดขึ้นนะครับนั่นคือคำตอบ มันวนกลับมาที่เดิมว่าจะทำอะไรต่อ ก็ต้องรู้ว่าทำอะไรไปบ้างแล้ว เราไม่มีข้อมูลทำอะไรมาบ้างแล้วเพราะอะไร ... เช่น “ความกดดัน นโยบาย ตั้งผู้บริหารผิด ความไม่ใส่ใจกับงาน ทำงานไปประเภทเอาเงินเดือนอย่างเดียว จะไม่เอาผล” มันก็จบอีกแบบเดิม ... ไม่ใช่แค่ 7 ปี 70 ปี มันก็จะเป็นแบบนี้ มันก็ยังมาอีกแบบเดิมนี้ ส่วนบุคลากรรุ่นใหม่กลับมาทำอะไร ? สภาพประเทศบ้านเมืองที่ (จบการศึกษามา) นั่น มันไม่เหมือนกับที่นี่เลยนะครับ เราต้องปรับตัวต้องอยู่ให้ได้ ยอมรับสภาพ คือต้องขวนขวายสร้างงานด้วยตัวเองครับ ๐ 1500 วันสานฝันควอนตัมไทย ๐ คำถาม ๕) : ในบริบท “เทคโนโลยีควอนตัม” จากข้อมูลและคำถามก่อนหน้ารวมถึงสภาพที่ปรากฏสาธารณะโดยทั่วไป ขณะที่สังคมวิชาการควอนตัมไทยยังคงไม่เข้มแข็งนัก ในสังคมทั่วไปได้ปรากฏวาทกรรมควอนตัมเกินจริงระดับผลที่รุนแรง (critique hype) ด้วย เช่น เทคโนโลยีควอนตัมจริงเพื่อการศึกษาวิจัยแต่โฆษณาเกินจริง แอบพ่วงฝึกอบรมพ่วงขายอุปกรณ์ให้กับหน่วยงานการไฟฟ้าฯของประเทศแล้ว (quantum tie-in selling) รวมถึง กรณีควอนตัมเทียมกับสินค้าหลอกลวงจำนวนมากในท้องตลาด กระนั้น ยังมิเคยปรากฏ “ยุทธศาสตร์ นโยบาย หรือแผนงาน” รวมทั้งการจัดกิจกรรมของหน่วยงานรัฐใดที่จะช่วยปัดเป่าเหตุเหล่านั้น ให้การดูแล และให้ความรู้ที่เที่ยงแท้แก่ภาคประชาสังคมได้ ท่านมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างไร เพื่อช่วยให้สามารถปรับตัวยึดโยงกับสังคมทั่วไปสนองต่อโจทย์คำถามของสังคมที่แท้จริงเหล่านั้นได้ (สุทัศน์) มันไปกันใหญ่ครับ ! สร้างขึ้นจากความไม่รู้ ผมอยากจะให้เขาเห็นคุณประโยชน์ของฟิสิกส์ ส่วนตัวนะครับแต่ว่าด้านอื่นผมว่าเราไปทำอะไรไม่ได้แล้วแต่วงการฟิสิกส์เราก็ต้องมีการประเมินแล้วต้องรู้ประวัติ รู้สาเหตุ ไม่ใช่เล่าเฉย ๆ นะว่าคนนั้นทำ โฮโลแกรม คนนี้ทำซุปเปอร์คอนดักเตอร์ ทำอะไรแล้วได้ผลยังไง ได้ทุนไปยังไง 10 ล้านออกงานมาแค่ไหน ตอนนี้งานที่คนนั้นสร้างหายไปหมดแล้ว ... นี่เป็นเรื่องที่ต้องวิเคราะห์กันทุกเรื่องครับ “โปรดอย่าถามว่าจะทำอะไรต่อไป ึงทำอะไรมา ูก็ยังไม่รู้เลย !” -- จบ (ความเห็น ๒๕๖๘) - แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๗๒ “1,500 วัน สานฝันควอนตัมไทย” | “ ยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ (ควอนตัม) ไทย” | ศ.สุทัศน์ ยกส้าน | October 2025 | | “เข็มทิศควอนตัมไทย” | บทวิพากษ์แผนที่นำทางและเสียงทักเตือน | ศ.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ | October 2025 | | “การปรับปรุง แก้ไขยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนงาน ในแผนที่นำทางฯควอนตัม"| รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม | | วิทยาศาสตร์ ศีลธรรม และกับดักระบบราชการไทย” | ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ | ตุลาคม ๒๕๖๘ | หน่วยงานหลัก (Organizer) สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section ) และ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org ชุดคอลัมน์ 'เตือนใจควอนตัมไทย' “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” | ภาค ๑) ตรวจสอบย้อนหลังวิจัยฉ้อฉล | ภาค ๒) ตรวจซ้ำควอนตัมไทยยุค 90s | | ภาค ๓) ตรวจทานโนเบลควอนตัมโลก | ภาค ๔) ตรวจทิศแผนที่นำทางควอนตัมไทย ๒๕๖๓ | | ภาค ๕) ไทยควอนตัมสำนึกชอบ |
- (February 2026) - วิจารณ์ พานิช - ทางออกของ อววน. ไทย
บันทึกแห่งปี: จาก “รหัสเทอร์โบ” สู่ “ควอนตัมศรีธนญชัย” และทางออกของ อววน. ไทย “ผมตีความว่า แผนปฏิบัติการและความ(ไม่)คืบหน้าของควอนตัมไทย สะท้อนความอ่อนแอของระบบ อววน. (อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม) ไทย ที่ตีโจทย์ไม่แตกว่าเทคโนโลยีควอนตัมมีพลังแค่ไหนต่อการนำมาประยุกต์ใช้ยกระดับอุตสาหกรรมและระบบการผลิตของไทยให้มีมิติของไฮเทค และขาดกลยุทธการพัฒนาเทคโนโลยีไฮเทคร่วมระหว่างภาคการผลิตกับภาควิชาการ ที่สำคัญที่สุด ขาดจิตวิญญาณรวมพลังการทำงานยาก ๆ ให้สำเร็จในภาพใหญ่” “ การเรียนรู้เรื่องควอนตัมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ได้ต้องการเพียง “ความฉลาด” แต่ต้องการ “ปัญญา” และ “คุณธรรมใสสะอาด” เพื่อไม่ให้ระบบการศึกษาและวิจัยตกอยู่ภายใต้มายาหลอกลวง การสร้างชาติด้วยนวัตกรรมต้องเริ่มจากการยอมรับความจริงว่าเราอยู่ที่จุดไหน และเดินหน้าด้วยความจริงใจต่อวิชาชีพ” [ Previous QUOTES ] “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” ชุดคอลัมน์ 'เตือนใจควอนตัมไทย' | ภาค ๑) ตรวจสอบย้อนหลังวิจัยฉ้อฉล | ภาค ๒) ตรวจซ้ำควอนตัมไทยยุค 90s | | ภาค ๓) ตรวจทานโนเบลควอนตัมโลก | ภาค ๔) ตรวจทิศแผนที่นำทางควอนตัมไทย ๒๕๖๓ | | ภาค ๕) ไทยควอนตัมสำนึกชอบ |
- (คำถาม & คำตอบ) | Q & A -- สนทนากับผู้บริหารวิทย์ Baby Boomers | ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ | SIAM–Quantum Nexus | นโนบายควอนตัมไทยอย่างไรต่อ ? | #ไทยควอนตัมสำนึกชอบ2026 |
คำถาม & คำตอบ Pre-event - โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ SIAM –Quantum Nexus (SQN) พลังทางปัญญาจากกลุ่ม “ที่ปรึกษาอาวุโส” (The Luminaries) “สะพาน” เชื่อมโยงอดีตของวงการวิทยาศาสตร์ไทยเข้ากับอนาคตที่ท้าทาย (อารัมภบท) การสร้างชุมชนเทคโนโลยีควอนตัมที่ยั่งยืนและครอบคลุมสำหรับประเทศไทย (Building a Sustainable and Inclusive Quantum Technology Community in Thailand) ในยุคที่เทคโนโลยีควอนตัมกำลังกลายเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาดิจิทัล เศรษฐกิจ และสังคมทั่วโลก ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างชุมชนความรู้ที่ยั่งยืนและครอบคลุม เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัล (digital divide) ส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้จากพื้นฐานฟิสิกส์ควอนตัมสู่การประยุกต์ทางวิศวกรรม และเตรียมความพร้อมให้ประชาชน นักวิจัย และผู้กำหนดนโยบายสามารถมีส่วนร่วมอย่างมีวิจารณญาณ จากบทเรียนในอดีตพบว่าอุปสรรคหลักมิใช่เพียงศักยภาพทางเทคนิค แต่รวมถึงธรรมาภิบาล การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง และการเข้าถึงความรู้ที่เท่าเทียม โครงการ SIAM–Quantum Nexus จะจัดขึ้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์มดิจิทัลและศูนย์กลางความรู้ควอนตัม โดยมุ่งเน้นสี่แกนหลัก ( Quantum Communications, Quantum Sensing, Quantum Computing, และ Authentic Science Communication) เพื่อติดตามและสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ ป้องกันข้อมูลคลาดเคลื่อน และส่งเสริมนวัตกรรมที่รับผิดชอบต่อสังคม SIAM–Quantum Nexus หรือ SQN แพลตฟอร์มการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีเป้าหมายสำคัญในการ เชื่อมโยงองค์ความรู้กับการสื่อสารวิทยาการควอนตัมอย่างมีธรรมาภิบาลเข้าด้วยกันอย่างบูรณาการ ภายใต้บริบทสังคมไทยและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ มิได้มุ่งเพียงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงเทคนิค หากให้ความสำคัญกับทั้งความเข้าใจเชิงโครงสร้าง (อดีต ปัจจุบัน อนาคต) การสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างมีวิจารณญาณรวมทั้งเรื่อง จริยธรรม ธรรมภิบาลและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมวางรากฐานการพัฒนาความรู้สาขาเทคโนโลยีใหม่บนพื้นฐานกลศาสตร์ควอนตัมในประเทศอย่างยั่งยืน พบกับ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่เที่ยงแท้ ” (authentic science communication) ด้วยจริยธรรม ธรรมภิบาล ละเลี่ยงซึ่งผลประโยชน์ทับซ้อน ณ The First SIAM-Quantum Nexus 2026 (Q&A session) คำถาม ๑) : ตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยผ่านการลงทุนวิจัยทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายระลอกซึ่งบริบทและเทคโนโลยีเปลี่ยนไปตามเวลารวมทั้งงบอัดฉีดฐานะ “เทคโนโลยีอุบัติใหม่” หรือร่วมสมัย ตั้งแต่ตัวนำยวดยิ่ง (1980s) นิวเคลียร์ (1980s) ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (1990s) ฮอโลแกรม (1990s) ฮาร์ดดิสก์ (2000s) 3G (2000s) UAV - อากาศยานไร้คนขับ (2000s) นาโนเทคโนโลยี (2000s) ดิจิทัลทีวี (2010s) เทคโนโลยีควอนตัม (2010s) กลับมาไมโครอิเล็กทรอนิกส์ หรือชิป (2024) ต่อมาถึงยุค EV และ AI ซึ่งล้วนเริ่มจาก ความหวังเชิงยุทธศาสตร์ และ งบประมาณจำนวนมาก พร้อมกับเวทีกิจกรรมสาธารณะที่คึกคักเสมอเฉพาะช่วงเริ่มต้นโครงการ จากมุมมองของท่าน อะไรคือ “ผลลัพธ์ดีที่ได้รับ ความผิดพลาดและ/หรือบทเรียนสำคัญ” เพื่อขอนำความเห็นมาใช้ออกแบบกิจกรรม SQN ที่กำลังจะจัดทำขึ้นให้เป็น "แพลตฟอร์มสาธารณะที่อยู่รอดได้ด้วยตัวเอง" (Self-sustained) อย่างยั่งยืนแม้ในวันที่กระแสควอนตัมไม่เป็นข่าวหน้าหนึ่งต่อไปแล้ว ? (ชิดชนก) แนวออกแบบกิจกรรมต้องตอบปัญหาต่อไปนี้ให้คนฟังเข้าใจ ทุกคนเข้าใจว่า ปรากฏการณ์ quantum ในด้านฟิสิกส์ คืออะไร แนวคิดของ quantum computing คืออะไร มันโยงกับ quantum physic อย่างไร แนวคิดของ Turing machine แบบ deterministic และ non-deterministic คืออะไร ความเชื่อมโยงแนวคิดของ quantum computing และ Turing machine ได้อย่างไร โปรแกรมเลียนแบบสัญญาณแนว quantum และ quantum gates ต่าง ๆ มีอะไรบ้าง ขอบเขตความสามารถของ quantum computing เมื่อเอาใช้กับ Turing machine อยู่ตรงไหน คำถาม ๒) : ขอยกคำถามที่ ๑ มาต่อ กับประวัติสี่สิบปีวงการวิทย์ไทย ... มีคำกล่าวที่ว่า โครงการที่ประสบความสำเร็จมักใช้ความล้มเหลวของโครงการก่อนหน้าเป็นฐานความรู้ หรือ “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” ขณะที่ในกรณีในอดีต ความล้มเหลวอันมีคุณค่าต่อการเรียนรู้กลับสูญหาย ปราศจากเวทีถอดบทเรียนสาธารณะในระดับเดียวกันกับการเปิดตัวโครงการ ท่านมีความเห็นต่อ “กลไกการยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาด” ของประเทศไทยเป็นอย่างไร มีหรือขาดหายไปส่วนหรือจุดใด เวทีแถลงข่าวระหว่างทางและปิดโครงการในระดับเดียวกับเวทีภาพลักษณ์ช่วงเริ่มต้นโครงการ จะสามารถช่วยให้เกิดกลไกการยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ดีมีประสิทธิผลหรือไม่ ? (ชิดชนก) เอาผลความล้มเหลวมาดูเป็นเรื่องดี จะได้รู้สาเหตุ นี่คือหลักการทั่วไปของการทำงาน แนวคิดนี้เหมาะกับคนที่เริ่มเองจากความสนใจที่แท้จริง แต่ถ้าไม่ได้เริ่มเอง เป็นสิ่งเริ่มจากจากคนที่ไม่รู้เรื่องนั้นจริง ไปเห็นคนอื่นทำก็อยากทำบ้าง เพื่อให้คนอื่นดูว่าทันสมัย แบบนี้แล้ว การเอาผลที่ล้มเหลวมาดู ก็จะไม่ช่วยอะไรเพราะไม่รู้จริงในเรื่องนั้น วิธีแก้ เอาคนที่อยากรู้ คนที่มีความรู้ในเรื่องนั้นมาวางเป้าหมาย กำหนดปัญหา ที่ผ่านมักไปเอาคนนอกวงการมา ทำให้ไม่สามารถชี้แนวทางได้ ได้แต่พูดกว้างตามที่ต่างชาติพูด ๐ ตรวจสอบย้อนหลังนโยบายควอนตัมไทย [ "แผนที่การพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย (พ.ศ.2563 – 2572)" ] คำถาม ๓) : จากประสบการณ์ร่วมครึ่งศตวรรษในวงการวิทยาศาสตร์ไทย ท่านคิดว่าผู้อาวุโสบุคลากรรุ่น baby boomers ควรมีส่วนร่วมอย่างไรในการถ่ายทอดบทเรียนสำคัญสู่รุ่นหลัง (เช่น บทเรียนโครงการตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา จนถึงสัญญาญทักเตือนจาก “ควอนตัมศรีธนญชัย” ที่ได้นำเสนอแล้วนั้น เป็นต้น) เพื่อเสริมสร้างผลทางบวกและภูมิคุ้มกันป้องกันผลด้านลบให้กับทั้งระดับนโยบายและผู้ปฏิบัติ ท่ามกลางเหตุและปัจจัยที่ซับซ้อนมากขึ้นของยุคเทคโนโลยีควอนตัมแห่งอนาคต (ชิดชนก) ผู้อาวุโสมีประสบการณ์มาก รู้จักคนมาก แต่ถ้าไม่มีความรู้ในเรื่องที่จะทำ อย่าเอามาเด็ดขาด ต้องเอาคนที่รู้จริง มีความรู้สายตรงมา อนาคตของชาติต้องไม่ขึ้นกับความเกรงใจ แต่ต้องอยู่บนฐานของความรู้ที่แท้จริงในเรื่องที่ทำ มีตัวอย่างเอาผู้อาวุโสนอกวงการมาพูด พวกนี้จะไปลอกคำพูดของต่างชาติที่รู้จริง แต่พวกนี้ไม่สามารถชี้เป้าหมาย แนวทางอนาคตได้ ๐ บันทึกแห่งปี: จาก “รหัสเทอร์โบ” สู่ “ควอนตัมศรีธนญชัย” และทางออกของ อววน. ไทย | สนทนากับ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช | พ.ศ.๒๕๖๙ คำถาม ๔) : จากยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผนงานใน แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๗๒ อันเป็นที่ทราบแล้วว่ามีข้อสังเกตโดยทั่วไปถึงความคลาดเคลื่อนของการสื่อสารข้อมูล อาทิ แผนสิบปีนี้ระบุว่า 'ควอนตัมอินเทอร์เน็ต' มีใช้งานตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๖๘ ที่ผ่านมาทั้งที่ไม่มีอยู่จริงบนโลก ตามด้วย “อัลกอลิทึมคอมพิวเตอร์ควอนตัมใช้จัดอันดับผู้กู้ หนี้เสีย แก้ปัญหาโลจิสติกส์ที่สำคัญสำหรับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการจราจรหรือการจัดการน้ำ ตรวจจับมะเร็ง ดูแลสุขภาพสัตว์ ฯลฯ” ข้อมูลเกินจริงเหล่านั้นเกิดขึ้นมาหลังจากที่ระดับนโยบายแถลงข่าวเปิดตัวด้วยแนวทาง ควอนตัมไทยใช้ลดความเหลื่อมล้ำ #กำหนดอนาคตประเทศ จะเป็น "เสือควอนตัมตัวที่ห้าของเอเชีย" “นักวิจัย ๕๐ คนเพียงพอต่อการสร้างนวัตกรรมควอนตัม” “ทุ่ม 200 ล้าน ตั้งเป้าพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมให้สำเร็จภายใน 5 ปี” “ระบบเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมระดับสูง” “พลิกโฉมประเทศสู่นิวนอร์มัล” “ช่วยในการยกระดับให้ไทยเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีและนวัตกรรม” ฯลฯ ณ พ.ศ.๒๕๖๙ นี้ เอกสารฉบับสิบปีดังกล่าวมีอายุย่างเข้าสู่ปีที่เจ็ดแล้ว ก่อนที่หมดอายุลงในอนาคตอันใกล้กลายเป็นรายงานวิทยาศาสตร์เกินจริงโดยสมบูรณ์นั้น ท่านมีข้อแนะนำเชิงบวกอย่างไร สำหรับ ก) ผู้บริหารที่มารับช่วงต่อจากที่ประชุมการจัดทำ “ยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research)” พ.ศ. ๒๕๖๒ ควรดำเนินการต่อไปอย่างไรกับแผนยุทธศาสตร์กับอายุที่เหลือฉบับนี้ ? ข) นักวิชาการนโยบายและนักวิจัยที่มีส่วนร่วมสร้างแผนงานนี้ควรมีส่วนร่วมกันปรับปรุงแก้อย่างไร ? และ ค) บุคลากรรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคตควรปรับตัวเตรียมพร้อมอย่างไรกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้น ? คำแนะนำจากผู้อาวุโสทุกท่านจะเป็นประโยชน์แด่ทั้งสามระดับบุคลากรดังกล่าว ที่จะสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติต่อไป (ชิดชนก) เอาคนรู้จริงมาเขียนแผน ไม่ต้องคิดการใหญ่ เริ่มจากปัญหาเล็กก่อน แล้วขยายออกไป ผู้อาวุโสคือผู้รู้จริงในเรื่องนั้น ไม่ใช่คนนอกวงการที่อายุมาก มีตำแหน่งบริหารสูง อย่าใช้ศัพท์ที่เฟ้อเจ้อ อย่าเป็น hub ถ้าแก้ปัญหาเล็กสำเร็จ ก็ขยับไปปัญหาใหญ่ขึ้น ไม่กลัวความล้มเหลว ยืนด้วยตัวเองให้ได้ ในที่สุดต่างชาติ จะรู้ว่าไทยคือศูนย์กลางความรู้ในเรื่องนี้เอง (Quote: October 2025) คำถาม ๕) : ในบริบท “เทคโนโลยีควอนตัม” จากข้อมูลและคำถามก่อนหน้ารวมถึงสภาพที่ปรากฏสาธารณะโดยทั่วไป ขณะที่สังคมวิชาการควอนตัมไทยยังคงไม่เข้มแข็งนัก ในสังคมทั่วไปได้ปรากฏวาทกรรมควอนตัมเกินจริงระดับผลที่รุนแรง (critique hype) ด้วย เช่น เทคโนโลยีควอนตัมจริงเพื่อการศึกษาวิจัยแต่โฆษณาเกินจริง แอบพ่วงฝึกอบรมพ่วงขายอุปกรณ์ให้กับหน่วยงานการไฟฟ้าฯของประเทศแล้ว (quantum tie-in selling) รวมถึง กรณีควอนตัมเทียมกับสินค้าหลอกลวงจำนวนมากในท้องตลาด กระนั้น ยังมิเคยปรากฏ “ยุทธศาสตร์ นโยบาย หรือแผนงาน” รวมทั้งการจัดกิจกรรมของหน่วยงานรัฐใดที่จะช่วยปัดเป่าเหตุเหล่านั้น ให้การดูแล และให้ความรู้ที่เที่ยงแท้แก่ภาคประชาสังคมได้ ท่านมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างไร เพื่อช่วยให้สามารถปรับตัวยึดโยงกับสังคมทั่วไปสนองต่อโจทย์คำถามของสังคมที่แท้จริงเหล่านั้นได้ (ชิดชนก) ภาครัฐถูกคุมด้วยนักการเมือง จึงทำให้เกิดการใช้เทคโนโลยี่บางเรื่องมาหาเสียง อันนี้เป็นเรื่องปรกติมากสำหรับประเทศไทย แก้ไม่ได้ สิ่งที่ต้องทำคือเอานักเมืองการเรียนแนวคิด quantum ให้รู้เรื่องบ้าง ก่อนที่จะไปสั่งอะไรที่เหมือนความฝัน สังคมวิชาการไทยต้องตัดเรื่องที่ทำให้อาจารย์เสียเวลาไปโดยไม่เกิดประโยชน์ต่องานวิจัยออก อาจารย์ต้องทุ่มเวลาให้กับงานแบบที่อาจารย์ฝรั่งทำ เงินเดือนในแต่ละสาขาวิชาต้องไม่เท่ากัน สาขาที่จะนำประเทศไปอนาคตแข่งกับต่างชาติได้ ต้องให้เงินเดือนสูงกว่าปรกติ 2-3 เท่า เช่นที่ทำมานานแล้วในมหาวิทยาลัยของอเมริกา -- จบ (ความเห็น ๒๕๖๘) - แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๗๒ “1,500 วัน สานฝันควอนตัมไทย” | “ ยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ (ควอนตัม) ไทย” | ศ.สุทัศน์ ยกส้าน | October 2025 | | “เข็มทิศควอนตัมไทย” | บทวิพากษ์แผนที่นำทางและเสียงทักเตือน | ศ.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ | October 2025 | | “การปรับปรุง แก้ไขยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนงาน ในแผนที่นำทางฯควอนตัม"| รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม | | วิทยาศาสตร์ ศีลธรรม และกับดักระบบราชการไทย” | ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ | ตุลาคม ๒๕๖๘ | หน่วยงานหลัก (Organizer) สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section ) และ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org ชุดคอลัมน์ 'เตือนใจควอนตัมไทย' “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” | ภาค ๑) ตรวจสอบย้อนหลังวิจัยฉ้อฉล | ภาค ๒) ตรวจซ้ำควอนตัมไทยยุค 90s | | ภาค ๓) ตรวจทานโนเบลควอนตัมโลก | ภาค ๔) ตรวจทิศแผนที่นำทางควอนตัมไทย ๒๕๖๓ | | ภาค ๕) ไทยควอนตัมสำนึกชอบ |
- (คำถาม & คำตอบ) | Q & A -- สนทนากับผู้บริหารวิทย์ Baby Boomers | ยงยุทธ ยุทธวงศ์ | SIAM–Quantum Nexus | นโนบายควอนตัมไทยอย่างไรต่อ ? | #ไทยควอนตัมสำนึกชอบ2026 |
คำถาม & คำตอบ Pre-event - โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ SIAM –Quantum Nexus (SQN) พลังทางปัญญาจากกลุ่ม “ที่ปรึกษาอาวุโส” (The Luminaries) “สะพาน” เชื่อมโยงอดีตของวงการวิทยาศาสตร์ไทยเข้ากับอนาคตที่ท้าทาย (อารัมภบท) การสร้างชุมชนเทคโนโลยีควอนตัมที่ยั่งยืนและครอบคลุมสำหรับประเทศไทย (Building a Sustainable and Inclusive Quantum Technology Community in Thailand) ในยุคที่เทคโนโลยีควอนตัมกำลังกลายเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาดิจิทัล เศรษฐกิจ และสังคมทั่วโลก ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างชุมชนความรู้ที่ยั่งยืนและครอบคลุม เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัล (digital divide) ส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้จากพื้นฐานฟิสิกส์ควอนตัมสู่การประยุกต์ทางวิศวกรรม และเตรียมความพร้อมให้ประชาชน นักวิจัย และผู้กำหนดนโยบายสามารถมีส่วนร่วมอย่างมีวิจารณญาณ จากบทเรียนในอดีตพบว่าอุปสรรคหลักมิใช่เพียงศักยภาพทางเทคนิค แต่รวมถึงธรรมาภิบาล การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง และการเข้าถึงความรู้ที่เท่าเทียม โครงการ SIAM–Quantum Nexus จะจัดขึ้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์มดิจิทัลและศูนย์กลางความรู้ควอนตัม โดยมุ่งเน้นสี่แกนหลัก ( Quantum Communications, Quantum Sensing, Quantum Computing, และ Authentic Science Communication) เพื่อติดตามและสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ ป้องกันข้อมูลคลาดเคลื่อน และส่งเสริมนวัตกรรมที่รับผิดชอบต่อสังคม SIAM–Quantum Nexus หรือ SQN แพลตฟอร์มการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีเป้าหมายสำคัญในการ เชื่อมโยงองค์ความรู้กับการสื่อสารวิทยาการควอนตัมอย่างมีธรรมาภิบาลเข้าด้วยกันอย่างบูรณาการ ภายใต้บริบทสังคมไทยและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ มิได้มุ่งเพียงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงเทคนิค หากให้ความสำคัญกับทั้งความเข้าใจเชิงโครงสร้าง (อดีต ปัจจุบัน อนาคต) การสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างมีวิจารณญาณรวมทั้งเรื่อง จริยธรรม ธรรมภิบาลและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมวางรากฐานการพัฒนาความรู้สาขาเทคโนโลยีใหม่บนพื้นฐานกลศาสตร์ควอนตัมในประเทศอย่างยั่งยืน พบกับ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่เที่ยงแท้ ” (authentic science communication) ด้วยจริยธรรม ธรรมภิบาล ละเลี่ยงซึ่งผลประโยชน์ทับซ้อน ณ The First SIAM-Quantum Nexus 2026 (Q&A session) คำถาม ๑) : ตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยผ่านการลงทุนวิจัยทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายระลอกซึ่งบริบทและเทคโนโลยีเปลี่ยนไปตามเวลารวมทั้งงบอัดฉีดฐานะ “เทคโนโลยีอุบัติใหม่” หรือร่วมสมัย ตั้งแต่ ตัวนำยวดยิ่ง (1980s) นิวเคลียร์ (1980s) ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (1990s) ฮอโลแกรม (1990s) ฮาร์ดดิสก์ (2000s) 3G (2000s) UAV - อากาศยานไร้คนขับ (2000s) นาโนเทคโนโลยี (2000s) ดิจิทัลทีวี (2010s) เทคโนโลยีควอนตัม (2010s) กลับมาไมโครอิเล็กทรอนิกส์ หรือชิป (2024) ต่อมาถึงยุค EV และ AI ซึ่งล้วนเริ่มจาก ความหวังเชิงยุทธศาสตร์ และ งบประมาณจำนวนมาก พร้อมกับเวทีกิจกรรมสาธารณะที่คึกคักเสมอเฉพาะช่วงเริ่มต้นโครงการ จากมุมมองของท่าน อะไรคือ “ผลลัพธ์ดีที่ได้รับ ความผิดพลาดและ/หรือบทเรียนสำคัญ” เพื่อขอนำความเห็นมาใช้ออกแบบกิจกรรม SQN ที่กำลังจะจัดทำขึ้นให้เป็น "แพลตฟอร์มสาธารณะที่อยู่รอดได้ด้วยตัวเอง" (Self-sustained) อย่างยั่งยืนแม้ในวันที่กระแสควอนตัมไม่เป็นข่าวหน้าหนึ่งต่อไปแล้ว ? (ยงยุทธ) ผลลัพธ์ดี คือได้คนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งที่จะพัฒนาวิทยาการต่อไป โดยส่วนมากจะมุ่งในด้านการประยุกต์โดยหวังว่ามีจำนวนหนึ่งที่จะมุ่งในการศึกษาวิจัยขั้นพื้นฐานด้วย ความผิดพลาด/บทเรียนที่สำคัญคือไม่มีการเตรียมงานที่เหมาะสมไว้ให้คนรุ่นใหม่ จึงทำให้หลายคนออกไปจากวงการโดยยังไม่ได้ร่วมกันสร้างพื้นฐานเท่าที่ควร คำถาม ๒) : มีคำกล่าวที่ว่า โครงการที่ประสบความสำเร็จมักใช้ความล้มเหลวของโครงการก่อนหน้าเป็นฐานความรู้ หรือ “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” ขณะที่ในกรณีในอดีต ความล้มเหลวอันมีคุณค่าต่อการเรียนรู้กลับสูญหาย ปราศจากเวทีถอดบทเรียนสาธารณะในระดับเดียวกันกับการเปิดตัวโครงการ ท่านมีความเห็นต่อ “กลไกการยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาด” ของประเทศไทยเป็นอย่างไร มีหรือขาดหายไปส่วนหรือจุดใด เวทีแถลงข่าวระหว่างทางและปิดโครงการในระดับเดียวกับเวทีภาพลักษณ์ช่วงเริ่มต้นโครงการ จะสามารถช่วยให้เกิดกลไกการยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ดีมีประสิทธิผลหรือไม่ ? (ยงยุทธ) ควรพร้อมที่จะมีเวทีแถลงข่าวในโอกาสเหมาะ เช่น การเปิดตัวโครงการสำคัญ ส่วนในสภาวะปรกติควรมี update เป็นครั้งคราวในเว็บไซท์ที่มีการดูแล ๐ ตรวจสอบย้อนหลังนโยบายควอนตัมไทย [ "แผนที่การพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย (พ.ศ.2563 – 2572)" ] คำถาม ๓) : จากประสบการณ์ร่วมครึ่งศตวรรษในวงการวิทยาศาสตร์ไทย ท่านคิดว่าผู้อาวุโสบุคลากรรุ่น baby boomers ควรมีส่วนร่วมอย่างไรในการถ่ายทอดบทเรียนสำคัญสู่รุ่นหลัง (เช่น บทเรียนโครงการตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา จนถึงสัญญาญทักเตือนจาก “ควอนตัมศรีธนญชัย” ที่ได้นำเสนอแล้วนั้น เป็นต้น) เพื่อเสริมสร้างผลทางบวกและภูมิคุ้มกันป้องกันผลด้านลบให้กับทั้งระดับนโยบายและผู้ปฏิบัติ ท่ามกลางเหตุและปัจจัยที่ซับซ้อนมากขึ้นของยุคเทคโนโลยีควอนตัมแห่งอนาคต (ยงยุทธ) ไม่น่าเจาะที่ baby boomers ซึ่งกำลังผ่านพ้นเวทีไป แต่ควรพยายามเจาะที่คนรุ่นใหม่ ๐ บันทึกแห่งปี: จาก “รหัสเทอร์โบ” สู่ “ควอนตัมศรีธนญชัย” และทางออกของ อววน. ไทย | สนทนากับ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช | พ.ศ.๒๕๖๙ คำถาม ๔) : จากยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผนงานใน แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๗๒ อันเป็นที่ทราบแล้วว่ามีข้อสังเกตโดยทั่วไปถึงความคลาดเคลื่อนของการสื่อสารข้อมูล อาทิ แผนสิบปีนี้ระบุว่า 'ควอนตัมอินเทอร์เน็ต' มีใช้งานตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๖๘ ที่ผ่านมาทั้งที่ไม่มีอยู่จริงบนโลก ตามด้วย “อัลกอลิทึมคอมพิวเตอร์ควอนตัมใช้จัดอันดับผู้กู้ หนี้เสีย แก้ปัญหาโลจิสติกส์ที่สำคัญสำหรับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการจราจรหรือการจัดการน้ำ ตรวจจับมะเร็ง ดูแลสุขภาพสัตว์ ฯลฯ” ข้อมูลเกินจริงเหล่านั้นเกิดขึ้นมาหลังจากที่ระดับนโยบายแถลงข่าวเปิดตัวด้วยแนวทาง ควอนตัมไทยใช้ลดความเหลื่อมล้ำ #กำหนดอนาคตประเทศ จะเป็น "เสือควอนตัมตัวที่ห้าของเอเชีย" “นักวิจัย ๕๐ คนเพียงพอต่อการสร้างนวัตกรรมควอนตัม” “ทุ่ม 200 ล้าน ตั้งเป้าพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมให้สำเร็จภายใน 5 ปี” “ระบบเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมระดับสูง” “พลิกโฉมประเทศสู่นิวนอร์มัล” “ช่วยในการยกระดับให้ไทยเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีและนวัตกรรม” ฯลฯ ณ พ.ศ.๒๕๖๙ นี้ เอกสารฉบับสิบปีดังกล่าวมีอายุย่างเข้าสู่ปีที่เจ็ดแล้ว ก่อนที่หมดอายุลงในอนาคตอันใกล้กลายเป็นรายงานวิทยาศาสตร์เกินจริงโดยสมบูรณ์นั้น ท่านมีข้อแนะนำเชิงบวกอย่างไร สำหรับ ก) ผู้บริหารที่มารับช่วงต่อจากที่ประชุมการจัดทำ “ยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research)” พ.ศ. ๒๕๖๒ ควรดำเนินการต่อไปอย่างไรกับแผนยุทธศาสตร์กับอายุที่เหลือฉบับนี้ ? ข) นักวิชาการนโยบายและนักวิจัยที่มีส่วนร่วมสร้างแผนงานนี้ควรมีส่วนร่วมกันปรับปรุงแก้อย่างไร ? และ ค) บุคลากรรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคตควรปรับตัวเตรียมพร้อมอย่างไรกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้น ? คำแนะนำจากผู้อาวุโสทุกท่านจะเป็นประโยชน์แด่ทั้งสามระดับบุคลากรดังกล่าว ที่จะสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติต่อไป (ยงยุทธ) ควรทบทวนเอกสารให้ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ๐ เตือนใจควอนตัมไทย | ภาค ๕) #ไทยควอนตัมสำนึกชอบ #ThaiQuantumGuilty คำถาม ๕) : ในบริบท “เทคโนโลยีควอนตัม” จากข้อมูลและคำถามก่อนหน้ารวมถึงสภาพที่ปรากฏสาธารณะโดยทั่วไป ขณะที่สังคมวิชาการควอนตัมไทยยังคงไม่เข้มแข็งนัก ในสังคมทั่วไปได้ปรากฏวาทกรรมควอนตัมเกินจริงระดับผลที่รุนแรง (critique hype) ด้วย เช่น เทคโนโลยีควอนตัมจริงเพื่อการศึกษาวิจัยแต่โฆษณาเกินจริง แอบพ่วงฝึกอบรมพ่วงขายอุปกรณ์ให้กับหน่วยงานการไฟฟ้าฯของประเทศแล้ว (quantum tie-in selling) รวมถึง กรณีควอนตัมเทียมกับสินค้าหลอกลวงจำนวนมากในท้องตลาด กระนั้น ยังมิเคยปรากฏ “ยุทธศาสตร์ นโยบาย หรือแผนงาน” รวมทั้งการจัดกิจกรรมของหน่วยงานรัฐใดที่จะช่วยปัดเป่าเหตุเหล่านั้น ให้การดูแล และให้ความรู้ที่เที่ยงแท้แก่ภาคประชาสังคมได้ ท่านมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างไร เพื่อช่วยให้สามารถปรับตัวยึดโยงกับสังคมทั่วไปสนองต่อโจทย์คำถามของสังคมที่แท้จริงเหล่านั้นได้ (ยงยุทธ) จัดระบบเอกสาร ฯลฯ ให้ปลอดจากการขัดแย้งผลประโยชน์ (conflict of interest) -- จบ ๐ ธุรกิจควอนตัมรูปแบบ “ขลัง ขู่” ดูแลระบบไฟฟ้า | Quantum “Tie in selling” 2022 | IEEE ComSoc Thailand (ความเห็น ๒๕๖๘) - แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๗๒ “1,500 วัน สานฝันควอนตัมไทย” | “ ยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ (ควอนตัม) ไทย” | ศ.สุทัศน์ ยกส้าน | October 2025 | | “เข็มทิศควอนตัมไทย” | บทวิพากษ์แผนที่นำทางและเสียงทักเตือน | ศ.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ | October 2025 | | “การปรับปรุง แก้ไขยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนงาน ในแผนที่นำทางฯควอนตัม"| รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม | | วิทยาศาสตร์ ศีลธรรม และกับดักระบบราชการไทย” | ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ | ตุลาคม ๒๕๖๘ | หน่วยงานหลัก (Organizer) สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section ) และ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org ชุดคอลัมน์ 'เตือนใจควอนตัมไทย' “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” | ภาค ๑) ตรวจสอบย้อนหลังวิจัยฉ้อฉล | ภาค ๒) ตรวจซ้ำควอนตัมไทยยุค 90s | | ภาค ๓) ตรวจทานโนเบลควอนตัมโลก | ภาค ๔) ตรวจทิศแผนที่นำทางควอนตัมไทย ๒๕๖๓ | | ภาค ๕) ไทยควอนตัมสำนึกชอบ |
- บันทึกแห่งปี: จาก “รหัสเทอร์โบ” สู่ “ควอนตัมศรีธนญชัย” และทางออกของ อววน. ไทย | สนทนากับ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช | พ.ศ.๒๕๖๙
บทสรุปหลังสนทนาครั้งที่ ๑๒ ของรอบสองทศวรรษร่วมกับที่ปรึกษาอาวุโส ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๙ ร้อยเรียงเรื่องราวพัฒนาการจากอดีตถึงปัจจุบันผ่านมุมมองการจัดการความรู้ จากก้าวแรกยุคสื่อสารโทรคมนาคมมาสู่ยุคควอนตัมกำกวม ! หากจะพรรณาการย่างก้าวของเทคโนโลยีและนวัตกรรมไทยในรอบยี่สิบปี บันทึกการสนทนากับที่ปรึกษาท่านนี้ถือเป็นหนึ่งใน “จดหมายเหตุทางปัญญา” ที่อาจใช้ไล่เรียงประวัติศาสตร์ร่วมสมัยได้พอสมควร เริ่มถักทอการสนทนากันมาตั้งแต่การสร้างบุคลากรวงการวิทย์ผ่านหนังสือเล่มแรก “รหัสเทอร์โบ” เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๘ มาจนถึง “เทคโนโลยีควอนตัม” ของตลอดช่วงปี พ.ศ.๒๕๖๘ ที่ผ่านมา อันเป็นปีแห่งการครบรอบหนึ่งศตวรรษวิทยาการสำคัญของโลก ( #IYQ #ThaiYQ2025 ) บันทึกอดีตเหล่านั้นมิได้เพียงแค่บอกเล่าความทรงจำ แต่ยังสะท้อนถึง “บาดแผล” และ “โอกาส” ที่ประเทศไทยต้องเผชิญ โดยได้ร่วมปักปันหมุดหมายสำคัญของ “การเดินทางทางปัญญา” เหล่านั้นกันมาอย่างต่อเนื่องนานถึงสองทศวรรษเต็ม มีโอกาสย้อนกลับไปพิจารณาบันทึกเก่าคราวใด จะเห็นได้ซึ่งสายธารความคิดจากสมองของกูรูนำมาสู่ข้อแนะนำเพื่อจัดการความรู้ให้กับสังคมไทยได้อย่างกระจ่างชัด การสนทนาต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.๒๕๖๙ ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสดีเพื่อขอรับคำปรึกษาต่อการมาถึงของยุควิทยาการใหม่สาขาควอนตัมที่ดูกำกวมนั้นด้วย ... ขอเชิญร่วมเดินทางสำรวจไปกับบันทึกครั้งใหม่ บันทึกความรู้แห่งปีที่ยี่สิบ ๑) ทบทวนอดีต: ๒๐ ปีแห่งการเดินทางของความรู้ จากจุดเริ่มต้นอันเปรียบเสมือนบุพเพสันนิวาสทางปัญญาที่นำพาปราชญ์ของแผ่นดินด้านการแพทย์และการศึกษาไทยให้มาพบกับศิษย์ต่างวงการ ข่าวสารจากวงการโทรคมนาคมหรือวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารไทยที่นำเสนอไว้พักใหญ่ก่อนหน้าทำให้เกิดการสนทนาครั้งแรกขึ้น (พ.ศ.๒๕๔๘) โดยข้อแนะนำปีแรกที่ปรึกษาอิสระได้เน้นย้ำเรื่อง "การจัดการความรู้" (KM) และการสร้าง "Success Story” ที่ต้องเกิดจากผู้ใช้งานเป็นสำคัญ พร้อมโจทย์การบ้านมากมายหลายเรื่องให้มาคิดทำต่อเนื่องยาวนานผ่านวงสนทนาอีกนับสิบครั้งถัดมา ครอบคลุมทั้งวิทยาการนำสมัย การศึกษาและศาสตร์แห่งสังคม-มนุษยนิยม ฯลฯ กระทั่ง ครั้งก่อนหน้าล่าสุดท่านได้ฝากคำปรารภผ่านโจทย์ข้อใหญ่มากว่า “ควรหมกมุ่นเพื่อหาทางออก" ให้ประเทศ (๒๕๖๗) แต่ยังมิทันนำไปปรับใช้ได้ทัน กระจกสะท้อนสังคมไทยบานใหม่ที่ชื่อว่า “ควอนตัม” ปรากฏตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าขวางทางออกที่กำลังสำรวจทำกันอยู่ ดังนั้น ก่อนได้รับข้อเสนอแนะ พ.ศ.ใหม่นี้ ควรมีโอกาสได้ไล่เรียงศึกษาบันทึกเก่าสองทศวรรษกันก่อน (link บันทึกเก่าเลื่อนลงล่าง) เพื่อเข้าใจที่มาที่ไป ดังสรุปนี้ ยุคเริ่มต้น (๒๕๔๘ - ๒๕๕๔) จากการวิพากษ์ “รหัสเทอร์โบ” เล่มแรกปี ๒๕๔๘ (2005) สนทนาครั้งแรกด้วยเรื่องราวของ “การสร้างคนและนวัตกรรม” สู่การสร้างฐานความรู้ต่อเนื่องมายัง “สารานุกรมโทรคมนาคมไทย” “อภิธานศัพท์โทรคมฯ” “จดหมายเหตุโทรคมนาคมไทยและโลก” ฯลฯ อันเป็นรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านยุคดิจิทัล ( www.quantum-thai.org/q-books ) ยุคจัดการความรู้ (๒๕๕๕ - ๒๕๖๑) หัวข้อขยายวงไปสู่ “การพัฒนาสังคมวิศวกรรมไฟฟ้า” “สามเหลี่ยมภูเขา” และการตอกย้ำเรื่อง “การจัดการความรู้ (KM)” เพื่อให้ความรู้นั้นกินได้และใช้จริง ฯ ยุคมุ่งเน้นเป้าหมาย (๒๕๖๒ - ๒๕๖๗) บทวิพากษ์เชิงสังคมผ่านตัวอย่างบุคลากรผู้เป็นแบบอย่างและการตั้งคำถามถึง “เป้าหมายเพื่อมวลชน” ของวงการวิทย์และการศึกษาไทย เรื่อง “แดนทอง บรีน” กระทั่งมาถึงการตั้งคำถามใหม่ “เป้าหมายเพื่อผู้ใช้ ?” และคำแนะนำให้ “หมกมุ่นกับการแก้ปัญหา” เพื่อหาทางออกให้ประเทศด้วยหลังจากที่ได้สาธยายประวัติศาสตร์สี่สิบปีเบื้องหลังเวทีวัฒนธรรมการสถาปนาภาพลักษณ์รางวัลและสรรเสริญตน (กันเอง) ของวงการวิทยาศาสตร์ไทยผ่านออกมากับสี่สารคดีมากมายคำถามในนาม “ปัญญาอลวน” ทว่า “ความวัวยังไม่ทันจางหาย” ความพยายามหาทางออกให้วงการวิทย์ไทยได้หลุดพ้นจากกับดักเดิมยังไม่ทันบรรลุผลขณะที่สังคมยังมิทันตั้งตัว กลับปรากฏเวทีวิทยาศาสตร์ที่มุ่งสร้างภาพลักษณ์ความขลังโดยอาศัยงบประมาณภาครัฐ ซึ่งส่งผลกระทบหนักหน่วงกว่าในอดีตที่ผ่านมาเข้าให้อีกครั้งใหม่ช่วงโรคโควิดระบาดใหญ่ ควอนตัมคือวิทยาการหนึ่งอ้าง ภาพลักษ์รางวัลสรรเสริญเจริญตาม ถลำดำดิ่งกับดักวัฒนธรรม ดั้งเดิม ! เมื่อ ‘ควอนตัม’ ปรากฏเป็นกระจกสะท้อนวงการบานใหม่ ดังนั้น หัวข้อหลักการสนทนารอบปี ๒๕๖๙ นี้จึงถูกจุดประกายด้วยเรื่องจริงหลังวงการวิทย์ไทยอันเป็นโจทย์ที่กำลังร้อนครุกรุ่นดังกล่าวนั้น โดยนำเสนอข้อมูลที่สำรวจผ่านมากับหนังสือการ์ตูนแนวขายหัวเราะเล่มเล็ก ที่ตั้งใจให้ครอบคลุมผู้คนหลายช่วงวัยทั้ง Baby Boomers Gen X และ Y จึงตั้งชื่ออันชวนขันว่า “ควอนตัมศรีธนญชัย” ซึ่งหากได้อ่านพินิจเนื้อหาภายในแล้ว อาจนำพาให้อารมณ์สะทกสะท้อน ทั้งขำทั้งสะอึก ระคนด้วยความฉงน เสียดายและอาลัย หรืออารมณ์ร่วมอื่น ๆ อีกมากพร้อมด้วย ด้วยเหตุที่ความจริงเบื้องหลังวงการวิทยาศาสตร์ไทยนั้น “คลุมเครือและพรางตา” ประดุจวาทกรรมของศรีธนญชัย จึงได้รับนัดหมายจากท่านที่ปรึกษา ศ.นพ.วิจารณ์วาระครบรอบปีที่ยี่สิบพอดี เพื่อจะได้ซักสนทนากันให้กระจ่าง และเป็นโอกาสดีเช่นกันที่จะขอรับข้อเสนอแนะจากท่านเหมือน ๑๑ ครั้งที่ผ่านมาด้วย (หมายเหตุ) หนึ่งในอารมณ์ “กำกวมหรือคลุมเครือ” เมื่อได้ทราบวีรกรรมของศรีธนญชัยในวงการวิทย์ควอนตัมไทยจากหนังสือเล่มล่าสุดนี้นั้น อาจเทียบเคียงได้ทำนองเดียวกับข่าวความพิลึกย้อนแย้งเบื้องหลัง อาคาร สตง. ของผู้ตรวจการเงินของแผ่นดินถล่มลงจากฤทธิ์แผ่นดินไหว หรือแม้กับเรื่อง อาคาร Skyy 9 และ TU Dome ของกองทุนประกันสังคมที่น่าฉงนสงสัยยิ่ง เพียงแต่ “อาคารควอนตัมไทย” ที่ศรีธนญชัยก่อร่างสร้างขึ้นมานั้นจับต้องตรวจสอบไม่ได้ เพราะสร้างกันอยู่ในวาทกรรมกลางอากาศเท่านั้น ถึงกระนั้น ทั้งสามอาคารนี้ละม้ายกันตรงที่เป็นผลจากความกำกวมระดับชาติแล้วนำทรัพย์ส่วนรวมไปใช้ในแนวทาง คลุมเครือ คล้ายกันนั่นเอง ๒) รีวิว “ควอนตัมศรีธนญชัย”: มายาคติในวงการวิจัยไทย ในโอกาสการเข้าคารวะปีใหม่ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ยังคงมีพลานามัยที่แข็งแรง แจ่มใส แม้จะล่วงเข้าวัยเลขแปดหลายปีมาแล้ว วงสนทนาพร้อมด้วย คุณชุติมา อินทรประเสริฐ อดีตทีมงาน สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส) ผู้ร่วมสร้างความรู้สู่สังคมร่วมด้วยเช่นทุกครั้ง เริ่มกันทันทีที่หัวข้อใหม่สะท้อนความคิดเรื่องใหม่หลังจากที่อ่านหนังสือ “ควอนตัมศรีธนญชัย" การสนทนาอาหารกลางวันจึงเต็มอิ่มไปด้วยข้อแนะนำมากมายระดับนโยบาย โดยคำว่า “ศรีธนญชัย” จากหนังสือที่อบอวลอยู่บนโต๊ะอาหารมิได้หมายถึงความฉลาดปราดเปรื่องของบุคลากรที่เกี่ยวข้องเพียงอย่างเดียว แต่รวม วาทกรรมสวยหรู (Hype) ความกำกวมเพื่อผลประโยชน์ และภาพลักษณ์เหนือผลลัพธ์แท้จริงด้วย จึงเป็นหัวข้อที่แลกเปลี่ยนกันยาวนานถึงสองชั่วโมงเต็ม และหลังจากร่ำลาแยกย้ายกลับกันแล้ว ท่านที่ปรึกษายังได้นำเสนอความคิดเห็นต่อ “ควอนตัม” ความรู้เรื่องใหม่ที่ชัดเจนขึ้นบ้างแล้วนั้นสู่สาธารณะถึงห้าบทความทีเดียว ( อววน. ไทย กับ ควอนตั้ม ) ๓) เสียงจาก AI : กระจกส่อง อววน. ไทย ศ.นพ.วิจารณ์ ได้นำเรื่องราวจากหนังสือพร้อมกับข้อมูลประกอบอื่น ๆ ของการสนทนาไปผ่านการใช้ “สหายเอไอ” (ทั้ง Claude, Perplexity, Gemini, Copilot, You. com และอื่น ๆ) เพื่อช่วยวิเคราะห์รวมถึงตัวแผนที่นำทางควอนตัมไทย (2020-2029) ที่เดินทางมาเลยครึ่งทางแล้ว โดยระบุผลลัพธ์ไว้ในบทความว่าได้พบความจริงที่น่าวิตกและเป็นเอกฉันท์จากทุกระบบ ทั้ง วิถีศรีธนญชัย หนังสือชี้ให้เห็นว่ามีการสื่อสารเรื่องควอนตัมในลักษณะ “กำกวม” เพื่อผลประโยชน์ตนหรือกลุ่มมากกว่าการสร้างองค์ความรู้ที่แท้จริง เป้าหมายแฟนตาซี แผนงานบางส่วนมุ่งเน้นภาพลักษณ์ที่ดูสวยหรู เช่น การเคลมว่าควอนตัมจะแก้ปัญหาจราจรหรือจัดการน้ำในระยะอันใกล้ ฯลฯ ซึ่งในทางปฏิบัติอาจเป็นเพียง “วาทกรรมของงบประมาณ” มายา vs ปัญญา วงการ อววน. (อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม) ตกอยู่ในมายาและการทำอีเวนต์ มากกว่าการสร้าง “คน” หรือ “ระบบนิเวศนวัตกรรม” ที่ยั่งยืน และมุมมองอื่น ๆ อาทิ ช่องว่างงบประมาณ ไทยลงทุนหลักร้อยล้านบาทในขณะที่จีนลงทุนหลักหมื่นล้านเหรียญ (ต่างกันกว่า ๒,๕๐๐ เท่า) แต่เรากลับพยายามจะ “แข่งขยับในสนามเดียวกัน” ที่เน้นฮาร์ดแวร์เหมือนมหาอำนาจ ความอ่อนแอของระบบ อววน. ไทย ติดกับดักการทำงานแบบ “เบี้ยหัวแตก” และขาดการรวมพลังในระดับยุทธศาสตร์ ขาดจิตวิญญาณ National Mission ในขณะที่จีนใช้ควอนตัมเพื่อ “ความอยู่รอดและความมั่นคง” ของชาติ แต่ไทยยังมองเป็นเพียง “กระแสวิชาการ” หรือช่องทางขอทุนวิจัย เป็นต้น และจากการผลสำรวจ ปรมาจารย์ด้านการส่งเสริมการจัดการความรู้ไทยยังได้ตั้งคำถามต่อเนื่องไว้อย่างน่าสนใจ ควรแก่การนำมาไฮไลท์ ณ ที่นี้เพื่อถามสังคมไทยทุกฝ่ายไปพร้อมกันด้วยว่า “ผมตีความว่า แผนปฏิบัติการและความ(ไม่)คืบหน้าของควอนตัมไทย สะท้อนความอ่อนแอของระบบ อววน. (อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม) ไทย ที่ตีโจทย์ไม่แตกว่าเทคโนโลยีควอนตัมมีพลังแค่ไหนต่อการนำมาประยุกต์ใช้ยกระดับอุตสาหกรรมและระบบการผลิตของไทยให้มีมิติของไฮเทค และขาดกลยุทธการพัฒนาเทคโนโลยีไฮเทคร่วมระหว่างภาคการผลิตกับภาควิชาการ ที่สำคัญที่สุด ขาดจิตวิญญาณรวมพลังการทำงานยาก ๆ ให้สำเร็จในภาพใหญ่” ไม่ทราบว่าข้อสะท้อนคิดนี้ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ หากจะให้การพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัม และเทคโนโลยีอื่นมีส่วนพลิกฟื้นระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยสู่ประเทศรายได้สูง สังคมดี ควรมีการพลิกโฉมระบบ ววน. ไทยอย่างไร ? ๔) ข้อเสนอแนะระดับนโยบายจากเอไอ สำหรับคำตอบที่ปรากฏอยู่ในทั้งห้าบทความ คัดส่วนสำคัญสำหรับระดับนโยบายด้วยภาษาชาวบ้านและเพื่อสังคมทั่วไปมาดังนี้ “วงการควอนตัมไทยควรเลิก "ปั่นกระแส" (De-hype) และหันมาโฟกัสในจุดที่ไทยมีศักยภาพจริง ... แทนที่จะไปแข่งสร้าง Hardware คอมพิวเตอร์แข่งกับยักษ์ใหญ่ และ ที่สำคัญคือต้องสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างตรงไปตรงมา ตามหลักการในสารคดี Decoding the Universe ไม่ใช่ใช้ความลึกลับของควอนตัมมาหลอกลวง ” “จีนเปรียบเสมือนคนที่ "สร้างรถไฟความเร็วสูง" สำเร็จแล้วและกำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง ส่วนไทย ตามแผนที่นำทางฯ เราพยายามบอกว่าเราจะ "ไม่ตกขบวน" แต่ในทางปฏิบัติ เราอาจกำลังถกเถียงกันว่าจะซื้อตั๋วใบไหน หรือพยายามสร้าง “รถเข็นไม้” แล้วแปะป้ายว่ารถไฟความเร็วสูง (ตามสไตล์ศรีธนญชัย)” และ “ การเรียนรู้เรื่องควอนตัมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ได้ต้องการเพียง “ความฉลาด” แต่ต้องการ “ปัญญา” และ “คุณธรรมใสสะอาด” เพื่อไม่ให้ระบบการศึกษาและวิจัยตกอยู่ภายใต้มายาหลอกลวง การสร้างชาติด้วยนวัตกรรมต้องเริ่มจากการยอมรับความจริงว่าเราอยู่ที่จุดไหน และเดินหน้าด้วยความจริงใจต่อวิชาชีพ” ข้อความเสนอแนะจากระบบเอไอที่ต้องทบทวนและพิสูจน์ทราบด้วยตนเองต่อเหล่านี้ จึงมิใช่เพียงการสรุปงานจากโต๊ะเอาหารกลางวัน แต่เป็นทั้ง “คำเตือน” และ “เข็มทิศ” ให้กับทุกคนที่ปรารถนาจะเห็นประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักภาพลักษณ์ความขลังหรือเวทีรางวัลสรรเสริญเช่นอดีตสี่สิบปี ควรได้มาซึ่งความรู้ที่กินได้ใช้ได้จริง ๆ หรืออย่างน้อยเป็นภูมิคุ้มกันวิทย์เทียมให้สังคมไทยได้จริง บทส่งท้าย: บันทึกแห่งปีแห่งการตื่นรู้จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ที่ปรึกษาอาวุโสของ Q-Thai Forum ยังได้มอบประโยคสำคัญทิ้งท้ายและอาจกลายเป็นประโยคสำคัญแห่งปีทีเดียว โดยเทคโนโลยีควอนตัมที่ “ศรีธนญชัย” สร้างเป็นวาทกรรมสู่สังคมไทยมายาวนานแล้วนั้นเป็นเครื่องสะท้อน “ความอ่อนแอ” ของระบบ อววน. ไทยได้เป็นอย่างดี หากยังไม่สามารถก้าวข้ามความเป็นศรีธนญชัยหรือความฉลาดแกมโกงในเชิงนโยบายไปสู่ “ปัญญาที่ใสสะอาด” ได้ แผนที่นำทางใด ๆ ก็จะเป็นเพียง “แผนที่นำหลงทาง” นั่นเอง ผมได้ใช้ไขความกระจ่างเรื่องควอนตัม ได้รับทั้งความรู้ มายา และปัญญาว่า ระบบการศึกษา ระบบวิจัยและพัฒนาย่อมตกอยู่ใต้ มายาหลอกลวงได้เสมอ ‘ ควอนตัมศรีธนญชัย ’ (free eBook) การมาถึงยุคของควอนตัมจึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็น “กระจกสะท้อน” เบื้องลึกหลังวงการวิทย์ไทยด้วย หากไม่สามารถพลิกโฉมทั้งโครงสร้าง การบริหาร และวัฒนธรรม ประเทศไทยจะพลาดโอกาสครั้งใหญ่ในการก้าวสู่อนาคตที่ดีโดยมี “ศรีธนญชัย” กลายเป็นส่วนใหญ่ของสังคมแทน – ควอนตัมไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือที่จะช่วยแก้ปัญหาจริงได้หากทำให้มัน “เกิดขึ้นได้จริง” Q-Thai.Org Forum จึงขอให้ปี พ.ศ. ๒๕๖๙ นี้ เป็นปีที่ประเทศไทยหันมาหมกมุ่นกับการแก้ไขเวทีภาพลักษณ์วิทยาศาสตร์ไทยอย่างจริงใจ เพื่อเปลี่ยนจากที่ “ตามกระแส” สู่การ “รังสรรค์ปัญญาให้เหมาะสมกับตน” ได้อย่างภาคภูมิ โดยขอเชิญอดีตผู้บริหารวิทย์รุ่น Baby Boomers & Gen X จากที่ประชุมการจัดทำ “ยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research)” ๖ มิ.ย. พ.ศ. ๒๕๖๒ ต้นน้ำลำธารนโยบายควอนตัมไทย กลับมา ร่วมด้วยช่วยกันเพื่อแก้ไขผลกระทบจากแผนที่นำทางฯ ข้างต้นที่ให้กำเนิดไว้ได้ทันเวลา -- #ไทยควอนตัมสำนึกชอบ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๙ อ้างอิงข้อมูลจาก: Quantum-Thai และ GoToKnow: Prof.Vicharn Panich ( www.gotoknow.org ) รวมบันทึกในอดีต [ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ] ผู้ก่อตั้งและอดีตประธาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ก่อตั้ง สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส) และ ที่ปรึกษา Q-Thai forum “ สองทศวรรษสนทนาปัญญาผลึก นำจารึกพึงร้อยเพียงเรียงอักษร รหัสเทอร์โบ ถึง ควอนตัม เอื้ออาทร พบคำสอนสะท้อนเงาเขลาวงศ์ ตั้งสติครวญปัญญาปัญหาแก้ ปั่นกระแสนั้นมายาพาวนหลง วางวาทกรรมศรีธนญชัยไว้นอกกรง บวรตรง ส่องทาง สร้างชาติไทย ” | คำนิยม "รหัสเทอร์โบ" 2005 (๒๕๔๙) | สนทนาสารานุกรมโทรคมนาคมไทย 2009 (๒๕๕๒) | สนทนา อภิธานศัพท์โทรคมฯ 2011 (๒๕๕๔) | คำนิยม "พัฒนาการการประชุมฯวิศวฯไฟฟ้าฯ" 2013 (๒๕๕๖) | สนทนาเยี่ยมเยียน "จัดการความรู้โทรคมนาคมไทย" 2014 (๒๕๕๗) | สนทนา "success story" 2015 (๒๕๕๘) | สนทนา “สามเหลี่ยมภูเขา” 2016 (๒๕๕๙) | สนทนา "จัดการความรู้" 2018 (๒๕๖๑) | สนทนาและวิพากษ์ "แดนทอง บรีน" 2019 (๒๕๖๒) | สนทนา "เป้าหมายเพื่อ User" 2020 (๒๕๖๓) | “หมกมุ่นกับการแก้ปัญหา ฯ” (๒๕๖๗) | “จากโลกอนุภาคจิ๋ววววว สู่การตีความโลกมนุษย์” ‘หนึ่งร้อยปีควอนตัมโลก ครึ่งศตวรรษควอนตัมไทย’ (๒๕๖๗) | (ความเห็น ๒๕๖๘) - แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๗๒ ชุดคอลัมน์ 'เตือนใจควอนตัมไทย' “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” | ภาค ๑) ตรวจสอบย้อนหลังวิจัยฉ้อฉล | ภาค ๒) ตรวจซ้ำควอนตัมไทยยุค 90s | | ภาค ๓) ตรวจทานโนเบลควอนตัมโลก | ภาค ๔) ตรวจทิศแผนที่นำทางควอนตัมไทย ๒๕๖๓ | | ภาค ๕) ไทยควอนตัมสำนึกชอบ |
- (คำถาม & คำตอบ) | Q & A -- สนทนากับผู้บริหารวิทย์ Baby Boomers | บุญรักษา สุนทรธรรม | SIAM–Quantum Nexus | นโนบายควอนตัมไทยอย่างไรต่อ ? | #ไทยควอนตัมสำนึกชอบ2026 |
คำถาม & คำตอบ Pre-event - โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ SIAM –Quantum Nexus (SQN) พลังทางปัญญาจากกลุ่ม “ที่ปรึกษาอาวุโส” (The Luminaries) “สะพาน” เชื่อมโยงอดีตของวงการวิทยาศาสตร์ไทยเข้ากับอนาคตที่ท้าทาย (อารัมภบท) การสร้างชุมชนเทคโนโลยีควอนตัมที่ยั่งยืนและครอบคลุมสำหรับประเทศไทย (Building a Sustainable and Inclusive Quantum Technology Community in Thailand) ในยุคที่เทคโนโลยีควอนตัมกำลังกลายเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาดิจิทัล เศรษฐกิจ และสังคมทั่วโลก ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างชุมชนความรู้ที่ยั่งยืนและครอบคลุม เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัล (digital divide) ส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้จากพื้นฐานฟิสิกส์ควอนตัมสู่การประยุกต์ทางวิศวกรรม และเตรียมความพร้อมให้ประชาชน นักวิจัย และผู้กำหนดนโยบายสามารถมีส่วนร่วมอย่างมีวิจารณญาณ จากบทเรียนในอดีตพบว่าอุปสรรคหลักมิใช่เพียงศักยภาพทางเทคนิค แต่รวมถึงธรรมาภิบาล การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง และการเข้าถึงความรู้ที่เท่าเทียม โครงการ SIAM–Quantum Nexus จะจัดขึ้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์มดิจิทัลและศูนย์กลางความรู้ควอนตัม โดยมุ่งเน้นสี่แกนหลัก ( Quantum Communications, Quantum Sensing, Quantum Computing, และ Authentic Science Communication) เพื่อติดตามและสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ ป้องกันข้อมูลคลาดเคลื่อน และส่งเสริมนวัตกรรมที่รับผิดชอบต่อสังคม SIAM–Quantum Nexus หรือ SQN แพลตฟอร์มการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีเป้าหมายสำคัญในการ เชื่อมโยงองค์ความรู้กับการสื่อสารวิทยาการควอนตัมอย่างมีธรรมาภิบาลเข้าด้วยกันอย่างบูรณาการ ภายใต้บริบทสังคมไทยและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ มิได้มุ่งเพียงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงเทคนิค หากให้ความสำคัญกับทั้งความเข้าใจเชิงโครงสร้าง (อดีต ปัจจุบัน อนาคต) การสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างมีวิจารณญาณรวมทั้งเรื่อง จริยธรรม ธรรมภิบาลและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมวางรากฐานการพัฒนาความรู้สาขาเทคโนโลยีใหม่บนพื้นฐานกลศาสตร์ควอนตัมในประเทศอย่างยั่งยืน พบกับ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่เที่ยงแท้ ” (authentic science communication) ด้วยจริยธรรม ธรรมภิบาล ละเลี่ยงซึ่งผลประโยชน์ทับซ้อน ณ The First SIAM-Quantum Nexus 2026 (Q&A session) คำถาม ๑) : ตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยผ่านการลงทุนวิจัยทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายระลอกซึ่งบริบทและเทคโนโลยีเปลี่ยนไปตามเวลารวมทั้งงบอัดฉีดฐานะ “เทคโนโลยีอุบัติใหม่” หรือร่วมสมัย ตั้งแต่ ตัวนำยวดยิ่ง (1980s) นิวเคลียร์ (1980s) ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (1990s) ฮอโลแกรม (1990s) ฮาร์ดดิสก์ (2000s) 3G (2000s) UAV - อากาศยานไร้คนขับ (2000s) นาโนเทคโนโลยี (2000s) ดิจิทัลทีวี (2010s) เทคโนโลยีควอนตัม (2010s) กลับมาไมโครอิเล็กทรอนิกส์ หรือชิป (2024) ต่อมาถึงยุค EV และ AI ซึ่งล้วนเริ่มจาก ความหวังเชิงยุทธศาสตร์ และ งบประมาณจำนวนมาก พร้อมกับเวทีกิจกรรมสาธารณะที่คึกคักเสมอเฉพาะช่วงเริ่มต้นโครงการ จากมุมมองของท่าน อะไรคือ “ผลลัพธ์ดีที่ได้รับ ความผิดพลาดและ/หรือบทเรียนสำคัญ” เพื่อขอนำความเห็นมาใช้ออกแบบกิจกรรม SQN ที่กำลังจะจัดทำขึ้นให้เป็น "แพลตฟอร์มสาธารณะที่อยู่รอดได้ด้วยตัวเอง" (Self-sustained) อย่างยั่งยืนแม้ในวันที่กระแสควอนตัมไม่เป็นข่าวหน้าหนึ่งต่อไปแล้ว ? (บุญรักษา) ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องการสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศต่าง ๆ ที่มีความสามารถและสมรรถนะสูงหลายประเทศในเอเชีย ยุโรป และประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในระดับหนึ่งทั้งทางด้านกำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แม้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจยังมีความแปรผันตามสภาพเศรษฐกิจโลก ดังนั้นเมื่อมีเทคโนโลยีอุบัติใหม่ที่จะเป็นแนวโน้มให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาเทียบเท่ากับประเทศที่ดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยีประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว จึงต้องการลงทุนและอัดฉีดงบประมาณให้แก่กลุ่มนักวิจัยที่มีศักยภาพเพื่อให้สามารถสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมทัดเทียมกับประเทศอื่นและพึ่งพาตนเองได้ทางเทคโนโลยีในอนาคต ทว่าบทเรียนในอดีตในการลงทุนและอัดฉีดงบประมาณในโครงการที่มีศักยภาพสูงต่อการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคตเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทยนั้นสามารถพัฒนาได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ยังไม่เห็นผลกระทบ (Impact) ในการสร้างความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นแนวหน้าที่ชัดเจนให้แก่ประเทศไทยได้ ซึ่งคาดว่าอาจมีสาเหตุมาจาก 1. ประเทศไทยอาจยังไม่สามารถคาดการณ์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Foresight) ได้อย่างชัดเจนว่าเป้าหมายในอนาคตที่ต้องบรรลุของเทคโนโลยีอุบัติใหม่ที่กำลังทำอยู่นั้นควรไปถึงจุดไหนที่สามารถสร้างผลกระทบได้อย่างแท้จริงและสามารถเป็นผู้นำในเทคโนโลยีและนวัตกรรมนั้น ๆ ดังนั้นการสร้างแผนที่นำทาง (Roadmap) ของการคาดการณ์ในอนาคต และแผนปฏิบัติการ (Action Plans) ที่เป็นรูปธรรมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง 2. แม้ว่าประเทศไทยจะสามารถผลิตกำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่สามารถสร้างมวลวิกฤติ (Critical Mass) ทางด้านกำลังคนที่มีความพร้อมในการระดมพลังความคิดและความสามารถในการสร้างนวัตกรรมขั้นแนวหน้าที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศได้ 3. การทำงานอย่างมุ่งมั่น (Focused and Committed) ตามแผนปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องผ่านกระบวนการคิดวิพากษ์ (Critical Thinking) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างแท้จริงโดยไม่ย่อท้อของนักวิจัยเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Key Success Factors) ที่สำคัญอย่างยิ่ง 4. รัฐควรมีนโยบายสนับสนุน ติดตามประเมินความก้าวหน้าและความสำเร็จอย่างเคร่งครัดตามแผนที่นำทาง มีการจัดสรรงบประมาณที่ชัดเจนและต่อเนื่องในโครงการที่มีศักยภาพสูงที่สามารถสร้างผลกระทบทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม 5. สร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้แก่สังคมในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคม ผ่านการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง (Authentic Science Communication) สรุปบทเรียนสำคัญที่ทำให้เกิดอุปสรรคตลอดจนความผิดพลาดในการขับเคลื่อนโครงการสำคัญที่ผ่านมา กว่า 40 ปี มาปรับกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อน “เทคโนโลยีควอนตัม” ให้เป็นจุดแข็งการเป็นผู้นำ (Leader) ของประเทศไทยในเทคโนโลยีดังกล่าวซึ่งส่งผลต่อการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างแท้จริง คำถาม ๒) : มีคำกล่าวที่ว่า โครงการที่ประสบความสำเร็จมักใช้ความล้มเหลวของโครงการก่อนหน้าเป็นฐานความรู้ หรือ “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” ขณะที่ในกรณีในอดีต ความล้มเหลวอันมีคุณค่าต่อการเรียนรู้กลับสูญหาย ปราศจากเวทีถอดบทเรียนสาธารณะในระดับเดียวกันกับการเปิดตัวโครงการ ท่านมีความเห็นต่อ “กลไกการยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาด” ของประเทศไทยเป็นอย่างไร มีหรือขาดหายไปส่วนหรือจุดใด เวทีแถลงข่าวระหว่างทางและปิดโครงการในระดับเดียวกับเวทีภาพลักษณ์ช่วงเริ่มต้นโครงการ จะสามารถช่วยให้เกิดกลไกการยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ดีมีประสิทธิผลหรือไม่ ? (บุญรักษา) ความล้มเหลวในอดีต (จากเหตุผลทั้งห้าประการในข้อ ๑) เป็นบทเรียนของความสำเร็จในอนาคต หากได้นำจุดอ่อน อุปสรรค ความผิดพลาดของการลงทุนวิจัยและการดำเนินการที่ผ่านมาอย่างจริงจัง รวมทั้งการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Driven) ที่มีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน มีการติดตาม ประเมินผล ปรับแผน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายอย่างชัดเจน เป็นการ “เรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” และสามารถทำให้การพัฒนา “เทคโนโลยีควอนตัม” ของประเทศไทยสู่ความเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคและในระดับสากลได้อย่างแท้จริง คำถาม ๓) : จากประสบการณ์ร่วมครึ่งศตวรรษในวงการวิทยาศาสตร์ไทย ท่านคิดว่าผู้อาวุโสบุคลากรรุ่น baby boomers ควรมีส่วนร่วมอย่างไรในการถ่ายทอดบทเรียนสำคัญสู่รุ่นหลัง (เช่น บทเรียนโครงการตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา จนถึงสัญญาญทักเตือนจาก “ควอนตัมศรีธนญชัย” ที่ได้นำเสนอแล้วนั้น เป็นต้น) เพื่อเสริมสร้างผลทางบวกและภูมิคุ้มกันป้องกันผลด้านลบให้กับทั้งระดับนโยบายและผู้ปฏิบัติ ท่ามกลางเหตุและปัจจัยที่ซับซ้อนมากขึ้นของยุคเทคโนโลยีควอนตัมแห่งอนาคต (บุญรักษา) จากประสบการณ์ในการก่อตั้งและการขับเคลื่อน สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กว่าทศวรรษที่ผ่านมา นับเป็นความท้าทายที่จะ สร้าง Platform ทางด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ที่มีความมั่นคงของประเทศเพื่อให้เป็นองค์ความรู้ที่ล้ำค่าที่มีความทันสมัย ที่สามารถนำมา ต่อยอดในการสร้างองค์ความรู้ขั้นสูง (Advanced Knowledge) และการพัฒนาเทคโนโลยี (Technology Development) ฐานดาราศาสตร์ ที่นักวิจัยและวิศวกรสามารถขุดค้นองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานมาใช้ในการสร้างผลงานวิจัย การสร้างเทคโนโลยีฐานดาราศาสตร์ที่ซับซ้อนและพิสดารไม่แพ้นานาชาติ นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งการประยุกต์ไปสู่องค์ความรู้และเทคโนโลยีอื่น ๆ อาทิ การประยุกต์ด้านการแพทย์ การเกษตร และอุตสาหกรรม สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นความสำเร็จในการสร้างความยั่งยืนของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกมิติหนึ่งให้แก่ประเทศไทย ซึ่งอาศัยความมุ่งมั่น ความเอาใจใส่ในรายละเอียด ความเอาจริงเอาจังของผู้บริหารและบุคลากรทุกคนของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ตลอดจนความร่วมมือของภาคประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ความเชื่อที่ผิด ๆ ทางด้านดาราศาสตร์ ข่าวลวง ที่อ้างถึงปรากฏการณ์ทางด้านดาราศาสตร์ที่ปรากฏในสื่อต่าง ๆ มากมาย สร้างทักษะทางวิทยาศาสตร์แท้ให้กับสังคมอย่างกว้างขวาง เป็นสังคมอุดมปัญญาอย่างแท้จริง คำถาม ๔) : จากยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผนงานใน แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๗๒ อันเป็นที่ทราบแล้วว่ามีข้อสังเกตโดยทั่วไปถึงความคลาดเคลื่อนของการสื่อสารข้อมูล อาทิ แผนสิบปีนี้ระบุว่า 'ควอนตัมอินเทอร์เน็ต' มีใช้งานตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๖๘ ที่ผ่านมาทั้งที่ไม่มีอยู่จริงบนโลก ตามด้วย “อัลกอลิทึมคอมพิวเตอร์ควอนตัมใช้จัดอันดับผู้กู้ หนี้เสีย แก้ปัญหาโลจิสติกส์ที่สำคัญสำหรับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการจราจรหรือการจัดการน้ำ ตรวจจับมะเร็ง ดูแลสุขภาพสัตว์ ฯลฯ” ข้อมูลเกินจริงเหล่านั้นเกิดขึ้นมาหลังจากที่ระดับนโยบายแถลงข่าวเปิดตัวด้วยแนวทาง ควอนตัมไทยใช้ลดความเหลื่อมล้ำ #กำหนดอนาคตประเทศ จะเป็น "เสือควอนตัมตัวที่ห้าของเอเชีย" “นักวิจัย ๕๐ คนเพียงพอต่อการสร้างนวัตกรรมควอนตัม” “ทุ่ม 200 ล้าน ตั้งเป้าพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมให้สำเร็จภายใน 5 ปี” “ระบบเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมระดับสูง” “พลิกโฉมประเทศสู่นิวนอร์มัล” “ช่วยในการยกระดับให้ไทยเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีและนวัตกรรม” ฯลฯ ณ พ.ศ.๒๕๖๙ นี้ เอกสารฉบับสิบปีดังกล่าวมีอายุย่างเข้าสู่ปีที่เจ็ดแล้ว ก่อนที่หมดอายุลงในอนาคตอันใกล้กลายเป็นรายงานวิทยาศาสตร์เกินจริงโดยสมบูรณ์นั้น ท่านมีข้อแนะนำเชิงบวกอย่างไร สำหรับ ก) ผู้บริหารที่มารับช่วงต่อจากที่ประชุมการจัดทำ “ยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research)” พ.ศ. ๒๕๖๒ ควรดำเนินการต่อไปอย่างไรกับแผนยุทธศาสตร์กับอายุที่เหลือฉบับนี้ ? ข) นักวิชาการนโยบายและนักวิจัยที่มีส่วนร่วมสร้างแผนงานนี้ควรมีส่วนร่วมกันปรับปรุงแก้อย่างไร ? และ ค) บุคลากรรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคตควรปรับตัวเตรียมพร้อมอย่างไรกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้น ? คำแนะนำจากผู้อาวุโสทุกท่านจะเป็นประโยชน์แด่ทั้งสามระดับบุคลากรดังกล่าว ที่จะสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติต่อไป (บุญรักษา) การทำการคาดการณ์อนาคต (Strategic Foresight) ในแผนที่นำทางเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น การคาดการณ์ขึ้นกับความเป็นไปได้ที่จะมุ่งให้สู่เป้าหมายในอนาคต ซึ่งอาจประสบความสำเร็จหรือความล้มเหลวก็ได้ เพราะเป็นเรื่องปกติของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ต้องไม่เป็นการคาดการณ์เกินความจริง หรือการคาดการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้น การคาดการณ์อนาคตที่แม่นยำ จึงเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนงานวิจัยขั้นแนวหน้า ที่ คณะผู้วิจัยต้องมองให้ชัดเจน มุ่งเป้า และปรับแผนในแผนที่นำทางให้เหมาะสมโดยการติดตามและประเมินผลเป็นระยะ ๆ พร้อมกับ ประชาสัมพันธ์ สื่อสารข้อมูล ชี้แจงข้อเท็จจริงโดยไม่บิดเบือนต่อสาธารณชนในสื่อหรือเครือข่ายสารสนเทศอย่างชัดเจน หากดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน จะสามารถส่งต่อภารกิจแก่ผู้บริหารที่มารับช่วงต่อ นักวิชาการนโยบายและนักวิจัยที่มีส่วนร่วมสร้างแผนงานนี้ และบุคลากรรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่วงการ คำถาม ๕) : ในบริบท “เทคโนโลยีควอนตัม” จากข้อมูลและคำถามก่อนหน้ารวมถึงสภาพที่ปรากฏสาธารณะโดยทั่วไป ขณะที่สังคมวิชาการควอนตัมไทยยังคงไม่เข้มแข็งนัก ในสังคมทั่วไปได้ปรากฏวาทกรรมควอนตัมเกินจริงระดับผลที่รุนแรง (critique hype) ด้วย เช่น เทคโนโลยีควอนตัมจริงเพื่อการศึกษาวิจัยแต่โฆษณาเกินจริง แอบพ่วงฝึกอบรมพ่วงขายอุปกรณ์ให้กับหน่วยงานการไฟฟ้าฯของประเทศแล้ว (quantum tie-in selling) รวมถึง กรณีควอนตัมเทียมกับสินค้าหลอกลวงจำนวนมากในท้องตลาด กระนั้น ยังมิเคยปรากฏ “ยุทธศาสตร์ นโยบาย หรือแผนงาน” รวมทั้งการจัดกิจกรรมของหน่วยงานรัฐใดที่จะช่วยปัดเป่าเหตุเหล่านั้น ให้การดูแล และให้ความรู้ที่เที่ยงแท้แก่ภาคประชาสังคมได้ ท่านมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างไร เพื่อช่วยให้สามารถปรับตัวยึดโยงกับสังคมทั่วไปสนองต่อโจทย์คำถามของสังคมที่แท้จริงเหล่านั้นได้ (บุญรักษา) การสร้างวัฒนธรรมการสื่อสารข้อเท็จจริงให้แก่สังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการวิจัยขั้นแนวหน้าที่ต้องลงทุนวิจัยด้วยงบประมาณเป็นจำนวนมากมีความสำคัญมาก การสื่อสารข้อเท็จจริงอย่างมีเหตุมีผลจะทำให้สังคมเข้าใจปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในโครงการ การสื่อสารข้อเท็จจริงต้องมีข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาอย่างชัดเจนพร้อมกลยุทธ์ในการปรับปรุงโครงการให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ การแสดงให้สังคมเห็นถึงความตั้งใจ ความมุ่งมั่นในการใช้สติปัญญาอย่างเต็มความสามารถ เปิดเผยข้อเท็จจริง รายงานความก้าวหน้าต่อสังคมผ่านการประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง จะลดปัญหาความไม่เข้าใจของสังคมและสร้างความไว้วางใจแก่สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ -- จบ (ความเห็น ๒๕๖๘) - แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๗๒ “1,500 วัน สานฝันควอนตัมไทย” | “ ยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ (ควอนตัม) ไทย” | ศ.สุทัศน์ ยกส้าน | October 2025 | | “เข็มทิศควอนตัมไทย” | บทวิพากษ์แผนที่นำทางและเสียงทักเตือน | ศ.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ | October 2025 | | “การปรับปรุง แก้ไขยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนงาน ในแผนที่นำทางฯควอนตัม"| รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม | | วิทยาศาสตร์ ศีลธรรม และกับดักระบบราชการไทย” | ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ | ตุลาคม ๒๕๖๘ | หน่วยงานหลัก (Organizer) สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section ) และ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org ชุดคอลัมน์ 'เตือนใจควอนตัมไทย' “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” | ภาค ๑) ตรวจสอบย้อนหลังวิจัยฉ้อฉล | ภาค ๒) ตรวจซ้ำควอนตัมไทยยุค 90s | | ภาค ๓) ตรวจทานโนเบลควอนตัมโลก | ภาค ๔) ตรวจทิศแผนที่นำทางควอนตัมไทย ๒๕๖๓ | | ภาค ๕) ไทยควอนตัมสำนึกชอบ |
- “1,500 วัน สานฝันควอนตัมไทย” | Q-Thai Forum | นับถอยหลังแผนที่นำทางควอนตัมไทย ฤา ถึงจุดหมาย ? | #IYQ2025 #ThaiYQ2025 | #ThaiTelecom150 | 15 พ.ย. 2568 |
(วีดีโอ - บรรยาย) เนื่องในโอกาสที่ ปี ค.ศ. 2025 นี้ องค์การ UNESCO ประกาศให้เป็นปีสากลแห่งวิทยาการควอนตัม หรือ International Year of. Quantum Science and Technology - IYQ2025 ซึ่งเป็นปีบรรจบครบรอบ “หนึ่งร้อยปีควอนตัมโลก ครึ่งศตวรรษควอนตัมไทย” สมาคม IEEE Thailand section ประเทศไทย โดยสาขาไอทีควอนตัม มีความยินดีนำเสนอเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องยุทธศาสตร์สาขาหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศที่ได้เดินตามทิศทางของแผนที่ทางมาเกินระยะครึ่งทางแล้วในปีนี้ โดยขอมอบความเห็นและข้อเสนอแนะพร้อมข้อมูลที่ได้สำรวจจัดทำการสื่อสารวิทยาศาสตร์สู่สังคมไทยมาโดยตลอดสองทศววรษที่ผ่านมา เพื่อสานฝันควอนตัมไทยกับเวลาที่เหลือบนเส้นทางแผนที่นำทางฯ ดังนี้ ความเห็นและข้อเสนอแนะการปรับปรุง แก้ไขยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนงานใน ‘แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๗๒’ “กำเนิดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ 24 มีนาคม 2522” - ครึ่งศตวรรษวิทยาศาสตร์ไทย ย้อนเวลาเรื่องราวการเดินทางของวิทยาศาสตร์ไทยตั้งแต่สมัยที่มีการวางรากฐานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมใน พ.ศ. 2504 (เริ่มต้นยุคการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอย่างเป็นระบบภายใต้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504-2509)) ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยได้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลและหน่วยงานด้านนโยบายต่าง ๆ พร้อมกับผู้รู้มากฝีมือเพื่อหาทางแก้ปัญหาใหญ่ของชาติมาโดยตลอด ซึ่งหนึ่งในผลงานที่น่าสนใจนำมาเสนอกันในลำดับต่อจากนี้ไปคือ แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. 2563-2572 ซึ่งเปรียบเสมือนแผนผังที่นำประเทศไทยเดินทางไปสู่ยุคใหม่ด้วยศักยภาพของคำว่า “ควอนตัม” … ซึ่งควอนตัมคำนี้คือวิทยาการที่มีอายุครบหนึ่งศตวรรษแล้ว ดังที่องค์การ UNESCO กำลังเฉลิมฉลองด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ทั่วโลก แผนที่ฯ ดังกล่าวนี้จะพาประเทศไทยก้าวไปถึงฝั่งฝันได้อย่างไร ขอเชิญชวนร่วมเดินทางไปด้วยกันต่อจากนี้ “พื้นฐานทั่วไปของการทำแผนยุทธศาสตร์” ที่ผ่านมา การกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย มักเริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ของผู้นำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นที่มีพลังในการขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว และเป็นภูมิปัญญาที่ได้ตกทอดมา ซึ่งสิ่งนี้เป็นโอกาสอันดีที่คนรุ่นหลังจะนำมาต่อยอดและพัฒนาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยนำประสบการณ์และความเข้าใจจากทุกฝ่ายมาหลอมรวมกัน สำหรับการทำแผนยุทธศาสตร์ จากการสำรวจพบว่าส่วนใหญ่เริ่มมาจากระดับนโยบาย สถานการณ์รอบบ้านการเมือง และกระแสสังคมโลก ต่อ ๆ มาได้นำพาไปสู่การประกาศเป้าหมายของฝ่ายปกครอง เช่น การเป็นผู้นำในภูมิภาค การตอบสนองต่อสถานการณ์สังคมโลก เป็นต้น จากนั้นจึงเกิดการวางแผนงานและงบประมาณ การจัดการอื่น ๆ แล้วประกาศใช้แผนที่นำทางหรือที่เรียกว่า “Roadmap” พร้อมโหมโรงประชาสัมพันธ์สู่สาธารณะ โดยพื้นฐานทั่วไป การเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ทั่วโลกต้องอาศัยทุกฝ่าย ทั้งรัฐ เอกชน และนักวิชาการจับมือกันทำงาน และที่ขาดไม่ได้คือการประเมินความก้าวหน้าและปรับปรุงตามคำแนะนำจากผู้ร่วมทาง หากเดินทางด้วยความรอบคอบเช่นนี้ แผนยุทธศาสตร์แผนที่นำทางจักเป็นเส้นทางที่ทำให้การขับเคลื่อนงานใด ๆ เป็นไปได้อย่างมั่นคง “ศึกษาความพยายามในอดีต … ครึ่งศตวรรษ” สำหรับประเทศไทยที่ผ่านมาเคยมีโครงการใหญ่ภาพสวยโครงการเด่น เช่น ภาพสามมิติงดงามนาม ฮอโลแกรม ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ นาโนเทคโนโลยี หรือฮาร์ดดิสก์และโครงการที่ใช้งบประมาณสูงอื่น ๆ อีกมาก … ทั้งหมดเริ่มต้นด้วยความหวังตั้งใจที่ดี โดยหลายงานยังดำเนินการอยู่หรือกลายเป็นเพียงความทรงจำไปแล้วก็ตาม บทเรียนอดีตเหล่านี้ชวนให้คิดถึงสัจจธรรมความจริงแท้ที่มีอยู่บนสองด้านของเหรียญ ทั้งด้านที่ “อยากจำ” และด้านที่ “อยากลืม” … โดยเฉพาะด้านที่เกิดความรู้สึกไม่อยากย้อนกลับไปเห็นเส้นทางเก่า ด้านที่ไม่อยากรับรู้ร่องรอยเดิมหรือแม้เพียงจะนึกถึงอีกด้านนั้น … แต่กระนั้น ลองกลับมาทบทวนชวนให้มองกันลึก ๆ กับเหรียญด้านที่คว่ำไว้นี้โดยเฉพาะ เพราะประเทศไทยมีโอกาสใหม่ที่จะสร้างเรื่องราวที่แตกต่างหรือดีขึ้นกว่าที่เคยเกิดขึ้นได้ หากสร้างความร่วมมือกันได้จริงจังตั้งแต่วันนี้ วิทยาการหัวข้อร่วมสมัยที่ผ่านมาหรือกำลังดำเนินอยู่มากมายเหล่านั้นเป็นบทเรียนสำคัญที่ทักเตือนกันเองได้ว่า การเปลี่ยนผ่านจากแนวคิดที่ยิ่งใหญ่ไปสู่การปฏิบัติที่สร้างผลลัพธ์นั้นต้องอาศัยความเข้าใจในบริบทและกลไกการทำงานอย่างรอบด้าน จึงควรได้นำบทเรียนทุกด้านมาเป็นเครื่องนำทาง เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมที่กำลังจะไปพิจารณากันในหัวข้อต่อจากนี้นั้น ได้ก้าวไปอย่างมั่นคงและสร้างสรรค์ ซึ่งอาจเกริ่นตั้งแต่ต้น ณ ที่นี่ได้ว่า “ประวัติศาสตร์วงการวิทยาศาสตร์ไทยซ้ำรอยเดิมมาหลายครั้งแล้วในอดีตที่ผ่านมา” นั่นเอง … “แผนที่นำทางอันเป็นที่กล่าวขาน” ต่อเนื่องมากับนโยบายที่ชื่อว่า “ยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research)” ชื่อที่คุ้นเคยกันมาตั้งแต่ก่อนช่วง COVID19 โดยนโยบายนี้ ต่อมาได้ให้กำเนิด “แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ.2563 – 2572” ประกาศใช้เมื่อ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ดังที่ปรากฏสู่สาธารณะทั่วไปหลายปีมาแล้ว ... ซึ่งสมาคมฯ ได้ติดตามและสร้างสรรค์กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิทยาการสาขาใหม่หรือเทคโนโลยีควอนตัมนี้จากทั่วโลกมากว่ายี่สิบปีได้ร่วมศึกษาแล้วนำมาร่วมสรุป ณ โอกาสนี้ โดยเนื้อหาด้านในตัวรายงาน “ยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research)” ฉบับดังกล่าว ปรากฏความน่าสนใจยวดยิ่งที่ประสงค์เชิญชวนให้ร่วมกันพิจารณาได้ใช้เวลาร่วมกันคิด วิเคราะห์ ลึก ลึก .. จากสรุปสั้น ๆ ต่อจากนี้ไป ทั้งจากผลลัพธ์ของการประชาสัมพันธ์แผนที่นำทางฉบับดังกล่าวอย่างเป็นทางการออกไปสู่สังคมทั่วไป ที่ได้ปรากฏเป็นต้นทางของข้อมูลและข่าวอย่างต่อเนื่องในสังคมไทยตามมาอีกมากมายหลายเวอร์ชัน ทั้งหมดนั้น ถูกจุดประกายมาจากรายงาน “ยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า” ฉบับทางการที่กำลังพิจารณากันอยู่นี้ นั่นเอง รวมทั้ง .. วลีและข้อความอันมาจากการแถลงข่าว ปาฐกถา การบรรยาย กิจกรรมวิชาการและการประชาสัมพันธ์มิติอื่นใดจากทั้งผู้บริหาร นักวิจัยนโยบาย ผู้กำกับดูแลงบประมาณ นักวิจัย บุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดได้กลายเป็นคำสำคัญ ประโยคข่าวเด่น เฉกเช่นวงการ การบ้านการเมือง หรือสาขาวิชาการอื่น ๆ พึงกล่าวได้ว่า ปรากฏการณ์ข่าวที่น่าตื่นตะลึงทั้งหลายเหล่านี้ ได้กลายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย เรียกได้ว่าเป็น “วาทกรรมประจำวงการ” ไปแล้ว นั่นเอง และเมื่อหน่วยงานรัฐภาคการประยุกต์ รวมทั้งภาคการศึกษาอื่น ๆ นำไปสื่อสารเผยแพร่ต่อ นักเรียนนักศึกษาอ้างอิงทำรายงาน สื่อมวลชนขยายข่าวต่อความ จึงเกิดเป็นปรากฏการณ์ข่าวสารอันน่าแปลกประหลาดใจในสังคมไทยตามมา ซึ่งทั้งหมดนี้ หากย้อนกลับไปดูบทเรียนของ โครงการที่สวยงามขนาดใหญ่ในอดีตดังที่กล่าวมาแล้ว บ่งชี้ได้ว่าหนึ่งในอุปสรรคสำคัญสำหรับการพัฒนาวิทยาการสาขาใหม่หรือร่วมสมัยที่เริ่มต้นขึ้นก็คือ เกิดช่องว่างที่กว้างใหญ่ขึ้นจาก “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” ของภาครัฐไปสู่ภาคสังคมทั่วไป เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เนื่องจาก แม้เทคโนโลยีควอนตัมที่กำลังสนใจกันอยู่นี้ได้เริ่มเข้ามาพร้อมด้วยศักยภาพที่อาจจะเปลี่ยนแปลงสังคม (disturb) อย่างมีนัยสำคัญ ทว่า กลับพบสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างน่าวิตกร่วมอยู่มากมายด้วยเช่นกัน นั่นคือข่าวควอนตัมเกินจริงหรือข่าวเท็จนั่นเอง และยามใดที่สังคมไทยหยิบยกปรากฏการณ์ข่าวสำคัญ ประโยคข่าวเด่น ที่ปรากฏก่อนหน้าเหล่านี้กลับมาอ้างอิงใหม่ในอนาคต วาทกรรมคลุมเครือมากมายเหล่านั้นอาจถูกขนานนามว่าเป็น “Digital Footprint” ของวงการวิทยาศาสตร์ไทย ซึ่งเป็นเรื่อง น่าวิตกยิ่งนัก! จากข้อมูลเบื้องต้นที่ดูแปลกหูแปลกตาอันเกิดขึ้นในประเทศเหล่านี้ ควรได้ศึกษาสิ่งที่เกิดขึ้นคล้ายคลึงกันในต่างประเทศเพื่อการตรวจสอบเทียบเคียงข้อมูลข่าวสารด้วย ดังต่อไปนี้ “ข้อสังเกตต่อแผนที่นำทางทั่วไป” จากพื้นฐานวิชาการและความเห็นโดยทั่วไป แผนยุทธศาสตร์ที่เที่ยงแท้ ควรมีองค์ประกอบสำคัญอย่างน้อย 3 ประการ นั่นคือ หนึ่ง -การวางแผนที่รอบด้าน สอง -การนำไปปฏิบัติที่ชัดเจน และ สาม -สำคัญที่สุดคือการประเมินผลที่โปร่งใสและเป็นกลาง ซึ่งสามส่วนนี้ต้องเป็นวงจรที่ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ยุทธศาสตร์สามารถเป็นเครื่องมือที่มีชีวิตที่นำมาใช้เป็นแนวทางและสามารถปรับปรุงแก้ไขได้ตลอดเวลา สำหรับแผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทยนั้น จากการศึกษาประวัติ ที่มา ผู้เกี่ยวข้อง และอื่น ๆ นับว่าเป็นการเริ่มต้นสร้างแผนที่มีจุดเริ่มต้นที่ดีมากเช่นเดียวกับโครงการอื่น ๆ ใน อดีต และจะดียิ่งขึ้น ..หากสามารถสร้างให้เกิดกระบวนการที่เรียกว่า “รับฟังอย่างรอบด้าน" จากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกันได้ด้วย เช่นการรับฟัง “ความเห็นสาธารณะ” หรือ public hearing ที่มีต่อตัวเนื้อหารายงาน การรับฟังข่าวสารที่สัมพันธ์กันอื่น ๆ อันปรากฏอยู่โดยทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ เมื่อผสมผสานกับข้อมูลที่ปรากฏสอดคล้องจากทั่วโลก ทั้งนโยบายและแผนที่นำทางที่เกี่ยวข้อง บทวิพากษ์ทั้งจากผู้เชี่ยวชาญภาครัฐ อุตสาหกรรม ผู้กำกับดูแล (regulator) รวมทั้งจากผู้ตรวจประเมินอิสระ ที่มีต่อทั้งตัวนโยบาย แผนปฏิบัติการ รายงานผลวิจัย และข่าวสารอื่น ๆ ในสังคมแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “เทคโนโลยีควอนตัม” กำลังแสดงตนถึงศักยภาพที่สูงยิ่งนี้ มาพร้อมกับวาทกรรมที่พิลึกพิลั่นอย่างยิ่งด้วยเช่นกัน โดยกล่าวได้ว่าอุปสรรคหลัก ณ ปัจจุบันที่เด่นชัดของวงการ “เทคโนโลยีควอนตัม” ทั่วโลกก็คือ การสื่อสารวิทยาศาสตร์ด้วย “ภาพลักษณ์เกินจริง (hype)” นั่นเอง จากข้อมูลทั้งหลายเหล่านี้ มีข้อสังเกตสำคัญที่ดีประการหนึ่ง คือ ในหลายประเทศ ปรากฏมีหน่วยงานผู้ตรวจการอิสระจากการบริหารของภาครัฐ ได้ทยอยออกรายงานเทคโนโลยีควอนตัมที่เสนอข้อมูลครบหรือพร้อมกันทั้งสองด้าน ทั้งด้านที่เป็นศักยภาพสูงยิ่งรวมถึงด้านที่เป็นเงื่อนไขที่พัฒนาการด้านวิทยาศาสตร์ยังคงไปไม่ถึง ยังไม่สามารถอ้างได้ว่าเมื่อใช้งบประมาณภาครัฐไปแล้วจะเกิดประโยชน์ได้จริง รายงานที่เพียบพร้อมไปด้วยข้อมูลอ้างอิง การวิเคราะห์ผล และระบุเงื่อนไขสำคัญอย่างชัดเจนเหล่านั้น ได้รับการเผยแพร่ให้สังคมทั่วไปได้รับทราบ เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ใช้เป็นแนวทางตรวจสอบการใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐผู้จัดทำโครงการควอนตัมต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพสูงสุด และนั่นจึงเป็นวิถีทางตัวอย่างที่ดีเยี่ยมที่ควรปักหมุดไว้พิจารณากันต่อไป “ความเห็นและข้อเสนอแนะ” ย้อนกลับมายัง “แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ.2563 – 2572” แกนหลักของเรื่องราว ดังนี้ จากพื้นฐานวิชาการ ข้อมูล และความเห็นโดยทั่วไป มีประโยคที่น่าสนใจสอดคล้องกันที่ว่า “... การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่ดีไม่เพียงแต่ต้องทำให้เรื่องซับซ้อนเข้าใจง่าย แต่ยังรวมถึงการสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ ซึ่งต้องอาศัยทั้งข้อมูลที่ถูกต้องและ จริยธรรมที่เข้มแข็ง ของผู้สื่อนำสารออกไปสู่สังคมด้วย” ประกอบกับ “ความเห็นและข้อมูลสาธารณะ” ดังที่นำเสนอปักหมุดไว้ให้พิจารณามาแล้วนั้น ทั้งหมดได้นำมาสู่การจัดทำความเห็นและข้อเสนอแนะการปรับปรุง แก้ไขยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนงานนี้ โดย สาขาไอทีควอนตัม สมาคม IEEE Thailand section ประเทศไทย ตั้งชื่อแคมเปญรณรงค์นี้ว่า “1,500 วัน สานฝันควอนตัมไทย” โดยก่อนหน้านี้ สมาคมฯ ได้ระดมกำลังจัดทำโครงการสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่หลากหลาย โดยหวังว่าจะช่วยให้เจือจางปรากฏการณ์ “วาทกรรมควอนตัม” ของเมืองไทยดังที่ได้เกิดขึ้นอย่างมากมายมาตั้งแต่ก่อนช่วง COVID 19 ให้กลับเข้าสู่ความสมดุลย์ รวมทั้งได้จัดส่งข้อมูลข่าวสารไปยังบุคลากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับหนึ่งด้วยแล้ว เช่น ทั้งการจัดทำสื่อ หนังสือ สัมนา นิทรรศการ การสัมภาษณ์ พร้อมขอรับข้อคิดเห็นจากอดีตผู้บริหารวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้ที่ผ่านกาลเวลา ผู้มีประสบการณ์กับอดีตครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา อันเป็นผู้ที่ได้พบเห็นการเริ่ม มี ตั้งอยู่ และดับไปของโครงการใหญ่ในอดีต โดยเชิญมาร่วมกันแบ่งปันข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ แล้วเผยแพร่สู่สาธารณะ ซึ่งผลที่ได้ส่วนหนึ่งปรากฏความเห็นที่สอดคล้องใกล้เคียงกันกับกรณี “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” สู่สังคมด้วยวาทกรรมควอนตัมสุดลึกล้ำต่าง ๆ ดังที่ได้กลายมาเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอยู่ในขณะนี้ ซึ่งควรต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน เนื่องจากการ “ เป็นเหตุและเป็นผล” คือหลักการสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์ ดังนั้น การสื่อสารวิทยาศาสตร์จึงควรต่างจากเพียงการเป็นแค่ “เทคนิคการประชาสัมพันธ์” เพราะการกล่าวอ้างวาทกรรมโดด ๆ ถึงศักยภาพที่สูงยิ่งเพียงด้านเดียว อาจกลายเป็น “Digital Footprint” หรือผลลัพธ์ย้อนทางกลับมาสลายโอกาสตนเองในอนาคตได้อย่างน่าวิตก ขณะที่สังคมผู้เสียภาษีทั่วไปได้รับเพียงข้อมูลจากการสื่อสารที่เกินจริงหรือเทียมนั้น จนอาจเกิดความเข้าใจผิดพลาดได้โดยง่ายจากข้อมูลด้านเดียวเหล่านั้นอีกด้วย ดังนั้น จากหลักการ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” หรือ science communication ข้างต้น การสื่อสารเรื่องราวของแผนที่นำทางฯ ที่กำลังพิจารณาอยู่นี้ จึงควรเน้นให้สังคมทั่วไปเข้าถึงได้ สามารถร่วมตรวจสอบได้ ซึ่งก็จะได้รับผลที่ดีกลับมากับการช่วยเหลือขัดเกลาจากสังคมด้วยเช่นกัน แต่กระนั้นก็ตาม หากวาทกรรมอันเป็น “Digital Footprint” เช่นที่เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้นยังคงปรากฏโดดเด่น เพิ่มพร้อมมาด้วยวาทกรรมกลายพันธุ์จากบุคลากรรุ่นใหม่ด้วยพฤติกรรมเลียนแบบตามอย่างบุคลากรรุ่นก่อน ๆ หน้า โดยยังไม่สัมฤทธิ์ผลกับการสื่อสารวิทยาศาสตร์ต่อคำว่า “ควอนตัม” สู่สังคมไทยได้แล้ว นั่น ! จะเท่ากับว่า ขบวนรถของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยได้ตกลงไปในหลุมพรางที่ขุดขึ้นกันไว้เสียเอง เป็นการ “ติดกับดักภาพลักษณ์” ที่มักตบแต่งสร้างไว้ยามเริ่มโครงการ และกลายเป็นวาทกรรมที่คนรุ่นหลังทำตามอย่างซ้ำรอยไปกับประวัติศาสตร์โครงการวิทยาศาสตร์ไทยด้านที่อยากลืมของตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา (2520 - 2568: รถไฟสายเทคโนโลยีภาพลักษณ์ไทย - โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ [ จริยธรรมฯ ] ดังนั้น ความเห็นและข้อเสนอแนะสุดท้ายต่อการปรับปรุง แก้ไขยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนงานใน ‘แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย’ ที่ใช้นำทางผ่านมาสู่ปีที่หกหรือเกินครึ่งทางแล้วนี้ และก่อนที่จะหมดอายุลงในเวลาอีก “1,500 วัน” ข้างหน้า และก่อนจะกลายเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ร่วมสมัยที่ไม่อยากจำซ้ำเดิม คือ “ขอชวนให้เปิดเวทีรับฟังทุกฝ่าย สานทุกสาขาเข้าด้วยกัน สื่อสารวิทยาศาสตร์พร้อม ๆ กัน เพิ่มพลังบุคลากรทุกระดับให้มีส่วนร่วมเชิงลึกมากขึ้น และชวนผู้ตรวจการนานาชาติที่มีประสบการณ์มาช่วยกันวางแผนออกแบบการเดินทาง โดยทุกฝ่ายทุกคนควรได้ยอมรับ “สิ่งที่อาจเกิดความผิดพลาด” ที่เกิดขึ้นแล้ว และมาร่วมกันหาทางปรับปรุงแก้ไขด้วยความตระหนัก” โดยเฉพาะ การเปิดโอกาสให้สาธารณชนผู้รู้จากทุกสาขา เช่น ชีววิทยา ธรณีวิทยา สัตวแพทย์ ธนาคาร คมนาคมขนส่ง กสทช. อุตสาหกรรม หรือภาคประชาสังคม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการถูกอ้างเพื่อการประยุกต์ด้วยศักยภาพที่สูงล้ำของแผนที่นำทางควอนตัมเหล่านั้น ได้มาร่วมสะท้อนความเห็น อันอาจขยายให้รวมไปถึงสหสาขาอื่น ๆ ทั้งมนุษยศาสตร์สื่อสารมวลชน รวมถึงประวัติศาสตร์ได้ด้วยในภายหลังนั้น ควรได้ช่วยให้เส้นทางการเดินทางไปบนแผนที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและได้รับการสนับสนุนจากสังคมตลอดเส้นทางด้วย (Book Review - ควอนตัมศรีธนญชัย - ยงยุทธ ยุทธวงศ์) สรุป “ควรเปิดการรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและชวนผู้ตรวจการนานาชาติมาร่วมออกแบบการเดินทาง เพื่อให้แผนที่นี้บรรจุเส้นทางสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนได้ ลดความเสี่ยงจากภาพลวงตาเกินจริงอันหวังผลระยะสั้นต่องบประมาณหรือภาพลักษณ์ที่มาพร้อมกับความใหม่ของตัววิทยาการลง” “ไทยควอนตัมสำนึกชอบ” ก่อนหน้านี้ สมาคมฯ ได้ร่วมรณรงค์ต่อแนวทางข้อเสนอดังกล่าวด้วยการเผยแพร่ประโยคสั้น ๆ ที่ว่า “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” โดยหยิบยกมาเป็นแคมเปญรณรงค์ตลอดปีสากลแห่งวิทยาการควอนตัม หรือ International Year of. Quantum Science and Technology 2025 นี้ และต่อมาได้เพิ่มอีกหนึ่งคำสำคัญที่ว่า “ไทยควอนตัมสำนึกชอบ” อันหมายถึงการตระหนักใน “จริยธรรม และธรรมาภิบาล” โดยระมัดระวังต่อ “ผลประโยชน์ทับซ้อน” ทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่ระดับนโยบายและผู้เกี่ยวข้องควรยึดถืออย่างปฏิบัติเคร่งครัดเช่นเดียวกับแวดวงสังคมอื่น ๆ ที่กำลังประสบปัญหาคล้ายคลึงกันอยู่นั่นเอง บทส่งท้าย “แม้เดินช้า แต่ว่าไม่ควรถอยหลัง” ท้ายที่สุด ของฝากจากผลการศึกษาประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นตลอดกว่าสี่สิบปีที่ผ่านมา ผสานความเห็นจากผู้หลักผู้ใหญ่วงการวิทยาศาสตร์ไทย จึงมีแด่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับแผนที่นำทางควอนตัมฯ ไทย ดังนี้ สำหรับผู้บริหาร นักวิจัยนโยบายและฝ่ายผู้สนับสนุนที่เกี่ยวข้อง ขอเชิญชวนให้เปิดเผยสื่อสารข้อมูลครบทุกด้านให้ชัดเจนและติดตามความก้าวหน้าอย่างทันท่วงที พร้อมศึกษาและใช้บทเรียนบนเหรียญทั้งสองด้านจากอดีตกว่าสี่สิบปีของวงการมาปรับใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยลดช่องว่างด้วยการยึดโยงไปกับภาคสังคม และสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ ขอเชิญชวนสร้างสายใยร่วมเรียนรู้ข้ามสาขา ศึกษาความสำเร็จในอดีตพร้อมไปกับประวัติศาสตร์ที่เคยพลาดพลั้ง เพื่อเป็นอุทาหรณ์ เทคโนโลยีควอนตัมคืออนาคตเส้นทางใหม่ที่บุคลากรทุกวัยควรก้าวไปด้วยกัน บนเส้นทางเดียวกัน ซึ่งแผนที่สร้างงานฉบับนี้มีรากฐานความตั้งใจที่งดงาม จึงขอชวนให้ทุกฝ่ายร่วมกันปรับปรุงแก้ไขหรือแสวงหาแนวทางใหม่อื่น ๆ และขอเชิญชวนทุกท่านร่วมตระหนัก #ไทยควอนตัมสำนึกชอบ' [ เตือนใจควอนตัมไทย (ภาค ๕) ] ด้วยกัน เพื่ออนาคตที่จะภาคภูมิใจได้ร่วมกัน การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องง่าย ย่อมมีทั้งความล้มเหลวและความท้าทาย โดยเชื่อมั่นว่าหากทุกฝ่ายยอมรับความจริง ตั้งคำถามอย่างมีเหตุผล และร่วมมือกันอย่างจริงใจ จะสามารถนำพาประเทศไทยก้าวข้าวกับดักวาทกรรมไปสู่อนาคตที่ใช้ประโยชน์จากวิทยาการควอนตัมได้บ้าง ไม่มากก็น้อย ไม่ซ้ำรอยเหตุเดิมในประวัติศาสตร์ #เตือนใจควอนตัมไทย | ภาค ๔) ตรวจสอบย้อนหลังนโยบายควอนตัมไทย ทั้งหมดนี้ คือความเห็นและข้อเสนอแนะการปรับปรุง แก้ไขยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนงานใน ‘แผนที่นำทางควอนตัมฯ’ แผนที่นำทิศทางของไทยไปสู่เส้นทางที่ทุกคนภาคภูมิใจร่วมกัน นับจากวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ยังมีเวลาอีก “1,500 วัน เพื่อสานฝันควอนตัมไทย” -- | ณ ๑๕ พ.ย.๒๕๖๘ | “ ยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ (ควอนตัม) ไทย” | ศ.สุทัศน์ ยกส้าน | October 2025 | | “เข็มทิศควอนตัมไทย” | บทวิพากษ์แผนที่นำทางและเสียงทักเตือน | ศ.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ | October 2025 | | “การปรับปรุง แก้ไขยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนงาน ในแผนที่นำทางฯควอนตัม"| รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม | | วิทยาศาสตร์ ศีลธรรม และกับดักระบบราชการไทย” | ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ | ตุลาคม ๒๕๖๘ | โครงการ หนึ่งร้อยปีควอนตัมโลก ครึ่งศตวรรษควอนตัมไทย 100th World & 50th Thai Quantum S&T Anniversary #WorldQuantum100 #ThaiQuantum50 (เวปหลักโครงการ - Officiall Web) www.quantum-thai.org/100world-50thai-quantum-anniversary (รายละเอียดและกิจกรรม - Updated activities) www.quantum-thai.org/single-post/proposal-and-activities-iyq2025-thaiyq2025 The Sesquicentennial of Thai Telecommunications #ThaiTelecom150 (เวปหลักโครงการ - Main Web) https://www.quantum-thai.org/150th-thai-telecom-anniversary (รายละเอียดและกิจกรรม - Updated activities) https://www.quantum-thai.org/single-post/thai-telecom-150-th-anniversary-2025-project " เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง " IEEE ComSoc Oral History -- สนับสนุนโดย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ( กสทช .) หน่วยงานหลัก (Organizer) สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section ) และ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หมายเหตุ: ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org Alliance : Disclaimer: #ThaiTelecom150 & IYQ #ThaiYQ2025 - a public serving project by volunteers no conflict of interest & none of personal agenda involved ๐ since IYL2015 through IDL 2018 IDL 2019 IDL2020 IDL 2021 IDL2022 IDL2023 and 2024 Welcome volunteers ! ๐ ชุดคอลัมน์ 'เตือนใจควอนตัมไทย' “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” | ภาค ๑) ตรวจสอบย้อนหลังวิจัยฉ้อฉล | ภาค ๒) ตรวจซ้ำควอนตัมไทยยุค 90s | | ภาค ๓) ตรวจทานโนเบลควอนตัมโลก | ภาค ๔) ตรวจทิศแผนที่นำทางควอนตัมไทย ๒๕๖๓ | | ภาค ๕) ไทยควอนตัมสำนึกชอบ |
- (January 2026) - Yuval Boger - Quantum Computer
คอมพิวเตอร์ควอนตัมยังไม่มาหรอกหนา ระวังโฆษณาเกินจริง ! [ The goal of the quantum-computing industry is to build a powerful, functional machine capable of solving large-scale problems in science and industry that classical computing can’t solve. We won’t get there in 2026 !!! In fact, scientists have been working toward that goal since at least the 1980s , and it has proved difficult, to say the least.] from "Next-Level Quantum Computers Will Almost Be Useful" [ Previous QUOTES ] “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” | Quantum Computer | Quantum Communications |
- Quantum@China 2025 | ห้าข่าวไอทีควอนตัมจีน ๒๕๖๘ - ‘หุ้นพุ่งทะยาน’ | ลัทธิเดียวกัน ‘ปู่ไทยตามโหน’ | Year NEWS 2025
ควอนตัมจีนแผ่นดินใหญ่จาก “ปีแห่งความสับสน” (๒๕๖๔) สู่ปีแห่ง “บัญชีดำ” (๒๕๖๖) เดินทางผ่าน พ.ศ.๒๕๖๘ ปีที่วงการควอนตัมโลกฉลองอายุครบหนึ่งร้อย ( #WorldQuantum100 ) วงการควอนตัมพญามังกรยังเดินหน้าทุ่มทุนมหาศาลกับเทคโนโลยีควอนตัม -- -- รัฐบาลใช้แผนห้าปีล่าสุดและงบประมาณจำนวนมากเพื่อไล่ตามและพยายามแซงหน้าสหรัฐฯ ทั้งด้านคอมพิวเตอร์ควอนตัม การสื่อสารควอนตัม และการประยุกต์ใช้เชิงอุตสาหกรรม แต่เบื้องหลังเหล่านี้ยังเต็มไปด้วยวาทะ “เกินจริง (hype)” หรือการโฆษณาเกินเหตุที่ผสมผสานกับวาระ (propaganda) การเมือง การเคลมว่า “ผู้นำควอนตัมโลก” หรือ “แซงหน้ากูเกิล (Google)” ไปแล้ว ยังคงเป็นแค่หลักการและวาทกรรมคล้ายกับปีก่อน ๆ หน้า ที่ก็หนักหนาเช่นกัน อาทิ ปี พ.ศ.๒๕๖๔ (2021) ให้ข่าวสมาร์ทโฟนควอนตัมแฮกไม่ได้ (unhackable) ซึ่งแท้จริงเป็นแค่ซิม SIM การ์ดเข้ารหัสธรรมดาอ้างชื่อควอนตัมเท่านั้น และปี พ.ศ.๒๕๖๖ (2023) โหมผลงานโครงข่ายสื่อสาร (รหัสลับ) ควอนตัมไกลสุดถึง 100 กิโลเมตร (quantum secure direct communication - QSDC) ด้วยการทดลองเสร็จแล้วรื้อ (lab demo) แนวเดียวกับที่โลกตะวันตกเคยคุยโอ่เพื่อหางบวิจัยมาก่อน ไปจนถึงอ้างศักยภาพควอนตัมพ่วงโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่หก (6G) ก็ยังมี จากข้อมูลสาธารณะตลอดทั้งปี 2025 ที่ผ่านมาพบว่าควอนตัมจีนโดดเด่นมากกับคำเทคนิคเหล่านี้ “ error correction (แก้ไขปัญหาคิวบิตหรือหน่วยคำนวณอายุสั้น)” และ “ขายได้แล้ว” กระนั้น ยังเป็นข่าวอ้างผลวิชาการ มีผลดีเฉพาะกับราคาหุ้นและการดูดงบรัฐที่ได้หนักหน่วงกว่าเดิม โดยที่หุ้น QuantumCTek เคยพุ่งถึง 924% เพียงวันแรกที่เข้าตลาดเมื่อปี 2020 แล้วร่วงมาโดยตลอด แต่ปี 2025 นี้ปั่นกันจนกระทั่งสูงเป็นสถิติใหม่ แม้ยังไม่เคยมีลูกค้ารหัสลับควอนตัมที่แท้จริง ผู้ผลิตก็ไม่ใช้งานดูแลความปลอดภัยให้กับตนเอง มีไว้เพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น ... ครึ่งทศวรรษที่ผ่านมาจนถึงปี 2025 ควอนตัมจีนแม้อลังการระดับโลกหากยังคงภาพความ 'สับสน' และ 'สลัว ๆ' ปะปนอยู่มากเช่นเดิม ! กระทั่งท้ายปี รหัสลับควอนตัมจีนแนวซ่อนเร้นข้างต้นอันได้ประโยชน์ก็เพียงแค่ที่เมืองจีนเองเท่านั้น กลับนำพาทีมใหญ่มาปรากฏตัวกันถึงในเมืองไทย ... จนได้ ! ขณะที่ทั้งปีฉลองครึ่งศตวรรษควอนตัมไทย ( #ThaiQuantum50 ) เพื่อช่วยกันหาทางแก้ไขผลกระทบหนักหน่วงจาก “แผนที่การพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย (พ.ศ.2563 – 2572)” ที่กำเนิด จากวัฒนธรรมการสร้างภาพลักษณ์เก่าแก่ของอดีตผู้บริหารวงการวิทย์ สังคมวิทย์ไทยได้พบการห้อยโหนควอนตัมจีนสร้างเวทีภาพลักษณ์ใหม่อีกครั้งใหญ่ก่อนขึ้นปี พ.ศ.๒๕๖๙ กลายเป็นอีกหนึ่ง digital footprint การตกกับดักหลุมภาพลักษณ์หลุมเดิม อีกครั้ง ... เอวัง ! สรุปห้าข่าวไอทีควอนตัมจีน พ.ศ.๒๕๖๘ 1) เปิดตัวคอมพิวเตอร์ควอนตัมจีนสถิติใหม่ 105 qubits - แล้วอย่างไร ? (มีนาคม 2025) ชิปคอมพิวเตอร์ควอนตัม Zuchongzhi 3.0 ทำจากตัวนำยวดยิ่ง (superconducting) ที่ต้องหล่อเย็นจัด ๆ พัฒนาโดยทีมนักวิจัยจีนจาก University of Science and Technology of China (USTC) นำโดยศาสตราจารย์คนดัง เจียน เหวยพาน (Pan Jianwei) เจ้าของโครงการดาวเทียมควอนตัมดวงแรกของโลก ปรากฏตัวด้วยจำนวนคิวบิต (qubit) สูงถึง 105 อ้างว่าทำลายสถิติโลกในด้านเฉพาะที่ตนประสงค์อ้างเอง (random quantum circuit sampling) โดยเร็วกว่าคอมพิวเตอร์ปกติ 10^15 เท่า ... เอาอีกแล้ว ! ข่าวนี้ประกาศหลังตีพิมพ์ผลวิจัยใน Physical Review Letters และแม้จะโฆษณาโดดเด่นว่าโดยมีค่าผลลัพธ์ยอดเยี่ยม (fidelity 99.90% สำหรับ single-qubit gates ที่อ้างเฉพาะตนเอง) แต่ทั้งหมดนั้นคือก้าวหน้าจริงในด้านจำนวนคิวบิตของวิธีวิจัย มิใช่การใช้งานได้จริง แต่อย่างใด การอ้างว่าทำงานได้เร็วกว่าระดับอภิมหาโค-ตะ-ระ (1 quadrillion times faster) จึงไม่ต่างจากกรณีชิป Jiuzhang เมื่อห้าปีก่อนหน้า (2020) ที่เคยอ้างแล้วอ้างอีกอ้างอยู่ว่าบรรลุ ‘อุตมภาพเชิงควอนตัม’ (quantum supremacy) ตามติดกูเกิลมา แต่ทั้งหลายทั้งปวงนั้นคืองานวิจัยพื้นฐาน หามีที่ใดใช้งานจริงได้ ต่อมา ธันวาคมทีมเดิมเปิดตัวชิปใหม่ Zuchongzhi 3.2 เวอร์ชันอัปเกรดจาก Zuchongzhi 3.0 บรรลุจุดที่ระบบสามารถแก้ไขข้อผิดพลาด (error correction) ได้ดีขึ้น ทำให้เครื่องใหญ่ขึ้นโดยไม่เสียความเสถียร อ้างว่าแรงแซงกูเกิล “beating Google in efficiency” และเป็นครั้งแรกนอกประเทศลุงแซม (first outside US) อีกแล้ว ! การอ้างเฉพาะตนขนคำสรรเสริญเฉพาะทางทั้งปี มีไว้เพื่อแข่งแสนยานุภาพกันเท่านั้น มิใช่การใช้งานได้จริงแต่อย่างใดหนา ท่านผู้ชม ! ๐ ดาวเทียมควอนตัมรับใช้ประชาชน และ "ควอนตัม "ตัวตึง" ไทย สรุปข่าว พ.ศ.๒๕๖๕ ๐ Alibaba ร่ำลาควอนตัมแล้ว ! ลงทุนแสนล้านยังเลิก - สรุปข่าวไอทีควอนตัม ๒๕๖๗ ๐ "ควอนตัมก้าวกระโดดที่ประเทศจีน หลงใหลเข้าใจผิดในประเทศไทย !" 2) เปิดบริการคอมพิวเตอร์ควอนตัมเชิงพาณิชย์ รองรับการใช้งานทั่วโลก - ไอ้หยา ! (ตุลาคม 2025) ข่าวขนานกันมา ชิปดังที่ว่า Zuchongzhi 3.0 เปิดบริการให้ธุรกิจและนักวิจัยเข้าถึงผ่าน cloud platform ที่ให้ชื่อว่า Tianyan โดยรองรับผู้ใช้จาก 60 ประเทศ บริการนี้ประกาศในเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งอ้างว่าเป็นการ ก้าวสู่ระยะประโยชน์เชิงพานิชย์ กันแล้วล่ะ กาลามสูตร ! การใช้งานเชิงพาณิชย์ที่ว่านั้น คือ “จ่ายเพื่อทำวิจัย” กันเองเท่านั้น ส่วนผู้ใช้ชาวบ้านทั่วไปหาได้มีประโยชน์จากการค้าขายใด เพราะคอมพิวเตอร์ควอนตัมยังทำแม้เพียงการบวกเลข 1+1 ให้เท่ากับ 2 ไม่ได้ ดังนั้น ‘การใช้งานเชิงพาณิชย์’ จึงควรพิจารณาแยกแยะให้ออกว่าใครคือลูกค้า พ่อค้า แม่ค้า พี่ค้า น้องค้า ใครขายใครซื้ออะไร ฯลฯ ปัญหา ‘ควอนตัมกำกวม’ จากการโฆษณาสังคมทั่วไปยังต้องร้องระงมกันต่อ ๐ Quantum Computer -- คอมพิวเตอร์ที่สามารถคํานวณหาคําตอบของ บางโจทย์ปัญหา ได้เร็วกว่าเครื่องรุ่นเดิมในระดับทวีคูณ แต่ ... มิได้เป็นที่คาดหวังในอนาคตอันใกล้ให้มาแทนแบบดั้งเดิมที่มีขีดความสามารถจํากัดแต่อย่างใด 3) รายงาน Vying for Quantum Supremacy ชี้จีนไล่ตามสหรัฐฯอย่างรวดเร็ว ดังนั้น "ทำเนียบขาวจ่ายงบวิจัยเพิ่มสิ รออะไร" ! (พฤศจิกายน 2025) รายงานจาก US-China Economic and Security Review Commission (USCC) ชี้ว่าจีนลงทุนหนักในด้านการสื่อสารและรหัสลับควอนตัม (quantum communications & cryptography) ตั้งแต่ปี 2000s มาแล้ว โดยคาดว่าจีนใกล้บรรลุ "cryptographically relevant quantum computing" หรือการไล่แกะถอดรหัสชาวบ้านซึ่งอาจกระทบความมั่นคงได้ รายงานนี้เผยแพร่เดือนพฤศจิกายน 2025 และเตือนถึงการใช้ควอนตัมเพื่อภารกิจสุดโต่ง “crack US nuclear deterrence” ไปกันใหญ่ ! เป็นอีกครั้งที่สหรัฐฯ อ้างความก้าวหน้าของจีนด้าน 'การสื่อสาร' แต่กลับไปขู่กันเองด้าน 'การคำนวณ' ... มีอะไรในกอไผ่แน่แล้ว ระวัง ! ก่อนจะโดนรายงานจริงจากสหรัฐฯต้มเปื่อยอีกครั้ง วิเคราะห์ รายงานจริงแต่เกินจริง “ควอนตัมก้าวกระโดด (quantum leap)” เป็นวาระที่สหรัฐฯด้วย ก่อนหน้าเคยอ้างว่าจีนนำด้าน “การสื่อสาร” (ดาวเทียมควอนตัม) แต่ไปตะล่อมงบเพื่อ “การคำนวณควอนตัม” พ่วงเอไอและชิป แทนสมัยรัฐบาลทรัมป์รอบแรก รอบนี้ขู่อีกครั้งใหญ่อีกครั้งว่า “จีนลงทุนหนัก" แต่นั่นคือ 'การสื่อสารหรือรหัสลับควอนตัม' นะโยม เทคโนโลยีที่ไม่มีใครใช้แม้ สภาความมั่นคงของสหรัฐฯเอง (NSA) เองยังไม่เล่นด้วยเลย หน่วยงานความปลอดภัยไซเบอร์โลกอื่น ๆ (UK FR DE) ปฏิเสธเทคโนโลยีชนิดนี้เรียบ เพราะมีไว้เพื่อการศึกษา เพื่อสร้างสนามการทดลองพัฒนาบุคลากรเท่านั้น ดังนั้น การที่อาจารย์มหาวิทยาลัยสหรัฐร่วมกับนโยบายปั้นเรื่อง “การสื่อสารควอนตัม” จีนมาขู่ถึงขั้นมีคำว่าป้องกันระบบ "นิวเคลียร์" นั้น ก็เพื่อไปปั่นงบ “การคำนวณควอนตัม” จากรัฐบาลวอชิงตันซ้ำเดิมอีกครั้งใหญ่ นั่นเอง ! บทเรียนไทย สหรัฐฯและจีนปั่นและบลัฟกันอย่างไรก็เกิดประโยชน์ สร้างวิทยาการและการสร้างบุคลากร ให้ก้าวหน้าเป็นปกติแม้มีวาระซ่อนเร้น (propaganda) หากเป็นยุทธศาสตร์ภายใน ปล่อยให้กระทบการสื่อสารวิทยาศาสตร์สู่สังคมตนเองบ้างแต่เขายังมีภูมิคุ้มกันหมู่ที่สูงที่ดีเยี่ยม ทว่า กรณีแผนที่นำทางควอนตัมไทยที่ปั่นการประยุกต์แซงหน้ามหาอำนาจของโลกทั้งสองนั้นไปไกลลิบ (อาทิ ลงทุนวิจัยสองร้อนล้านได้ “ควอนตัมอินเทอร์เน็ตใช้งานแล้ว” “อัลกอริทึมไทยพลิกประเทศ ใช้ควอนตัมจัดอันดับผู้กู้ หนี้เสีย ดูแลสุขภาพสัตว์ ลดความเหลื่อมล้ำ ฯลฯ”!) แผนงานความฝันจินตนาการปั่นกันเองไม่เกรงใจสหรัฐฯและจีนแบบนั้น มียุทธศาสตร์และผลลัพธ์อะไรซ่อนเร้นอยู่ สร้างภูมิคุ้มกัน ควอนตัมศรีธนญชัย ให้สังคมไทยได้แน่หรือ ? 4) คำตือนจากโนเบลควอนตัม “จีนทุ่มทุนมหาศาลสำหรับควอนตัมกับเอไอในแผน 2026 ใกล้แซงสหรัฐฯแล้ว” - เพียงวาทกรรมปั่นหุ้น ? (ธันวาคม 2025) จีนตั้งกองทุนรัฐใหม่ซ้ำอีกครั้งใหญ่ (double down) กับงานควอนตัมและเอไอ รวมถึงระบบงานย่อยอื่น ๆ โดย Bloomberg รายงานว่า เจ้าของรางวัลโนเบลควอนตัมจากสหรัฐฯคนล่าสุด เตือนว่าจีนวิ่งกวดมาประชิดระดับห่างกันแค่ขนจมูกแล้ว “China is 'nanoseconds' behind in quantum race” ซึ่งข่าวนี้ผูกกับงบมหาศาลสำหรับงานควอนตัมเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรม เมื่อดูเขาผู้นี้ทำและพูดแบบนี้ซ้ำ ๆ มาหลายปี ชักจะยังไง ๆ อยู่หนา ปรมาจารย์ท่านนี้ก็คือ John Martinis นั่นไง ผู้เริ่มวาทกรรมการใช้ซูปเปอร์คอมพิวเตอร์ “งานนานหมื่นปีเหลือเพียงไม่กี่นาที” หากมาใช้เครื่องควอนตัมแทน แถลงในนามของหัวหน้ากลุ่มวิจัยควอนตัมของกูเกิลเมื่อท้ายปีที่โควิด19 เริ่มมาเยือน ต่อมากลับเตือนนักวิจัยว่าอย่าขายแนวคิดเกินจริงเสียเอง อ้าว ! ท่านนั่นแหละหนาที่ร่ายวาทกรรมนำทั้งโลกให้คุยโม้ตาม ๆ กันมานับได้ถึงหกปีแล้ว กลับมาหน้าเวทีอีกครั้งหลังรับโนเบล 2025 พูดความจริงเพียง 'ไม่กี่นาที' จากหลังเวทีบ้างก็ได้หนา ! กาลามสูตร ! ข่าวควอนตัมแบบนี้พูดทีไร “หุ้นขึ้น” ทุกที แม้ไม่ปรากฏมีของให้ชาวบ้านทั่วไปได้ใช้งานหรือสินค้าสร้างมูลค่าในตลาดไอทีทั่วไป ใครคิดจะตามกระแสวาทกรรมเพื่อประโยชน์อันใดก็ควรพิจารณาให้ดี โดยเฉพาะหุ้น "คอมพิวเตอร์ควอนตัม" ในตลาดหุ้นสหรัฐจากที่เคยอยู่ก้นเหวกันมาหลายปี เกือบถูกถอดจากตลาดเพราะราคาต่ำกว่า $1 (DWAVE IONQ) กลับมาขึ้นดอยช่วงท้ายปี 2025 กันถ้วนหน้า (ดู 5 ข่าวเฝ้าติดตาม) จึงทำให้ หุ้น "รหัสลับควอนตัมจีน" ที่ไม่มีใครใช้ได้รับอานิสงส์ไปด้วย ส่วนหนึ่งจากการปั่นของนักวิชาการ "หมื่นปี" ผู้นี้ด้วยแน่ … มันเป็นเช่นนั้น นั่นเอง ! 5) 🇨🇳 “ลัทธิรหัสลับควอนตัมจีน” ใช้งานแค่บนเวที ทำงานด้วยวาทกรรม - นำมาถึงเมืองไทย (อีก) แล้ว ! (ธันวาคม 2025) ด้านการสื่อสาร quantum cryptogrpahy (QKD) ยังคงมีเพียงที่ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้เท่านั้นที่มีซื้อขาย ไม่มีบริษัทใดในโลกนำ QKD เครื่องมือเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้นไปเข้าตลาดระดมทุนยกเว้นหนึ่งเดียวที่จีน ไม่ขายเป็นสินค้าเชิงไอทีและมีข้อมูลสินค้าเทียมโฆษณาประกาศขายด้วยอีก อาทิ ซิม (SIM) ควอนตัม - OMG! การโฆษณาที่มีอย่างล้นเหลือ อาทิ ระบบรักษาความปลอดภัยสมบูรณ์แบบ แฮกไม่ได้ (unhackable) ! ๐ (9 July 2020) China Stock Euphoria Lifts IPO to Record 924% First-Day Gain ๐ หุ้นควอนตัม "เซี่ยงไฮ้" กับสินค้าควอนตัมพิลึก [ 1 , 2 , 3 ] ๐ ควอนตัมจีนขึ้น "มือถือ" (2022) บริษัท Quantum Ctek นี้คือหนึ่งรายชื่อที่ถูกกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ สั่งห้ามยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะด้านหลังทำงานกิจกรรมทหารในพื้นที่มีปัญหา แต่มิเคยปั่นป่วนเพราะที่นั่นคือประเทศหลังม่านไม้ไผ่ ไม่เน้นการขายรหัสลับควอนตัม ไม่มีใครใช้แม้ผู้ผลิตเองและแม้ถูกแบน แต่ยังระดมทุนในตลาดหุ้นอยู่ได้อย่างหน้าชื่นตาบาน ราคาร่วงมานานแต่กลับพุ่งทะลุฟ้าด้วยอานิสงส์จากโลกตะวันตกเฉยเลยท้ายปี 2025 หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีนไม่เหมือนที่ใด ไม่มีใครเข้าใจบริษัทมหาชนพิลึกพิกลนี้ลึกซึ้งนัก เพราะแม้รายงานประจำปีถามกันให้แซ่ดแต่ไม่เคยปรากฏ บริษัทนี้มีชื่อ Jian Wei Pan หัวหน้าโครงการดาวเทียมควอนตัมอันเรื่องลือร่วมด้วย เคยเปรยเบา ๆ ว่า “ถือหุ้นเท่านั้น” และเทคโนฯ QKD ที่ทำจนโด่งดังนั้นคือ “คำตอบชั่วคราว” แปลเป็นภาษาทั่วไปคือไม่สามารถที่จะนำไปใช้งานอะไรได้จริง ดังนั้น QKD ภาคพื้นดินหรือดาวเทียมนั้นจึงเป็นสินค้าชั่วคราว “รหัสลับควอนตัม” ที่นำเข้าตลาดหุ้นจึงทำงานด้วยจินตนาการชั่วคราว ขณะอยู่บนเวทีแถลงข่าวแบบชั่วคราว เท่านั้น ‼️ ล่าสุดอีกหนึ่งบริษัทผลิตผู้เครื่องกระจายกุญแจรหัสลับ (QKD) แตกยอดออกมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน (USTC) ยังคงให้ข่าววาทกรรมทำสิ่งที่ไม่ต่างจากปีก่อนหน้า ออกงาน จัดแฟร์ จับไมค์ ร่ายวาจา กดปุ่มเปิดงาน ฯลฯ “ใช้งานได้แค่บนเวที ทำงานด้วยเพียงวาทกรรม” QKD จีนยังคงผลิตข่าวแบบนี้มาทุกปี กระนั้น ประโยชน์ที่ประเทศนี้มีแน่ นั่นคือ การสร้างบุคคลากรเฉพาะทางจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว เป็นวาระซ่อนเร้นที่เพิ่มโอกาสภายในประเทศได้อย่างดีเยี่ยม ปี 2025 QKD จึงยังคงแผ่ขยายทั่วประเทศเพื่อการสร้างคนและพัฒนาสนามทดลองทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก และมั่นใจสำหรับปีต่อ ๆ ไปได้เลยว่า จะปรากฏ งาน จัดแฟร์ จับไมค์ ร่ายวาจา กดปุ่มเปิดงาน อีกมากอย่างแน่นอน อนึ่ง QKD หรือเทคโนโลยีรหัสลับควอนตัมที่ว่านี้ หน่วยงานความปลอดภัยไซเบอร์โลกทั้ง NCSC ( National Cyber Security Centre - UK 2018), NSA ( National Security Agency - US 2020), ANSS ( Agence nationale de la sécurité des systèmes d’information - France 2022), and BSI ( Federal Office for Information Security - Germany 2022) ไม่แนะนำให้ใช้งานรหัสลับเชิงควอนตัม แม้บริษัทผู้ผลิต (เพื่อการศึกษาและวิจัย) หลายแห่งทั่วโลก (สวิสฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) ก็ยังไม่ใช้สินค้าที่ผลิตดูแลความปลอดภัยไอทีให้ตนเองเลย ... แต่ แต่ ... (2021 - propaganda) แม้ไม่เกิดประโยชน์กับที่อื่นใด ประเทศไทยกลับไปรับมาทั้ง ๑) สำนักข่าวพันธมิตรขยายข่าววาระลัทธิควอนตัมจีน (2022) ๒) แอบพ่วงขายฝึกอบรมให้การไฟฟ้าฯเมืองไทยแล้ว (2023) ! และล่าสุด ๓) ภาครัฐฉลองความสัมพันธ์ครึ่งศตวรรษขยายฐานวาระจีนกับทีม QKD กลุ่มใหญ่ โดยประกาศความร่วมมือควอนตัมนั้นว่า "เป็นหนึ่งใน สาขาความรู้ที่มีศักยภาพสูงสุดในการขับเคลื่อนอนาคตของมนุษยชาติ" ... อุเหม่ ! “จีนมิได้หลอกไทย แต่สำนักข่าว เอกชน และภาครัฐวท.ไทยกลับนำมาแต่งเติมซ่อนเร้นหรือจินตนาการ กัน ไปเอง !” สรุปและบทเรียน 'จากจีนสู่ไทย' ปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ควอนตัมจีนก้าวหน้ามากมายจริงแต่พร้อมไปด้วยวาทกรรมเกินจริง “เป็นปกติ” ตั้งแต่เคลมว่าแซงกูเกิล จนถึงเจ้าของรางวัลโนเบลฟิสิกส์ (ควอนตัม) ผู้สร้างวาทกรรมคนแรก “ซูปเปอร์คอมฯ ทำงานหมื่นปีเหลือไม่กี่นาทีด้วยควอนตัม” ออกมาเตือนว่าจีนตามหลังสหรัฐฯประชิดเหลือแค่นาโนวินาทีแล้ว ทั้งหมด ยังคงเป็นวาทกรรมของคนในวงการนี้กันต่อไปแบบที่ไม่สนใจด้วยว่าฟองสบู่ควอนตัมกำลังจะแตก แถมแบกหุ้นควอนตัมบริษัทการสื่อสารรหัสลับควอนตัมที่ไม่มีใครใช้งานจริงให้พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตามตลาดหุ้นนิวยอร์คที่เน้นหุ้นด้านการคำนวณด้วย ดังนั้น พ.ศ.๒๕๖๘ ควอนตัมจีนยังคงเป็นปีแห่งการ ‘พุ่งทะยาน’ ของการจัดเวทีข่าวที่ไม่มีท่าทีจะหยุดยั้ง กระนั้น แม้ควอนตัมจีนดูพิลึกพิกลการพูดจาจะไม่ค่อยจะตรงกับสิ่งที่ทำ แต่ความก้าวหน้ามากมายทั้งวิทยาการและจำนวนบุคลากรที่พุ่งพรวดนั้นคือประโยชน์แท้จริงเป็นวิถีปกติหนึ่งในลัทธิของสังคมที่มีระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ หากความพิลึกที่หนักหนากว่ากลับมาอยู่ตรงที่ว่า เมืองไทยดันไปตามติดขอพ่วงขบวนรถควอนตัมจีนแบบไม่ลืมหูลืมตา ทั้งสำนักข่าวพันธมิตรเผยแพร่ข่าวมือสองและปู่โสมเฝ้าทรัพย์วงการวิทย์ไทยตามไป “ห้อยโหน” หลังจากที่เคยเป็นหนึ่งในต้นน้ำของ “แผนที่การพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย (พ.ศ.2563 – 2572)” สองร้อยล้านได้รายงาน “ควอนตัมอินเทอร์เน็ตใช้งานแล้ว” “อัลกอริทึมไทยพลิกประเทศ ใช้ควอนตัมจัดอันดับผู้กู้ หนี้เสีย ดูแลสุขภาพสัตว์ ลดความเหลื่อมล้ำ ฯลฯ” ที่รู้จักกันในชื่อควอนตัมไทยฉบับใช้ ‘ดูแลสุขภาพสัตว์’ แล้วจางหายไป * เมื่อถึงท้าย ปี Baby Boomers วิทย์ไทยกลับมาให้กำเนิดเวทีควอนตัมอีกครั้งใหญ่เกี่ยวพ่วงไปกับกระแสควอนตัมของจีน ... ฤา จะเป็นภาพภาระแด่ลูกหลาน อีกงานใหญ่ ? #ควอนตัมนี่มันร้ายจริง ๆ * มรดกทางวัฒนธรรม " การสถาปนาภาพลักษณ์ รางวัล และสรรเสริญตนกันเอง" ของผู้บริหารวิทย์รุ่น Baby Boomers ได้สร้างและตกทอดเลียนแบบต่อมายังผู้บริหารรุ่น Gen X ( #ปัญญาอลวน ) ย้ายเวทีมาพ่วงกับภาพลักษณ์ความขลังของคำว่า "ควอนตัม" กระทั่งให้กำเนิด “ต้นน้ำนโยบายควอนตัมพิลึกพิลั่น !” (6/06/62) #ควอนตัมศรีธนญชัย ต่อขยายเรื่อยมามาจนถึงทัายปี ๒๕๖๘ ... ๐ Quantum at China ๐ Quantum@China 2024 | สรุปข่าวไอทีควอนตัม ๒๕๖๗ | Alibaba ร่ำลาควอนตัมแล้ว ! Quantum@China 2023 | Blacklist - Quantum CTek@China | บริษัทควอนตัมจีนถูกขึ้นบัญชีดำ | Quantum@China 2022 | สรุปข่าวไอทีควอนตัม ๒๕๖๕ | Quantum IT Year NEWS 2022 | Quantum@China 2021 | สิบข่าวไอทีควอนตัมจีน ๒๕๖๔ | ปีแห่งความสับสน Quantum@China 2020 | สรุปข่าวไอทีควอนตัม - Quantum IT EP.4 | Quantum@China 2019 | ควอนตัมจีน ๒๕๖๒ | Quantum IT Year News | ๐ Quantum@China Play List ๐ กาลามสูตร ' พิสูจน์ด้วยตนเอง' | คอมพิวเตอร์ควอนตัม | วิทยาการรหัสลับเชิงควอนตัม | | Quantum KI T project | ควอนตัมกับความคิด | How to understand quantum ? |













