top of page
QICTechFACTcheckLoGoWhite-2021.jpg

(คำถาม & คำตอบ) | Q & A -- สนทนากับผู้บริหารวิทย์ Baby Boomers | สุทัศน์ ยกส้าน | SIAM–Quantum Nexus | นโนบายควอนตัมไทยอย่างไรต่อ ? | #ไทยควอนตัมสำนึกชอบ2026 |

  • รูปภาพนักเขียน: K Sripimanwat
    K Sripimanwat
  • 1 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 3 นาที

อัปเดตเมื่อ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คำถาม & คำตอบ

Pre-event - โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ


พลังทางปัญญาจากกลุ่ม “ที่ปรึกษาอาวุโส” (The Luminaries) 

“สะพาน” เชื่อมโยงอดีตของวงการวิทยาศาสตร์ไทยเข้ากับอนาคตที่ท้าทาย



(อารัมภบท)


การสร้างชุมชนเทคโนโลยีควอนตัมที่ยั่งยืนและครอบคลุมสำหรับประเทศไทย

(Building a Sustainable and Inclusive Quantum Technology Community in Thailand)


ในยุคที่เทคโนโลยีควอนตัมกำลังกลายเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาดิจิทัล เศรษฐกิจ และสังคมทั่วโลก ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างชุมชนความรู้ที่ยั่งยืนและครอบคลุม เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัล (digital divide) ส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้จากพื้นฐานฟิสิกส์ควอนตัมสู่การประยุกต์ทางวิศวกรรม และเตรียมความพร้อมให้ประชาชน นักวิจัย และผู้กำหนดนโยบายสามารถมีส่วนร่วมอย่างมีวิจารณญาณ จากบทเรียนในอดีตพบว่าอุปสรรคหลักมิใช่เพียงศักยภาพทางเทคนิค แต่รวมถึงธรรมาภิบาล การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง และการเข้าถึงความรู้ที่เท่าเทียม โครงการ SIAM–Quantum Nexus จะจัดขึ้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์มดิจิทัลและศูนย์กลางความรู้ควอนตัม โดยมุ่งเน้นสี่แกนหลัก (Quantum Communications, Quantum Sensing, Quantum Computing, และ Authentic Science Communication) เพื่อติดตามและสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ ป้องกันข้อมูลคลาดเคลื่อน และส่งเสริมนวัตกรรมที่รับผิดชอบต่อสังคม


SIAM–Quantum Nexus หรือ SQN แพลตฟอร์มการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีเป้าหมายสำคัญในการ เชื่อมโยงองค์ความรู้กับการสื่อสารวิทยาการควอนตัมอย่างมีธรรมาภิบาลเข้าด้วยกันอย่างบูรณาการ ภายใต้บริบทสังคมไทยและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ มิได้มุ่งเพียงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงเทคนิค หากให้ความสำคัญกับทั้งความเข้าใจเชิงโครงสร้าง (อดีต ปัจจุบัน อนาคต) การสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างมีวิจารณญาณ​รวมทั้งเรื่อง จริยธรรม ธรรมภิบาลและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมวางรากฐานการพัฒนาความรู้สาขาเทคโนโลยีใหม่บนพื้นฐานกลศาสตร์ควอนตัมในประเทศอย่างยั่งยืน


พบกับ

“การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่เที่ยงแท้

(authentic science communication) 

ด้วยจริยธรรม ธรรมภิบาล ละเลี่ยงซึ่งผลประโยชน์ทับซ้อน


 (Q&A session)


คำถาม ๑) : ตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยผ่านการลงทุนวิจัยทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายระลอกซึ่งบริบทและเทคโนโลยีเปลี่ยนไปตามเวลารวมทั้งงบอัดฉีดฐานะ “เทคโนโลยีอุบัติใหม่” หรือร่วมสมัย ตั้งแต่ตัวนำยวดยิ่ง (1980s) นิวเคลียร์ (1980s) ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (1990s) ฮอโลแกรม (1990s) ฮาร์ดดิสก์ (2000s) 3G (2000s) UAV - อากาศยานไร้คนขับ (2000s) นาโนเทคโนโลยี (2000s) ดิจิทัลทีวี (2010s) เทคโนโลยีควอนตัม (2010s) กลับมาไมโครอิเล็กทรอนิกส์ หรือชิป (2024) ต่อมาถึงยุค EV และ AI ซึ่งล้วนเริ่มจาก ความหวังเชิงยุทธศาสตร์ และ งบประมาณจำนวนมาก พร้อมกับเวทีกิจกรรมสาธารณะที่คึกคักเสมอเฉพาะช่วงเริ่มต้นโครงการ

จากมุมมองของท่าน อะไรคือ “ผลลัพธ์ดีที่ได้รับ ความผิดพลาดและ/หรือบทเรียนสำคัญ” เพื่อขอนำความเห็นมาใช้ออกแบบกิจกรรม SQN ที่กำลังจะจัดทำขึ้นให้เป็น "แพลตฟอร์มสาธารณะที่อยู่รอดได้ด้วยตัวเอง" (Self-sustained) อย่างยั่งยืนแม้ในวันที่กระแสควอนตัมไม่เป็นข่าวหน้าหนึ่งต่อไปแล้ว ?

(สุทัศน์) เพื่อไม่ให้มันกลายเป็นภาระของลูกหลานก็ควรจะลดปัญหา ขอดัดแปลงเป็นแพลตฟอร์มที่อย่าเน้นแค่คำว่าคอนตัมอย่างเดียว เน้นฟิสิกส์ทุกเรื่อง เพราะควอนตัมมี Output ค่อนข้างน้อยให้กว้างขึ้นแล้วก็ PR งานออกไปให้คนเห็นได้ชัด ๆ แล้วต้องจัดต่อเนื่อง ต้อง PR งาน แต่มิใช่ PR การได้รับรางวัล โฆษณารางวัลนะ ... ได้รางวัลแล้วคนทำชื่ออะไร ทำเพื่ออะไร มีงานผลประโยชน์ยังไงมักไม่พูด เอาแต่ Director มาจับมือจับไม้กันแล้วบอกได้รางวัล รับรางวัล แบบนั้นไม่ควรทำ


ถัดมา ควรไป Interact กับหน่วยงานอื่นกับวิทยาการสาขาอื่น เช่น เคมี ฟิสิกส์ ชีวฯ ควรเห็นว่าฟิสิกส์ยุคใหม่มีประโยชน์ต่อสังคมและวิวัฒนาการเป็นอย่างไร ทุกคนมีงานอะไรก็ออกมาแสดงแล้วก็เน้นให้เห็นว่า เรื่องจริงๆมันเป็นอย่างไร อย่าเอาแต่เรื่องรางวัลตนเองมาพูด เช่น การแจกกันตั้ง 185 รางวัลต่อปี แบบนั้นเป็นบรรยากาศเดิมที่ยังคงซ้ำเดิมทุกอย่าง

ควอนตัมคือวิทยาการหนึ่งอ้าง ภาพลักษ์รางวัลสรรเสริญเจริญตาม ถลำดำดิ่งกับดักวัฒนธรรม ดั้งเดิม !
ควอนตัมคือวิทยาการหนึ่งอ้าง ภาพลักษ์รางวัลสรรเสริญเจริญตาม ถลำดำดิ่งกับดักวัฒนธรรม ดั้งเดิม !
คำถาม ๒) : ขอยกคำถามที่ ๑ มาต่อ กับประวัติสี่สิบปีวงการวิทย์ไทย ... มีคำกล่าวที่ว่า โครงการที่ประสบความสำเร็จมักใช้ความล้มเหลวของโครงการก่อนหน้าเป็นฐานความรู้ หรือ “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” ขณะที่ในกรณีในอดีต ความล้มเหลวอันมีคุณค่าต่อการเรียนรู้กลับสูญหาย ปราศจากเวทีถอดบทเรียนสาธารณะในระดับเดียวกันกับการเปิดตัวโครงการ ท่านมีความเห็นต่อ “กลไกการยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาด” ของประเทศไทยเป็นอย่างไร มีหรือขาดหายไปส่วนหรือจุดใด เวทีแถลงข่าวระหว่างทางและปิดโครงการในระดับเดียวกับเวทีภาพลักษณ์ช่วงเริ่มต้นโครงการ จะสามารถช่วยให้เกิดกลไกการยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ดีมีประสิทธิผลหรือไม่ ?

(สุทัศน์)

มันขาดหายไป !

เพราะว่าเวทีแหลงข่าวเกิดขึ้นตอนเริ่มต้นรับสตางค์เท่านั้น แต่ระหว่างทาง ปิดโครงการ ประเมินผลโครงการไม่มีเลย ไม่เคยมี ไม่เคยมีเลย ควรเกิดขึ้น คือพูดง่าย ๆ เป็น Compulsory บังคับเลยว่าทุกโครงการมัน “มีเปิด มันก็ต้องมีตรงกลาง แล้วก็ปิด” แม้กระทั่งล่มไปก็ไม่เป็นไร ต้องมาปิดเรียนรู้พร้อมกัน ถ้าทำอย่างนี้จะสามารถเกิดกลไกการยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะเป็นการการันตีหน่วยงานภาครัฐว่า “เงินไม่ได้หายไปนะ” เอาเงินมาแล้วก็ใช้กันไป ไปดูงาน ไป Import เทคโนโลยีมาแล้วก็ผลิตอะไร ต้องออกมาพูด


อืมมม ... บ้านเรามีเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งก็คือว่า พื้นฐานความเป็นวิทยาศาสตร์พื้นฐานจิตสำนึกในความเป็นวิทยาศาสตร์ค่อนข้างน้อยมาก ... ยังมุ่งมั่วสายสะพาย มงค์ เต็มไปหมด เชื่อโชคลาง เทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์เต็มไปหมด ... 



คำถาม ๓) : จากประสบการณ์ร่วมครึ่งศตวรรษในวงการวิทยาศาสตร์ไทย ท่านคิดว่าผู้อาวุโสบุคลากรรุ่น baby boomers ควรมีส่วนร่วมอย่างไรในการถ่ายทอดบทเรียนสำคัญสู่รุ่นหลัง (เช่น บทเรียนโครงการตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา จนถึงสัญญาญทักเตือนจาก “ควอนตัมศรีธนญชัย” ที่ได้นำเสนอแล้วนั้น เป็นต้น) เพื่อเสริมสร้างผลทางบวกและภูมิคุ้มกันป้องกันผลด้านลบให้กับทั้งระดับนโยบายและผู้ปฏิบัติ ท่ามกลางเหตุและปัจจัยที่ซับซ้อนมากขึ้นของยุคเทคโนโลยีควอนตัมแห่งอนาคต

(สุทัศน์)

มันเกิดขึ้นมาแล้วแก้ไขไม่ได้ !

เอาประวัติที่พวกเราทำไปมาแจงมันจะทำให้เขาเห็นว่าเราผิดตรงไหน ถ้าเราไม่เอาประวัติที่ทำไปมาแจ้งชี้ให้เห็นว่าอะไรเกิดขึ้น เพราะอะไร เขาจะไม่มีวันจะเข้าใจ แล้วทุกอย่างก็อยู่ในอีหรอบเดิม เราไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์


อย่างเช่นโครงการ superconductor (ตัวนำยวดยิ่งยุค 1980s) ตอนเปิดบูมมากใคร ๆ ก็จะทำซุปเปอร์ฯ จากเดิมทำ semi-condictor (สารกึ่งตัวนำ) จะเปลี่ยนมาทำซุปเปอร์ฯ กัน


เราก็รู้นะครับว่าเราไม่มีห้องแล็ปอะไรเลย เราก็ไม่ค่อยสบายใจ เวลาไปทำแล็ปเมืองนอกมันคุ้น มันครบกว่า คุ้มกว่าของเรา มันไม่มีอะไรที่จะต่อเนื่องได้ เช่น 


”จะพัฒนาเองได้ไหม เขาบอกว่าเขาไม่ได้เรียนมาเพื่อที่จะพัฒนาเขาเรียนมาเพื่อใช้”


โครงการยุคก่อน ๆ ในที่สุดก็ต้องล้มทุกเรื่อง ทะเลาะกันวุ่นวาย คนนั้นจะเป็นเจ้าของ โกรธกันไป...


บทเรียนในที่นี่ควรจะเป็นการวิเคราะห์อย่างจริง ๆ ไม่ใช่เอาความรู้สึกมาพูด เรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองไทยสิ่งที่ผมเห็น เราไม่มีการสังเคราะห์กันเลยว่าสุทัศน์เห็นอย่างนี้ คนอื่นเห็นตรงนั้นในเรื่องเดียวกัน เราลืมวิจารณ์ความเห็นอย่างนี้ เราไม่มีการสังเคราะห์มันเกิดเพราะอะไรแล้วเราจะไปต่ออย่างไร ไม่ใช่เอาความรู้สึกของคน (Baby boomer) ที่พูดเองคิดเองว่าควร แล้วก็เอาตาม 


ควรวิเคราะห์การทำงานของประเทศไทยในระยะ 50 ปีที่ผ่านมา สาเหตุมันเป็นอย่างไร แล้วเราจะได้ไอเดียเราจะได้บทเรียน เชิญผู้ที่มีประสบการณ์ตรงและให้ทุน คนติดตามมันต้องศึกษา ... งานออกมา 200 เปเปอร์แล้วมีผลทางเศรษฐกิจได้กี่บาท เกิดขึ้นกี่ครั้ง มีอะไรต่าง ๆ ตั้งกรรมการ 4-5 คนสรุปผลงานมาเป็นเอกสารอย่างไรได้บ้าง นั่นคือบทเรียนครับ แต่ ...

เราไม่เคยเห็นครับ !


คำถาม ๔) : จากยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผนงานในแผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๗๒ อันเป็นที่ทราบแล้วว่ามีข้อสังเกตโดยทั่วไปถึงความคลาดเคลื่อนของการสื่อสารข้อมูล อาทิ แผนสิบปีนี้ระบุว่า 'ควอนตัมอินเทอร์เน็ต' มีใช้งานตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๖๘ ที่ผ่านมาทั้งที่ไม่มีอยู่จริงบนโลก ตามด้วย “อัลกอลิทึมคอมพิวเตอร์ควอนตัมใช้จัดอันดับผู้กู้ หนี้เสีย แก้ปัญหาโลจิสติกส์ที่สำคัญสำหรับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการจราจรหรือการจัดการน้ำ ตรวจจับมะเร็ง ดูแลสุขภาพสัตว์ ฯลฯ” ข้อมูลเกินจริงเหล่านั้นเกิดขึ้นมาหลังจากที่ระดับนโยบายแถลงข่าวเปิดตัวด้วยแนวทาง ควอนตัมไทยใช้ลดความเหลื่อมล้ำ #กำหนดอนาคตประเทศ จะเป็น "เสือควอนตัมตัวที่ห้าของเอเชีย" “นักวิจัย ๕๐ คนเพียงพอต่อการสร้างนวัตกรรมควอนตัม” “ทุ่ม 200 ล้าน ตั้งเป้าพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมให้สำเร็จภายใน 5 ปี” “ระบบเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมระดับสูง” “พลิกโฉมประเทศสู่นิวนอร์มัล” “ช่วยในการยกระดับให้ไทยเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีและนวัตกรรม” ฯลฯ

ณ​ พ.ศ.๒๕๖๙ นี้ เอกสารฉบับสิบปีดังกล่าวมีอายุย่างเข้าสู่ปีที่เจ็ดแล้ว ก่อนที่หมดอายุลงในอนาคตอันใกล้กลายเป็นรายงานวิทยาศาสตร์เกินจริงโดยสมบูรณ์นั้น ท่านมีข้อแนะนำเชิงบวกอย่างไร สำหรับ

ก) ผู้บริหารที่มารับช่วงต่อจากที่ประชุมการจัดทำ “ยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research)” พ.ศ. ๒๕๖๒ ควรดำเนินการต่อไปอย่างไรกับแผนยุทธศาสตร์กับอายุที่เหลือฉบับนี้ ?
ข) นักวิชาการนโยบายและนักวิจัยที่มีส่วนร่วมสร้างแผนงานนี้ควรมีส่วนร่วมกันปรับปรุงแก้อย่างไร ? และ
ค) บุคลากรรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคตควรปรับตัวเตรียมพร้อมอย่างไรกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้น ? 

คำแนะนำจากผู้อาวุโสทุกท่านจะเป็นประโยชน์แด่ทั้งสามระดับบุคลากรดังกล่าว ที่จะสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติต่อไป

(สุทัศน์)

เขาต้องรู้ประวัติศาสตร์ ...

แล้วก็ต้องวิเคราะห์ ไม่ใช่เอาชื่อคนมาใส่ แต่มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพราะอะไรทำไมถึงเป็นแบบนั้น เราจะทำยังไงต่อไปจะหาใครมาช่วย จะหาใครมาดู แต่นี่วนกลับมาที่เดิม แล้วจะทำยังไงต่อไป ... เพราะคนใหม่ที่กำลังจะขึ้นมานั่ง (บริหาร) เขาจะต้องรู้ว่าสาเหตุมันเป็นเพราะอะไร คนประเภทไหนไว้ใจได้แค่ไหน คนไหนไว้ใจไม่ได้ ต้องตั้งคนที่จะมาช่วยดูได้


พอผู้บริหารกลุ่มใหม่มาบอกว่าผมไม่เกี่ยว เพราะว่าอันนั้นมันของรุ่นก่อนเขาก็ไม่รับผิดชอบ นี่คือความจริงครับ เวลาเราประเมินโครงการ ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้วก็จะได้คำตอบ (จากผู้บริหารกลุ่มใหม่) ว่า “ผมไม่รู้เรื่องด้วย”


แล้วจะทำยังไงต่ออย่างนี้ สังคมทั่วไปก็คือผู้รับผลเสียมาตลอด สังคมไม่ได้รับรู้ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หายไป ... แล้วเรื่อง accountability ว่าทำไมเราไม่เป็นแบบนั้น เราผิดชอบแค่ไหน ไม่มี ... “จบ” 


แนะนำว่า ก็ต้องรู้ว่ามันอะไรเกิดขึ้นนะครับนั่นคือคำตอบ มันวนกลับมาที่เดิมว่าจะทำอะไรต่อ ก็ต้องรู้ว่าทำอะไรไปบ้างแล้ว เราไม่มีข้อมูลทำอะไรมาบ้างแล้วเพราะอะไร ... เช่น “ความกดดัน นโยบาย ตั้งผู้บริหารผิด ความไม่ใส่ใจกับงาน ทำงานไปประเภทเอาเงินเดือนอย่างเดียว จะไม่เอาผล” มันก็จบอีกแบบเดิม ... ไม่ใช่แค่ 7 ปี 70 ปี มันก็จะเป็นแบบนี้ มันก็ยังมาอีกแบบเดิมนี้


ส่วนบุคลากรรุ่นใหม่กลับมาทำอะไร ? สภาพประเทศบ้านเมืองที่ (จบการศึกษามา) นั่น มันไม่เหมือนกับที่นี่เลยนะครับ เราต้องปรับตัวต้องอยู่ให้ได้ ยอมรับสภาพ คือต้องขวนขวายสร้างงานด้วยตัวเองครับ



คำถาม ๕) : ในบริบท “เทคโนโลยีควอนตัม” จากข้อมูลและคำถามก่อนหน้ารวมถึงสภาพที่ปรากฏสาธารณะโดยทั่วไป ขณะที่สังคมวิชาการควอนตัมไทยยังคงไม่เข้มแข็งนัก ในสังคมทั่วไปได้ปรากฏวาทกรรมควอนตัมเกินจริงระดับผลที่รุนแรง (critique hype) ด้วย เช่น เทคโนโลยีควอนตัมจริงเพื่อการศึกษาวิจัยแต่โฆษณาเกินจริงแอบพ่วงฝึกอบรมพ่วงขายอุปกรณ์ให้กับหน่วยงานการไฟฟ้าฯของประเทศแล้ว (quantum tie-in selling) รวมถึง กรณีควอนตัมเทียมกับสินค้าหลอกลวงจำนวนมากในท้องตลาด กระนั้น ยังมิเคยปรากฏ “ยุทธศาสตร์ นโยบาย หรือแผนงาน” รวมทั้งการจัดกิจกรรมของหน่วยงานรัฐใดที่จะช่วยปัดเป่าเหตุเหล่านั้น ให้การดูแล และให้ความรู้ที่เที่ยงแท้แก่ภาคประชาสังคมได้


ท่านมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างไร เพื่อช่วยให้สามารถปรับตัวยึดโยงกับสังคมทั่วไปสนองต่อโจทย์คำถามของสังคมที่แท้จริงเหล่านั้นได้ 

(สุทัศน์)

มันไปกันใหญ่ครับ ! 

สร้างขึ้นจากความไม่รู้ ผมอยากจะให้เขาเห็นคุณประโยชน์ของฟิสิกส์ ส่วนตัวนะครับแต่ว่าด้านอื่นผมว่าเราไปทำอะไรไม่ได้แล้วแต่วงการฟิสิกส์เราก็ต้องมีการประเมินแล้วต้องรู้ประวัติ รู้สาเหตุ ไม่ใช่เล่าเฉย ๆ นะว่าคนนั้นทำโฮโลแกรม คนนี้ทำซุปเปอร์คอนดักเตอร์ ทำอะไรแล้วได้ผลยังไง ได้ทุนไปยังไง 10 ล้านออกงานมาแค่ไหน ตอนนี้งานที่คนนั้นสร้างหายไปหมดแล้ว ... นี่เป็นเรื่องที่ต้องวิเคราะห์กันทุกเรื่องครับ 

“โปรดอย่าถามว่าจะทำอะไรต่อไป ึงทำอะไรมา ูก็ยังไม่รู้เลย !”

-- จบ

(ความเห็น ๒๕๖๘)

หน่วยงานหลัก (Organizer)


และภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่

ชุดคอลัมน์ 'เตือนใจควอนตัมไทย'

“เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง”

ความคิดเห็น


FEATURED POSTS

FOLLOW US

  • Facebook Long Shadow

 

DROP US A LINE 

Your details were sent successfully!

  • Facebook page

Disclaimer: Science Web  (ดำเนินงานโดยอาสาสมัครเพื่อสาธารณะ) -- We are all volunteers !

เวปวิชาการนี้เป็นศูนย์รวมกิจกรรมไอทีสาขาใหม่บนพื้นฐานวิชาฟิสิกส์แขนงกลศาสตร์ควอนตัม (Quantum Mechanics)

มิได้เกี่ยวข้องกับสินค้า บริการ ความเชื่อ และการสร้างภาพลักษณ์ซ้อนเร้นบุคคลหรือองค์กรใดที่นำชื่อควอนตัมไปใช้

อีกทั้งนโยบายควอนตัมเกินจริงและการพ่วงขายเทคโนโลยีไอทีควอนตัมที่ระบาดเข้าสู่ประเทศไทย [1] [2] 

หากเพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมอุดมปัญญาด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

About Us - Contact: ++02 5647000  (อยู่ระหว่างรอหมายเลข สนง.ใหม่)   Email: thailand_chapter@comsoc.org  

UNESCO-IDL
OQC

Q-Ti - Q-Thai.org - Quantum-Thai.org
Thai Quantum Information Forum

since 2014 © copyright 

Thanks for submitting !

  • Facebook page
bottom of page