top of page
QICTechFACTcheckLoGoWhite-2021.jpg

(คำถาม & คำตอบ) | Q & A -- สนทนากับผู้บริหาร Baby Boomers | บุญรักษา สุนทรธรรม | SIAM–Quantum Nexus | นโนบายควอนตัมไทยอย่างไรต่อ ? | #ไทยควอนตัมสำนึกชอบ2026 |

  • รูปภาพนักเขียน: K Sripimanwat
    K Sripimanwat
  • 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คำถาม & คำตอบ

Pre-event - โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ


พลังทางปัญญาจากกลุ่ม “ที่ปรึกษาอาวุโส” (The Luminaries) 

“สะพาน” เชื่อมโยงอดีตของวงการวิทยาศาสตร์ไทยเข้ากับอนาคตที่ท้าทาย



(อารัมภบท)


การสร้างชุมชนเทคโนโลยีควอนตัมที่ยั่งยืนและครอบคลุมสำหรับประเทศไทย

(Building a Sustainable and Inclusive Quantum Technology Community in Thailand)


ในยุคที่เทคโนโลยีควอนตัมกำลังกลายเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาดิจิทัล เศรษฐกิจ และสังคมทั่วโลก ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างชุมชนความรู้ที่ยั่งยืนและครอบคลุม เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัล (digital divide) ส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้จากพื้นฐานฟิสิกส์ควอนตัมสู่การประยุกต์ทางวิศวกรรม และเตรียมความพร้อมให้ประชาชน นักวิจัย และผู้กำหนดนโยบายสามารถมีส่วนร่วมอย่างมีวิจารณญาณ จากบทเรียนในอดีตพบว่าอุปสรรคหลักมิใช่เพียงศักยภาพทางเทคนิค แต่รวมถึงธรรมาภิบาล การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง และการเข้าถึงความรู้ที่เท่าเทียม โครงการ SIAM–Quantum Nexus จะจัดขึ้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์มดิจิทัลและศูนย์กลางความรู้ควอนตัม โดยมุ่งเน้นสี่แกนหลัก (Quantum Communications, Quantum Sensing, Quantum Computing, และ Authentic Science Communication) เพื่อติดตามและสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ ป้องกันข้อมูลคลาดเคลื่อน และส่งเสริมนวัตกรรมที่รับผิดชอบต่อสังคม


SIAM–Quantum Nexus หรือ SQN แพลตฟอร์มการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีเป้าหมายสำคัญในการ เชื่อมโยงองค์ความรู้กับการสื่อสารวิทยาการควอนตัมอย่างมีธรรมาภิบาลเข้าด้วยกันอย่างบูรณาการ ภายใต้บริบทสังคมไทยและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ มิได้มุ่งเพียงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงเทคนิค หากให้ความสำคัญกับทั้งความเข้าใจเชิงโครงสร้าง (อดีต ปัจจุบัน อนาคต) การสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างมีวิจารณญาณ​รวมทั้งเรื่อง จริยธรรม ธรรมภิบาลและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมวางรากฐานการพัฒนาความรู้สาขาเทคโนโลยีใหม่บนพื้นฐานกลศาสตร์ควอนตัมในประเทศอย่างยั่งยืน


พบกับ

“การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่เที่ยงแท้

(authentic science communication) 

ด้วยจริยธรรม ธรรมภิบาล ละเลี่ยงซึ่งผลประโยชน์ทับซ้อน


 (Q&A session)


คำถาม ๑) : ตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยผ่านการลงทุนวิจัยทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายระลอกซึ่งบริบทและเทคโนโลยีเปลี่ยนไปตามเวลารวมทั้งงบอัดฉีดฐานะ “เทคโนโลยีอุบัติใหม่” หรือร่วมสมัย ตั้งแต่ ตัวนำยวดยิ่ง (1980s) นิวเคลียร์ (1980s) ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (1990s) ฮอโลแกรม (1990s) ฮาร์ดดิสก์ (2000s) 3G (2000s) UAV - อากาศยานไร้คนขับ (2000s) นาโนเทคโนโลยี (2000s) ดิจิทัลทีวี (2010s) เทคโนโลยีควอนตัม (2010s) กลับมาไมโครอิเล็กทรอนิกส์ หรือชิป (2024) ต่อมาถึงยุค EV และ AI ซึ่งล้วนเริ่มจาก ความหวังเชิงยุทธศาสตร์ และ งบประมาณจำนวนมาก พร้อมกับเวทีกิจกรรมสาธารณะที่คึกคักเสมอเฉพาะช่วงเริ่มต้นโครงการ

จากมุมมองของท่าน อะไรคือ “ผลลัพธ์ดีที่ได้รับ ความผิดพลาดและ/หรือบทเรียนสำคัญ” เพื่อขอนำความเห็นมาใช้ออกแบบกิจกรรม SQN ที่กำลังจะจัดทำขึ้นให้เป็น "แพลตฟอร์มสาธารณะที่อยู่รอดได้ด้วยตัวเอง" (Self-sustained) อย่างยั่งยืนแม้ในวันที่กระแสควอนตัมไม่เป็นข่าวหน้าหนึ่งต่อไปแล้ว ?

(บุญรักษา) ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องการสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศต่าง ๆ ที่มีความสามารถและสมรรถนะสูงหลายประเทศในเอเชีย ยุโรป และประเทศสหรัฐอเมริกา 


ประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในระดับหนึ่งทั้งทางด้านกำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แม้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจยังมีความแปรผันตามสภาพเศรษฐกิจโลก ดังนั้นเมื่อมีเทคโนโลยีอุบัติใหม่ที่จะเป็นแนวโน้มให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาเทียบเท่ากับประเทศที่ดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยีประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว จึงต้องการลงทุนและอัดฉีดงบประมาณให้แก่กลุ่มนักวิจัยที่มีศักยภาพเพื่อให้สามารถสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมทัดเทียมกับประเทศอื่นและพึ่งพาตนเองได้ทางเทคโนโลยีในอนาคต


ทว่าบทเรียนในอดีตในการลงทุนและอัดฉีดงบประมาณในโครงการที่มีศักยภาพสูงต่อการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคตเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทยนั้นสามารถพัฒนาได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ยังไม่เห็นผลกระทบ (Impact) ในการสร้างความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นแนวหน้าที่ชัดเจนให้แก่ประเทศไทยได้ ซึ่งคาดว่าอาจมีสาเหตุมาจาก


1. ประเทศไทยอาจยังไม่สามารถคาดการณ์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Foresight) ได้อย่างชัดเจนว่าเป้าหมายในอนาคตที่ต้องบรรลุของเทคโนโลยีอุบัติใหม่ที่กำลังทำอยู่นั้นควรไปถึงจุดไหนที่สามารถสร้างผลกระทบได้อย่างแท้จริงและสามารถเป็นผู้นำในเทคโนโลยีและนวัตกรรมนั้น ๆ ดังนั้นการสร้างแผนที่นำทาง (Roadmap) ของการคาดการณ์ในอนาคต และแผนปฏิบัติการ (Action Plans) ที่เป็นรูปธรรมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

2. แม้ว่าประเทศไทยจะสามารถผลิตกำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่สามารถสร้างมวลวิกฤติ (Critical Mass) ทางด้านกำลังคนที่มีความพร้อมในการระดมพลังความคิดและความสามารถในการสร้างนวัตกรรมขั้นแนวหน้าที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศได้ 

3.การทำงานอย่างมุ่งมั่น (Focused and Committed) ตามแผนปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องผ่านกระบวนการคิดวิพากษ์ (Critical Thinking) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างแท้จริงโดยไม่ย่อท้อของนักวิจัยเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Key Success Factors) ที่สำคัญอย่างยิ่ง

4. รัฐควรมีนโยบายสนับสนุน ติดตามประเมินความก้าวหน้าและความสำเร็จอย่างเคร่งครัดตามแผนที่นำทาง มีการจัดสรรงบประมาณที่ชัดเจนและต่อเนื่องในโครงการที่มีศักยภาพสูงที่สามารถสร้างผลกระทบทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม 

5. สร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้แก่สังคมในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคม ผ่านการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง (Authentic Science Communication)


สรุปบทเรียนสำคัญที่ทำให้เกิดอุปสรรคตลอดจนความผิดพลาดในการขับเคลื่อนโครงการสำคัญที่ผ่านมา กว่า 40 ปี มาปรับกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อน “เทคโนโลยีควอนตัม” ให้เป็นจุดแข็งการเป็นผู้นำ (Leader) ของประเทศไทยในเทคโนโลยีดังกล่าวซึ่งส่งผลต่อการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างแท้จริง

คำถาม ๒) : มีคำกล่าวที่ว่า โครงการที่ประสบความสำเร็จมักใช้ความล้มเหลวของโครงการก่อนหน้าเป็นฐานความรู้ หรือ “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” ขณะที่ในกรณีในอดีต ความล้มเหลวอันมีคุณค่าต่อการเรียนรู้กลับสูญหาย ปราศจากเวทีถอดบทเรียนสาธารณะในระดับเดียวกันกับการเปิดตัวโครงการ ท่านมีความเห็นต่อ “กลไกการยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาด” ของประเทศไทยเป็นอย่างไร มีหรือขาดหายไปส่วนหรือจุดใด เวทีแถลงข่าวระหว่างทางและปิดโครงการในระดับเดียวกับเวทีภาพลักษณ์ช่วงเริ่มต้นโครงการ จะสามารถช่วยให้เกิดกลไกการยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ดีมีประสิทธิผลหรือไม่ ?

(บุญรักษา) ความล้มเหลวในอดีต (จากเหตุผลทั้งห้าประการในข้อ ๑) เป็นบทเรียนของความสำเร็จในอนาคต หากได้นำจุดอ่อน อุปสรรค ความผิดพลาดของการลงทุนวิจัยและการดำเนินการที่ผ่านมาอย่างจริงจัง รวมทั้งการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Driven) ที่มีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน มีการติดตาม ประเมินผล ปรับแผน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายอย่างชัดเจน เป็นการ “เรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” และสามารถทำให้การพัฒนา “เทคโนโลยีควอนตัม” ของประเทศไทยสู่ความเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคและในระดับสากลได้อย่างแท้จริง

คำถาม ๓) : จากประสบการณ์ร่วมครึ่งศตวรรษในวงการวิทยาศาสตร์ไทย ท่านคิดว่าผู้อาวุโสบุคลากรรุ่น baby boomers ควรมีส่วนร่วมอย่างไรในการถ่ายทอดบทเรียนสำคัญสู่รุ่นหลัง (เช่น บทเรียนโครงการตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา จนถึงสัญญาญทักเตือนจาก “ควอนตัมศรีธนญชัย” ที่ได้นำเสนอแล้วนั้น เป็นต้น) เพื่อเสริมสร้างผลทางบวกและภูมิคุ้มกันป้องกันผลด้านลบให้กับทั้งระดับนโยบายและผู้ปฏิบัติ ท่ามกลางเหตุและปัจจัยที่ซับซ้อนมากขึ้นของยุคเทคโนโลยีควอนตัมแห่งอนาคต

(บุญรักษา) จากประสบการณ์ในการก่อตั้งและการขับเคลื่อนสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กว่าทศวรรษที่ผ่านมา นับเป็นความท้าทายที่จะสร้าง Platform ทางด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่มีความมั่นคงของประเทศเพื่อให้เป็นองค์ความรู้ที่ล้ำค่าที่มีความทันสมัย ที่สามารถนำมาต่อยอดในการสร้างองค์ความรู้ขั้นสูง (Advanced Knowledge) และการพัฒนาเทคโนโลยี (Technology Development) ฐานดาราศาสตร์ ที่นักวิจัยและวิศวกรสามารถขุดค้นองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานมาใช้ในการสร้างผลงานวิจัย การสร้างเทคโนโลยีฐานดาราศาสตร์ที่ซับซ้อนและพิสดารไม่แพ้นานาชาติ นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งการประยุกต์ไปสู่องค์ความรู้และเทคโนโลยีอื่น ๆ อาทิ การประยุกต์ด้านการแพทย์ การเกษตร และอุตสาหกรรม สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นความสำเร็จในการสร้างความยั่งยืนของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกมิติหนึ่งให้แก่ประเทศไทย ซึ่งอาศัยความมุ่งมั่น ความเอาใจใส่ในรายละเอียด ความเอาจริงเอาจังของผู้บริหารและบุคลากรทุกคนของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ตลอดจนความร่วมมือของภาคประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเชื่อที่ผิด ๆ ทางด้านดาราศาสตร์ ข่าวลวงที่อ้างถึงปรากฏการณ์ทางด้านดาราศาสตร์ที่ปรากฏในสื่อต่าง ๆ มากมาย สร้างทักษะทางวิทยาศาสตร์แท้ให้กับสังคมอย่างกว้างขวาง เป็นสังคมอุดมปัญญาอย่างแท้จริง

คำถาม ๔) : จากยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผนงานในแผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๗๒ อันเป็นที่ทราบแล้วว่ามีข้อสังเกตโดยทั่วไปถึงความคลาดเคลื่อนของการสื่อสารข้อมูล อาทิ แผนสิบปีนี้ระบุว่า 'ควอนตัมอินเทอร์เน็ต' มีใช้งานตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๖๘ ที่ผ่านมาทั้งที่ไม่มีอยู่จริงบนโลก ตามด้วย “อัลกอลิทึมคอมพิวเตอร์ควอนตัมใช้จัดอันดับผู้กู้ หนี้เสีย แก้ปัญหาโลจิสติกส์ที่สำคัญสำหรับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการจราจรหรือการจัดการน้ำ ตรวจจับมะเร็ง ดูแลสุขภาพสัตว์ ฯลฯ” ข้อมูลเกินจริงเหล่านั้นเกิดขึ้นมาหลังจากที่ระดับนโยบายแถลงข่าวเปิดตัวด้วยแนวทาง ควอนตัมไทยใช้ลดความเหลื่อมล้ำ #กำหนดอนาคตประเทศ จะเป็น "เสือควอนตัมตัวที่ห้าของเอเชีย" “นักวิจัย ๕๐ คนเพียงพอต่อการสร้างนวัตกรรมควอนตัม” “ทุ่ม 200 ล้าน ตั้งเป้าพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมให้สำเร็จภายใน 5 ปี” “ระบบเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมระดับสูง” “พลิกโฉมประเทศสู่นิวนอร์มัล” “ช่วยในการยกระดับให้ไทยเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีและนวัตกรรม” ฯลฯ

ณ​ พ.ศ.๒๕๖๙ นี้ เอกสารฉบับสิบปีดังกล่าวมีอายุย่างเข้าสู่ปีที่เจ็ดแล้ว ก่อนที่หมดอายุลงในอนาคตอันใกล้กลายเป็นรายงานวิทยาศาสตร์เกินจริงโดยสมบูรณ์นั้น ท่านมีข้อแนะนำเชิงบวกอย่างไร สำหรับ

ก) ผู้บริหารที่มารับช่วงต่อจากที่ประชุมการจัดทำ “ยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research)” พ.ศ. ๒๕๖๒ ควรดำเนินการต่อไปอย่างไรกับแผนยุทธศาสตร์กับอายุที่เหลือฉบับนี้ ?
ข) นักวิชาการนโยบายและนักวิจัยที่มีส่วนร่วมสร้างแผนงานนี้ควรมีส่วนร่วมกันปรับปรุงแก้อย่างไร ? และ
ค) บุคลากรรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคตควรปรับตัวเตรียมพร้อมอย่างไรกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้น ? 

คำแนะนำจากผู้อาวุโสทุกท่านจะเป็นประโยชน์แด่ทั้งสามระดับบุคลากรดังกล่าว ที่จะสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติต่อไป

(บุญรักษา) การทำการคาดการณ์อนาคต (Strategic Foresight) ในแผนที่นำทางเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น การคาดการณ์ขึ้นกับความเป็นไปได้ที่จะมุ่งให้สู่เป้าหมายในอนาคต ซึ่งอาจประสบความสำเร็จหรือความล้มเหลวก็ได้ เพราะเป็นเรื่องปกติของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ต้องไม่เป็นการคาดการณ์เกินความจริง หรือการคาดการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นการคาดการณ์อนาคตที่แม่นยำจึงเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนงานวิจัยขั้นแนวหน้า ที่คณะผู้วิจัยต้องมองให้ชัดเจน มุ่งเป้า และปรับแผนในแผนที่นำทางให้เหมาะสมโดยการติดตามและประเมินผลเป็นระยะ ๆ พร้อมกับประชาสัมพันธ์ สื่อสารข้อมูล ชี้แจงข้อเท็จจริงโดยไม่บิดเบือนต่อสาธารณชนในสื่อหรือเครือข่ายสารสนเทศอย่างชัดเจน หากดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน จะสามารถส่งต่อภารกิจแก่ผู้บริหารที่มารับช่วงต่อ นักวิชาการนโยบายและนักวิจัยที่มีส่วนร่วมสร้างแผนงานนี้ และบุคลากรรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่วงการ

คำถาม ๕) : ในบริบท “เทคโนโลยีควอนตัม” จากข้อมูลและคำถามก่อนหน้ารวมถึงสภาพที่ปรากฏสาธารณะโดยทั่วไป ขณะที่สังคมวิชาการควอนตัมไทยยังคงไม่เข้มแข็งนัก ในสังคมทั่วไปได้ปรากฏวาทกรรมควอนตัมเกินจริงระดับผลที่รุนแรง (critique hype) ด้วย เช่น เทคโนโลยีควอนตัมจริงเพื่อการศึกษาวิจัยแต่โฆษณาเกินจริงแอบพ่วงฝึกอบรมพ่วงขายอุปกรณ์ให้กับหน่วยงานการไฟฟ้าฯของประเทศแล้ว (quantum tie-in selling) รวมถึง กรณีควอนตัมเทียมกับสินค้าหลอกลวงจำนวนมากในท้องตลาด กระนั้น ยังมิเคยปรากฏ “ยุทธศาสตร์ นโยบาย หรือแผนงาน” รวมทั้งการจัดกิจกรรมของหน่วยงานรัฐใดที่จะช่วยปัดเป่าเหตุเหล่านั้น ให้การดูแล และให้ความรู้ที่เที่ยงแท้แก่ภาคประชาสังคมได้


ท่านมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างไร เพื่อช่วยให้สามารถปรับตัวยึดโยงกับสังคมทั่วไปสนองต่อโจทย์คำถามของสังคมที่แท้จริงเหล่านั้นได้ 

(บุญรักษา) การสร้างวัฒนธรรมการสื่อสารข้อเท็จจริงให้แก่สังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการวิจัยขั้นแนวหน้าที่ต้องลงทุนวิจัยด้วยงบประมาณเป็นจำนวนมากมีความสำคัญมาก การสื่อสารข้อเท็จจริงอย่างมีเหตุมีผลจะทำให้สังคมเข้าใจปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในโครงการ การสื่อสารข้อเท็จจริงต้องมีข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาอย่างชัดเจนพร้อมกลยุทธ์ในการปรับปรุงโครงการให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ การแสดงให้สังคมเห็นถึงความตั้งใจ ความมุ่งมั่นในการใช้สติปัญญาอย่างเต็มความสามารถ เปิดเผยข้อเท็จจริง รายงานความก้าวหน้าต่อสังคมผ่านการประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง จะลดปัญหาความไม่เข้าใจของสังคมและสร้างความไว้วางใจแก่สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ


-- จบ

(ความเห็น ๒๕๖๘)
หน่วยงานหลัก (Organizer)

และภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่

ชุดคอลัมน์ 'เตือนใจควอนตัมไทย'

“เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง”

ความคิดเห็น


FEATURED POSTS

FOLLOW US

  • Facebook Long Shadow

 

DROP US A LINE 

Your details were sent successfully!

  • Facebook page

Disclaimer: Science Web  (ดำเนินงานโดยอาสาสมัครเพื่อสาธารณะ) -- We are all volunteers !

เวปวิชาการนี้เป็นศูนย์รวมกิจกรรมไอทีสาขาใหม่บนพื้นฐานวิชาฟิสิกส์แขนงกลศาสตร์ควอนตัม (Quantum Mechanics)

มิได้เกี่ยวข้องกับสินค้า บริการ ความเชื่อ และการสร้างภาพลักษณ์ซ้อนเร้นบุคคลหรือองค์กรใดที่นำชื่อควอนตัมไปใช้

อีกทั้งนโยบายควอนตัมเกินจริงและการพ่วงขายเทคโนโลยีไอทีควอนตัมที่ระบาดเข้าสู่ประเทศไทย [1] [2] 

หากเพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมอุดมปัญญาไทยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

About Us - Contact: ++02 5647000  (อยู่ระหว่างรอหมายเลข สนง.ใหม่)   Email: thailand_chapter@comsoc.org  

UNESCO-IDL
OQC

Q-Ti - Q-Thai.org - Quantum-Thai.org
Thai Quantum Information Forum

since 2014 © copyright 

Thanks for submitting !

  • Facebook page
bottom of page