top of page
QICTechFACTcheckLoGoWhite-2021.jpg

(คำถาม & คำตอบ) | Q & A -- สนทนากับผู้บริหารวิทย์ Baby Boomers | ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ | SIAM–Quantum Nexus | นโนบายควอนตัมไทยอย่างไรต่อ ? | #ไทยควอนตัมสำนึกชอบ2026 |

  • รูปภาพนักเขียน: K Sripimanwat
    K Sripimanwat
  • 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

คำถาม & คำตอบ

Pre-event - โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ


พลังทางปัญญาจากกลุ่ม “ที่ปรึกษาอาวุโส” (The Luminaries) 

“สะพาน” เชื่อมโยงอดีตของวงการวิทยาศาสตร์ไทยเข้ากับอนาคตที่ท้าทาย



(อารัมภบท)


การสร้างชุมชนเทคโนโลยีควอนตัมที่ยั่งยืนและครอบคลุมสำหรับประเทศไทย

(Building a Sustainable and Inclusive Quantum Technology Community in Thailand)


ในยุคที่เทคโนโลยีควอนตัมกำลังกลายเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาดิจิทัล เศรษฐกิจ และสังคมทั่วโลก ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างชุมชนความรู้ที่ยั่งยืนและครอบคลุม เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัล (digital divide) ส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้จากพื้นฐานฟิสิกส์ควอนตัมสู่การประยุกต์ทางวิศวกรรม และเตรียมความพร้อมให้ประชาชน นักวิจัย และผู้กำหนดนโยบายสามารถมีส่วนร่วมอย่างมีวิจารณญาณ จากบทเรียนในอดีตพบว่าอุปสรรคหลักมิใช่เพียงศักยภาพทางเทคนิค แต่รวมถึงธรรมาภิบาล การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง และการเข้าถึงความรู้ที่เท่าเทียม โครงการ SIAM–Quantum Nexus จะจัดขึ้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์มดิจิทัลและศูนย์กลางความรู้ควอนตัม โดยมุ่งเน้นสี่แกนหลัก (Quantum Communications, Quantum Sensing, Quantum Computing, และ Authentic Science Communication) เพื่อติดตามและสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ ป้องกันข้อมูลคลาดเคลื่อน และส่งเสริมนวัตกรรมที่รับผิดชอบต่อสังคม


SIAM–Quantum Nexus หรือ SQN แพลตฟอร์มการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีเป้าหมายสำคัญในการ เชื่อมโยงองค์ความรู้กับการสื่อสารวิทยาการควอนตัมอย่างมีธรรมาภิบาลเข้าด้วยกันอย่างบูรณาการ ภายใต้บริบทสังคมไทยและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ มิได้มุ่งเพียงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงเทคนิค หากให้ความสำคัญกับทั้งความเข้าใจเชิงโครงสร้าง (อดีต ปัจจุบัน อนาคต) การสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างมีวิจารณญาณ​รวมทั้งเรื่อง จริยธรรม ธรรมภิบาลและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมวางรากฐานการพัฒนาความรู้สาขาเทคโนโลยีใหม่บนพื้นฐานกลศาสตร์ควอนตัมในประเทศอย่างยั่งยืน


พบกับ

“การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่เที่ยงแท้

(authentic science communication) 

ด้วยจริยธรรม ธรรมภิบาล ละเลี่ยงซึ่งผลประโยชน์ทับซ้อน


 (Q&A session)


คำถาม ๑) : ตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยผ่านการลงทุนวิจัยทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายระลอกซึ่งบริบทและเทคโนโลยีเปลี่ยนไปตามเวลารวมทั้งงบอัดฉีดฐานะ “เทคโนโลยีอุบัติใหม่” หรือร่วมสมัย ตั้งแต่ตัวนำยวดยิ่ง (1980s) นิวเคลียร์ (1980s) ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (1990s) ฮอโลแกรม (1990s) ฮาร์ดดิสก์ (2000s) 3G (2000s) UAV - อากาศยานไร้คนขับ (2000s) นาโนเทคโนโลยี (2000s) ดิจิทัลทีวี (2010s) เทคโนโลยีควอนตัม (2010s) กลับมาไมโครอิเล็กทรอนิกส์ หรือชิป (2024) ต่อมาถึงยุค EV และ AI ซึ่งล้วนเริ่มจาก ความหวังเชิงยุทธศาสตร์ และ งบประมาณจำนวนมาก พร้อมกับเวทีกิจกรรมสาธารณะที่คึกคักเสมอเฉพาะช่วงเริ่มต้นโครงการ

จากมุมมองของท่าน อะไรคือ “ผลลัพธ์ดีที่ได้รับ ความผิดพลาดและ/หรือบทเรียนสำคัญ” เพื่อขอนำความเห็นมาใช้ออกแบบกิจกรรม SQN ที่กำลังจะจัดทำขึ้นให้เป็น "แพลตฟอร์มสาธารณะที่อยู่รอดได้ด้วยตัวเอง" (Self-sustained) อย่างยั่งยืนแม้ในวันที่กระแสควอนตัมไม่เป็นข่าวหน้าหนึ่งต่อไปแล้ว ?

(ชิดชนก) แนวออกแบบกิจกรรมต้องตอบปัญหาต่อไปนี้ให้คนฟังเข้าใจ

  1. ทุกคนเข้าใจว่า ปรากฏการณ์ quantum ในด้านฟิสิกส์ คืออะไร

  2. แนวคิดของ quantum computing คืออะไร มันโยงกับ quantum physic อย่างไร

  3. แนวคิดของ Turing machine แบบ deterministic และ non-deterministic คืออะไร

  4. ความเชื่อมโยงแนวคิดของ quantum computing และ Turing machine ได้อย่างไร

  5. โปรแกรมเลียนแบบสัญญาณแนว quantum และ quantum gates ต่าง ๆ มีอะไรบ้าง

  6. ขอบเขตความสามารถของ quantum computing เมื่อเอาใช้กับ Turing machine อยู่ตรงไหน


คำถาม ๒) : ขอยกคำถามที่ ๑ มาต่อ กับประวัติสี่สิบปีวงการวิทย์ไทย ... มีคำกล่าวที่ว่า โครงการที่ประสบความสำเร็จมักใช้ความล้มเหลวของโครงการก่อนหน้าเป็นฐานความรู้ หรือ “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” ขณะที่ในกรณีในอดีต ความล้มเหลวอันมีคุณค่าต่อการเรียนรู้กลับสูญหาย ปราศจากเวทีถอดบทเรียนสาธารณะในระดับเดียวกันกับการเปิดตัวโครงการ ท่านมีความเห็นต่อ “กลไกการยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาด” ของประเทศไทยเป็นอย่างไร มีหรือขาดหายไปส่วนหรือจุดใด เวทีแถลงข่าวระหว่างทางและปิดโครงการในระดับเดียวกับเวทีภาพลักษณ์ช่วงเริ่มต้นโครงการ จะสามารถช่วยให้เกิดกลไกการยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ดีมีประสิทธิผลหรือไม่ ?

(ชิดชนก) เอาผลความล้มเหลวมาดูเป็นเรื่องดี จะได้รู้สาเหตุ นี่คือหลักการทั่วไปของการทำงาน แนวคิดนี้เหมาะกับคนที่เริ่มเองจากความสนใจที่แท้จริง แต่ถ้าไม่ได้เริ่มเอง เป็นสิ่งเริ่มจากจากคนที่ไม่รู้เรื่องนั้นจริง ไปเห็นคนอื่นทำก็อยากทำบ้าง เพื่อให้คนอื่นดูว่าทันสมัย แบบนี้แล้ว การเอาผลที่ล้มเหลวมาดู ก็จะไม่ช่วยอะไรเพราะไม่รู้จริงในเรื่องนั้น วิธีแก้ เอาคนที่อยากรู้ คนที่มีความรู้ในเรื่องนั้นมาวางเป้าหมาย กำหนดปัญหา ที่ผ่านมักไปเอาคนนอกวงการมา ทำให้ไม่สามารถชี้แนวทางได้ ได้แต่พูดกว้างตามที่ต่างชาติพูด


คำถาม ๓) : จากประสบการณ์ร่วมครึ่งศตวรรษในวงการวิทยาศาสตร์ไทย ท่านคิดว่าผู้อาวุโสบุคลากรรุ่น baby boomers ควรมีส่วนร่วมอย่างไรในการถ่ายทอดบทเรียนสำคัญสู่รุ่นหลัง (เช่น บทเรียนโครงการตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา จนถึงสัญญาญทักเตือนจาก “ควอนตัมศรีธนญชัย” ที่ได้นำเสนอแล้วนั้น เป็นต้น) เพื่อเสริมสร้างผลทางบวกและภูมิคุ้มกันป้องกันผลด้านลบให้กับทั้งระดับนโยบายและผู้ปฏิบัติ ท่ามกลางเหตุและปัจจัยที่ซับซ้อนมากขึ้นของยุคเทคโนโลยีควอนตัมแห่งอนาคต

(ชิดชนก) ผู้อาวุโสมีประสบการณ์มาก รู้จักคนมาก แต่ถ้าไม่มีความรู้ในเรื่องที่จะทำ อย่าเอามาเด็ดขาด ต้องเอาคนที่รู้จริง มีความรู้สายตรงมา อนาคตของชาติต้องไม่ขึ้นกับความเกรงใจ แต่ต้องอยู่บนฐานของความรู้ที่แท้จริงในเรื่องที่ทำ มีตัวอย่างเอาผู้อาวุโสนอกวงการมาพูด พวกนี้จะไปลอกคำพูดของต่างชาติที่รู้จริง แต่พวกนี้ไม่สามารถชี้เป้าหมาย แนวทางอนาคตได้


คำถาม ๔) : จากยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผนงานในแผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๗๒ อันเป็นที่ทราบแล้วว่ามีข้อสังเกตโดยทั่วไปถึงความคลาดเคลื่อนของการสื่อสารข้อมูล อาทิ แผนสิบปีนี้ระบุว่า 'ควอนตัมอินเทอร์เน็ต' มีใช้งานตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๖๘ ที่ผ่านมาทั้งที่ไม่มีอยู่จริงบนโลก ตามด้วย “อัลกอลิทึมคอมพิวเตอร์ควอนตัมใช้จัดอันดับผู้กู้ หนี้เสีย แก้ปัญหาโลจิสติกส์ที่สำคัญสำหรับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการจราจรหรือการจัดการน้ำ ตรวจจับมะเร็ง ดูแลสุขภาพสัตว์ ฯลฯ” ข้อมูลเกินจริงเหล่านั้นเกิดขึ้นมาหลังจากที่ระดับนโยบายแถลงข่าวเปิดตัวด้วยแนวทาง ควอนตัมไทยใช้ลดความเหลื่อมล้ำ #กำหนดอนาคตประเทศ จะเป็น "เสือควอนตัมตัวที่ห้าของเอเชีย" “นักวิจัย ๕๐ คนเพียงพอต่อการสร้างนวัตกรรมควอนตัม” “ทุ่ม 200 ล้าน ตั้งเป้าพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมให้สำเร็จภายใน 5 ปี” “ระบบเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมระดับสูง” “พลิกโฉมประเทศสู่นิวนอร์มัล” “ช่วยในการยกระดับให้ไทยเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีและนวัตกรรม” ฯลฯ

ณ​ พ.ศ.๒๕๖๙ นี้ เอกสารฉบับสิบปีดังกล่าวมีอายุย่างเข้าสู่ปีที่เจ็ดแล้ว ก่อนที่หมดอายุลงในอนาคตอันใกล้กลายเป็นรายงานวิทยาศาสตร์เกินจริงโดยสมบูรณ์นั้น ท่านมีข้อแนะนำเชิงบวกอย่างไร สำหรับ

ก) ผู้บริหารที่มารับช่วงต่อจากที่ประชุมการจัดทำ “ยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research)” พ.ศ. ๒๕๖๒ ควรดำเนินการต่อไปอย่างไรกับแผนยุทธศาสตร์กับอายุที่เหลือฉบับนี้ ?
ข) นักวิชาการนโยบายและนักวิจัยที่มีส่วนร่วมสร้างแผนงานนี้ควรมีส่วนร่วมกันปรับปรุงแก้อย่างไร ? และ
ค) บุคลากรรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคตควรปรับตัวเตรียมพร้อมอย่างไรกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้น ? 

คำแนะนำจากผู้อาวุโสทุกท่านจะเป็นประโยชน์แด่ทั้งสามระดับบุคลากรดังกล่าว ที่จะสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติต่อไป

(ชิดชนก) เอาคนรู้จริงมาเขียนแผน ไม่ต้องคิดการใหญ่ เริ่มจากปัญหาเล็กก่อน แล้วขยายออกไป ผู้อาวุโสคือผู้รู้จริงในเรื่องนั้น ไม่ใช่คนนอกวงการที่อายุมาก มีตำแหน่งบริหารสูง อย่าใช้ศัพท์ที่เฟ้อเจ้อ อย่าเป็น hub ถ้าแก้ปัญหาเล็กสำเร็จ ก็ขยับไปปัญหาใหญ่ขึ้น ไม่กลัวความล้มเหลว ยืนด้วยตัวเองให้ได้ ในที่สุดต่างชาติ จะรู้ว่าไทยคือศูนย์กลางความรู้ในเรื่องนี้เอง 


(Quote: October 2025)
(Quote: October 2025)

คำถาม ๕) : ในบริบท “เทคโนโลยีควอนตัม” จากข้อมูลและคำถามก่อนหน้ารวมถึงสภาพที่ปรากฏสาธารณะโดยทั่วไป ขณะที่สังคมวิชาการควอนตัมไทยยังคงไม่เข้มแข็งนัก ในสังคมทั่วไปได้ปรากฏวาทกรรมควอนตัมเกินจริงระดับผลที่รุนแรง (critique hype) ด้วย เช่น เทคโนโลยีควอนตัมจริงเพื่อการศึกษาวิจัยแต่โฆษณาเกินจริงแอบพ่วงฝึกอบรมพ่วงขายอุปกรณ์ให้กับหน่วยงานการไฟฟ้าฯของประเทศแล้ว (quantum tie-in selling) รวมถึง กรณีควอนตัมเทียมกับสินค้าหลอกลวงจำนวนมากในท้องตลาด กระนั้น ยังมิเคยปรากฏ “ยุทธศาสตร์ นโยบาย หรือแผนงาน” รวมทั้งการจัดกิจกรรมของหน่วยงานรัฐใดที่จะช่วยปัดเป่าเหตุเหล่านั้น ให้การดูแล และให้ความรู้ที่เที่ยงแท้แก่ภาคประชาสังคมได้


ท่านมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างไร เพื่อช่วยให้สามารถปรับตัวยึดโยงกับสังคมทั่วไปสนองต่อโจทย์คำถามของสังคมที่แท้จริงเหล่านั้นได้ 

(ชิดชนก) ภาครัฐถูกคุมด้วยนักการเมือง จึงทำให้เกิดการใช้เทคโนโลยี่บางเรื่องมาหาเสียง อันนี้เป็นเรื่องปรกติมากสำหรับประเทศไทย แก้ไม่ได้ สิ่งที่ต้องทำคือเอานักเมืองการเรียนแนวคิด quantum ให้รู้เรื่องบ้าง ก่อนที่จะไปสั่งอะไรที่เหมือนความฝัน สังคมวิชาการไทยต้องตัดเรื่องที่ทำให้อาจารย์เสียเวลาไปโดยไม่เกิดประโยชน์ต่องานวิจัยออก อาจารย์ต้องทุ่มเวลาให้กับงานแบบที่อาจารย์ฝรั่งทำ เงินเดือนในแต่ละสาขาวิชาต้องไม่เท่ากัน สาขาที่จะนำประเทศไปอนาคตแข่งกับต่างชาติได้ ต้องให้เงินเดือนสูงกว่าปรกติ 2-3 เท่า เช่นที่ทำมานานแล้วในมหาวิทยาลัยของอเมริกา


-- จบ

(ความเห็น ๒๕๖๘)

หน่วยงานหลัก (Organizer)


และภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่

ชุดคอลัมน์ 'เตือนใจควอนตัมไทย'

“เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง”

ความคิดเห็น


FEATURED POSTS

FOLLOW US

  • Facebook Long Shadow

 

DROP US A LINE 

Your details were sent successfully!

  • Facebook page

Disclaimer: Science Web  (ดำเนินงานโดยอาสาสมัครเพื่อสาธารณะ) -- We are all volunteers !

เวปวิชาการนี้เป็นศูนย์รวมกิจกรรมไอทีสาขาใหม่บนพื้นฐานวิชาฟิสิกส์แขนงกลศาสตร์ควอนตัม (Quantum Mechanics)

มิได้เกี่ยวข้องกับสินค้า บริการ ความเชื่อ และการสร้างภาพลักษณ์ซ้อนเร้นบุคคลหรือองค์กรใดที่นำชื่อควอนตัมไปใช้

อีกทั้งนโยบายควอนตัมเกินจริงและการพ่วงขายเทคโนโลยีไอทีควอนตัมที่ระบาดเข้าสู่ประเทศไทย [1] [2] 

หากเพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมอุดมปัญญาด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

About Us - Contact: ++02 5647000  (อยู่ระหว่างรอหมายเลข สนง.ใหม่)   Email: thailand_chapter@comsoc.org  

UNESCO-IDL
OQC

Q-Ti - Q-Thai.org - Quantum-Thai.org
Thai Quantum Information Forum

since 2014 © copyright 

Thanks for submitting !

  • Facebook page
bottom of page