SIAM-Quantum Nexus 2026| by Physics Dept. CMU & IEEE Thailand Section Quantum IT & ComSoc |
- K Sripimanwat

- 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 4 นาที
SIAM-Quantum Nexus 2026
Paving the Way for coming Quantum Era:
Sustainable Platform & Community Development
by
Dept. of Physics & Material Science
Faculty of Science, Chiangmai university
in cooperated with
IEEE Communications Society - Thailand chapter
IEEE Thailand Section Quantum IT group
(Official Web)
Message from IEEE Thailand Section QuantumIT
List of activities
(updated - Feb 23, 2026)
Messages & Special Columns (สารและบทความพิเศษ) | Distinguished Advisors (ที่ปรึกษากิติมศักดิ์) | หมายเหตุ |
IEEE ComSoc/ IEEE ComSoc AP/ IEEE QTC/ IEEE Computer | (inviting) | |
Thai Quantum Information Forum Advisory members |
Events & Monthly Talks (Authentic Science Communication) | Details | Remarks/ Video Links |
“พื้นฐานนวัตกรรมสื่อสารสู่สังคมกับวิทยาการสาขาใหม่” | (invited) | |
“พื้นฐานการสื่อสารเพื่อการจัดการนวัตกรรม” | (invited) | |
“การสื่อสารวิทยาศาสตร์สำหรับเทคโนโลยีร่วมสมัย” | ||
“วิทยาศาสตร์เทียม (pseudoscience) กับการป้องกันและแก้ไข” | ||
"นวัตกรรมการสื่อสารสำหรับผู้ไม่มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์" | ||
"โรคหลงผิด (delusional disorder)” ไซโคพาธ (Psychopath) และอื่น ๆ กับวิทยาศาสตร์เทียม" | ||
จิตวิทยา "ควอนตัมศรีะนญชัย" -- ภูมิคุ้มกันเทคโนโลยีเกินจริง | ||
"‘การฟอกเขียว’ (Green Washing) ทางเทคโนโลยีกับการป้องกัน" |
Events & Monthly Talks (Policy & Management) | Details | Remarks/ Video Links |
จริยธรรมและธรรมาภิบาลสำหรับวงการวิทยาศาสตร์ไทย (Ethics and Good Governance in Thai Scientific Community) | (invited) | |
“การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่เที่ยงแท้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในบริบทควอนตัม” | (invited) | |
“ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการองค์กรวิจัยด้วยธรรมาภิบาลสำหรับเทคโนโลยีควอนตัม | (invited) |
Events & Monthly Talks (Quantum: Communications Computing & Sensing) | Details | Remarks/ Video Links |
Quantum & AI 101: เข้าใจโลกคอมพิวเตอร์ ควอนตัมและเอไอฉบับประชาชน | (invited) | |
Quantum Cryptography 40 ปี เรื่องจริงและลวงโลก | ||
Quantum Sensing/ Quantum DOT 2026 |
Communications Week & Science Day - The Exhibition & Symposium | National Science Day - Aug 14-17 @Chiangmai University and online (สัปดาห์วันวิทยาศาสตร์ไทย ณ ม.เชียงใหม่) | |
(ร่าง) Future ICT Policy รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กสทช. | ||
"Quantum Machine Learning - PM2.5" -- Prof.Trung Doung | IEEE ComSoc DLT 2026 | (inviting) |
How to Understand Quantum ? | ||
(Lab Visit: Chiangmai) |
Thai Quantum Information Annual SEMINAR (Q-Thai SEM#9) at IEEE Thailand Annual General (AGM) Meeting 2026 | ||
ONSITE - mini-Exhibition | November, 2026 | |
Final Talk | December 2026 | Details |
เกริ่นนำโครงการ
๑. หลักการและเหตุผล
วิทยาการควอนตัมที่ครบอายุหนึ่งศตวรรษ (ค.ศ.1925 - 2025) เมื่อนำมาประยุกต์กับเทคโนโลยีสารสนเทศอันเกี่ยวโยงกับเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร (communications) การประมวลผลข้อมูล (computing) และอุปกรณ์ (devices) จึงหลอมรวมเกิดเป็นวิทยาการใหม่ขึ้นในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา คือ “สารสนเทศหรือไอซีทีเชิงควอนตัม” ซึ่งได้รับการคาดการณ์ว่าจะให้กำเนิดซึ่งระบบไอทีแนวใหม่ที่จะมีขนาดเล็กลง เร็วขึ้น ตอบสนองความต้องการได้มากหรือมีศักยภาพที่สูงยิ่งขึ้น ทยอยมีบทบาทในสังคมมากขึ้นโดยลำดับ ข่าวความก้าวหน้าและการประยุกต์จึงปรากฏเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการประเมินความเสี่ยงจากหลายสถาบันต่อการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่จะถูกกระทบรุนแรงจากศักยภาพของไอซีทีควอนตัมดังกล่าวหากขาดการเตรียมพร้อมอย่างทันท่วงที รัฐบาลกลุ่มประเทศ พัฒนาแล้วได้ประกาศนโยบายและแผนงานเพื่อการแข่งขันมาตั้้งแต่เริ่มสหัสวรรษใหม่ (2000s) พร้อมแผนที่นำทางเทคโนโลยีหลากหลายแนวทางและการลงทุนระดับสูงมากในแต่ละปี มีแนวโน้มการเพิ่มผลผลิตสูงขึ้นทั้งด้านบุคลากรงานวิจัยและพัฒนา มาตรฐานและนโยบายและการสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมหน้าใหม่ (startup) ด้วยงบประมาณที่เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนผ่านจากการวิจัยเชิงพื้นฐานสู่การประยุกต์ การพัฒนาศักยภาพของประเทศในยุค “เศรษฐกิจควอนตัม (Quantum Economy)” จำเป็นต้องมีความเข้าใจร่วมกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร ผู้กำหนดนโยบาย ภาคอุตสาหกรรม และประชาชนทั่วไป เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบและโอกาสใหม่ที่เกิดขึ้นในยุคเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีนี้
สมาคม IEEE Thailand Section จึงร่วมกับภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันพันธมิตรในประเทศและต่างประเทศจึงได้ริเริ่มจัด “โครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการไอซีทีควอนตัมไทย พ.ศ. ๒๕๖๙ (The Symposium: SIAM–Quantum Nexus 2026)” เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการฝึกอบรม แลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่ายระดับชาติด้านเทคโนโลยีควอนตัมทั้งในและต่างประเทศ โดยมุ่งพัฒนา “ชุมชนความรู้ควอนตัม (Quantum Community Hub)” และ “แพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลแบบเปิด (Quantum Learning Room)” เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างเท่าเทียม
โครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการไอซีทีควอนตัมไทยนี้เป็นการต่อยอดประสบการณ์จากกิจกรรมเตรียมความพร้อมจำนวนมากในอดีตรวมทั้งโครงการล่าสุด “หนึ่งร้อยปีควอนตัมโลก ครึ่งศตวรรษควอนตัมไทย” และ “๑๕๐ ปีโทรคมนาคมไทย” พ.ศ.๒๕๖๘ โดยมุ่งเชื่อมโยงศาสตร์ฟิสิกส์เชิงควอนตัมกับวิศวกรรมประยุกต์และสังคมแห่งอนาคต เพื่อสร้างฐานความรู้และบุคลากรที่พร้อมสำหรับยุคควอนตัม (Quantum Era) อย่างยั่งยืน SIAM–Quantum Nexus 2026 จึงเป็นมากกว่างานสัมมนา หากแต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางความรู้” เพื่อสร้างรากฐานชุมชนควอนตัมไทยในระยะยาว โดยบูรณาการองค์ความรู้จากฟิสิกส์ วิศวกรรม วิทยาการคอมพิวเตอร์ การสื่อสาร สังคมศาสตร์ และที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อให้เกิดระบบนิเวศควอนตัมพร้อมด้วยแนวคิด “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ผิดพลาดน้อยลง” ต่อการเชื่อมโยงสู่โลกยุคใหม่ในอนาคต
๒. วัตถุประสงค์
เพื่อสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย เชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายภาครัฐ
เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือการเรียนรู้แบบเปิดด้านการสื่อสารควอนตัม (communications) การคำนวณควอนตัม (computing) และการตรวจวัดควอนตัม (sensing)
เพื่อส่งเสริมการสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและข้อมูล
เพื่อเตรียมบุคลากรและสังคมไทยให้พร้อมเข้าสู่ยุคควอนตัมโลก
เพื่อสร้างจดหมายเหตุควอนตัมไทยและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างรุ่นของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้กำหนดนโยบาย
คำสำคัญ (keywords); วิทยาศาสตรศึกษา (science education) การสื่อสารวิทยาศาสตร์ (science communication) การจัดการความรู้ (knowledge management) การจัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์ (sciecne faur) สารสนเทศ (ไอซีที) เชิงควอนตัม (quantum information & communications technology) การสร้างทรัพยากรและสื่ออนาคต (future resources) จดหมายเหตุควอนตัมโลกและประเทศไทย (World and Thai quantum milestones) การพัฒนาบุคลากรและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (human resource development & networking)
๓) ผู้รับผิดชอบโครงการ
ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ
IEEE Thailand Section Quantum IT group & IEEE Communications Society (Thailand Chapter)
ประธานกรรมการอำนวยการกิตติมศักดิ์:คณบดี คณวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (KMITL) และนายกสมาคม IEEE Thailand Section
ประธานโครงการ:รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันการศึกษา) และ
ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ (สมาคมวิชาชีพ)
พันธมิตรต่างประเทศ:QWorld (โปแลนด์), Senetas (ออสเตรเลีย), SPINQ (จีน), TCQC-CACR (จีน), Qasky (จีน)
๔. ผลกระทบ (impact)
ภาคสังคมประชาชนทั่วไป เข้าถึงองค์ความรู้และทรัพยกรสื่อสร้างทักษะไอซีทีควอนตัม เกิดความเข้าใจและมีภูมิคุ้มกันควอนตัมแปลกปลอมเบื้องต้น ด้วยผลจากการร่วมสื่อสารวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เหมาะสม
ภาคการศึกษาและการวิจัย เกิดการรวมกลุ่มใช้ผลผลิตต่อยอดสู่ด้านอื่น ๆ ได้ เช่น โครงการพัฒนาบุคลากร งานวิจัยและพัฒนาที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากการร่วมกันสื่อสารวิชาการสาธารณะที่ถ้วนทั่วครบทุกด้าน
ภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ได้รับการส่งเสริมให้สามารถติดตาม เข้าถึง และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้รวดเร็วพร้อมกับลดความเสี่ยงด้วยข้อมูลของโครงการที่ครอบคลุมและอ้างอิงตรวจสอบได้
ภาครัฐโดยผู้กำหนดนโยบาย ทั้งด้านโทรคมนาคม สารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงศักยภาพและผลกระทบของเทคโนโลยี พร้อมร่วมสื่อสารนโยบายวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลางรู้และเท่าทัน
กสทช. สามารถนำผลลัพธ์จากโครงการนี้ไปใช้เพื่อร่วมกำหนดแนวทางสนับสนุนส่งเสริมและตรวจสอบกิจกรรมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอซีทีควอนตัมเทคโนโลยีแขนงใหม่ของประเทศได้
“SIAM–Quantum Nexus 2026” คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมควอนตัมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาควิชาการ อุตสาหกรรม และนโยบายสาธารณะ เพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในยุคเศรษฐกิจควอนตัมโลก โดยใช้การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ และการสื่อสารที่เท่าทันเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอนาคตของชาติ
Partners:
| Gold | Silver | Bronze |
ผู้ดำเนินโครงการ (project members)
ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
๐ กิจกรรมประจำปีสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ภาคเหนือตอนบน
๐ ตัวแทนประเทศไทยเจ้าภาพกิจกรรมยูเนสโก (UNESCO’s procliamed events) กิจกรรมปีสากลแห่งแสงและเทคโนโลยีแสง (International Year of Light 2015)
กิจกรรมวันสากลแห่งแสงและเทคโนโลยีแสง (International Day of Light 2018 - 2025)
“หนึ่งร้อยปีควอนตัมโลก ครึ่งศตวรรษควอนตัมไทย”
๑๕๐ ปีโทรคมนาคมไทย พ.ศ. ๒๕๖๘
๐ เสวนาสาธารณะ (Dinner Talk) “ทศวรรษหน้าวิศวกรรมไฟฟ้าและฟิสิกส์ไทย”
ครั้งที่ ๑ (2560) & ครั้งที่ ๒ (2564) (www.quantum-thai.org/dinner-talk)
๐ การจัดประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ฯลฯ
หมายเหตุ:
ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org
Alliance:
ภาคผนวก ก)
จดหมายเหตุ และสรุปย่อวิทยาการควอนตัมโลก (World Quantum Milestones)
การรวบรวมเรื่องราวเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จากรูปแบบการเก็บบันทึกเอกสารและหลักฐานต่างๆ ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ผ่านกระบวนการ คัดเลือก และวิเคราะห์ โดยการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเหตุการณ์ในรูปแบบจดหมายเหตุเข้าด้วยกัน เพื่อนำเสนอและเผยแพร่ในรูปแบบที่สื่อเข้าใจได้ง่ายจะก่อให้เกิดการเสริมสร้างองค์ความรู้ในรูปแบบทางเลือก อันเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานสำหรับการพัฒนาศักยภาพเพื่อการพัฒนาประเทศได้อีกทางหนึ่ง รวมทั้งสามารถใช้เสริมสร้างเอกลักษณ์ของประเทศและความภาคภูมิใจ ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ตระหนัก และรู้เท่าทันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้วย
วิทยาการด้านกลศาสตร์ควอนตัมว่าด้วยสิ่งที่สิ่งประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์เข้าถึง "รูป รส กลิ่น เสียง และกายสัมผัส”โดยตรงไม่ได้ ต่างจากกรณีของแสงที่มนุษย์รับรู้ได้จากการมองเห็นทั้งภาพ สีหรือความสว่าง และสัมผัสซึ่งอุณหภูมิหรือความร้อนที่เปลี่ยนแปลงตาม ฯ ดังนั้น การศึกษาเรียนรู้วิทยาการนี้จึงอาจรู้สึกว่ายาก แต่หากได้ทำความเข้าใจควบคู่ไปกับวิทยาการด้านแสงที่พบเห็นพัฒนาการอยู่ก่อนและคุ้นเคยมากแล้ว อาจเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เข้าถึงได้สะดวกขึ้น
การเริ่มต้นศึกษาประวัติของกลศาสตร์ควอนตัมควรย้อนกลับไปที่ต้นกำเนิดตั้งแต่กรณี “การแผ่รังสีจากวัตถุดำ” (black-body radiation) อันจะได้นำพาไปสู่สูตรสมการการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ในลำดับถัดไป แล้วตามด้วยสังคมวิทยาการของโลกในช่วงที่เกิดความคลุมเครือต่อขอบเขตคุณสมบัติของแสงเพื่อที่จะบ่งบอกให้ได้ถึงการเป็นอนุภาคหรือว่าเป็นคลื่น อาทิ จากผลงานที่สวยงามยิ่งของวิทยาการแสงก่อนหน้าด้วยการทดลองสลิตคู่ร่วมกับการอธิบายการเลี้ยวเบนของแสงด้วยทฤษฎีคลื่นได้อย่างแม่นยำนั้น ทำให้ทฤษฏีของคลื่นถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่จนหลักการของการเป็นอนุภาคจืดจางลงไปในยุคหนึ่ง กระทั่ง กึ่งศตวรรษถัดมาสองขั้วความคิดดังกล่าวได้รับการท้าทายใหม่อีกครั้งเพราะการค้นพบสืบเนื่องมาตระหนักกันแล้วว่า แสงคือช่วงหรือก้อนของพลังงานมิได้เป็นเพียงคลื่นหรืออนุภาคอย่างใดอย่างหนึ่งเช่นก่อนแล้ว และในที่สุดการค้นพบหนึ่งในทฤษฎีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดที่เคยมีมาจึงได้ถือกำเนิดถัดมาพร้อมกับประโยคที่ว่า “แทบจะทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับกระแสควอนตัม” (quantum electrodynamics: QED - ควอนตัมอิเล็กโตรไดนามิกส์ หรือคิวอีดี) อันเป็นทฤษฎียิ่งใหญ่สำหรับกลศาสตร์ควอนตัมเทียบเคียงได้กับสมการของแมกซ์เวลล์สำหรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในอดีต ต่อจากนั้น วิทยาการกลศาสตร์ควอนตัมจึงปรากฏความชัดเจนขึ้นอีกเป็นอย่างมาก
ขณะเดียวกัน การศึกษาธรรมชาติของแสงแนวทางแบบเดิม ๆ ที่ละเอียดลออลึกลงต่อไปอีกนั้น พบว่าไม่ได้มีบทบาทสำคัญให้งานด้านทัศนศาสตร์ (optics) ก้าวหน้าเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เช่นเมื่อกล่าวถึงเลเซอร์ โฮโลแกรม รวมทั้งโฟโตนิกส์ (photonics) หรืองานที่เกี่ยวข้องกับแสง ปรากฏมีผลการทดลองมากมายที่ไม่สามารถอธิบายด้วยวิธีการดั้งเดิมนั้นได้อีกแล้ว โลกจึงก้าวข้ามสาขามาหาหลักการทางกลศาสตร์ควอนตัมเพื่อนำไปใช้ศึกษากันต่อ จึงได้ก่อให้เกิดงานแขนงใหม่ขึ้นตามมาอีกแนวทางหนึ่ง นั่นคือ ทัศนศาสตร์ควอนตัม (quantum optics)
จากการที่แสงได้รับการค้นพบแล้วว่าเป็นทั้ง คลื่นและอนุภาค (wave - particle duality) ความนุ่มลึกละเมียดละไมของวิทยาการที่มนุษย์ได้ค้นคว้าหาคำตอบเรื่องของธรรมชาตินี้มาอย่างยาวนานได้มาถึงอีกขั้นใหม่ที่ลึกซึ้งมากขึ้น โดยเกิดเป็นการอภิปรายถกเถียงอันมีชื่อเสียงที่สุดของวงการตามมาเลยทีเดียวกับเรื่อง “ค่าประจำถิ่นหรือ ณ ตำแหน่งใด ๆ” (locality) เสมือนการมีค่าประจำตัวของอนุภาค กล่าวคือโดยหลักสถิติตัวแปรสุ่มที่เกิดจากการวัดระบบทางกายภาพสองระบบที่อยู่ห่างไกลกัน ณ เวลาเดียวกัน ต้องมีความเป็นอิสระต่อกัน อีกทั้งมีความเชื่อว่าสถานะของสิ่งในธรรมชาติ (realism) มีอยู่จริงก่อนหน้าที่จะมีการสังเกตหรือตรวจวัด และจะเป็นอิสระจากการสังเกตนั้น ๆ อันหมายความว่า การวัดค่าสถานะจะไม่มีผลต่อระบบนั่นเอง ซึ่งแนวคิดนี้เคยสร้างความสับสนและการถกเถียงในวงการฟิสิกส์โลกมาอย่างยาวนาน เพราะผลการตรวจวัดของการทดลองต่าง ๆ กลับพบว่าเสมือนมีการสื่อนำข่าวสารระดับอนุภาคมูลฐานเกิดขึ้นได้ในทันทีทันใด (instanteneous) ราวกับว่าอนุภาคที่ห่างไกลจากกันมีสถานะร่วมกันได้นั่นเอง ดังนั้น สถิติจากการตรวจวัดจึงมิได้เป็นอิสระขาดจากกันดังที่คาดคะเนมาก่อนหน้า
กรณีดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของโลกจำนวนหนึ่งได้เสนอว่าเป็นเพราะตัววิทยาการกลศาสตร์ควอนตัมเองยังคงมีความไม่สมบูรณ์และแสดงถึงการมีอยู่ของ “ตัวแปรที่ซ่อนเร้น"ด้วย เนื่องจากปรากฏการณ์ดังกล่าวนั้นจะไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้เพราะจะละเมิดทฤษฎีสัมพัทธภาพที่ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแสงนั่นเอง แต่ต่อมาเมื่อทฤษฎีบทของเบลล์ (Bell's inequality) ก่อร่างสร้างขึ้นกระทั่งทำการทดลองจนถึงการสร้างปรากฏการณ์ความพัวพัน (entanglement) ได้สำเร็จ แล้วพบว่าแม้อนุภาคจะอยู่ห่างไกลและถูกวัดในขณะเวลาเดียวกันจะมีสถิติที่ไม่เป็นอิสระต่อกันเกิดขึ้นได้จริง จึงพิสูจน์ซึ่งการ “ไม่มีค่าประจำถิ่น” (non-locality) ของธรรมชาติก่อนการตรวจวัดในที่สุด ทำให้สมมติฐานตัวแปรซ่อนเร้นก่อนหน้านั้นตกไป ความแข็งแกร่งของกลศาสตร์ควอนตัมจึงได้รับการสร้างเสริมจากการอภิปรายแห่งศตวรรษนั้นต่อ ๆ มา และมีพัฒนาการที่ก้าวหน้ามากขึ้นเป็นอย่างยิ่ง
ศตวรรษกลศาสตร์ควอนตัม (The Centenary of Quantum Mechanics)
งานการแผ่รังสีจากวัตถุดำโดย แม็กซ์ พลังค์ (Max Planck) ปฏิวัติวงการฟิสิกส์ดั่งเดิมให้กำเนิดสาขากลศาสตร์ควอนตัมที่ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดต่อ ๆ มาร่วมหนึ่งร้อยปีอย่างยิ่งใหญ่ โดยวิทยาการแสงของยุคก่อนหน้าได้รับการพิจารณาข้ามมาร่วมสาขากับกลศาสตร์ควอนตัมนี้ด้วยเช่นกัน บนแกนเวลาของพัฒนาการดังกล่าว การกระเจิงคอมป์ตันโดย อาเธอร์ ฮอลลี คอมป์ตัน (Arthur Holly Compton) หรือหลักการเชิงอนุภาคของการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าคือหลักชัยถัดมา กระทั่ง นักวิทยาศาสตร์ร่วมสมัยยุคต่อมาทั้ง พอล ดิแรก (Paul Dirac) พาสคาล จอร์แดน (Pascual Jordan) แวร์เนอร์ ไฮเซนแบร์ก (Werner Heisenberg) โวล์ฟกังเพาลี (Wolfgang Pauli) และอื่น ๆ อีกมากได้ช่วยกันวางรากฐานกลศาสตร์ควอนตัมให้เติบโตยิ่งขึ้น และ วิลลิส แลมบ์ (Willis Lamb) ยังขยายผลความเข้าใจพื้นฐานต่าง ๆ ให้สัมฤทธิ์ผลได้อีกมากในเวลาต่อมา ... หลังจากที่โลกได้รู้จักปรากฏการณ์ความพัวพัน (entanglement) หรือความสัมพันธ์ที่ห่างไกลเชิงควอนตัมแล้ว อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ บอริส โพโดลสกี และ นาธาน โรเซน (Albert Einstein, Boris Podolsky & Nathan Rosen: EPR) อธิบายถึงความสามารถในการเกิดการสื่อสารทันทีทันใด (instantaneous communication) ของความพัวพันเชิงควอนตัมนั้นด้วยการนำเสนอ “ตัวแปรซ่อนเร้น” (hidden variables) ซึ่งกลายเป็นการท้าทายอย่างรุนแรงต่อภาพรวมวิทยาการควอนตัมโลก
กระทั่ง คิวอีดี (QED) ได้กำเนิดขึ้นและเป็นทฤษฎีที่ประสบผลสำเร็จมาก โดยที่ จูเลียน ชไวเงอร์ (Julian Schwinger) ซินอิทิโร โทโมนากะ (Sin-Itiro Tomonaga) และ ริชาร์ด ไฟน์แมน (Richard Feynman) นำเสนอสูตรคณิตศาสตร์อย่างละเอียดอธิบายสรรค์สร้างไว้ รวมทั้ง สาขาทัศนศาสตร์เชิงควอนตัม (quantum optics) ก็ได้กำเนิดตามมาด้วยโดย รอย กลาวเบอร์ (Roy Glauber) ทั้งหมดทำให้ครึ่งศตวรรษหลังเกิดมีพัฒนาการที่เข้มข้นสูงยิ่ง ในที่สุด จอห์น เบลล์ (John Bell) จึงเป็นผู้ทำให้สมมติฐานของการมีตัวแปรที่ซ่อนเร้นอยู่ก่อนหน้านั้นตกไป โดยมีการยืนยันต่อด้วยผลงานของ แดเนียล กรีนเบอร์เกอร์ มิชาเอล ฮอร์น และ อันตัน ไซลิงเงอร์ (Daniel Greenberger, Michael Horne & Anton Zeilinger) จากการนำเสนอ “สถานะ GHZ" ซึ่งได้ร่วมขับเคลื่อนให้โลกมาสู่สารสนเทศยุคใหม่สืบต่อมาอีกขั้น กระทั่ง การขยายผลการทดลองเพื่อพิสูจน์อสมการของเบลล์โดย ฟิลิปป์ แกรงกิแอร์ เจอราร์ด โรเจอร์ และ อแลง แอสเปก (Philippe Grangier, Gérard Roger & Alain Aspect) ได้ยืนยันคุณสมบัติร่วมเชิงอนุภาคของแสงอันเป็นมากกว่าแค่เพียงคลื่น ทั้งช่วยลบล้างหลักการตัวแปรซ่อนเร้นนำไปสู่การสร้างระบบความพัวพันขึ้นได้ กลศาสตร์ควอนตัมในรอบหนึ่งศตวรรษแรกจึงก้าวหน้าต่อมาอย่างอย่างมั่นคง ...

(The Solvay conference 1927)
ภาคผนวก ข)
หลักไมล์ ๕๐ ปี ควอนตัมไทยไทย: ความรู้ที่ไกลห่าง
๒๕๑๘ (1975) “อาจารย์สิปปนนท์ เกตุทัต สมัยเรียนจบกลับมาควอนตัมยังไม่ได้สอนในเมืองไทยเลย เราตามหลังเขามาก ควอนตัมเกิดเมื่อปี ค.ศ.1925 อาจารย์สิปปนนท์กลับมาปี ค.ศ.1975 แม้ห้าสิบปีผ่านไปแล้วควอนตัมก็ยังไม่ถึงเมืองไทย” บทสัมภาษณ์ ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน เรื่องศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต อดีตนักเรียนทุน (คุรุสภา) ด้านฟิสิกส์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงอุตสาหกรรม
๒๕๐๔ (1961) สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ (ชื่อเดิม) จัดตั้งขึ้นครั้งแรกตามพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติและพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการสำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๘) หน่วยงานราชการระดับกรมสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๕ เปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
๒๕๑๔ (1971) งานวิจัยและการเรียนการสอนด้านนิวตรอนพลังงานสูง ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมเครื่องกำเนิดรังสีนิวตรอนแรก
๒๕๕๕ (2012) การทดลองความพัวพันของแสงครั้งแรกโดยห้องปฏิบัติการการสื่อสารเชิงแสงและควอนตัม (OQC lab) - สวทช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และรายงานการทดลองพิสูจน์ทฤษฎีบทของเบลล์ยืนยันการไม่มีอยู่ของข่าวสารก่อนการตรวจวัดตามหลักการกลศาสตร์ควอนตัม
๒๕๕๙ (2016) ภาษาไทยปรากฏเพียงภาษาเดียวในโลกที่กำหนดหน่วย “ตัว" ให้กับอนุภาคมูลฐาน พบได้ทั้งในตำราเรียนมาตรฐานระดับมัธยม ข่าวแปลการค้นพบอนุภาคของทุกสำนักข่าว และการเรียนการสอนหรือการสื่อสารทั่วไปในสังคม - เกิดโครงการรณรงค์ ‘ควอนตัมไทยไฉนถึงเป็น”ตัว”’ เพื่อทุกภาคส่วนสังคมได้ตระหนักถึงความผิดพลาดและร่วมหาทางพัฒนา
๒๕๖๓ (2020) กำเนิด “แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ.2563 – 2572” ฉบับ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๓ โดยหน่วยงานนโยบายรัฐฯ
Disclaimer:
SIAM-Quantum Nexus 2026
- a public serving project by volunteers
no conflict of interest & none of personal agenda involved
๐
Welcome volunteers !
๐























































ความคิดเห็น