“การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่เที่ยงแท้” | Northern National Science WEEK | สัปดาห์วิทยาศาสตร์ ๒๕๖๙ | นิทรรศการเคลื่อนที่และบรรยายพิเศษ | Aug 18, 2026 | มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ | Siam-Quantum Nexus 2026 |
- K Sripimanwat

- 13 ก.ค.
- ยาว 3 นาที
อัปเดตเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา
เมื่อมุมหนึ่งของวงการวิทยาศาสตร์กำลังล่องลอยถอยห่าง ...
ถึงเวลาที่สังคมช่วยกันส่งเสียงสะท้อนย้อนทิศทาง
นิทรรศการเคลื่อนที่และบรรยายพิเศษ
วันวิทยาศาสตร์ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๙
ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เกริ่นนำ
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สังคมไทยลงทุนกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้วยงบประมาณจำนวนมหาศาล แต่คำถามที่สำคัญไม่แพ้เรื่องจำนวนผลงานและการจัดอันดับสถานะการวิจัยของประเทศ คือ ประชาชนได้รับ "ความเข้าใจ" ทางวิทยาศาสตร์กลับคืนมามากเพียงใด ... เมื่อวิทยาศาสตร์กลายเป็นเครื่องมือของการแข่งขันเชิงนโยบาย การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การสร้างภาพลักษณ์รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ คำว่า "ความจริง" จึงเริ่มแข่งขันกับคำว่า "ความน่าเชื่อถือ" อย่างเงียบ ๆ
หลายครั้ง สังคมมิได้เผชิญเพียงข่าวปลอมหากแต่เผชิญกับ "วิทยาศาสตร์เกินจริง" "คำสัญญาที่เกินจริงของเทคโนโลยี" (Technological Promise Scam)*** และการสื่อสารที่ข้ามขั้นจากหลักฐานไปสู่ความคาดหวังพ่วงด้วย เมื่อประชาชนไม่มีพื้นที่ร่วมตั้งคำถาม การตัดสินใจเชิงนโยบายย่อมค่อย ๆ ห่างออกจากสังคม และเมื่อวงการวิทยาศาสตร์สนทนากันเองในวงการเดียวกัน ความรู้ก็อาจกลายเป็นเพียง "ภาษาเฉพาะกลุ่ม" ที่ประชาชนซึ่งเป็นผู้เสียภาษีส่วนใหญ่กลับเข้าไม่ถึง
เวที SIAM–Quantum NEXUS 2026 : การสื่อสารวิทยาศาสตร์สู่สังคม จึงตั้งใจย้อนถามคำถามพื้นฐานที่สุดว่า
วิทยาศาสตร์ไทยกำลังสื่อสารกับสังคม ประชาชน คนทั่วไป ... ด้วยไหม ?
เวทีวันวิทยาศาสตร์ปีนี้ จึงเรียนเชิญผู้เชี่ยวชาญจากสาขารอบด้าน ทั้ง ประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ฯ จิตวิทยา และธรรมาภิบาล ร่วมกันให้เสียงสะท้อนอันเนื่องมาจากปัญหาที่วงการฯ กำลังเผชิญอาจไม่ได้เกิดจาก "วิทยาศาสตร์" หากเกิดจาก "วิธีใช้วิทยาศาสตร์" ในสังคม
การออกแบบเวทีเช่นนี้เกิดขึ้นจากบทเรียนหลายปีของการติดตามนโยบายเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะกรณี“แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๗๒” ซึ่งสะท้อนช่องว่างระหว่างวิสัยทัศน์ระดับนโยบายกับความเข้าใจของสังคม รวบรวมเป็นบทเรียนได้ชุดใหญ่ใน “ควอนตัมศรีธนญชัย” เพื่อชวนตั้งคำถามต่อวัฒนธรรมการสื่อสารที่เกินหลักฐาน (Technology Hype) และผลกระทบของนโยบายที่อาจย้อนกลับมาเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์เอง
เวทีด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์นี้จึงเกิดขึ้น เพื่อทยอยช่วยกันปรับเปลี่ยนจากวัฒนธรรมการสร้างภาพลักษณ์ด้วยวิทยาศาสตร์ไปสู่วัฒนธรรมการเรียนรู้และการคิดเชิงวิพากษ์ เปิดพื้นที่ร่วมกับศาสตร์สาขาอื่น ๆ รวบรวมเสียงสะท้อนกลับคืนสู่วงการวิทยาศาสตร์นั่นเอง !
*** “แนวทางในการรับมือข้อมูลเท็จทางเทคโนโลยีด้วยศาสตร์แห่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล" -- ดร.ชํานาญ งามมณีอุดม (บรรยาย Siam-Quantum Nexus 2026 - กรกฎาคม ๒๕๖๙)
๐ การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่เที่ยงแท้ ๐
“ความรู้” คือ “อำนาจ” การสื่อสารจึงสำคัญไม่แพ้วิทยาศาสตร์
เมื่อวิทยาศาสตร์ถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ เมื่อการมีส่วนร่วมของสาธารณะยังไม่เข้มแข็ง และเมื่อเทคโนโลยีใหม่ถูกนำเสนอเกินกว่าหลักฐานรองรับ คำถามจึงไม่ใช่ “ควรเชื่อหรือไม่” แต่คือ “สังคมจะตรวจสอบอย่างไร”
หลังจากปีแห่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควอนตัมโลก (International Year of Quantum Science and Technology : IYQ2025) ได้สร้างแรงตื่นตัวต่อวิทยาการสาขาใหม่นี้ในวงกว้าง โดยพบว่ายังคงขาดซึ่งการสร้าง "ภูมิคุ้มกันทางปัญญา" ให้แก่สังคมอย่างทั่วถึง การพัฒนาตัวเทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านั้นยังคงจำเป็นอย่างยิ่งต้องเดินควบคู่กับการพัฒนาความสามารถของประชาชนในการแยกแยะข้อเท็จจริง ความไม่แน่นอน การคาดการณ์ และการโฆษณาประชาสัมพันธ์แฝง
สำหรับประเทศไทย เทคโนโลยีทุกยุคก่อนหน้าตั้งแต่ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ฮอโลแกรม นาโนเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ ต่างเคยผ่านช่วงเวลาที่ความคาดหวังสูงกว่าความพร้อมของเทคโนโลยีจริงกระท่ังมาสู่การใช้งานได้จริง โดยทุกยุคสมัยที่ผ่านมาประเทศไทยยังคงขึ้นขบวนรถไฟแห่งความก้าวหน้าเทคโนโลยีเหล่านั้นไม่ทัน กระนั้น เทคโนโลยีควอนตัมที่มีศักยภาพสูงยิ่งมาพร้อมกับความเป็นไปได้ที่จะ "ไม่มา" ("10 years, minus 5, plus never," -- Seth Lloyd) แต่กลับถูกใช้สร้าง คำสัญญาที่เกินจริงของเทคโนโลยี ดังกล่าวมาอย่างยาวนานและมากมาย ดั่งบทเรียนใน “ควอนตัมศรีธนญชัย”
ดังนั้น การสื่อสารวิทยาศาสตร์จึงมิได้มีหน้าที่เพียงสร้างแรงบันดาลใจ แต่ยังต้องสร้างความเข้าใจต่อ "ข้อจำกัด" ขององค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ เหล่านั้นด้วย เวที SIAM–Quantum NEXUS 2026 จึงกำหนดแนวทางกิจกรรมหลักของวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ๒๕๖๙ นี้กับ "การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่เที่ยงแท้" -- จากการทูตวิทยาศาสตร์ สู่ธรรมาภิบาลนโยบาย โดยนำเสนอหัวข้อนำต่อเนื่องกันเป็น "ห่วงโซ่ของการสื่อสารวิทยาศาสตร์ (พ.ศ.๒๕๖๙)" ดังนี้
1) Science Diplomacy
วิทยาศาสตร์ในฐานะภาษากลางของโลก วิทยาศาสตร์ในทางการทูต (science in diplomacy) การทูตเพื่อวิทยาศาสตร์ (diplomacy for science) และวิทยาศาสตร์เพื่อการทูต (science for diplomacy) ที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานสำคัญว่า วิทยาศาสตร์มีลักษณะเป็นกลางทางการเมือง และสามารถทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างประเทศได้ การทูตเชิงวิทยาศาสตร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับรัฐเท่านั้น แต่ยังดำเนินผ่านตัวแสดงอื่น ๆ โดยเฉพาะองค์การระหว่างประเทศและเครือข่ายความร่วมมือข้ามชาติ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการไกล่เกลี่ย จัดรูป และขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ในหลายระดับ “การทูตเชิงวิทยาศาสตร์แบบไทย” ควรจัดวางวิทยาศาสตร์ในฐานะเครื่องมือทางการทูตในทิศทางใด จะมุ่งไปสู่การสร้างโอกาสใหม่ในการพัฒนา หรือจะดำรงอยู่ในฐานะอีกหนึ่งกลไกของอำนาจบนเวทีโลก และไทยจะสามารถต่อรองกับข้อจำกัดของระเบียบโลกที่มีลำดับชั้นได้มากน้อยเพียงใด ขณะเดียวกัน การทูตเชิงวิทยาศาสตร์จะสามารถสร้างประโยชน์และโอกาสให้เข้าถึงผู้คนในทุกพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงได้อย่างไร โดยเฉพาะประชาชนทั่วไปที่อยู่นอกศูนย์กลางของอำนาจและความรู้
2) Public Engagement
เมื่อสาธารณชนไม่มีโอกาสหรือมีส่วนร่วม นโยบายย่อมถูกอธิบายโดยคนจำนวนน้อย แต่เมื่อประชาชนต้องการเข้าใจเข้าถึงวิทยาศาสตร์ก็ควรจะสามารถตั้งคำถามกับนโยบายได้เช่นเดียวกัน การมีส่วนร่วมจึงมิใช่อุปสรรคของการพัฒนาแต่เป็นระบบตรวจสอบคุณภาพของการพัฒนา
แนวคิดสำคัญหนึ่งมุมรัฐศาสตร์ร่วมสมัยสะท้อนว่า นโยบายสาธารณะที่ใช้เงินภาษีจำนวนมาก ไม่ควรเป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญเพียงไม่กี่คน แต่ต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมตั้งคำถาม ร่วมตรวจสอบ และร่วมกำหนดทิศทางของประเทศ การมีส่วนร่วมของประชาชนควรต้องเริ่มตั้งแต่การนิยามปัญหา การกำหนดเป้าหมาย และการประเมินผลลัพธ์ของนโยบาย ฯลฯ ไปพร้อมด้วย
3) Psychology of Pseudoscience
ทำไมผู้คนจึงเชื่อวิทยาศาสตร์เทียมหรือเกินจริง ? คำตอบจำนวนมากอยู่ที่จิตวิทยา อคติ อิทธิพลทางสังคมและภาพลักษณ์ของผู้สื่อสาร ยิ่งเทคโนโลยีซับซ้อนการตรวจสอบยิ่งยาก ผู้เชี่ยวชาญจึงมีหน้าที่อธิบายให้เข้าใจ (มิใช่ทำให้ยิ่งลึกลับเพื่อประโยชน์แฝง)
เมื่อข้อมูลมหาศาลไหลผ่านหน้าจอทุกวัน ความจริงไม่ได้ชนะเสมอไป สมองมนุษย์ใช้ทางลัดในการตัดสินใจ เชื่อผู้เชี่ยวชาญ เชื่อภาพลักษณ์ เชื่อเสียงส่วนใหญ่ และเชื่อเรื่องที่สอดคล้องกับความหวังของตนเอง กลไกการโน้มน้าว ความเชื่อ และเหตุผลที่ทำให้แม้แต่คนมีการศึกษาก็สามารถตกเป็นเหยื่อของข้อมูลที่มีเพียง "ภาพลักษณ์ของความเป็นวิทยาศาสตร์ (เช่น 'ควอนตัม')" ... เมื่อเข้าใจกลไกของสมองหรือจิตวิทยาแล้ว จึงอาจเริ่มออกแบบการสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่สร้างภูมิคุ้มกัน มากกว่าการกล่าวโทษผู้รับสารได้
4) Policy Integrity
เมื่อโครงการวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับงบประมาณจำนวนมาก ธรรมาภิบาลจึงเป็นองค์ประกอบหนึ่งของวิทยาศาสตร์ด้วย การจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดมาตรฐาน ผลประโยชน์ทับซ้อน การขายพ่วงเทคโนโลยี และการใช้นโยบายเพื่อสร้างภาพลักษณ์ ล้วนเป็นประเด็นที่ควรได้รับการเรียนรู้ควบคู่กับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มีความสำคัญต่อวงการวิทยาศาสตร์ไม่น้อยกว่าหัวข้อด้านเทคโนโลยี เพราะหากระบบจัดซื้อจัดจ้างขาดซึ่งธรรมาภิบาล แม้เทคโนโลยีจะล้ำสมัยเพียงใด ก็อาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างแท้จริง การป้องกันคอร์รัปชันจึงมิใช่เรื่องปลายทาง แต่เป็นเงื่อนไขพื้นฐานของการสร้างระบบวิทยาศาสตร์ที่ประชาชนไว้วางใจ
"เมื่อนโยบายหลงภาพลักษณ์ วิชาการติดวาทกรรม อุตสาหกรรมจำแลงจึงแฝงตัว"
๐ อนาคตของวิทยาศาสตร์ไทย ๐
มิควรวัดได้เพียงแค่จากรายงานหรือปริมาณภาพแถลงข่าว ถ้อยแถลงนโยบาย งบประมาณหรือผลงานตีพิมพ์ หากวัดจากความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อวิทยาศาสตร์ด้วย
การสื่อสารที่ดีคือส่วนหนึ่งของการวิจัยที่ดี ความน่าเชื่อถือของวิทยาศาสตร์ไม่ได้เกิดจากการประกาศว่า "เชื่อผู้ใหญ่ นักวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญ" แต่เกิดจากการเปิดเผยหลักฐาน เปิดรับการตรวจสอบ ยอมรับข้อผิดพลาดเมื่อพบข้อมูลใหม่ และพร้อมอธิบายเหตุผลให้ประชาชนเข้าใจ การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่เที่ยงแท้จึงมิใช่การทำให้ประชาชนเชื่อ ควรเป็นการทำให้ประชาชนได้ "คิด"
การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ จำเป็นต้องอาศัยทั้งจินตนาการ วิสัยทัศน์ และความกล้าที่จะลงทุนกับอนาคต แต่หาก "ภาพลักษณ์" เริ่มนำหน้า "หลักฐาน" หรือหาก "วาทกรรม" เริ่มมีอิทธิพลมากกว่าการตรวจสอบทางวิชาการ พื้นที่ว่างดังกล่าวอาจเปิดโอกาสให้การโฆษณาเกินจริง การสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือการนำเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงกับสินค้าและโครงการโดยไม่มีหลักฐานรองรับอย่างเพียงพอแทรกตัวเข้ามาได้ อาจเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย เพราะหากถูกใช้เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงก็สามารถขับเคลื่อนประเทศได้ แต่หากถูกใช้เป็นเพียง "ป้ายคำ" เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก็อาจทำให้สังคมแยกไม่ออกระหว่างนวัตกรรมกับการตลาด
คำถามสำคัญจึงมิใช่แค่เพียงว่า "เทคโนโลยีนี้ล้ำหน้าหรือไม่" แต่คือ
ประชาชนจะตรวจสอบข้ออ้างทางเทคโนโลยีได้อย่างไร
การมีส่วนร่วมของสาธารณะควรเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนไหน เปิดพื้นที่ให้ประชาชนอย่างไร
จิตวิทยาของสภาพสังคมและวัฒนธรรมส่งเสริมภาพลักษณ์ส่งผลต่อการยอมรับหรือปฏิเสธวิทยาศาสตร์อย่างไร
และ จะสร้างธรรมาภิบาลปกป้องวิทยาศาสตร์จากผลประโยชน์ทับซ้อนให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างไร
คำตอบเหล่านี้อาจไม่ได้อยู่เพียงในตำราวิทย์หรือฟิสิกส์ควอนตัม อาจต้องอาศัยองค์ความรู้จากสาขารอบด้านอื่น อาทิ ประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ จิตวิทยา และธรรมาภิบาล (ฯลฯ) มาช่วยกันอธิบายว่า วิทยาศาสตร์จะก้าวหน้าไปพร้อมกับความไว้วางใจของสังคมได้อย่างไร
สังคมทั่วไปควรเตรียมตัวอย่างไร ? เมื่อวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นโยบาย และผลประโยชน์สาธารณะ เริ่มเชื่อมโยงกันมากกว่าที่เคย พบคำตอบได้ในการบรรยายพิเศษ วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๙
"วันวิทย์... ที่นักวิทย์ไทย ควรตั้งใจฟัง"
กำหนดการ
อังคารที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๙

๘:๐๐ - ๘:๓๐ น. ลงทะเบียน (สำหรับผู้ลงทะเบียนล่วงหน้า)
ณ ห้องสัมนาชั้น ๑ อาคารฟิสิกส์ ๑ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
๘:๓๐ - ๙:๐๐ น. เปิดกิจกรรม
“การสื่อสารวิทยาศาสตร์เที่ยงแท้ (authentic science communication)”
โดย รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ หัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ฯ & IEEE Thailand Section
และ ปาฐกถา “วิทยาศาสตร์ภาคประชาชน (แท้-เทียม-เกินจริง)”
โดย รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ที่ปรึกษา สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

๙:๐๐ - ๑๒:๓๐ น. บรรยายพิเศษ (ประวัติศาสตร์/ รัฐศาสตร์/ จิตวิทยา/ ธรรมาภิบาล )
๑) Science Diplomacy -- การทูตเชิงวิทยาศาสตร์ยุคเอไอและควอนตัม
ผศ.ดร.ขวัญชนก กิตติวาณิชย์
ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
๒) พื้นฐานการสื่อสารนโยบายและการมีส่วนร่วมของพลเมือง (Public Engagement)
รศ.ดร.ไพลิน ภู่จีนาพันธุ์
คณบดี คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
๓) กลไกทางจิตวิทยาเบื้องหลังการยอมรับวิทยาศาสตร์เทียมและแนวทางป้องกัน
ผศ.ดร. ไชยันต์ สกุลศรีประเสริฐ
ภาควิชาจิตวิทยา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
๔) พื้นฐานการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบาย: กรณีจัดซื้อจัดจ้างและขายพ่วงเทคโนโลยี ฯลฯ
คุณจตุพร ณ จันตา เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่
จัดโดย ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ สาขาไฟฟ้าสื่อสารและกลุ่มไอทีควอนตัม สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็คโทรนิคส์แห่งประเทศไทย
(PDPA -- ในงานมีการบันทึกเสียง ภาพและวีดีโอ)
Paving the Way for coming Quantum Era:
Sustainable Platform & Community Development
(Science & Technology, Social Sciences, Education, Humanities, Political Science & Law, Economics)
(Official Web)
เกริ่นนำโครงการ
วัตถุประสงค์
เพื่อสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย เชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายภาครัฐ
เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือการเรียนรู้แบบเปิดด้านการสื่อสารควอนตัม (communications) การคำนวณควอนตัม (computing) และการตรวจวัดควอนตัม (sensing)
เพื่อส่งเสริมการสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและข้อมูล
เพื่อเตรียมบุคลากรและสังคมไทยให้พร้อมเข้าสู่ยุคควอนตัมโลก พร้อมภุมิคุ้มกันวิทยาศาสตร์เทียม
เพื่อสร้างจดหมายเหตุควอนตัมไทยและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างรุ่นของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้กำหนดนโยบาย
คำสำคัญ (keywords); วิทยาศาสตรศึกษา (science education) การสื่อสารวิทยาศาสตร์ (science communication) การจัดการความรู้ (knowledge management) การจัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์ (sciecne fair) สารสนเทศ (ไอซีที) เชิงควอนตัม (quantum information & communications technology) การสร้างทรัพยากรและสื่ออนาคต (future resources) จดหมายเหตุควอนตัมโลกและประเทศไทย (World and Thai quantum milestones) การพัฒนาบุคลากรและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (human resource development & networking)
๓) ผู้รับผิดชอบโครงการ
ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ
IEEE Thailand Section Quantum IT group & IEEE Communications Society (Thailand Chapter)
ประธานกรรมการอำนวยการกิตติมศักดิ์:
คณบดี คณวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (KMITL) และ
นายกสมาคม IEEE Thailand Section
ประธานโครงการ:
รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันการศึกษา) และ
ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ (สมาคมวิชาชีพ)
คณะที่ปรึกษา:
ศ.ดร.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ - ราชบัณฑิต (วิทยาการคอมพิวเตอร์)
ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน - ราชบัณฑิต (ฟิสิกส์)
รศ.ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ - อดีตอธิการฯส.พระจอมเกล้าฯลาดกระบัง (ธรรมาภิบาลและการศึกษา)
รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม - อดีต ผอ.ส.วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ฯ (บริหารงานวิจัย)
ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช - นายกสภา มทส. (การจัดการความรู้ - KM)
พันธมิตรต่างประเทศ:
Fundacja (โปแลนด์), Senetas (ออสเตรเลีย), SPINQ (จีน), TCQC-CACR (จีน), Qasky (จีน)
๔. ผลกระทบ (impact)
ภาคสังคมประชาชนทั่วไป เข้าถึงองค์ความรู้และทรัพยกรสื่อสร้างทักษะไอซีทีควอนตัม เกิดความเข้าใจและมีภูมิคุ้มกันควอนตัมแปลกปลอมเบื้องต้น ด้วยผลจากการร่วมสื่อสารวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เหมาะสม
ภาคการศึกษาและการวิจัย เกิดการรวมกลุ่มใช้ผลผลิตต่อยอดสู่ด้านอื่น ๆ ได้ เช่น โครงการพัฒนาบุคลากร งานวิจัยและพัฒนาที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากการร่วมกันสื่อสารวิชาการสาธารณะที่ถ้วนทั่วครบทุกด้าน
ภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ได้รับการส่งเสริมให้สามารถติดตาม เข้าถึง และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้รวดเร็วพร้อมกับลดความเสี่ยงด้วยข้อมูลของโครงการที่ครอบคลุมและอ้างอิงตรวจสอบได้
ภาครัฐโดยผู้กำหนดนโยบาย ทั้งด้านโทรคมนาคม สารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงศักยภาพและผลกระทบของเทคโนโลยี พร้อมร่วมสื่อสารนโยบายวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลางรู้และเท่าทัน
กสทช. สามารถนำผลลัพธ์จากโครงการนี้ไปใช้เพื่อร่วมกำหนดแนวทางสนับสนุนส่งเสริมและตรวจสอบกิจกรรมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอซีทีควอนตัมเทคโนโลยีแขนงใหม่ของประเทศได้
“SIAM–Quantum Nexus 2026” คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมควอนตัมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาควิชาการ อุตสาหกรรม และนโยบายสาธารณะ เพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในยุคเศรษฐกิจควอนตัมโลก โดยใช้การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ และการสื่อสารที่เท่าทันเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอนาคตของชาติ
Partners:

สํานักงานคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
หมายเหตุ:
ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org
Alliance:
Disclaimer:
SIAM-Quantum Nexus 2026
- a public serving project by volunteers
no conflict of interest & none of personal agenda involved
๐
since IYL2015 through
Welcome volunteers !
๐
















































ความคิดเห็น