Q&A -- คำถาม & คำตอบ | “Fact-checking” | “แนวทางในการรับมือข้อมูลเท็จทางเทคโนโลยี ...” | Siam-Quantum Nexus 2026| ดร.ชํานาญ งามมณีอุดม | กองทุนพัฒนาสื่อฯ
- K Sripimanwat

- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 3 นาที
อัปเดตเมื่อ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา
[ Siam-Quantum Nexus 2026 ] -- ๗ คำถามคำตอบสาธารณะ สมาคมฯ ขอขอบคุณกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับการบรรยายเรื่อง “แนวทางในการรับมือข้อมูลเท็จทางเทคโนโลยีด้วยศาสตร์แห่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” ซึ่งจากการบรรยายได้มอบแก่นความรู้สำคัญจำนวนมาก อาทิ การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) การตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-checking) ความรับผิดชอบของผู้สื่อสาร และการรับมือกับการโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) ในยุคเทคโนโลยี AI และ Quantum … เพื่อขยายผลจากการบรรยาย สมาคมฯ ขอส่งผ่านคำถามที่เชื่อมโยงกับทั้งหลักวิชาการกับปัญหาเชิงนโยบาย รวมทั้งคำถามเชิงเทคนิคอันสอดคล้องกับภารกิจของกองทุนฯ เพื่อเผยแพร่สร้างความเข้าใจแด่สาธารณะเพิ่มเติม ดังนี้

คำถาม ๑ : สื่อสร้างสรรค์กับกลไกกลางของประเทศ
ประโยคสำคัญหนึ่งจากการบรรยายสะท้อนไว้ว่า ปัจจุบันประชาชนไม่ได้ถูกหลอกด้วย "เทคโนโลยี" เพียงอย่างเดียว แต่ถูกหลอกด้วย คำสัญญาที่เกินจริงของเทคโนโลยี (Technological Promise Scam) ขณะที่เครื่องมืออย่าง Reverse Image Search, Metadata, Geolocation หรือ Image Forensics ล้วนเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เทคโนโลยี Generative AI ก็กำลังทำให้การปลอมแปลงมีความแนบเนียนขึ้นอย่างรวดเร็ว การรับมือด้วยการ Fact-check เป็นรายกรณีอาจไม่เพียงพอ หากประเทศไทยต้องการยกระดับการรู้เท่าทันสื่อด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระยะยาว หากต้องการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้และการคิดเชิงวิพากษ์ให้เกิดขึ้นจริงในสังคมนั้น ในทางปฏิบัติสังคมทั่วไปควรต้องทำอย่างไรบ้าง หรือกองทุนสื่อฯ มีผลผลิตที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดนี้โครงการอะไรบ้างที่สังคมควรได้ช่วยกันเผยแพร่ขยายผลนำไปใช้ประโยชน์ ?
(คำตอบ) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์มีภารกิจตามกฎหมายในการส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะการใช้ชีวิตของเด็ก เยาวชน และประชาชนซึ่งเท่าที่ผ่านมาได้มีการส่งเสริมสื่อเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในทางสังคม และวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญของการพัฒนาสื่อดังกล่าวคือการพัฒนาทักษะการเรียนรู้เชิงวิเคราะห์ การพัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ด้วยตนเองต่อเนื่องตลอดชีวิต และการพัฒนาทักษะการรู้เท่าทันสื่อ ปัจจัยดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญในการภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน และถึงแม้ว่าเทคโนโลยี Generative AI จะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่หากประชาชนพัฒนาตนเองให้ก้าวทันก็จะไม่ถูกหลอกเป็นเหยื่อ และในทางกลับกันจะสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และประเทศได้

คำถาม ๒ : Fact-checking กับ Anti-Fake News
จากการบรรยายที่ได้อธิบายไว้ว่า Fact-checking คือกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงบนพื้นฐานของหลักฐาน แหล่งที่มา การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง และการคิดเชิงวิพากษ์ ขณะที่สังคมไทยคุ้นเคยกับแนวทาง Anti-Fake News โดยภาครัฐฯ ซึ่งมักมุ่งจำแนกว่าอะไรคือ "ข่าวจริง" หรือ "ข่าวปลอม" ความท้าทายสำคัญคือ หากผู้เผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อนไม่ใช่ประชาชนทั่วไป แต่เป็น บุคลากรหรือหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่สังคมให้ความเชื่อถือผลกระทบย่อมรุนแรงกว่ามาก ดังเช่นกรณีการสื่อสารเรื่อง โรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness) เมื่อปี ๒๕๖๓ ที่ถูกระบุว่าเป็น "ข่าวปลอม" ก่อนจะมีการยอมรับภายหลังว่าเกิดจากการสื่อสารและการตีความคลาดเคลื่อนของภาครัฐฯเอง รวมถึงกรณีการสื่อสารด้านเทคโนโลยีในเวลาต่อมาหลายกรณี ที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียงหรือข้อสงสัยในสังคม เช่น การสื่อสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีควอนตัม เป็นต้น กองทุนสื่อฯ มองว่าความแตกต่างระหว่าง Fact-checking กับ Anti-Fake News ควรถูกสื่อสารต่อสังคมอย่างไร และเมื่อผู้สื่อสารข้อมูลคลาดเคลื่อนอาจเป็นหน่วยงานภาครัฐเอง และควรส่งเสริมวัฒนธรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีตอย่างไร เพื่อให้มาตรฐานเดียวกันนั้นใช้ได้กับทุกภาคส่วนสังคม
(คำตอบ) ก่อนอื่นอยากอธิบายถึงคำพูดที่ใช้คำว่า Anti-Fake News ว่าศัพท์ดังกล่าว มีบริบทมาจากการเมือง โดยกลุ่มคนบางกลุ่มที่ต้องการด้อยค่ากระบวนการทางวารสารศาสตร์ และสื่อมวลชนกระแสหลัก ดังนั้นในวงการวิชาการและวิชาชีพจึงนิยมใช้คำว่า Fact-Checking ทดแทนมากกว่า เนื่องจากเป็นผลลัพธ์ที่ต้องการของสังคม สำหรับประเด็นในการความคลาดเคลื่อน จริงๆ แล้วทุกหน่วยงานมีโอกาสที่จะเกิดความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้ แต่ประเด็นที่สำคัญในสังคมประชาธิปไตย คือ การยอมรับการวิพากษ์ และข้อมูลอื่นๆ ที่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าข้อมูลเหล่านั้น อาจแตกต่างจากความเชื่อดั้งเดิม แต่หากมีกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรือ สังคมศาสตร์ที่ถูกต้องในการศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูล ก็ควรจะมีพื้นที่กลางสาธารณะให้วิเคราะห์ และวิพากษ์กันได้ตามหลักการประชาธิปไตย

คำถาม ๓ : วาระของประเทศเจ้าของเทคโนโลยี กับ ภูมิคุ้มกันทางปัญญาไทย
ดังการบรรยายเรื่องการรู้เท่าทันสื่อที่ระบุว่าไม่ใช่เพียงการแยกข่าวจริงหรือข่าวปลอม แต่ต้องวิเคราะห์ แหล่งที่มา แรงจูงใจ และบริบทของการสื่อสาร ด้วยนั้น ขณะที่ AI และ Quantum ได้กลายเป็นสนามการแข่งขันระดับโลกแล้ว ทำให้ข้อมูลจากประเทศผู้นำเจ้าของเทคโนโลยีใหม่มีทั้งข้อเท็จจริง การประชาสัมพันธ์ ความคาดหวัง และ วาระเชิงยุทธศาสตร์ (Agenda/Propaganda) ปะปนอยู่ในพื้นที่ข้อมูลเดียวกันกระทั่งแยกแยะบริบทที่มาดังกล่าวนั้นได้ยากขึ้น
ขณะเดียวกันประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศผู้ตาม ในอดีตประเทศไทยเคยพลาดโอกาสจากเทคโนโลยีใหม่หลายระลอก และมักอยู่ในฐานะผู้รับ “ข่าวมือสอง” จากต่างประเทศมากกว่าเป็นผู้กำหนดทิศทางการสื่อสาร ส่วนใหญ่สังคมไทยจึงรับรู้ผ่านการแปลและเรียบเรียงจากแหล่งทั่วไปของต่างประเทศ ทำให้บริบทและข้อจำกัดทางวิทยาศาสตร์บางส่วนหรือส่วนใหญ่อาจสูญหายไป รวมทั้งอาจเป็นการขยายข่าวเทียมเข้ามาในประเทศต่อเองด้วย เช่น กรณี Strategic Defense Initiative (Star Wars Program) หลายทศวรรษก่อน “ดาวเทียมควอนตัมดูแลประชาชน” การสื่อสารอินเทอร์เน็ตควอนตัม (quantum internet) ปลอดภัย 100% แฮกไม่ได้ ควอนตัมเอไอสร้างปรากฏการณ์ล้ำอนาคตเกินจริง และข่าวปลอมอื่น ๆ เป็นต้น ดังนั้น ควรส่งเสริมการสื่อสารหรือสร้างสื่อลักษณะใด เพื่อให้ประชาชนได้รับทั้ง “ข้อมูล” และ "แหล่งที่มา แรงจูงใจ และบริบท” เหล่านั้นครบถ้วนได้ด้วยตนเอง เพื่อลดทั้งปัญหาการรับข่าวมือสอง สามารถแยกแยะรู้เท่าทันระหว่างข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ กับการคาดการณ์ ข่าวประชาสัมพันธ์ หรือการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์เหล่านั้นได้ ?
(คำตอบ) การพัฒนายุทธศาสตร์ของชาติ ควรรวมถึงการพัฒนายุทธศาสตร์ชาติด้านสื่อ เพื่อให้สื่อสามารถเป็นกลไกหลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ ที่ทันสมัยให้กับประชาชนด้วย โดยแนวคิด “ศาสตร์ที่ทันสมัย ด้วยจิตวิญญาณของไทย” รัฐบาลควรกำหนดแนวทางการพัฒนาของชาติ และกำหนดแนวทางการพัฒนาสื่อมวลชนเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของชาติ โดยไม่ควรพึ่งพิงเฉพาะกลไกตลาด แต่ควรมีแรงจูงใจให้สื่อที่ดีมีทรัพยากรที่เพียงพอต่อการสื่อสารข้อมูล และผลการวิเคราะห์ที่มีคุณภาพด้วย

คำถาม ๔ : “ยิ่งตาม ยิ่งไกล”
กระนั้น เทคโนโลยี AI และ Quantum กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยกลับรู้สึกว่า “ยิ่งติดตามก็ยิ่งไม่ทัน” และหากช่องว่างนี้กว้างขึ้น ประเทศไทยอาจไม่เพียงตามเทคโนโลยีไม่ทัน แต่ยังเสี่ยงสูญเสียโอกาสในการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง และตกเป็นเพียงผู้รับข่าวสารมือสองจากประเทศผู้พัฒนาเทคโนโลยีเหล่านั้นตลอดไป ในระยะข้างหน้า ด้วยยุทธศาสตร์ของกองทุนฯ การสนับสนุนสื่อในอนาคตมีแนวทางอย่างไรหรือควรสนับสนุนสื่อหรือโครงการลักษณะใด เพื่อสังคมไทยจะสามารถ “ก้าวกระโดด” พลิกสถานการณ์หลุดจากภาวะ “ยิ่งตาม ยิ่งไกล” ที่ประชาชนเรียนรู้ ปรับตัวกับ AI และ Quantum ได้ทันอย่างแท้จริง
(คำตอบ) การส่งเสริมการทักษะ และความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆ และการส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ รู้เท่าทันข้อมูล และรู้เท่าทันดิจิทัล (MIDL) เป็นหนึ่งในภารกิจของกองทุนฯ อย่างต่อเนื่อง โดยการสนับสนุนโครงการประเภทดังกล่าวได้รับความสำคัญ และถูกจัดให้เป็นหนึ่งในประเด็นการจัดสรรทุนเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
คำถาม ๕ : การทำให้เครื่องมือตรวจสอบเข้าถึงชุมชน
เครื่องมือและวิธีการตรวจสอบ เช่น Lateral Reading หรือ Image Forensics ที่กองทุนสื่อฯ แนะนำนั้นมีประโยชน์มาก แต่ดูเหมือนว่ายังห่างไกลจากกลุ่มชาวบ้านหรือผู้ใช้งานสื่อทั่วไป กองทุนสื่อฯ จะมีนโยบายสนับสนุนให้ภาคประชาสังคม หรือสื่อท้องถิ่น นำเครื่องมือเหล่านี้มาปรับรูปแบบให้กลายเป็นสื่อการสอนที่คนทั่วไปนำไปใช้ในชีวิตประจำวันจริงได้อย่างไรบ้าง เพื่อปิดช่องว่างที่ชาวบ้านมักถูกทิ้งไว้ข้างหลังในสมรภูมิข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เข้าใจยาก ?
(คำตอบ) เท่าที่ผ่านมา กองทุนฯ มีความร่วมมือกับองค์กรสื่อมวลชน องค์กรภาคพลเมือง และสถาบันการศึกษาในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact Checking) ให้กับประชาชนกลุ่มต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มเด็ก เยาวชน กลุ่มผู้เปราะบางต่างๆ ตลอดจนประชาชนทั่วไป ผ่านการพัฒนาสื่อประเภทต่างๆ และการฝึกอบรมครูผู้สอน (Train the trainers) เพื่อไปถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวให้กับประชาชนในวงกว้าง แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่ในสังคมไทย ดังกล่าว ดังนั้นการดำเนินการจึงต้องทำอย่างต่อเนื่อง และบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

คำถาม ๖ : “ควอนตัมศรีธนญชัย” การถอดบทเรียนจากภาครัฐในฐานะผู้สร้างข่าวสาร
ขณะเดียวกันเทคโนโลยีใหม่อื่น ๆ รวมถึง AI ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้เองบ้างหรือมากแล้ว ส่วนเทคโนโลยีควอนตัมนั้นยังคงห่างไกล ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจึงปรากฏกรณี “ควอนตัมศรีธนญชัย” หรือที่เอ่ยขานกันว่าที่มีทั้งข้อเท็จจริง ข้อสันนิษฐาน และการนำเสนอเกินกว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ปะปนกันอยู่ และหลายกรณีผู้สื่อสารเป็นบุคลากรหรือหน่วยงานภาครัฐเอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเข้าใจของสังคมในวงกว้างอย่างยิ่งด้วย
ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักสนับสนุนการพัฒนาสื่อปลอดภัยฯ การแก้ไขกรณีที่หน่วยงานภาครัฐสื่อสารเรื่องเทคโนโลยีในลักษณะตื่นเต้นเกินจริงจนสังคมอาจเข้าใจผิดได้ดังกล่าวนั้น เป็นไปได้หรือไม่ที่กองทุนสื่อฯ จะสนับสนุนให้มีโครงการสร้างมาตรการหรือมาตรฐาน “แนวปฏิบัติการสื่อสารเทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ”(Responsible Technology Communication Guidelines) ของหน่วยงานรัฐ เพื่อให้การสื่อสารเรื่องราวเทคโนโลยีของไทยมีมาตรฐานที่เท่าทันและสร้างสรรค์ ควบคู่เท่าเทียมพร้อมไปกับพัฒนาการการสร้างสื่อและการตรวจสอบข่าวของภาคสังคมทั่วไปด้วย ?
(คำตอบ) จริยธรรมสื่อมวลชน จรรยาบรรณสื่อ และบรรทัดฐานสื่อมวลชน เป็นเรื่องที่กองทุนฯ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และยังต้องดำเนินการต่อไป
คำถาม ๗ : คำถามปิดท้าย ความร่วมมือสร้างสื่อแห่งอนาคต
Siam Quantum Nexus (www.quantum-thai.org/siam-quantum-nexus) และ IEEE Thailand Section (Q-Thai.Org) จะมีโอกาสพัฒนาบทบาทจากเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้สาธารณะเหล่านี้ ไปสู่การเป็น “พื้นที่กลาง” ที่ทุกภาคส่วนสามารถใช้ร่วมกันหรือกลไกที่ช่วยเชื่อมโยงนักวิชาการ ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน สมาคมวิชาชีพ ภาคประชาสังคม กับกองทุนสื่อฯ เพื่อร่วมยกระดับการสื่อสารวิทยาศาสตร์ อธิบายประเด็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ส่งเสริมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และผลิตสื่อสร้างสรรค์ เตรียมความพร้อมของสังคมไทยต่อคลื่นเทคโนโลยีควอนตัมแห่งอนาคตได้อย่างไรบ้าง ความร่วมมือลักษณะนี้ควรเริ่มต้นจากจุดใดก่อนและอย่างไร เพื่อพัฒนาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้อย่างยั่งยืน
(คำตอบ) กองทุนฯ มีภารกิจในการสนับสนุนสื่อน้ำดี สื่อที่มีประโยชน์ ต่อสังคมอยู่แล้ว ความร่วมมือในการสนับสนุนสื่อที่ให้ความรู้ และส่งเสริมการเตรียมความพร้อมต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของกองทุนฯ ซึ่งทางกองทุนฯ ยินดีในการหารือกับทุกภาคส่วนที่มีความต้องการในการสร้างพื้นที่สื่อสาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคม
... ขอขอบคุณ
Paving the Way for coming Quantum Era:
Sustainable Platform & Community Development
(Science & Technology, Social Sciences, Education, Humanities, Political Science & Law, Economics)
(Official Web)
เกริ่นนำโครงการ
วัตถุประสงค์
เพื่อสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย เชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายภาครัฐ
เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือการเรียนรู้แบบเปิดด้านการสื่อสารควอนตัม (communications) การคำนวณควอนตัม (computing) และการตรวจวัดควอนตัม (sensing)
เพื่อส่งเสริมการสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและข้อมูล
เพื่อเตรียมบุคลากรและสังคมไทยให้พร้อมเข้าสู่ยุคควอนตัมโลก พร้อมภุมิคุ้มกันวิทยาศาสตร์เทียม
เพื่อสร้างจดหมายเหตุควอนตัมไทยและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างรุ่นของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้กำหนดนโยบาย
คำสำคัญ (keywords); วิทยาศาสตรศึกษา (science education) การสื่อสารวิทยาศาสตร์ (science communication) การจัดการความรู้ (knowledge management) การจัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์ (sciecne fair) สารสนเทศ (ไอซีที) เชิงควอนตัม (quantum information & communications technology) การสร้างทรัพยากรและสื่ออนาคต (future resources) จดหมายเหตุควอนตัมโลกและประเทศไทย (World and Thai quantum milestones) การพัฒนาบุคลากรและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (human resource development & networking)
๓) ผู้รับผิดชอบโครงการ
ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ
IEEE Thailand Section Quantum IT group & IEEE Communications Society (Thailand Chapter)
ประธานกรรมการอำนวยการกิตติมศักดิ์:
คณบดี คณวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (KMITL) และ
นายกสมาคม IEEE Thailand Section
ประธานโครงการ:
รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันการศึกษา) และ
ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ (สมาคมวิชาชีพ)
คณะที่ปรึกษา:
ศ.ดร.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ - ราชบัณฑิต (วิทยาการคอมพิวเตอร์)
ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน - ราชบัณฑิต (ฟิสิกส์)
รศ.ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ - อดีตอธิการฯส.พระจอมเกล้าฯลาดกระบัง (ธรรมาภิบาลและการศึกษา)
รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม - อดีต ผอ.ส.วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ฯ (บริหารงานวิจัย)
ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช - นายกสภา มทส. (การจัดการความรู้ - KM)
พันธมิตรต่างประเทศ:
Fundacja (โปแลนด์), Senetas (ออสเตรเลีย), SPINQ (จีน), TCQC-CACR (จีน), Qasky (จีน)
๔. ผลกระทบ (impact)
ภาคสังคมประชาชนทั่วไป เข้าถึงองค์ความรู้และทรัพยกรสื่อสร้างทักษะไอซีทีควอนตัม เกิดความเข้าใจและมีภูมิคุ้มกันควอนตัมแปลกปลอมเบื้องต้น ด้วยผลจากการร่วมสื่อสารวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เหมาะสม
ภาคการศึกษาและการวิจัย เกิดการรวมกลุ่มใช้ผลผลิตต่อยอดสู่ด้านอื่น ๆ ได้ เช่น โครงการพัฒนาบุคลากร งานวิจัยและพัฒนาที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากการร่วมกันสื่อสารวิชาการสาธารณะที่ถ้วนทั่วครบทุกด้าน
ภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ได้รับการส่งเสริมให้สามารถติดตาม เข้าถึง และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้รวดเร็วพร้อมกับลดความเสี่ยงด้วยข้อมูลของโครงการที่ครอบคลุมและอ้างอิงตรวจสอบได้
ภาครัฐโดยผู้กำหนดนโยบาย ทั้งด้านโทรคมนาคม สารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงศักยภาพและผลกระทบของเทคโนโลยี พร้อมร่วมสื่อสารนโยบายวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลางรู้และเท่าทัน
กสทช. สามารถนำผลลัพธ์จากโครงการนี้ไปใช้เพื่อร่วมกำหนดแนวทางสนับสนุนส่งเสริมและตรวจสอบกิจกรรมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอซีทีควอนตัมเทคโนโลยีแขนงใหม่ของประเทศได้
“SIAM–Quantum Nexus 2026” คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมควอนตัมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาควิชาการ อุตสาหกรรม และนโยบายสาธารณะ เพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในยุคเศรษฐกิจควอนตัมโลก โดยใช้การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ และการสื่อสารที่เท่าทันเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอนาคตของชาติ
Partners:

สํานักงานคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
หมายเหตุ:
ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org
Alliance:
Disclaimer:
SIAM-Quantum Nexus 2026
- a public serving project by volunteers
no conflict of interest & none of personal agenda involved
๐
since IYL2015 through
Welcome volunteers !
๐






















































ความคิดเห็น