Technology Assessment for Quantum Technologies |การประเมินเทคโนโลยีควอนตัม | Zeki Can Seskir - Karlsruhe Institute of Technology - Germany | Siam-Quantum Nexus 2026|
- K Sripimanwat

- 11 นาทีที่ผ่านมา
- ยาว 3 นาที
[ Siam-Quantum Nexus 2026 ] -- การประเมินเทคโนโลยีควอนตัม
Technology Assessment for Quantum Technologies --
why do we need it (now)?

(ถอดความจากการบรรยายภาคภาษาอังกฤษ)
โดย Zeki Can Seskir
นักวิจัยอาวุโส Karlsruhe Institute of Technology - Germany
๑) บทนำและขอบเขตของเทคโนโลยีควอนตัม (Introduction and Scope of QT)
การกำหนดขอบเขตของเทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technologies - QT) มุ่งเน้นไปที่ เทคโนโลยีควอนตัมยุคที่สอง (2nd Generation QT) ซึ่งนิยามถึงเทคโนโลยีที่อาศัยการควบคุมระบบควอนตัมเดี่ยวอย่างเบ็ดเสร็จผ่านปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ ได้แก่ การพัวพันเชิงควอนตัม (Entanglement), การซ้อนทับ (Superposition) และหลักความไม่แน่นอน (Uncertainty principle) โดยแบ่งออกเป็น ๔ เสาหลัก (Four Pillars) ตามบริบทของสหภาพยุโรป ได้แก่:
การสื่อสาร (Communications)
การคำนวณและการจำลอง (Computation and Simulation)
การตรวจวัด (Sensing)
มาตรวิทยา (Metrology)
๒) การประเมินเทคโนโลยี (Technology Assessment - TA)
นิยามและเป้าหมาย ในมุมมองของสถาบัน ITAS การประเมินเทคโนโลยีมิใช่เพียงการตัดสินว่าเทคโนโลยีนั้น “ดีหรือเลว” แต่เป็นการวิเคราะห์ “ผลกระทบสืบเนื่องของเทคโนโลยี” (Technology Consequences Assessment) โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์มิติของผลกระทบดังนี้
ผลที่ตั้งใจ (Intended) และผลที่ไม่ตั้งใจ (Unintended)
ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ (Desired) และที่ไม่พึงประสงค์ (Undesired)
ผลกระทบหลัก (Main effects) และผลข้างเคียง (Side effects)
การประเมินนี้ทำเพื่อปกป้องผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ทั้งทางตรงและทางอ้อม เนื่องจาก
เทคโนโลยีใหม่อาจสร้างประโยชน์ให้คนกลุ่มหนึ่งแต่สร้างภาระให้คนอีกกลุ่ม ซึ่งหากปราศจากการประเมินที่ดี อาจนำไปสู่ภาวะล้มเหลวของตลาด (Market failure) และผลกระทบภายนอกทางเศรษฐกิจ (Economic externalities) ที่รัฐต้องเข้ามาแบกรับ
๓) กรอบแนวคิดทางทฤษฎี: Collingridge Dilemma และ Path Dependence
เน้นย้ำถึงความสำคัญของ “เวลา” ในการควบคุมเทคโนโลยีผ่านสองแนวคิดหลัก:
ก. Collingridge Dilemma: ความย้อนแย้งที่ว่า
ในขณะที่เรามีอำนาจควบคุมเทคโนโลยีได้สูง เรากลับไม่มีข้อมูลผลกระทบเพียงพอที่จะตัดสินใจ และเมื่อผลกระทบชัดเจนขึ้น อำนาจในการควบคุมก็มักจะสูญเสียไปแล้ว
ลักษณะเปรียบเทียบ | ระยะเริ่มต้น (Early Stage) | ระยะท้าย (Late Stage) |
ความเป็นไปได้ในการควบคุม | สูง (High) | ต่ำ (Low) |
หลักฐานของผลกระทบ | ต่ำ/ไม่มี (Low/No evidence) | สูง (High evidence) |

ข. การพึ่งพิงเส้นทาง (Path dependence):
คือ ภาวะที่การตัดสินใจในอดีตสร้างข้อจำกัดที่ทำให้เกิดสภาวะ “Lock-in” เช่น การใช้แป้นพิมพ์ QWERTY ที่ออกแบบมาเพื่อชะลอเครื่องพิมพ์ดีดแต่ยังถูกใช้ในสมาร์ทโฟนปัจจุบัน หรือขนาดของรถไฟที่ถูกจำกัดด้วยขนาดถนนโรมันโบราณ
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีควอนตัมมีทางเลือกเชิงฮาร์ดแวร์ที่หลากหลาย (Hardware modalities) เช่น ระบบตัวนำยิ่งยวด (Superconducting), โฟโตนิกส์ (Photonic), การกักไอออน (Ion traps) หรืออะตอมที่เป็นกลาง (Neutral atoms) ความเสี่ยงที่สำคัญคือ แต่ละแนวทางมีห่วงโซ่อุปทาน (Supply chains) ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเงื่อนไขทางสังคมที่แตกต่างกัน หากระบบนิเวศควอนตัมเลือกลงทุนในเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งเร็วเกินไปโดยไม่ประเมินให้รอบด้าน อาจเกิดสภาวะ Lock-in ในเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมที่สุดในระยะยาวได้

๔) สภาวะปัจจุบันของเทคโนโลยีควอนตัม: เงินทุนและความคาดหวัง (The "Double Hype") ปัจจุบันเงินลงทุนในเทคโนโลยีควอนตัมทั่วโลกมีมูลค่าสูงกว่า ๘ หมื่นล้านยูโร โดยส่วนใหญ่เป็นเงินทุนจากภาครัฐ
เทคโนโลยีนี้กำลังอยู่ภายใต้สภาวะ "Double Hype" ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความคาดหวังด้านความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์/การทหาร (Strategic edge) ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากการมองเทคโนโลยีเป็น "พรมแดนทางวิทยาศาสตร์" (Scientific frontier) ไปสู่การมองเป็น "สินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์" (Strategic asset) ที่เข้มงวดขึ้น

๕) ความมั่นคงและการกลายเป็นประเด็นความมั่นคง (Securitization and Dual-Use)
การทำให้เทคโนโลยีควอนตัมกลายเป็นประเด็นความมั่นคง (Securitization) นำไปสู่การควบคุมการส่งออก (Export controls) และการจำกัดความร่วมมือระหว่างประเทศ แม้ QT จะมีลักษณะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ได้สองทาง (Dual-use) แต่การให้น้ำหนักกับมิติด้านการทหารมากเกินไปอาจเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา เนื่องจาก:
ความลับระดับชาติขัดขวางการทำงานวิจัยร่วมกันแม้ในกลุ่มพันธมิตร
ตลาดที่แตกแยก (Fragmented market) ทำให้สตาร์ทอัพเข้าถึงผู้บริโภคได้จำกัด ส่งผลให้ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ต่ำลงและนวัตกรรมชะลอตัว
๖) การสร้างระบบนิเวศควอนตัมที่รับผิดชอบ (Building a Responsible QT Ecosystem)
สรุปเหตุผลสำคัญ ๓ ประการที่จำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศควอนตัมที่รับผิดชอบคือ
ก. การรักษาความไว้วางใจของสาธารณะ (Maintaining Public Trust): เนื่องจากโครงการควอนตัมส่วนใหญ่ใช้ภาษีประชาชน หากเกิดการโฆษณาเกินจริง (Hype) จนไม่สามารถทำตามสัญญาได้ ความเชื่อมั่นจะลดลงและนำไปสู่การตัดงบประมาณอย่างรวดเร็ว
ข. การยอมรับมิติการใช้งานสองทางอย่างสมดุล (Balancing Dual-use Nature): ควรยึดหลักการ “เปิดกว้างให้มากที่สุด และปิดเท่าที่จำเป็น” (Open as possible, closed as necessary) เพื่อไม่ให้ความมั่นคงทำลายขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคพลเรือนและสตาร์ทอัพ
ค. ความจำเป็นของความร่วมมือระหว่างประเทศ (The Necessity of International Collaboration): ข้อมูลจากการวิเคราะห์บรรณมิติ (Bibliometric analysis) ยืนยันว่า ความสำเร็จครั้งสำคัญในเทคโนโลยีควอนตัมล้วนเกิดจากความร่วมมือระหว่างประเทศ แม้แต่ประเทศมหาอำนาจอย่างจีนก็ไม่สามารถบรรลุความสำเร็จได้เพียงลำพังเนื่องจากความซับซ้อนและต้นทุนที่สูงมหาศาล

๗) บทสรุป (Conclusion)
การประเมินเทคโนโลยี (Technology Assessment) คือ เครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่จำเป็นในปัจจุบัน เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมจะไม่ตกอยู่ในกับดักของการพึ่งพิงเส้นทางที่ผิดพลาด หรือการถูกจำกัดด้วยกรอบความมั่นคงที่ตึงเครียดเกินไป การจัดการความคาดหวังและการรักษาความร่วมมือระหว่างประเทศจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน
Paving the Way for coming Quantum Era:
Sustainable Platform & Community Development
(Science & Technology, Social Sciences, Education, Humanities, Political Science & Law, Economics)
(Official Web)
เกริ่นนำโครงการ
วัตถุประสงค์
เพื่อสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย เชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายภาครัฐ
เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือการเรียนรู้แบบเปิดด้านการสื่อสารควอนตัม (communications) การคำนวณควอนตัม (computing) และการตรวจวัดควอนตัม (sensing)
เพื่อส่งเสริมการสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและข้อมูล
เพื่อเตรียมบุคลากรและสังคมไทยให้พร้อมเข้าสู่ยุคควอนตัมโลก พร้อมภุมิคุ้มกันวิทยาศาสตร์เทียม
เพื่อสร้างจดหมายเหตุควอนตัมไทยและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างรุ่นของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้กำหนดนโยบาย
คำสำคัญ (keywords); วิทยาศาสตรศึกษา (science education) การสื่อสารวิทยาศาสตร์ (science communication) การจัดการความรู้ (knowledge management) การจัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์ (sciecne fair) สารสนเทศ (ไอซีที) เชิงควอนตัม (quantum information & communications technology) การสร้างทรัพยากรและสื่ออนาคต (future resources) จดหมายเหตุควอนตัมโลกและประเทศไทย (World and Thai quantum milestones) การพัฒนาบุคลากรและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (human resource development & networking)
๓) ผู้รับผิดชอบโครงการ
ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ
IEEE Thailand Section Quantum IT group & IEEE Communications Society (Thailand Chapter)
ประธานกรรมการอำนวยการกิตติมศักดิ์:
คณบดี คณวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (KMITL) และ
นายกสมาคม IEEE Thailand Section
ประธานโครงการ:
รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันการศึกษา) และ
ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ (สมาคมวิชาชีพ)
คณะที่ปรึกษา:
ศ.ดร.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ - ราชบัณฑิต (วิทยาการคอมพิวเตอร์)
ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน - ราชบัณฑิต (ฟิสิกส์)
รศ.ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ - อดีตอธิการฯส.พระจอมเกล้าฯลาดกระบัง (ธรรมาภิบาลและการศึกษา)
รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม - อดีต ผอ.ส.วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ฯ (บริหารงานวิจัย)
ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช - นายกสภา มทส. (การจัดการความรู้ - KM)
พันธมิตรต่างประเทศ:
Fundacja (โปแลนด์), Senetas (ออสเตรเลีย), SPINQ (จีน), TCQC-CACR (จีน), Qasky (จีน)
๔. ผลกระทบ (impact)
ภาคสังคมประชาชนทั่วไป เข้าถึงองค์ความรู้และทรัพยกรสื่อสร้างทักษะไอซีทีควอนตัม เกิดความเข้าใจและมีภูมิคุ้มกันควอนตัมแปลกปลอมเบื้องต้น ด้วยผลจากการร่วมสื่อสารวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เหมาะสม
ภาคการศึกษาและการวิจัย เกิดการรวมกลุ่มใช้ผลผลิตต่อยอดสู่ด้านอื่น ๆ ได้ เช่น โครงการพัฒนาบุคลากร งานวิจัยและพัฒนาที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากการร่วมกันสื่อสารวิชาการสาธารณะที่ถ้วนทั่วครบทุกด้าน
ภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ได้รับการส่งเสริมให้สามารถติดตาม เข้าถึง และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้รวดเร็วพร้อมกับลดความเสี่ยงด้วยข้อมูลของโครงการที่ครอบคลุมและอ้างอิงตรวจสอบได้
ภาครัฐโดยผู้กำหนดนโยบาย ทั้งด้านโทรคมนาคม สารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงศักยภาพและผลกระทบของเทคโนโลยี พร้อมร่วมสื่อสารนโยบายวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลางรู้และเท่าทัน
กสทช. สามารถนำผลลัพธ์จากโครงการนี้ไปใช้เพื่อร่วมกำหนดแนวทางสนับสนุนส่งเสริมและตรวจสอบกิจกรรมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอซีทีควอนตัมเทคโนโลยีแขนงใหม่ของประเทศได้
“SIAM–Quantum Nexus 2026” คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมควอนตัมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาควิชาการ อุตสาหกรรม และนโยบายสาธารณะ เพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในยุคเศรษฐกิจควอนตัมโลก โดยใช้การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ และการสื่อสารที่เท่าทันเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอนาคตของชาติ
Partners:

สํานักงานคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
หมายเหตุ:
ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org
Alliance:
Disclaimer:
SIAM-Quantum Nexus 2026
- a public serving project by volunteers
no conflict of interest & none of personal agenda involved
๐
since IYL2015 through
Welcome volunteers !
๐













































ความคิดเห็น