(สาร) | ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ | “ธรรมาภิบาลข้อมูลและนโยบายดิจิทัลกับการเฝ้าระวังข้อมูลข่าวสารเทคโนโลยีเกินจริง”| พชร อนันตศิลป์ | Siam-Quantum Nexus 2026 | วันวิทย์ ๑๘ ส.ค.๖๙
สารเนื่องในวันวิทยาศาสตร์ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๙
หัวข้อ “ธรรมาภิบาลข้อมูลและนโยบายดิจิทัลกับการเฝ้าระวังข้อมูลข่าวสารเทคโนโลยีเกินจริง”
(นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม)

ในนามของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผมรู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการสื่อสารเจตนารมณ์เชิงนโยบาย เนื่องในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๙ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเกิดจากความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่าง ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กลุ่มวิชาชีพไอทีควอนตัม (Q-Thai.Org Forum) และสมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอีเล็คโทรนิคส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section)
ปัจจุบัน เทคโนโลยีควอนตัม ซึ่งเป็นนวัตกรรมขั้นสูงที่ประยุกต์ใช้คุณสมบัติทางฟิสิกส์ระดับอนุภาคได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติและส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) อย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านการเพิ่มขีดความสามารถการประมวลผลข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วที่เหนือกว่าระบบคอมพิวเตอร์ดั้งเดิม และการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูงสุดผ่านการเข้ารหัสลับทางควอนตัมที่ยากต่อการลักลอบเจาะข้อมูล อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของนวัตกรรมเปลี่ยนโลกนี้ เราต้องเผชิญกับความท้าทายเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเทคโนโลยีที่เกินจริง (Overhyped Technology) ดังกรณีศึกษาที่ได้รวบรวมไว้ในหนังสือ “ควอนตัมศรีธนญชัย” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบิดเบือนหรือกล่าวอ้างสรรพคุณทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกินจริง โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียเป็นสื่อกลางหลัก ข้อมูลที่ขาดความถูกต้องหรือยังไม่ผ่านกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเหล่านี้สามารถกระจายตัวได้อย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบในวงกว้าง สร้างความเข้าใจผิด หลอกลวงผู้บริโภค และอาจนำไปสู่ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวและให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการขับเคลื่อนหลักธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ถูกบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อวางรากฐานในการบริหารจัดการข้อมูลให้มีความโปร่งใส มีความมั่นคงปลอดภัย ถูกต้อง และตรวจสอบได้ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปี ๒๕๖๙ ยุทธศาสตร์ที่ ๕ สร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยกระทรวงฯ มุ่งเน้นกระบวนการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารและการรับมือภัยคุกคามทางดิจิทัลอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการดำเนินงานในการเฝ้าระวังการวิเคราะห์ การตรวจสอบข้อเท็จจริง การแจ้งเตือน การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง การป้องกันการกระทำความผิด และการบังคับใช้กฎหมาย สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐและการดำเนินงานในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีการดำเนินงานสำคัญ คือ โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องประชาชนคนไทยจากข่าวปลอมหรือข่าวบิดเบือน จากเว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ หรือสื่ออื่น ๆโดยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับข่าวปลอม พร้อมทั้งสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง โดยมีการรวบรวม จัดเก็บ วิเคราะห์ข้อมูล เนื้อหา และข่าวสารต่าง ๆ ที่เผยแพร่อยู่ในอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายสังคมออนไลน์ อันอาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อประชาชน สังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ ลดการกระจายของข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือเป็นเท็จบนโลกออนไลน์ พร้อมกับบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และรับมือภัยคุกคามทางข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ กระทรวงฯ มีการดำเนินงานในการเสริมสร้างสถานภาพการเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy) และการรู้เท่าทันสื่อ (Media and Information Literacy) ผ่านการจัดกิจกรรมให้ความรู้และการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนสามารถวิเคราะห์และใช้ดุลยพินิจในการรับข้อมูลข่าวสารได้อย่างเหมาะสม และในการเตรียมความพร้อมของประเทศในด้านสังคมและจริยธรรมสำหรับการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ กระทรวงฯ ได้จัดทำแนวปฏิบัติจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์และแนวทางการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อให้เกิดการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างเหมาะสมและมีจริยธรรม และทุกภาคส่วนสามารถร่วมกันปกป้องสังคมไทยจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ในโอกาสนี้ ผมขอเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมการรับข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ โดยยึดหลักการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาก่อนจะเผยแพร่หรือส่งต่อในอินเทอร์เน็ต หรือ “เช็กก่อนแชร์” ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่ กระทรวงฯ รณรงค์ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ มาอย่างต่อเนื่องและขอสนับสนุน "การสื่อสารวิทยาศาสตร์" (Science Communication) ที่มีประสิทธิภาพจากภาควิชาการเพื่อย่อยข้อมูลที่ซับซ้อนให้เป็นข้อความที่ประชาชนทั่วไปในสังคมสามารถเข้าใจและเข้าถึงได้
สุดท้ายนี้ ผมเชื่อว่า วิทยาศาสตร์ คือรากฐานอันมั่นคงของเทคโนโลยีทุกแขนง และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น กระบวนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการพิสูจน์ ตรวจสอบ และการใช้เหตุผลด้วยหลักฐานที่ประจักษ์ คือ เครื่องมืออันทรงพลังที่สุดในการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม โดยความร่วมมือจากเครือข่ายนักวิชาการและวิศวกรที่ได้จัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์นี้ จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความรู้ที่ถูกต้อง และช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปครับ
นายพชร อนันตศิลป์
ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
(ชุด "จดหมายเปิดผนึก" องค์กร หน่วยงาน บุคลากร ฯ)
Paving the Way for coming Quantum Era:
Sustainable Platform & Community Development
(Science & Technology, Social Sciences, Education, Humanities, Political Science & Law, Economics)
(Official Web)
เกริ่นนำโครงการ
วัตถุประสงค์
เพื่อสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย เชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายภาครัฐ
เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือการเรียนรู้แบบเปิดด้านการสื่อสารควอนตัม (communications) การคำนวณควอนตัม (computing) และการตรวจวัดควอนตัม (sensing)
เพื่อส่งเสริมการสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและข้อมูล
เพื่อเตรียมบุคลากรและสังคมไทยให้พร้อมเข้าสู่ยุคควอนตัมโลก พร้อมภุมิคุ้มกันวิทยาศาสตร์เทียม
เพื่อสร้างจดหมายเหตุควอนตัมไทยและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างรุ่นของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้กำหนดนโยบาย
คำสำคัญ (keywords); วิทยาศาสตรศึกษา (science education) การสื่อสารวิทยาศาสตร์ (science communication) การจัดการความรู้ (knowledge management) การจัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์ (sciecne fair) สารสนเทศ (ไอซีที) เชิงควอนตัม (quantum information & communications technology) การสร้างทรัพยากรและสื่ออนาคต (future resources) จดหมายเหตุควอนตัมโลกและประเทศไทย (World and Thai quantum milestones) การพัฒนาบุคลากรและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (human resource development & networking)
๓) ผู้รับผิดชอบโครงการ
ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ
IEEE Thailand Section Quantum IT group & IEEE Communications Society (Thailand Chapter)
ประธานกรรมการอำนวยการกิตติมศักดิ์:
คณบดี คณวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (KMITL) และ
นายกสมาคม IEEE Thailand Section
ประธานโครงการ:
รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันการศึกษา) และ
ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ (สมาคมวิชาชีพ)
คณะที่ปรึกษา:
ศ.ดร.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ - ราชบัณฑิต (วิทยาการคอมพิวเตอร์)
ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน - ราชบัณฑิต (ฟิสิกส์)
รศ.ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ - อดีตอธิการฯส.พระจอมเกล้าฯลาดกระบัง (ธรรมาภิบาลและการศึกษา)
รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม - อดีต ผอ.ส.วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ฯ (บริหารงานวิจัย)
ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช - นายกสภา มทส. (การจัดการความรู้ - KM)
พันธมิตรต่างประเทศ:
Fundacja (โปแลนด์), Senetas (ออสเตรเลีย), SPINQ (จีน), TCQC-CACR (จีน), Qasky (จีน)
๔. ผลกระทบ (impact)
ภาคสังคมประชาชนทั่วไป เข้าถึงองค์ความรู้และทรัพยกรสื่อสร้างทักษะไอซีทีควอนตัม เกิดความเข้าใจและมีภูมิคุ้มกันควอนตัมแปลกปลอมเบื้องต้น ด้วยผลจากการร่วมสื่อสารวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เหมาะสม
ภาคการศึกษาและการวิจัย เกิดการรวมกลุ่มใช้ผลผลิตต่อยอดสู่ด้านอื่น ๆ ได้ เช่น โครงการพัฒนาบุคลากร งานวิจัยและพัฒนาที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากการร่วมกันสื่อสารวิชาการสาธารณะที่ถ้วนทั่วครบทุกด้าน
ภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ได้รับการส่งเสริมให้สามารถติดตาม เข้าถึง และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้รวดเร็วพร้อมกับลดความเสี่ยงด้วยข้อมูลของโครงการที่ครอบคลุมและอ้างอิงตรวจสอบได้
ภาครัฐโดยผู้กำหนดนโยบาย ทั้งด้านโทรคมนาคม สารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงศักยภาพและผลกระทบของเทคโนโลยี พร้อมร่วมสื่อสารนโยบายวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลางรู้และเท่าทัน
กสทช. สามารถนำผลลัพธ์จากโครงการนี้ไปใช้เพื่อร่วมกำหนดแนวทางสนับสนุนส่งเสริมและตรวจสอบกิจกรรมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอซีทีควอนตัมเทคโนโลยีแขนงใหม่ของประเทศได้
“SIAM–Quantum Nexus 2026” คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมควอนตัมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาควิชาการ อุตสาหกรรม และนโยบายสาธารณะ เพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในยุคเศรษฐกิจควอนตัมโลก โดยใช้การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ และการสื่อสารที่เท่าทันเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอนาคตของชาติ
Partners:

สํานักงานคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
หมายเหตุ:
ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org
Alliance:
Disclaimer:
SIAM-Quantum Nexus 2026
- a public serving project by volunteers
no conflict of interest & none of personal agenda involved
๐
since IYL2015 through
Welcome volunteers !
๐














































ความคิดเห็น