หยุดอาชญากรรมควอนตัม & ให้เวลาวิทยาศาสตร์เติบโต: บทเรียนอดีตสี่สิบปีสู่แนวทางสนับสนุนเทคโนฯ ควอนตัมไทยอย่างยั่งยืนด้วยธรรมาภิบาล| Siam-Quantum Nexus 2026 |
- K Sripimanwat

- 4 นาทีที่ผ่านมา
- ยาว 5 นาที
"ร่วมกัน ลด ละ เลิกวาทกรรมและอาชญากรรมวิชาการ & อุตสาหกรรม"

เกริ่นนำ
วิทยาการสาขาใหม่ทุกแขนงต้องการเวลาในการเติบโตบางสาขานับสิบปีหรือนานกว่านั้นจึงเห็นผล รัฐควรสนับสนุนวิทยาการต่าง ๆ ตามความจำเป็นและเหมาะสม มองเป็นการเดินทางไกลมากกว่าการวิ่งแข่งตามกระแส คำถามจึงมิใช่ “ควรสนับสนุนหรือไม่” แต่คือ “สนับสนุนอย่างไรให้เติบโตได้จริง” เอกสารฉบับนี้เห็นพ้องอย่างเต็มที่กับคำถามที่มิใช่ “ควรสนับสนุนเทคโนโลยีเกิดใหม่เช่นนาโนฯ เอไอ หรือควอนตัม หรือไม่ ?” แต่คือ “รูปแบบการสนับสนุนที่ผ่านมาเอื้อให้เกิดการเติบโตอย่างแท้จริงแบบที่วิทยาการสำคัญของโลกเคยได้รับอย่างไร ?” ผลสำรวจ (นำเสนอบางส่วน) กรณีอ้างอิงแบบอย่างของการให้เวลาเติบโตอย่างแท้จริงเทียบเคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่ยุคฮอโลแกรม ไมโครฯ นาโนฯ Food Innopolis ฮาร์ดดิสก์ Big Data EV เอไอ มาจนถึงควอนตัมที่มีวาระทับซ้อนมากมายยิ่ง ณ ปัจจุบัน
กรณีคลาสสิก: จาก DNA สู่จีโนมมนุษย์ — เมื่อวิทยาศาสตร์ได้รับเวลา
• โครงสร้างเกลียวของ DNA ถูกค้นพบในปี 2496 (1953) แต่กว่าจะถึงจุดที่งานวิจัยระดับจีโนมมนุษย์สมบูรณ์ ต้องใช้เวลาอีกครึ่งศตวรรษ โดย Human Genome Project เริ่มอย่างเป็นทางการปี 2533 (1990) และเสร็จในเดือนเมษายน 2546 (2003) ใช้เวลา 13 ปี งบประมาณราว 2.7–3 พันล้านดอลลาร์ [1][2]
• ที่น่าสนใจคือแม้แต่โครงการระดับนี้ก็เคยเผชิญความกังขาอย่างหนักจากประชาคมวิทยาศาสตร์เองในช่วงเริ่มต้นปี 2533 ว่าเป้าหมายที่ทะเยอทะยานและกรอบเวลาที่ท้าทายจะเป็นไปได้จริงหรือไม่ [1] แต่โครงการยังคงได้รับงบประมาณต่อเนื่องจนสำเร็จ
• บทเรียนสำคัญจากกรณีนี้จึงมิใช่แค่ “ต้องให้เวลา” เท่านั้น แต่คือ “รูปแบบการให้เวลา” ที่มาพร้อมงบประมาณที่ต่อเนื่องไม่ผูกกับวาระผู้บริหารแต่ละสมัย และมีกลไกทบทวนความก้าวหน้าเป็นระยะโดยไม่ปิดบังหรือเปิดโครงการใหม่ซ้ำตามกระแส คือมาตรฐานที่ควรนำมาใช้เปรียบเทียบ
• อีกตัวอย่างของ “วิทยาศาสตร์ที่ยังรอการค้นพบจริง” คือตัวนำยวดยิ่งอุณหภูมิห้อง (room-temperature superconductor) กับการประยุกต์ที่เข้าใจได้โดยชัดเจนทั่วไป เช่น สายนำสัญญาณหรือพลังงานที่ไม่มีการสูญเสีย ฯลฯ ซึ่งงานวิจัยล่าสุดชี้ว่ามีความเป็นไปได้ทางทฤษฎี แต่ผ่านมาร่วมครึ่งศตวรรษยังไม่มีใครค้นพบวัสดุที่ทำได้จริงที่ระดับอุณหภูมิปกติ [3] กรณีนี้คล้ายกับจีโนมก่อนปี 1953 ตรงที่ “มีโอกาส เพียงแค่รอการค้นพบ” ซึ่งต่างจากกรณีเทคโนโลยีควอนตัมที่จะกล่าวถึงต่อไปอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อวิทยาศาสตร์รู้แล้วรอ แต่กลับปั่นกระแสวิศวกรรมข้ามสาขาเกินจริง: กรณีควอนตัม
ข้อแตกต่างสำคัญที่แยกได้ชัดเจนคือ กลศาสตร์ควอนตัมในฐานะวิทยาศาสตร์พื้นฐานเป็นที่พิสูจน์มานานกว่าศตวรรษและยังคงมีอีกมากที่ “ยังรอการค้นพบ” แบบเดียวกับตัวนำยวดยิ่งอุณหภูมิห้องหรือจีโนมก่อนปี 1953 หากปัญหาที่แท้จริงพบโดยทั่วไปคือ ข้อกล่าวอ้างระดับวิศวกรรม/การประยุกต์ใช้ มากกรณียังไม่ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดกลับประชาสัมพันธ์เกินจริงเพื่อวาระซ่อนเร้น ตัวอย่างที่มีการโต้แย้งอย่างเป็นทางการในระดับนานาชาติ เพราะกลายเป็นกรณีศึกษาจนถึงอาชญากรรมทั้งด้านวิชาการและอุตสาหกรรมแล้วสำหรับสาขาไอซีที ได้แก่

• ปี 2019 Google อ้างว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัม Sycamore ใช้เวลาเพียง 200 วินาทีทำงานที่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดในโลกต้องใช้เวลานับ 10,000 ปี [4] แต่ภายในไม่กี่วัน IBM ตีพิมพ์บทความโต้แย้งว่าหากปรับวิธีคำนวณแบบคลาสสิกให้ดีขึ้นงานเดียวกันนี้ทำได้จริงภายใน 2.5 วันเท่านั้น ไม่ใช่หมื่นปี [5] ช่องว่างระหว่างตัวเลขที่ประชาสัมพันธ์ (หมื่นปี) กับตัวเลขที่ถูกโต้แย้งทางวิชาการ (2.5 วัน) มีนัยสำคัญยิ่งยวด และงานที่ใช้ทดสอบก็เป็นงานสุ่มตัวเลขเฉพาะทาง ไม่ใช่งานที่มีประโยชน์ใช้สอยทั่วไป
• ด้านการสื่อสารรหัสลับควอนตัม Quantum Key Distribution (QKD) อาทิ ดาวเทียมและโครงข่ายควอนตัมที่มักถูกโฆษณาว่าให้ “ความปลอดภัยแบบสมบูรณ์/ไร้เงื่อนไข” หรือ Quantum Internet นั้น ไม่ใช่แค่หน่วยงานเดียวที่ตั้งข้อสังเกต แต่เป็นจุดยืนร่วมของหน่วยงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับชาติหลายประเทศพร้อมกัน ได้แก่ ANSSI (ฝรั่งเศส) BSI (เยอรมนี) NCSC (สหราชอาณาจักร) NSA (สหรัฐฯ) และ NLNCSA (เนเธอร์แลนด์) [6] โดยเฉพาะ NSA ระบุชัดเจนว่าจะไม่รับรองหรืออนุมัติผลิตภัณฑ์ QKD สำหรับระบบความมั่นคงแห่งชาติ [7] และ NCSC ประกาศจุดยืนปี 2568 ว่าไม่สนับสนุนการใช้ QKD ในงานภาครัฐหรือการทหาร [8] ส่วน ANSSI และ BSI ระบุตรงกันว่าข้อกล่าวอ้างเรื่องความปลอดภัย “แบบสมบูรณ์” ไม่สามารถเกิดขึ้นได้กับการใช้งานจริง โดย QKD ใช้ได้เฉพาะกรณีวิชาการเรียนรู้กลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น รวมทั้งเพื่อวาระอื่นเช่นการสร้างบุคลากรและการสร้างแสนยานุภาพทางอ้อมของประเทศจีน [9][10] แต่กระนั้น กลับถูกบรรจุอยู่ในยุทธศาสตร์ควอนตัมของประเทศไทยกล่าวอ้างระดับการประยุกต์ที่ไม่มีจริงในโลกทั้งปัจจุบันและอนาคต
• ทั้งสองกรณีสะท้อนรูปแบบเดียวกัน คือวิทยาศาสตร์พื้นฐานเป็นของจริงและพิสูจน์ได้ แต่ข้อกล่าวอ้างระดับวิศวกรรม/การตลาดที่นำวิทยาศาสตร์นั้นมาห่อหุ้มกลับเกินจริงไปมาก เป็นวาทกรรมส่งเสริมเทคโนโลยี (tech promise scam) ประเภทหนึ่งที่ควรได้รับการตรวจสอบแยกต่างหากจากคุณค่าของวิทยาศาสตร์พื้นฐานเอง นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญเพิ่มเติมที่สนับสนุนข้อเสนอเรื่องกลไกตรวจสอบอิสระในหัวข้อถัดไป

(หมายเหตุ) วิศวกรรมลวงควอนตัมสาขานี้เกิดกรณีฟ้องร้องเช่นเดียวกับ VW scadal และ Theranos ที่ระดมทุน อาทิ IonQ ระดมทุนเพื่องาน quantum computer แต่ใช้ข้อมูลลวงด้านวิศวกรรม (มิใช่วิทยาการพื้นฐานที่รอการค้นพบ) รวมทั้ง การนำบริษัท QKD เข้าตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้โดยไม่มีสินค้าควอนตัมประยุกต์ได้จริงและถูกขึ้นบัญชีดำ (เกี่ยวข้องทางทหาร) และความพยายามแอบขายพ่วง QKD ให้กับการไฟฟ้าฯ ในประเทศไทย เป็นต้น จึงเป็นวิศวกรรมลวง (crazed engineering) มิใช่วิทยาการรอการค้นพบแต่อย่างใด
บทเรียนนาโนเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
• สหรัฐฯ ทุ่มงบผ่าน National Nanotechnology Initiative (NNI) สะสมเกือบ 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2001 บนฐานคาดการณ์ของ NSF ปี 2001 ที่ระบุว่าตลาดนาโนฯ จะมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2015 ซึ่งยังไม่เป็นจริงในสัดส่วนที่คาดไว้ มูลค่าตลาดของเทคโนโลยีที่ถูกโปรโมทมากที่สุด เช่น กราฟีนและท่อนาโนคาร์บอน ยังต่ำกว่า 5 พันล้านดอลลาร์อย่างมาก [11][12]
• คณะกรรมการประเมินผลอย่างเป็นทางการของ National Academies of Sciences (Quadrennial Review of the NNI) สรุปว่าสหรัฐฯ ไม่ใช่ผู้นำที่ไร้ข้อกังขาอีกต่อไป โดยระบุว่าปัจจัยความสำเร็จของประเทศคู่แข่งคือ งบประมาณที่มั่นคงต่อเนื่องระยะยาว และการประสานงานข้ามหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ — สอดคล้องกับบทเรียนจากกรณีจีโนมข้างต้น [13]
• หน่วยงานตรวจสอบอิสระของสหรัฐฯ (GAO - The United States Government Accountability Office) ทำหน้าที่ตรวจสอบความโปร่งใสของการรายงานงบวิจัยนาโนฯ อย่างต่อเนื่องหลายรอบ โดยไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับหน่วยงานที่ถูกตรวจสอบ ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยให้การสนับสนุนเทคโนโลยีเกิดใหม่ดำเนินไปอย่างมีธรรมาภิบาล [14][15]
กรณีประเทศไทย: รูปแบบการสนับสนุนตามวัฒนธรรมดั้งเดิม
• เทคโนโลยีนาโนระดับชาติ (ก่อตั้ง 2546) ยังดำเนินงานอยู่ แต่หน่วยงานระดับสถาบัน/หลักสูตรที่ตั้งขึ้นตามกระแสในหลายพื้นที่กลับทยอยปิดตัวหรือถูกควบรวมเปลี่ยนชื่อภายในเวลาไม่กี่ปี ซึ่งต่างจากรูปแบบการสนับสนุนต่อเนื่องแบบโครงการจีโนม
• ยุบวิทยาลัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมวัสดุของสถาบันเทคโนโลยี ฯ หลักของประเทศ (ซึ่งแปลงชื่อมาจากวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีเดิม) รวมเข้ากับหน่วยงานอื่นเป็นคณะเทคโนโลยีนวัตกรรมบูรณาการ เมื่อปี 2568 [16]
• โครงการจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีควอนตัม มหาวิทยาลัยภาคเหนือ พร้อมหลักสูตร เปิดตัวปี 2562 พร้อมความคาดหวังสูงและการแถลงข่าวหนักหน่วง ถูกยุบในปี 2565 เพียงสามปีให้หลัง [17]
• แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของไทย (2563–2572) อันเป็นที่สงสัย เลยกึ่งทางในปี 2569 โดยยังไม่ปรากฏการประเมินผลอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะ ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญที่ควรทบทวนรูปแบบการสนับสนุนก่อนเข้าสู่ระยะถัดไปเพื่อวางรากฐานความต่อเนื่องให้มั่นคงยิ่งขึ้น แต่ภาครัฐกลับกำลังดำเนินของใหม่ตามกระแสการเมืองใหม่อีกครั้งพร้อมการโฆษณาชวนเชื่อวาทกรรมมีแนวโน้มหนักหนากว่าเดิม (updated ผู้กำกับดูแลยืนยันดังข้อมูลด้านท้าย)
สัญญาณเตือนจากองค์กรตรวจสอบอิสระ: GAO ตรวจสอบยุคควอนตัมแล้วเช่นกัน
• GAO ไม่ได้ตรวจสอบเฉพาะยุคนาโนฯ ในอดีตเท่านั้น แต่ยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบเชิงรุกต่อ National Quantum Initiative ของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องหลายฉบับ ล่าสุด GAO-26-107759 (มีนาคม 2569) หัวข้อ “Quantum Computing: Updating the National Strategy Could Promote U.S. Leadership” ชี้ว่ายุทธศาสตร์ควอนตัมแห่งชาติสหรัฐฯ ยังไม่ครอบคลุมคุณลักษณะสำคัญของยุทธศาสตร์ระดับชาติที่ดีอย่างครบถ้วน และเสนอให้ปรับปรุงเพื่อเสริมการประสานงานระหว่างหน่วยงาน การใช้ทรัพยากรภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ และการกำกับดูแลโครงการควอนตัมให้รัดกุมยิ่งขึ้น [18][19]
• ก่อนหน้านั้น GAO-25-107703 (พฤศจิกายน 2567) เตือนว่าหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ยังไม่นิยามยุทธศาสตร์รับมือภัยคุกคามอย่างสมบูรณ์ สะท้อนว่าแม้อยู่ในระยะเริ่มต้นของยุคควอนตัม กลไกตรวจสอบอิสระก็เข้ามาทักท้วงตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว ต่างจากกรณีนาโนฯ ที่การประเมินอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นหลังกระแสผ่านไปนาน (GAO ออกรายงานวิชาการอ้างอิงที่เป็นกลาง โดยนำเสนอเงื่อนไขที่มักถูกซ่อนเร้นโดยนักวิชาการสหรัฐฯ เอง เช่น นำข่าวดาวเทียมควอนตัม QKD ของจีนกดดันรัฐบาลตนเองจนสำเร็จ หากงบประมาณกลับนำไปลงที่ Chip - AI - Quantum Computing รวมทั้ง รายงานที่เสนอเงื่อนไขหรือข้อจำกัดของการประยุกต์ที่มักถูกกลบเลี่ยงเมื่อการนำเสนอ TRL:Technology Readiness Level เช่น “quantum channel (QKD)” หรือช่องทางส่งกุญแจรหัสลับที่ไม่เป็นจริงในโลกโทรคมนาคมหรือไอซีทีทั่วไป) นี่คือสัญญาณที่ว่าการตรวจสอบตั้งแต่ต้นวงจรเป็นไปได้จริงเพื่อการสนับสนุนงานวิจัยอย่างแท้จริง และเป็นทางเลือกเชิงบวกที่ไทยสามารถนำมาปรับใช้
ตารางเปรียบเทียบบนแกนเวลา (บางส่วน): รูปแบบการสนับสนุนที่ยั่งยืน vs รูปแบบที่คุ้นเคย
แกนเปรียบเทียบ | โครงการจีโนมมนุษย์ (โลก) | นาโนเทคโนโลยี (ไทย) | ควอนตัม (ไทย) |
ลักษณะการสนับสนุน | ต่อเนื่อง ผูกกับแผนงาน | (จัดตั้งศูนย์แห่งชาติ 2546) | ตั้งงบเริ่มต้น ~200 ล้านบาท โดยจัดทำแผนที่นำทางควอนตัมแห่งชาติ 2563–2572 ตามหลัง |
สถานะระหว่างทาง | ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ระหว่างโครงการ | หน่วยงานและกิจกรรมระดับสถาบันเปลี่ยนแปลงใหญ่ | ควรเฝ้าระวัง |
สถานะของหน่วยงานระดับสถาบัน | เติบโตต่อเนื่อง | เกิดกรณีวิทยาลัยนาโนฯสถาบันเทคโนฯ ใหญ่ถูกยุบรวม 2568 (เปลี่ยนชื่อผ่านวัสดุศาสตร์ก่อนถูกยุบซ้ำ) ฯ | ศูนย์ควอนตัมเชียงใหม่ถูกยุบ 2565 หลังเปิดตัวเพียง 3 ปี (สูญเสียบุคลากรหัวกระทิ เปลี่ยนงาน ฯ) |
ผลลัพธ์ที่ได้ | สำเร็จตามเป้าหมายและก่อนกำหนดเวลาเดิม เปิดทางสู่การแพทย์แม่นยำ | ชื่อหลักสูตร ตำแหน่งงาน ข่าว เวทีแถลง ฯลฯ ทยอยเลือนหาย มีการประยุกต์ได้จริงแต่กระแสห่างจากระดับการประชาสัมพันธ์ช่วงเริ่มต้นมาก | (ดัง “ควอนตัมศรีธนญชัย”) ยังไม่มีการประเมินกึ่งทางอย่างเป็นทางการสู่สาธารณะ หากเริ่มวงรอบใหม่ของการเมืองและการโฆษณา “วิศวกรรม” เกินจริงซำ้ใหม่แล้ว |
สองมุมมองเพื่อความสมดุล
(ก) มุมวงการวิทยาศาสตร์และผู้กำหนดนโยบาย
เอกสารนี้มิได้มุ่งตั้งคำถามต่อคุณค่าของเทคโนโลยีควอนตัมหรือนาโนเทคโนโลยีเอง ซึ่งทั้งสองและอื่น ๆ ยังมีศักยภาพระยะยาวที่แท้จริง แต่มุ่งเสนอปรับ “รูปแบบการสนับสนุน” ให้ใกล้เคียงกับที่โครงการจีโนมเคยได้รับ คือความต่อเนื่องของงบประมาณที่ไม่ผูกกับวาระผู้บริหาร และกลไกทบทวนความก้าวหน้าที่ทำงานคู่ขนานอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการที่นักวิทยาศาสตร์ทบทวนรูปแบบการบริหารจัดการงานวิจัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และการสื่อสารวิทย์ที่เที่ยงแท้ต่อสังคม จะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ดีเช่นเดียวกับที่ GAO ทำหน้าที่นี้ให้สหรัฐฯ มาโดยตลอด สิ่งที่ควรพิจารณาร่วมกันในวงการ ได้แก่
• แยกการวิพากษ์ “รูปแบบบริหารจัดการโครงการ” ออกจากการวิพากษ์ “คุณค่าของสาขาวิชา” อย่างชัดเจนในการสื่อสารสาธารณะทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดดังที่ผ่านมาก
• แยกชัดระหว่าง “ข้อจำกัดทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่ยังรอการค้นพบ” (เช่น ตัวนำยวดยิ่งอุณหภูมิห้อง) กับ “ข้อกล่าวอ้างระดับวิศวกรรม/การตลาดที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบอิสระ” (เช่น ตัวเลขความเร็วคอมพิวเตอร์ ควอนตัม หรือระดับความปลอดภัย 100% ของ QKD) เพราะทั้งสองนี้มุมนี้ต้องการแนวทางแก้ไขที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งกรณีหลังได้เข้าสู่ระดับการทุจริตแล้วทั้งทางวิชาการ นโยบาย และอุตสาหกรรม
• เปิดพื้นที่ให้นักวิชาการรุ่นใหม่และรุ่นอาวุโสแลกเปลี่ยนบทเรียนจากโครงการในอดีตอย่างสร้างสรรค์ จริงใจ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ไม่ให้สูญหายหรือขาดช่วงไปพร้อมการเปลี่ยนผู้บริหารแต่ละสมัยจนเกิดเหตุเดิมซ้ำ

(ข) มุมสาธารณะและประชาชนทั่วไป
สำหรับสังคมทั่วไป สิ่งสำคัญที่สุดคือการแยกแยะระหว่างสองเรื่องที่อาจปะปนกัน หนึ่งคือ “ตัวเทคโนโลยีนั้นมีคุณค่าจริงหรือไม่” ซึ่งวิทยาศาสตร์ควอนตัม นาโนเทคโนโลยีและสาขาใหม่อื่น ๆ ล้วนเป็นศาสตร์ที่มีรากฐานทางวิชาการมั่นคงและมีศักยภาพจริง กับสองคือ “โครงการหรือหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาบริหารจัดการเรื่องนั้นดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใสหรือไม่” ข้อสังเกตที่จะช่วยแยกแยะข่าวเทคโนโลยีเกิดใหม่ได้แก่
• ตัวเลขที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจมาก (เช่น “เร็วกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์หมื่นปี” หรือ “ปลอดภัยแบบสมบูรณ์ไร้เงื่อนไข”) มักเป็นตัวเลขจากผู้พัฒนาเทคโนโลยีนั้นเอง ควรรสำรวจว่ามีหน่วยงานอิสระตรวจสอบซ้ำแล้วได้ผลตรงกันหรือไม่ ก่อนเชื่อทั้งหมด
• ข่าวที่อ้างตัวเลขมูลค่าตลาดในอนาคตไกล ๆ (เช่น “จะโตถึง X ล้านล้านบาทภายในปี Y”) ควรรับข้อมูลด้วยความระมัดระวัง เพราะเป็นรูปแบบการประชาสัมพันธ์ที่ปรากฏซ้ำในแทบทุกเทคโนโลยีเกิดใหม่ ไม่ใช่เครื่องยืนยันความสำเร็จ
• โครงการที่มีรายงานความก้าวหน้าเป็นระยะอย่างสม่ำเสมอ (แม้จะเป็นข่าวที่ไม่หวือหวา) มักน่าเชื่อถือกว่าโครงการที่มีแต่ข่าวเปิดตัวยิ่งใหญ่โดยไม่มีรายงานติดตามผลหรือข่าวปิดโครงการ
• การตั้งคำถามต่อการบริหารจัดการโครงการวิจัย เป็นกลไกปกติของวิทยาศาสตร์ที่ดี การรับข่าวเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่างมีวิจารณญาณจึงเป็นทักษะที่ช่วยให้สังคมสนับสนุนวิทยาศาสตร์ได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น
ข้อสังเกตเชิงโครงสร้างและข้อเสนอส่งต่อการประเมินยุคควอนตัม
ปัจจัยกำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลวของนโยบายเทคโนโลยีเกิดใหม่ไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยีเอง พบว่าแต่อยู่ที่
(1) ความต่อเนื่องของงบประมาณที่ไม่ผูกกับวาระผู้บริหารแต่ละสมัย
(2) การมีกลไกตรวจสอบอิสระปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน และ
(3) ช่องว่างการสื่อสารวิทยาศาสตร์กับสาธารณะที่เปิดทางให้เกิดการกล่าวอ้างประโยชน์เกินจริง
ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือแม้แต่ในสหรัฐฯ ซึ่งมีกลไกตรวจสอบอิสระเข้มแข็ง องค์กรอย่าง GAO ก็เพิ่งเข้าตรวจสอบยุคนาโนฯ อย่างจริงจังหลังกระแสผ่านไปแล้วหลายปี ขณะที่ยุคควอนตัมกลับถูกตรวจสอบตั้งแต่ระยะต้นของวงจร ซึ่งเป็นบทเรียนเชิงบวกที่ไทยอาจนำมาปรับใช้ได้ หากยุคควอนตัมของไทยยังไม่มีการประเมินผลเป็นทางการ (ยุทธศาสตร์ Frontier Research) และยังไม่มีกลไกตรวจสอบอิสระที่ทำหน้าที่คู่ขนานไปกับการดำเนินนโยบายตั้งแต่ต้น แต่กลับกำลังเริ่มวงรอบใหม่ตามกระแสการเมืองและผู้บริหารนโยบาย ความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุต่อเนื่องซ้ำกลบของเดิมย่อมมีสูงจนอาจพยากรณ์ภาพอนาคตได้
ข้อเสนอเพื่อการประเมินยุคควอนตัม จึงควรรวมการจัดตั้งกลไกติดตามประเมินผลอิสระและการมีส่วนร่วมของสาธารณะ (public engagement) ตั้งแต่ต้นวงจรไว้เป็นแกนหนึ่งของนโยบายทันที
• จัดให้มีกลไกทบทวนความก้าวหน้าของแผนที่นำทางเทคโนโลยีระดับชาติเป็นระยะโดยหน่วยงานที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับโครงการที่ถูกประเมิน คล้ายบทบาทของ GAO
• อาจออกแบบโครงสร้างงบประมาณวิจัยเทคโนโลยีเกิดใหม่ให้ผูกกับแผนระยะยาวของหน่วยงานมากกว่าวาระผู้บริหารแต่ละสมัย เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องแบบเดียวกับโครงการจีโนม
• สื่อสารวิทยาศาสตร์ต่อสาธารณะสม่ำเสมออะไรคือความก้าวหน้าจริงและอะไรยังอยู่ระหว่างการพัฒนา เพื่อป้องกันทั้งความคาดหวังเกินจริงและความไม่ไว้วางใจหรือกรณี tech promise scam ซ้ำ
• สนับสนุนเวทีสนทนาระหว่างวงการวิทยาศาสตร์กับสาธารณะอย่างสร้างสรรค์ ตั้งคำถามต่อกระบวนการบริหารจัดการหรือธรรมภิบาลที่ดี (governance) ทั้งนี้ ด้วยความถี่และน้ำหนักเดียวกันกับการจัดเวทีแถลงข่าวภาพลักษณ์

การตรวจสอบและกิจกรรมดังกล่าวจะทำให้เกิดการชะงักและกระทบขวัญกำลังใจนักวิจัย (Gen Y) บ้าง แต่เพื่อใช้ป้องกันอาชญากรรมวิชาการและนโยบายที่อาจซ้ำรอยของวัฒธรรมดั้งเดิม (Gen X & Baby Boomers) ดังปรากฏใน “ควอนตัมศรีธนญชัย” ที่ได้ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงในปัจจุบัน -- |

(เพิ่มเติม 11/08/2569 หลังจากได้รับการยืนยันจากเวทีนโยบาย) -- นโยบายควอนตัมของไทยกำลังมีแนวโน้มคล้ายกับ “อาชญากรรม (วิชาการ) ต่อเนื่อง” ชัดเจนขึ้น นั่นคือ จะยังคงเดินต่อโดยโดยไม่แก้ไข ไม่ต้องรับผิดชอบของเดิม หรือยอมรับว่าผิดพลาดเพื่อหาทางแก้ไขดังกรณี QKD ที่ยังถูกเอ่ยอ้างอุตสาหกรรมอย่างหนักแน่น โดยไม่สามารถหยุดหรือหาทางลงเองได้ แต่จะหาทางกลบของเก่าโดย “ล้อ” ต่อไปกับ “แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจควอนตัม” ที่กำลังจัดทำกันอยู่
อ้างอิง
[1] Genome.gov, “International Consortium Completes Human Genome Project” (2003) — genome.gov/11006929
[2] Cambridge Historical Society, “Human Genome Project” — historycambridge.org/innovation/Human_Genome.html
[3] Phys.org, “Room-temperature superconductors: Fundamental constants suggest they could exist within our universe” (2025), citing Trachenko & Pickard, J. Phys.: Condensed Matter — phys.org/news/2025-03-room-temperature-superconductors-fundamental-constants.html
[4] HPCwire, “Google Goes Public with Quantum Supremacy Achievement; IBM Disagrees” (2019) — hpcwire.com/2019/10/23
[5] IBM Quantum Computing Blog, “On ‘quantum supremacy’” (2019) — ibm.com/quantum/blog/on-quantum-supremacy
[6] Utimaco, “Quantum Key Distribution vs. Post Quantum Cryptography” — สรุปจุดยืนร่วมของ ANSSI, BSI, NLNCSA, NSA, UK-NCSC — utimaco.com/news/blog-posts/quantum-key-distribution-vs-post-quantum-cryptography
[7] PQShield, “Quantum Safe Algorithms in CNSA 2.0” — จุดยืน NSA ต่อ QKD — pqshield.com
[8] PostQuantum.com, “Quantum Key Distribution (QKD): Why Countries Differ on Its Future” (2025) — จุดยืน NCSC สหราชอาณาจักร ปี 2568 — postquantum.com/industry-news/qkd-countries-differ
[9] ANSSI (French Cybersecurity Agency), “Position Paper on Quantum Key Distribution” (2023) — cyber.gouv.fr
[10] BSI (German Federal Office for Information Security), “Position Paper on Quantum Key Distribution” — bsi.bund.de
[11] Issues in Science and Technology, “What's Behind Technological Hype?” (2021) — issues.org/behind-technological-hype
[12] IndustryWeek, “Nanotechnology: Beyond the Hype” — industryweek.com
[13] National Academies of Sciences, “A Quadrennial Review of the National Nanotechnology Initiative” — nationalacademies.org/read/25729
[14] U.S. GAO, GAO-08-402 “Nanotechnology: Better Guidance Is Needed...” — gao.gov/products/gao-08-402
[15] U.S. GAO, GAO-12-427 “Nanotechnology: Improved Performance Information Needed...” — gao.gov/products/gao-12-427
[16] Eduzones, “ประวัติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง” (2569) — eduzones.com/2026/07/12/history-kmitl
[17] “เตือนใจควอนตัมไทย ๔ | Retraction in Thai Quantum Policy & Roadmap | Special Report 2024” — quantum-thai.org
[18] U.S. GAO, GAO-26-107759 “Quantum Computing: Updating the National Strategy Could Promote U.S. Leadership” (2569) — gao.gov/assets/gao-26-107759.pdf
[19] U.S. GAO, GAO-25-107703 “Future of Cybersecurity: Leadership Needed to Fully Define Quantum Threat Mitigation Strategy” (2567) — gao.gov
(บันทึกท้าย: ศักยภาพอุตสาหกรรมเทคโนฯไอซีทีควอนตัมปรากฏเฉพาะ Quantum computing ส่วนกลุ่ม Quantum communications เช่น อินเทอร์เน็ตควอนตัม รหัสลับผ่านดาวเทียมควอนตัม” เพื่อการศึกษาเท่านั้น มิได้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหรือมีนัยสำคัญใด ๆ ดังข่าวเกินจริงระดันานาชาติ และที่กำลังระบาดซ้ำในประเทศไทย)

Paving the Way for coming Quantum Era:
Sustainable Platform & Community Development
(Science & Technology, Social Sciences, Education, Humanities, Political Science & Law, Economics)
(Official Web)
เกริ่นนำโครงการ
วัตถุประสงค์
เพื่อสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย เชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายภาครัฐ
เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือการเรียนรู้แบบเปิดด้านการสื่อสารควอนตัม (communications) การคำนวณควอนตัม (computing) และการตรวจวัดควอนตัม (sensing)
เพื่อส่งเสริมการสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและข้อมูล
เพื่อเตรียมบุคลากรและสังคมไทยให้พร้อมเข้าสู่ยุคควอนตัมโลก พร้อมภุมิคุ้มกันวิทยาศาสตร์เทียม
เพื่อสร้างจดหมายเหตุควอนตัมไทยและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างรุ่นของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้กำหนดนโยบาย
คำสำคัญ (keywords); วิทยาศาสตรศึกษา (science education) การสื่อสารวิทยาศาสตร์ (science communication) การจัดการความรู้ (knowledge management) การจัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์ (sciecne fair) สารสนเทศ (ไอซีที) เชิงควอนตัม (quantum information & communications technology) การสร้างทรัพยากรและสื่ออนาคต (future resources) จดหมายเหตุควอนตัมโลกและประเทศไทย (World and Thai quantum milestones) การพัฒนาบุคลากรและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (human resource development & networking)
๓) ผู้รับผิดชอบโครงการ
ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ
IEEE Thailand Section Quantum IT group & IEEE Communications Society (Thailand Chapter)
ประธานกรรมการอำนวยการกิตติมศักดิ์:
คณบดี คณวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (KMITL) และ
นายกสมาคม IEEE Thailand Section
ประธานโครงการ:
รศ.ดร.สุภาพ ชูพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันการศึกษา) และ
ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ (สมาคมวิชาชีพ)
คณะที่ปรึกษา:
ศ.ดร.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ - ราชบัณฑิต (วิทยาการคอมพิวเตอร์)
ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน - ราชบัณฑิต (ฟิสิกส์)
รศ.ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ - อดีตอธิการฯส.พระจอมเกล้าฯลาดกระบัง (ธรรมาภิบาลและการศึกษา)
รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม - อดีต ผอ.ส.วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ฯ (บริหารงานวิจัย)
ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช - นายกสภา มทส. (การจัดการความรู้ - KM)
พันธมิตรต่างประเทศ:
Fundacja (โปแลนด์), Senetas (ออสเตรเลีย), SPINQ (จีน), TCQC-CACR (จีน), Qasky (จีน)
๔. ผลกระทบ (impact)
ภาคสังคมประชาชนทั่วไป เข้าถึงองค์ความรู้และทรัพยกรสื่อสร้างทักษะไอซีทีควอนตัม เกิดความเข้าใจและมีภูมิคุ้มกันควอนตัมแปลกปลอมเบื้องต้น ด้วยผลจากการร่วมสื่อสารวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เหมาะสม
ภาคการศึกษาและการวิจัย เกิดการรวมกลุ่มใช้ผลผลิตต่อยอดสู่ด้านอื่น ๆ ได้ เช่น โครงการพัฒนาบุคลากร งานวิจัยและพัฒนาที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากการร่วมกันสื่อสารวิชาการสาธารณะที่ถ้วนทั่วครบทุกด้าน
ภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ได้รับการส่งเสริมให้สามารถติดตาม เข้าถึง และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้รวดเร็วพร้อมกับลดความเสี่ยงด้วยข้อมูลของโครงการที่ครอบคลุมและอ้างอิงตรวจสอบได้
ภาครัฐโดยผู้กำหนดนโยบาย ทั้งด้านโทรคมนาคม สารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงศักยภาพและผลกระทบของเทคโนโลยี พร้อมร่วมสื่อสารนโยบายวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลางรู้และเท่าทัน
กสทช. สามารถนำผลลัพธ์จากโครงการนี้ไปใช้เพื่อร่วมกำหนดแนวทางสนับสนุนส่งเสริมและตรวจสอบกิจกรรมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอซีทีควอนตัมเทคโนโลยีแขนงใหม่ของประเทศได้
“SIAM–Quantum Nexus 2026” คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมควอนตัมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาควิชาการ อุตสาหกรรม และนโยบายสาธารณะ เพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในยุคเศรษฐกิจควอนตัมโลก โดยใช้การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ และการสื่อสารที่เท่าทันเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอนาคตของชาติ
Partners:

สํานักงานคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
หมายเหตุ:
ร่วมเสนอแนะ สนับสนุน ประสานกิจกรรมได้ที่ contact email: thailand_chapter@comsoc.org
Alliance:
Disclaimer:
SIAM-Quantum Nexus 2026
- a public serving project by volunteers
no conflict of interest & none of personal agenda involved
๐
since IYL2015 through
Welcome volunteers !
๐











































ความคิดเห็น